<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์จับแม่บ้าน 3 อิเหนา บริจาคเงินหนุนไอเอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สิงคโปร์จับกุมแม่บ้านอินโดนีเซีย 3 คน โดยไม่มีการไต่สวนคดีภายใต้กฎหมายความมั่นคง จากข้อกล่าวหาว่าพวกเธอบริจาคเงินสนับสนุนกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์แถลงเมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 23 กันยายนว่า แม่บ้านชาวอินโดนีเซียทั้งสามคนที่โดนจับ ได้แก่ อานินเนีย อาฟียันตารี วัย 33 ปี, เรตโน เฮอร์นายานี วัย 36 ปี และตูร์มินี&amp;nbsp; วัย 31 ปี ที่ทำงานในสิงคโปร์มาแล้วระหว่าง 6 ถึง 13 ปี พวกเธอเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มไอเอสจากการเข้าชมสื่อออนไลน์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรวมถึงวิดีโอการโจมตีด้วยระเบิดและการตัดศีรษะ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเวลานั้นทำให้แม่บ้านทั้งสามคนรู้จักกัน และถูกปลุกปั่นพร้อมทั้งสร้างเครือข่ายติดต่อกับชาวต่างชาติทางออนไลน์ซึ่งมีการแชร์อุดมการณ์สนับสนุนกลุ่มไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ระบุในถ้อยแถลงว่า แม่บ้านทั้งสามคนกระตุ้นทางสื่อออนไลน์ให้สนับสนุนกลุ่มไอเอสอย่างสม่ำเสมอ และพวกเธอบริจาคเงินให้องค์กรในต่างประเทศที่มีจุดประสงค์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อย่างเช่นสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มไอเอส และกลุ่มเจเอดี หรือกลุ่มจามาห์ อันชารุต ดอเลาะห์ ผู้ก่อการร้ายชาวอินโดนีเซียที่ประกาศสวามิภักดิ์ไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สิงคโปร์ไม่ได้เปิดเผยถึงจำนวนเงินที่แม่บ้านอินโดนีเซียทั้งสามคนบริจาคให้กลุ่มก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่บ้านอินโดนีเซียทั้งสามคนโดนควบคุมตัวภายใต้กฎหมายความมั่นคงภายในของสิงคโปร์ ที่อนุญาตให้ควบคุมตัวได้สูงสุด 2 ปีโดยไม่มีการไต่สวนคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนคดีนี้ สิงคโปร์ควบคุมแม่บ้านต่างชาติหัวรุนแรงไปแล้ว 16 รายตั้งแต่ปี 2558 แม้ไม่พบว่าพวกเธอมีแผนก่อเหตุรุนแรงในสิงคโปร์ และถูกเนรเทศหลังสอบสวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46529</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคง, รัฐอิสลาม, สิงคโปร์, หนุนไอเอส, แม่บ้านอินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c4608e5ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บักห์ดาดี&#039; ผู้นำไอเอส โผล่หน้าครั้งแรกในรอบ 5 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;อาบู บากัร อัลบักห์ดาดี&amp;quot; ผู้นำรัฐอิสลาม เผยโฉมเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ผ่านวิดีโอคลิปที่เผยแพร่ผ่านสื่อของไอเอสเมื่อวันจันทร์ อ้างอิงเหตุการณ์ในศรีลังกาและความปราชัยที่เมืองบากูซในซีเรีย พร้อมคำปฏิญาณจะโจมตีเพื่อ &amp;quot;ล้างแค้น&amp;quot; ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพของชายที่ถูกระบุว่าคือ อาบู บากัร อัลบักห์ดาดี ในวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านอัลฟูร์กัน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 30 เมษายน 2562 ว่า วิดีโอความยาว 18 นาทีที่เครือข่ายอัลฟูร์กัน กระบอกเสียงของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ เป็นภาพของชายเครายาวย้อมสีแดงตรงส่วนปลาย สวมเสื้อคลุมยาวสีดำ เสื้อกั๊กสีน้ำตาลอ่อน และมีปืนไรเฟิลรุ่นเก่า คล้ายกับปืนที่มักเห็นในวิดีโอของอุซามะห์ บินลาดิน ผู้นำเครือข่ายอัลกออิดะห์ วางพิงกำแพงด้านหลังของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่แน่ชัดว่าวิดีโอนี้ถ่ายทำไว้เมื่อใดหรือถ่ายจากสถานที่ใด แต่ชายในคลิปซึ่งถูกระบุว่าคือ อาบู บากัร อัลบักห์ดาดี ได้กล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้น รวมถึงการวางระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์และโรงแรมในศรีลังกาเมื่อวันอีสเตอร์ 21 เมษายน ซึ่งคร่าชีวิตคน 253 รายและทำให้บาดเจ็บเกือบ 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งสุดท้ายที่บักห์ดาดีเผยโฉมต่อสาธารณะคือที่มัสยิดอัลนูรีในเมืองโมซุลของอิรัก เมื่อปี 2557 เพื่อประกาศสถาปนา &amp;quot;รัฐคอลิฟะห์&amp;quot; เหนือดินแดนกว้างใหญ่ในอิรักและซีเรีย แต่หลายปีหลังจากนั้นเขาเร้นกายอย่างไร้ร่องรอย โดยมีเทปเสียงเผยแพร่เป็นครั้งคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายในวิดีโอนี้กล่าวถึงการสู้รบยาวนานหลายเดือนที่เมืองบากูซ ที่มั่นแห่งสุดท้ายของไอเอสในซีเรีย&amp;nbsp; การสู้รบยุติลงเมื่อเดือนมีนาคม &amp;quot;การรบเพื่อบากูซจบลงแล้ว&amp;quot; เขากล่าวขณะนั่งขัดสมาธิบนเบาะรอง ใกล้กันมีชาย 3 คนที่วิดีโอเบลอหน้าไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายคนนี้ยังกล่าวถึงความพ่ายแพ้ของไอเอสในหลายสมรภูมิ อาทิ ที่นครโมซุลของอิรักที่เคยเป็นเมืองหลวงของไอเอส และที่เมืองซีร์ตของลิเบีย แต่เขายืนกรานว่า พวกนักรบญิฮาดรัฐอิสลามไม่ได้ยอมสละดินแดนของตน &amp;quot;พระเป็นเจ้าบัญชาให้เราทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ พระองค์ไม่ได้บัญชาให้เราชนะ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนหนึ่งที่เขากล่าวถึงเหตุการณ์ที่ศรีลังกา แต่กล้องไม่ได้จับที่ตัวเขานั้น เขากล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็น &amp;quot;การแก้แค้นให้พี่น้องของเราที่บากูซ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เขายืนยันว่าปฏิบัติการของไอเอสต่อโลกตะวันตกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ &amp;quot;การสู้รบอันยาวนาน&amp;quot; และไอเอสจะยังคง &amp;quot;ล้างแค้น&amp;quot; ให้แก่สมาชิกที่โดนฆ่าตายต่อไปอีก &amp;quot;จะยังมีอีกมากตามมาภายหลังการสู้รบนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ไซต์อินเทลลิเจนซ์กรุ๊ปรายงานว่า ไอเอสเพิ่งอ้างว่านักรบของพวกเขาอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดโจมตีในบังกลาเทศครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ระเบิดที่กรุงธากาครั้งนี้ทำให้ตำรวจบาดเจ็บ 3 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพจากวิดีโอที่อัลฟูร์กันเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2557 อาบู บากัร อัลบักห์ดาดี หรือกาหลิบอิบราฮิม ให้โอวาทที่มัสยิดในเมืองโมซุล / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐ ซึ่งตั้งค่าหัวบักห์ดาดีไว้ 25 ล้านดอลลาร์ กล่าวว่า สหรัฐกำลังประเมินว่าวิดีโอนี้เป็นของแท้หรือไม่ พร้อมกับยืนยันว่า สหรัฐและกองกำลังพันธมิตรจะต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงสุดโต่งนี้ต่อไป และผู้นำทุกคนของกลุ่มนี้ที่ยังเหลืออยู่จะต้องรับโทษอย่างสาสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายที่ไซต์และผู้เชี่ยวชาญด้านอิรักระบุว่าเป็นบักห์ดาดี ยังกล่าวถึงการชุมนุมประท้วงของประชาชนที่ซูดานและแอลจีเรีย ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่า การอ้างถึงสถานการณ์ในปัจจุบันเช่นที่ศรีลังกาและซูดานนั้น ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าวิดีโอนี้เพิ่งถ่ายทำได้ไม่นาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34830</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปวิดีโอ, ผู้นำไอเอส, รัฐอิสลาม, อาบู บากัร อัลบักห์ดาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc856f1b9248.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 22:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 22:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเชื่อ บึ้มศรีลังกานองเลือดกว่า 350 ศพ เป็นฝีมือต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดสังเวยระเบิดโบสถ์และโรงแรมในศรีลังกาเมื่อวันอาทิตย์อีสเตอร์เพิ่มเป็นอย่างน้อย 359 ศพ รัฐบาลยอมรับการข่าวมีช่องโหว่ ทูตสหรัฐเชื่อความซับซ้อนและขนาดของการก่อการน่าจะเป็นฝีมือกลุ่มต่างชาติอย่างเช่นไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอที่เผยแพร่ทางสำนักข่าวอามักของไอเอสเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 อ้างว่าเป็นกลุ่มคนที่ก่อเหตุโจมตีศรีลังหาในวันอีสเตอร์ / AMAQ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ออกแถลงการณ์ผ่านอามัก สื่อกระบอกเสียงของพวกเขา เมื่อวันอังคาร อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงแรมหรู 3 แห่งในกรุงโคลัมโบ และโบสถ์คริสต์ 3 หลังในเขตเมืองหลวงและเมืองบัตติกาลัว ในวันอาทิตย์อีสเตอร์ 21 เมษายน ซึ่งไอเอสระบุว่าเป็นวันหยุดของพวกนอกศาสนา เว็บข่าวอามักยังได้เผยแพร่ภาพถ่ายและวิดีโอคนกลุ่มหนึ่งที่พวกเขาอ้างว่าก่อเหตุครั้งนี้ โดยสมาชิก 7 จาก 8 คนในกลุ่มนี้ปิดบังใบหน้า ความจริงเท็จของภาพเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างอิสระ แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่าการโจมตีเมื่อวันอาทิตย์มีหลายอย่างที่สะท้อนปฏิบัติการอย่างสอดประสานของไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลศรีