<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อย ด้าน พอช.หนุนชาวบ้าน 31 เมือง 332 ชุมชนแก้ผลกระทบจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ชาวชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิดที่ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;พอช./ แพทย์ชนบทหลายจังหวัดระดมพลบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อยกว่า 30 ชุมชน&amp;nbsp; โดยในวันนี้ตรวจโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคและชาวชุมชนใกล้เคียงประมาณ 800 คนเข้าตรวจ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19 จัดกิจกรรม 107 แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เตรียมจุดพักคอย&amp;nbsp; ประสานการตรวจเชื้อ-ฉีดวัคซีน&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาปากท้อง&amp;nbsp; จำหน่ายอาหารและสินค้าจำเป็นราคาถูก&amp;nbsp; ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ประมาณ 30 ชุมชน&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทตั้งจุดตรวจโควิดเชิงรุกที่ พอช.และอีก 30 ชุมชนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดวันนี้ (21 กรกฎาคม) ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยจำนวน 12 คน&amp;nbsp; และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ได้จัดตั้งจุดบริการตรวจหาเชื้อโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคจากชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; และชาวชุมชนใกล้เคียงจำนวนมากเดินทางมาตรวจตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. &amp;nbsp;โดยมี นพ.อารักษ์&amp;nbsp; วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;ในฐานะที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบทเดินทางมาให้กำลังใจทีมงาน&amp;nbsp; และให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคโควิดแก่ผู้มาตรวจเชื้อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวนพพรรณ &amp;nbsp;พรหมศรี  เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้ชมรมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยได้มาตั้งจุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ พอช. โดยมีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และเครือข่ายของ พอช. ประมาณ 800 คนตรวจหาเชื้อในวันนี้&amp;nbsp; ถือเป็นการตรวจเชิงรุก&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวชุมชนที่ยังไม่ได้รับการตรวจ&amp;nbsp; และนอกจากการตรวจที่ พอช.แล้ว&amp;nbsp; ในวันนี้ทีมแพทย์ชนบทยังเข้าไปตรวจเชิงรุกในชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ อีกประมาณ 10 ชุมชนด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทีมแพทย์ชนบทจะตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท (Antigen Test Kit) เพื่อให้สามารถตรวจได้จำนวนมาก &amp;nbsp;รู้ผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่าผู้ตรวจรายใดติดเชื้อ&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะทำการตรวจซ้ำเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; หากพบว่าติดเชื้อจริง&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้ติดเชื้อกลับไปรักษาตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หรือสถานที่พักคอยในชุมชน (Home isolation และ Community Isolation)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจาก จ.สุโขทัย &amp;nbsp;ตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท รู้ผลได้ภายใน 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในขณะนี้&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่ม&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนจน&amp;nbsp; คนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน&amp;nbsp; ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชนจึงมีข้อเสนอดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลเร่งจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้ประชาชนทุกคนได้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ระบบการดูแลผู้ที่ติดเชื้อที่บ้านและในชุมชนยังมีอุปสรรคจากกฎระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น&amp;nbsp; ทำให้การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนล่าช้า&amp;nbsp; ไม่ทันสถานการณ์&amp;nbsp; และ 3.ขอให้รัฐจัดระบบสวัสดิการให้แก่ประชาชนในรูปแบบของ &amp;lsquo;รัฐสวัสดิการ&amp;rsquo; ไม่ใช่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า&amp;nbsp; หรือช่วยเหลือเป็นครั้งๆ ตามสิทธิของพลเมืองไทย&amp;nbsp; ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาธิการ มพ.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ชมรมแพทย์ชนบทที่เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกให้ชาวชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ประกอบด้วยทีมแพทย์จากนครศรีธรรมราช, ขอนแก่น, &amp;nbsp;รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;อำเภอนาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 100 คน&amp;nbsp; ตั้งเป้าจะตรวจโควิดเชิงรุกได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 คนภายในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การตรวจคัดกรองโควิดที่ พอช.&amp;nbsp; นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวไปแล้ว&amp;nbsp; ยังมีภาคเอกชน&amp;nbsp; โดยบริษัท​เออร์บันคลีนซินเนอร์จีมาช่วยสนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อหลังการตรวจหาเชื้อในวันนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;#39;พอช.&amp;#39; หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; ประชาชนผู้มีรายได้น้อยในเขตแพร่ระบาดสูงสุดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวชุมชนแออัด&amp;nbsp; ชาวชุมเมืองที่มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผลกระทบทางด้านสุขภาพอนามัย&amp;nbsp; เพราะที่อยู่อาศัยมีความคับแคบ&amp;nbsp; ประชากรหนาแน่น&amp;nbsp; โอกาสการแพร่เชื้อติดต่อกันจึงมีมาก&amp;nbsp; และที่สำคัญคือ&amp;nbsp; ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เพราะขาดรายได้&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;นายสมชาติ ผอ.พอช. (ที่ 6 จากซ้ายไปขวา) กับทีมแพทย์ชนบทจากสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงมีแนวทางการช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด ในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ใช้กลไกต่างๆ &amp;nbsp;ที่ชุมชนมีการจัดตั้งอยู่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ชุมชนมีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; ได้รวมกลุ่มกันจัดทำแผนงานและกิจกรรมต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; โดยคณะกรรมการสถาบันฯ&amp;nbsp; ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนชุมชนจำนวน 30 ล้านบาท&amp;rdquo; นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติบอกว่า&amp;nbsp; พอช.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทเพื่อจัดทำ &amp;lsquo;โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; เป้าหมายเพื่อให้เครือข่ายชุมชนในระดับเมือง (ในกรุงเทพฯ คือระดับเขต) และชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ได้จัดทำแผนงานการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค&amp;nbsp; การเตรียมจัดทำสถานที่พักคอย&amp;nbsp; ลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายชุมชนฯ และชุมชนได้เสนอโครงการมาที่ พอช.&amp;nbsp; และ พอช.ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินการไปแล้ว (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 จนถึง 20 กรกฎาคม)&amp;nbsp; รวม 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายรวม 67,978 ครัวเรือน&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,113 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.เมืองใหญ่ (เกิน 20 ชุมชน) พื้นที่สีแดง&amp;nbsp; มีชาวชุมชนต้องกักตัวเกิน 81 คนขึ้นไป&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท&amp;nbsp; 2.พื้นที่สีแดงอ่อน &amp;nbsp;กักตัวระหว่าง 31-80 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 100,000 บาท&amp;nbsp; 3.พื้นที่สีเหลือง&amp;nbsp; กักตัวไม่เกิน&amp;nbsp; 30 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 80,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนในระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; รวมงบที่ พอช.อนุมัติแล้วทั้งหมดประมาณ 12 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;จำหน่ายสินค้าราคาถูกที่เมืองบางบอน กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้พื้นที่ 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชนที่เสนอโครงการและผ่านการอนุมัติแล้ว &amp;nbsp;รวม 107 แผนงาน/กิจกรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp; 1.ศูนย์พักคอยเตรียมส่ง รพ. 22 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อบรมอาชีพ 19 %&amp;nbsp; 3.จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สินค้าจำเป็น&amp;nbsp; ราคาทุน&amp;nbsp; 14 %&amp;nbsp; 4.แจกอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร ให้ผู้กักตัว &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง 13 %&amp;nbsp; 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต. สปสช.) 13 % &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; รับบริจาค&amp;nbsp; รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp; ประสานงานการตรวจและลงทะเบียนฉีดวัคซีน หา รพ.&amp;nbsp; และ 7.ครัวกลาง 6 % &amp;nbsp;ทำอาหารแจกหรือขายราคาถูก&amp;nbsp; (อิ่มละ10- 20 บาท)&amp;nbsp; คนลำบากกินฟรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดการออกไปนอกชุมชน&amp;nbsp; ลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;เครื่องวัดอุณหภูมิที่ชุมชนเมืองบางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนชุมชนที่จัดทำโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง &amp;nbsp;22 ชุมชน &amp;nbsp;มีกิจกรรม&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; มอบอาหารให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; เตรียมพื้นที่พักคอย&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; ปลูกผักในพื้นที่ 1 ไร่&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก 6 บ่อ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายที่เสนอโครงการมายัง พอช.&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ &amp;nbsp;20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;แปลงผักของชาวชุมชนเขตบางบอนและสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110602</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Community Isolation, Home Isolation, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จังหวัดสุโขทัย, จัดสรรวัคซีน, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท, ชุมชนผู้มีรายได้น้อย, ตรวจโควิดเชิงรุก, นพ.อารักษ์  วงศ์วรชาติ, นางสาวนพพรรณ  พรหมศรี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช., มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, รัฐสวัสดิการ, สถานที่พักคอยในชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, เครือข่ายประชาชน, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, แพทย์ชนบท, โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7f22402188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WE FAIR บุก &#039;ปชป.&#039; ทวงสัญญา รัฐสวัสดิการ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. กลุ่มเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือ &amp;ldquo;WE FAIR&amp;rdquo; ประมาณ 15 คน นำโดยนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ แกนนำเครือข่ายฯ ได้เดินทางมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจัดกิจกรรม &amp;ldquo;WE FAIR ON TOUR&amp;rdquo; โดยยื่นหนังสือต่อพรรคประชาธิปัตย์ ทวงถามความคืบหน้าถึงนโยบายรัฐสวัสดิการที่เคยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ประกันรายได้แรงงาน เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยสวัสดิการ โครงการโฉนดสีฟ้า เงินอุดหนุนเด็ก 0-8 &amp;nbsp;ปี เรียนฟรีมีงานทำ เป็นต้น โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;และนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทนรับเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาค และเครือข่าย &amp;ldquo;WE FAIR&amp;rdquo; กล่าวว่า นโยบายรัฐสวัสดิการที่พรรคประชาธิปัตย์เคยหาเสียงไว้ ยังไม่เคยเห็นอะไรเลยสักนโยบายเดียว เราอยากลืมตาอ้าปากได้ และจากวิกฤตโควิด-19 ก็เอื้อกลุ่มทุน ขอถามว่าประเทศจะพัฒนาอย่างไร แต่กลับไปซื้ออาวุธ รถถัง เรือดำน้ำ แต่ไม่มีงบสวัสดิการให้ประชาชน ไม่มีใครพูดอะไรกับรัฐบาล เพราะกลัวไม่ได้เป็นส.ส. ไม่ได้เป็นรัฐบาล ทั้งนี้ตอนหาเสียงไปกราบถึงบ้าน เลือกตั้งเสร็จทำไม่ได้สักอย่างทั้งที่เป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ 60 บอกว่าหากหาเสียงไว้แล้วทำไม่ได้ ถือว่ามีความผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนิติรัฐ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวแปรสำคัญในการร่วมรัฐบาล ควรออกมาตอบคำถามสังคม และพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกระทรวงที่สำคัญ อย่างกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ด้วย ควรผลักดันนโยบายรัฐสวัสดิการที่เคยหาเสียงไว้ และตนจะไปยื่นหนังสืออีกครั้งกับคณะกรรมาธิการงบประมาณต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนพรรครับหนังสือ ได้กล่าวว่า เราให้ความสำคัญเรื่องสังคมและรัฐสวัสดิการ ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายที่เป็นรากฐานสังคมมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และเริ่มต้นนโยบายประกันสุขภาพที่ดูแลประชาชนมาถึงทุกวันนี้ ยืนยันว่ามีความคืบหน้าไปมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราจะดำเนินแนวทางการเมืองที่เป็นธรรมาภิบาลและพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล ยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 และส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ อีกทั้งแก้ไขเรื่องอำนาจส.ว. รวมถึงเรื่องสิทธิสวัสดิการและการกระจายอำนาจ พรรคเราดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ดูแลปากท้องประชาชน และจะมีการแก้ไขกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางซื่อ มาดูแลความสงบเรียบร้อยและคอยอำนวยความสะดวกด้านจราจร ทั้งนี้เมื่อเครือข่าย &amp;ldquo;WE FAIR&amp;rdquo; จัดกิจกรรมจัดกิจกรรมเสร็จสิ้น และเดินทางไปทำกิจกรรมต่อที่พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97143</URL_LINK>
                <HASHTAG>WE FAIR, รัฐสวัสดิการ, เอ็นจีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605aff8f87f89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ชี้รัฐธรรมนูญไทยไร้สวัสดิการ ปรนเปรอแต่อาชีพข้าราชการ ไม่เห็นหัวคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย. 2563 ที่ห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ร่วมอภิปรายในหัวข้อ รัฐสวัสดิการอยู่อย่างไรในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา ได้เริ่มต้นอภิปรายโดยการกล่าวถึงความหมายของรัฐสวัสดิการผ่านประสบการณ์ตรง ที่มีแม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ภายหลังพ่อเสียชีวิต เผชิญกับความยากจนและการต้องหาเลี้ยงครอบครัวเพียงลำพังของแม่ ในขณะที่สังคมไทยไม่มีสวัสดิการอะไร ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวทั้ง 3 คนต้องอาศัยอยู่ในห้องพักขนาดเล็ก ใช้ห้องน้ำรวมร่วมกับผู้อาศัยอื่นอย่างแออัด เป็นคุณภาพชีวิตของครอบครัวที่ไม่ได้ดีอะไร แต่สิ่งเหล่านี้ยังต้องแลกมาด้วยการที่แม่ต้องทำงานหลายงานติดต่อกันจนไม่มีเวลานอน พี่สาวต้องหยุดเรียนกลางคันเพราะแม่ไม่มีเงินเพียงพอที่จะส่งเสียให้ลูกสองคนได้เรียนหนังสือพร้อมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คำว่ารัฐธรรมนูญ และคำว่ารัฐสวัสดิการ ทั้ง 2 คำมีคำว่ารัฐอยู่ในนั้น คำหนึ่งสื่อถึง ธรรมนูญหรือกฎหมายสูงสุดของรัฐ อีกคำหนึ่งสื่อถึงสวัสดิการที่อยู่ในรัฐ ผมเองก็เป็นประชาชนเหมือนกับเพื่อนร่วมชาติอีกหลายล้านคนที่ต้องอาศัยอยู่ในรัฐที่มีธรรมนูญแต่ไม่ได้มีสวัสดิการอยู่ในนั้น รวมทั้งในความเป็นจริงเราแทบไม่มีสวัสดิการอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้นสังคมไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว แต่หลายๆ คนพอเข้าใกล้อายุ 60 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นคือมักจะเกิดคำถามว่าเราจะอยู่อย่างไร จะอยู่ได้หรือไม่กับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท จึงย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่สังคมไทยส่งต่อความเชื่อกันมาอย่างยาวนาน ว่า ให้ตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อไปสอบเข้ารับราชการ เพราะอาชีพข้าราชการเป็นเพียงอาชีพเดียวที่มีเงินบำนาญ มีรายได้ตลอดชีวิต คำถามที่เกิดขึ้นคือทำไมประเทศนี้อาชีพเพียงแค่ข้าราชการเท่านั้นที่มีรายได้ตลอดชีวิต ทำไมประชาชนที่ประกอบอาชีพอื่นๆ ถึงไม่มีบำนาญที่เพียงพอในการเลี้ยงชีพตลอดชีวิตบ้าง ทั้งที่ทุกอาชีพล้วนมีความสำคัญและมีส่วนสร้างประเทศแห่งนี้ในมิติต่างๆ ด้วยกันทั้งสิ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้จึงคิดว่าสิ่งสังคมไทยจำเป็นต้องทำทันทีคือทำให้ประชาชนทุกคนอยู่รอดไปด้วยกัน มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิในการอยู่อาศัยในรัฐแห่งนี้อย่างมีศักดิ์ศรี ต้องไม่มีใครลำบากเมื่ออายุมากขึ้นในวัยเกษียณ ต้องไม่มีควรต้องหยุดเรียนกลางคันเพียงเพราะเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน เพื่อยืนยันหลักการเหล่านี้และทำให้เกิดขึ้นจริงจึงจำเป็นต้องกำหนดให้ธรรมนูญของรัฐมีสวัสดิการอยู่ในนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา ยังกล่าวด้วยว่า กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การจะกำหนดอะไรลงไปในกฎหมายสูงสุดของประเทศ แม้แต่การกำหนดให้มีรัฐสวัสดิการไว้ในรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องมีการทำงานทางความคิดแลกเปลี่ยนในวงที่กว้างขึ้น รวมถึงต้องขยายแนวร่วมให้มากขึ้นด้วย ทำให้คนในสังคมเข้าใจเรื่องนี้ ยิ่งไปกว่านั้นจำเป็นต้องให้ความรู้กับผู้มีอำนาจในปัจจุบันด้วยเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการมีสวัสดิการให้กับประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง เพียงพอและเท่าเทียม ไม่ใช่การที่ประชาชนต้องพิสูจน์ความจน ต้องทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อให้ได้รับสิทธิและการสงเคราะห์จากรัฐแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;


	เชียงใหม่ร้อน! &amp;#39;จตุพร&amp;#39; เผยความในใจไม่ชอบพรรคเพื่อไทย
	ดร.อานนท์ เผยออกรายการดีเบต เหนื่อยมากต้องอธิบายทุกอย่าง อยากมีเวลาอีกสักสามชั่วโมง
	ดีเบต &amp;#39;รุ้ง&amp;#39; พ่ายยับ!ชาวเน็ตชี้ไม่ทำการบ้าน &amp;#39;3 นิ้ว&amp;#39; โวยประกบคู่ผิด
	ไอ้โม่งตัวจริงโผล่แล้ว &amp;#39;รุ้ง&amp;#39; สารภาพรับโพย 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ
	กราบครูก่อนนอน &amp;#39;ดร.อานนท์&amp;#39; เผยรายชื่อครูบาอาจารย์ที่ให้ความรู้นำไปใช้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
	&amp;#39;หมอเหรียญ&amp;#39; เย้ย &amp;#39;ขบวนการสามกีบ&amp;#39; นับวันยิ่งเสื่อม หลังแกนนำถูกกระชากความโง่ออกอากาศ!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, รัฐสวัสดิการ, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc232f1cfbef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; แนะ 4 เรื่องสำคัญและบันไดขั้นแรกสู่ &#039;รัฐสวัสดิการ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63 - ที่จ.ฉะเชิงเทรา ในเวทีสัมมนาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สวัสดิการสังคม เรื่อง &amp;quot;รัฐสวัสดิการ ฝันที่ศิวิไล ทำอย่างไรจะไปถึง&amp;quot; นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และที่ปรึกษา กมธ.วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564 ร่วมบรรยายในหัวข้อ &amp;quot;ประเทศไทยมีศักยภาพในการสร้างรัฐสวัสดิการหรือไม่&amp;quot; โดยเริ่มต้นด้วยการแจกแจงงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมต่างๆ ตามช่วงอายุที่คนไทยจะได้รับ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการสร้างรัฐสวัสดิการอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวว่า การจะทำให้สวัสดิการประชาชนดีขึ้นกว่านี้ ทำให้รัฐสวัสดิการเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่เรื่องที่ทำไมได้ ไม่ใช่ว่าประเทศไทยไม่มีศักยภาพ หากแต่อยู่ที่เจตจำนงของผู้มีอำนาจว่าจะทำหรือไม่ ทั้งนี้จะเป็นได้ ต้องทำอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่ &amp;nbsp;เรื่องที่ 1.ปฏิรูปส่วนราชการ หน่วยงานที่ซ้ำซ้อนต้องยุบให้เป็นหน่วยเดียว เพราะนั่นหมายถึงการลดค่าใช้จ่ายประจำอย่างบุคคลากร ครุภัณฑ์ต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก เรื่องที่ 2.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงิน เป็นต้นว่า สัดส่วนการเพิ่มขึ้นของข้าราชการที่ผ่านมามีทหารเพิ่มขึ้นเยอะกว่าพยาบาล นี่คือการจัดทรัพยากรที่ไม่เหมาะสมกับการพัฒนาประเทศ ถามถึงสามัญสำนึก วันนี้เราต้องการทหารหรือพยาบาลมากกว่ากัน เงินที่เท่ากันนี้จะเพิ่มให้กับทหารหรือพยาบาล นี่เป็นเรื่องเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวว่า เรื่องที่ 3. ลดการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสม ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ กรณีอนุมัติซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาท และไม่จบแค่นี้ ยังมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องอีก &amp;nbsp;8,400 ล้านบาท สำหรับท่าเรือจอด โรงงานเก็บตอร์ปิโด เรือยกพลขึ้นบก อาคารข้าราชการต่างๆ เป็นต้น คำถามคือสถานการณ์แบบนี้มีความจำเป็นหรือไม่ที่จะซื้อเรือดำน้ำ และ เรื่องที่ 4. ยุติการเอื้อกลุ่มทุน ซึ่งที่ผ่านมาโครงการต่างๆ ของรัฐเข้าทำนองว่านายทุนต้องมาก่อนส่วนประชาชนรอไปก่อน ยกตัวอย่าง การให้ประโยชน์กับบริษัทปลอดภาษีในสนามบิน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์โควิด -19 บริษัทดังกล่าวได้รับการเยียวยาด้วยความรวดเร็ว แต่ประชาชนกว่าจะได้เยียวยาต้องรอนานมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าเราทำทั้ง 4 เรื่องนี้ได้สำเร็จ ผมเชื่อว่าสวัสดิการของประชาชนในประเทศนี้จะดีขึ้นได้ งบประมาณด้านสวัสดิการ ปี 2564 กว่า 4 แสนล้านบาท เชื่อว่าถ้าทำตามที่กล่าวมาได้ การจัดการงบประมาณแบบใหม่จะสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก 50 เปอร์เซ็นต์ คือเพิ่มขึ้นอีกราว 2 แสนล้านบาท ผมกล้ายืนยันว่าจากประสบการณ์ กมธ. งบประมาณฯ ที่ผ่านมา มั่นใจว่าใน 2-3 ปีนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน&amp;quot; นายธนาธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวว่า ประเทศเรามีศักยภาพทำให้รัฐสวัสดิการเกิดขึ้นได้ อยู่ที่เจตจำนงทางการเมืองว่าจะทำหรือไม่ จะกล้าคุยกับข้าราชการเรื่องการตัดงบที่ไม่จำเป็นหรือไม่ จะกล้าคุยกับนายทุนให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศไม่ใช่ประโยชน์ตัวเองหรือไม่ จะกล้าปฏิรูปกองทัพหรือไม่ จะกล้าปฏิรูปความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับทุนหรือไม่ สำหรับคนที่เข้ามาทำการเมืองเพื่อยศถาบรรดาศักดิ์ เพื่อประโยชน์ เพื่อหน้าตาตัวเอง เขาไม่ทำแน่นอน เพราะการทำเรื่องนี้จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ และมีแรงกดดันมหาศาลมาก ถ้าไม่มีอุดมการณ์ที่ชัดเจนย่อมไม่มีเจตจำนงทำเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บันไดขั้นแรกที่จะไปสู่รัฐสวัสดิการได้ ผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอาทหารออกจากการเมือง แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาใช้ ทำให้การเมืองเป็นปกติ เมื่อถึงตรงนั้นแล้ว ต้องปฏิรูประบบราชการ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ต้องปฏิรูปกองทัพให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน ลดขนาดกองทัพลง ทำให้เป็นกองทัพที่ทันสมัย ต้องปฏิวัติระบบการศึกษา ลงทุนเพิ่มขึ้นในโรงเรียน กับครู กับเทคโนโลยีและอุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่ทางเลือก เป็นทางออกทางเดียวของประเทศที่เหลืออยู่ และเป็นบันไดขั้นแรกที่จะได้มาซึ่งรัฐสวัสดิการ&amp;quot; นายธนาธร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75233</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, งบประมาณ, ทหารการเมือง, ธนาธร, รัฐสวัสดิการ, สวัสดิการสังคม, เมือง, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f40e505c58f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทุ้งจิตสำนึกนักการเมือง! ทำประโยชน์เพื่อประชาชน ร่วมหนุนกฎหมายบำนาญแห่งชาติแก้ยากจน-เหลื่อมล้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.62 - &amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ เข้าพบตัวแทนจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 6 พรรค ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ และพรรคพลังปวงชนไทย ที่พรรคอนาคตใหม่ เพื่อนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บำนาญแห่งชาติ ที่ร่วมกันร่างโดยนักวิชาการ และประชาชน เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในการแก้ปัญหาความยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ตัวแทนจากเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่รับรองสิทธิพื้นฐานของประชาชน รับรองสิทธิของการเป็นผู้สูงอายุ และอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญที่จะดูแลคนไม่ให้ยากลำบาก ซึ่งการร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อที่จะสนับสนุนให้รัฐเห็นความสำคัญ และมีส่วนร่วมในการจัดระบบบำนาญพื้นฐานให้กับประชาชนที่อายุ 60 ปีขึ้นไปทุกคน ผ่านการใช้งบประมาณอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม&amp;nbsp;โดยกฎหมายฉบับนี้จะเป็นหลักประกันทางรายได้ให้กับประชาชนทุกคนเมื่อสูงวัย ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ มีรายได้เป็นรายเดือน เพราะแม้ว่าประเทศเราจะมีบำนาญหลายระบบ เช่น ข้าราชการ หรือผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีบำนาญ มีแค่เบี้ยยังชีพ ซึ่งเป็นการสงเคราะห์ ไม่ได้ใช้หลักการเรื่องสิทธิ ที่ทุกคนพึงได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุรีรัตน์ กล่าวต่อไปว่า การเดินสายพบนักการเมืองจากพรรคต่างๆ นั้น หากพรรคการเมืองใดมีนโยบายคุ้มครองสิทธิของประชาชนก็น่าสนใจและสนับสนุน รวมทั้งร่วมเสนอกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ได้รับการพิจารณาในสภา โดยขณะนี้ประชาชนกว่า 9,000 คน ได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า ต้องชื่นชมที่ภาคประชาชนกล้าคิดกล้าทำ โดย 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะทำตามความต้องการของประชาชน จะร่วมผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะเป็นสิทธิที่ประชาชนควรได้รับจากรัฐบาล โดย 7 พรรคฝ่ายค้านพร้อมที่จะสนับสนุนกฎหมายเพื่อให้รัฐจัดสวัสดิการให้ประชาชน ให้มีบำนาญภาคประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้ความเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้เป็นประโยชน์กับประชาชนมาก ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะให้คนที่อายุ 60 &amp;nbsp;ปีมีสิทธิเสมอกัน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หรือมีสิทธิประโยชน์อื่นใดที่ได้รับอยู่แล้ว ก็ไม่ถูกตัดสิทธินั้น โดยทางพรรคจะนำร่างกฎหมายฉบับนี้ไปให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคศึกษาต่อไป &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 3 กันยายน ทางเครือข่ายประชาชนฯ จะเข้าพบตัวแทนจากพรรคชาติไทย ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ นั้นอยู่ในระหว่างประสานงานขอเข้าพบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลักการของร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ คือ ให้มีบำนาญแห่งชาติเป็นหลักประกันรายได้ให้กับประชาชนเมื่อสูงวัย ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม ในอัตราที่อ้างอิงจากเส้นความยากจนที่กำหนดโดยสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงให้มีคณะกรรมการกลางที่มีส่วนร่วมของประชาชนร่วมจัดทำนโยบายและแผนพัฒนาระบบบำนาญแห่งชาติให้เป็นระบบเดียวกัน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44840</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคการเมือง, บำนาญแห่งชาติ, รัฐสวัสดิการ, เครือข่ายประชาชนเพ่อรัฐสวัสดิการ, แก้ยากจนเหลื่อมล้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6ce8632d66e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับไม่ได้จริงๆ&#039;ปชป.&#039;ซ้ำแผล&#039;ธนาธร&#039;กร้าวใส่บุคคลสำคัญของชาติ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 - นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Satit Pitutacha กล่าวถึง คลิปที่บันทึกจากเวทีเสวนา &amp;quot;สร้างรัฐสวัสดิการ สร้างประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปร่วมเสวนาด้วย ระบุว่า &amp;quot;ผมนับถือ และยอมรับในความสำเร็จ ที่เขาสามารถมีคะแนนเสียง จากประชาชนที่ส่วนใหญ่เป็นพลังบริสุทธิ์ เลือกพรรคเขาแต่ผมไม่อาจรับได้กับความคิด และพฤติกรรมไม่ให้เกียรติบุคคลสำคัญของชาติ ที่มีคุณูปการต่อประเทศ และที่สำคัญในขณะที่ท่าน ถึงแก่อสัญกรรม ไปแล้วครับ รับไม่ได้จริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ป๋าเปรม, พลเอกเปรมถึงแก่อสัญกรรม, รัฐสวัสดิการ, สาธิต ปิตุเตชะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cef4fa5d8007.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมาก็พูดได้​ ควายก็เห่าเป็น!สอนรัฐสวัสดิการ&#039;ธนาธร-ช่อ&#039;/ยัน&#039;ป๋าเปรม&#039;ไม่ใช่อุปสรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.62 - ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Sattra Janto Toaon แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นรัฐสวัสดิการ &amp;nbsp;หลังนายธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พูดในงานเสวนา&amp;quot;สร้างรัฐสวัสดิการ สร้างประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เมื่อเช้าเกิดการสูญเสียชีวิตของบุคคล ที่มีประวัติศาสตร์สำคัญทางการเมือง ก็คือคุณเปรม ติณสูลานนท์ ระบบรัฐที่สร้างขึ้นมาในยุคของพล.อ.เปรม ถ้ายังยอมให้รูปแบบรัฐที่เกิดขึ้น ถูกสร้างขึ้นในยุคนี้ดำรงอยู่ ไม่มีทางที่จะเกิดรัฐสวัสดิการได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโพสต์ของ Sattra Janto Toaon &amp;nbsp;มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิพากษ์วิจารณ์ &amp;nbsp;แนวคิดรื่องรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋า​ คือ​ อุปสรรคของรัฐสวัสดิการ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;______&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตี๋กับฉ้อ​ พูดถึงรัฐสวัสดิการบ่อย​ๆ ประเด็นที่สังคมตั้งคำถามกันมากคือ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาเงินมาจากไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่า​ &amp;quot;หมาก็พูดได้​ ควายก็เห่าเป็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตี๋กับฉ้อบอกว่า​ เก็บภาษี​ ชนชั้นบนชนชั้นกลางเอามาเลี้ยงรากหญ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขออนุญาตชี้แจงว่าคลาดเคลื่อนเลื่อนลอยยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;_______&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐสวัสดิการที่ได้ผลมักเกิดขึ้นในประเทศที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเทศต้นแบบอย่าง​ สวีเดน​ ฟินแลนด์​ นอรเวย์​ มีGDP พอๆกับไทยเรา​ ดูเหมือนจะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.แต่​ สวีเดน​ ฟินแลนด์​ นอรเวย์​ มีประชากรน้อยกว่าเรา​ 10​ เท่า​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.นั่นแปลว่า​ ต่อหัว​ gdp​ per​ capita​ มากกว่าเรา​ 10​ เท่า​ รวยกว่าเรา​ 10​ เท่าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ประเทศเยอรมนี​ ฝรั่งเศส​ มีประชากรเท่าๆกับเรา​ แต่มี​GDP​ มากกว่าเรา​ 9​ เท่า​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ประเทศไทยยังจนกว่าเขาเกือบ​ 10​ เท่า​ ดังนั้นเบื้องต้นต้องคิดว่า​ มันมีความเป็นไปได้แค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ในประเทศต้นแบบ​ รัฐสวัสดิการมีแหล่งรายได้​ 4​ แหล่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ภาษี​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประชาชนต้องจ่ายเงินประกันต่างๆเอง​ หักจากเงินเดือน​ คนอยู่​ ตปท.จะรู้ว่าถูกหักกันเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เงินบริจาคแบบพี่ตูนวิ่งครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เงินout of​ pocket คือเงินที่เกินจากค่ารักษาเฉลี่ย​ เช่น​ ค่ายาบางตัวที่แพงมากต้องจ่ายเพิ่มเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;_____&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ถามว่าบนพื้นฐานสิ่งที่ต้องทำก่อนคือการสร้างรายได้เพิ่มให้กับชนชั้นล่าง​ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ให้คนไทยมีรายได้มากที่สุดเพื่อนำมาจ่ายค่าประกัน​ มิใช่สัญญาลมๆหรือกู้เงิน​ นำเงินมาแจก​ ที่อาจทำให้ประเทศล้มละลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.การเก็บภาษีถ้านำมาใช้มากเกินจะฉุดรั้งเศรษฐกิจ​ ชนชั้นหลักจะไม่ลงทุน​ คนชั้นกลางไม่อยากทำงาน​ ขาดแรงจูงใจ​ ส่งผลให้พังลงมาทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากแบบ​ ป๋า​ ทำต่างหากคือคำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.การสร้างงาน​ สร้างรายได้​ สร้างการอยู่ดีกินดี​ ให้ทุกคนทำงานด้วยตนเองมากที่สุดคือคำตอบของรัฐสวัสดิการ​ เพราะทุกคนจะจ่ายเงินประกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13.ถ้าเข้าใจพื้นฐานตรงนี้จะพบข้อสรุปว่า​ ป๋า​ คืออุปสรรคของรัฐสวัสดิการนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลื่อนลอย​ และขาดเหตุผลโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ​ ในหลวงกับป๋าท่านไม่ชอบยื่นปลา​ ท่านชอบยื่นเบ็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านไม่พูดมาก​ แต่ทำจริง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ, ประธานองคมนตีและรัฐบุรุษ, ป๋าเปรม, พลเอกเปรม ติณสูลานนท์, พลเอกเปรมถึงแก่อสัญกรรม, รัฐสวัสดิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190525/image_big_5ce94bcddd9eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
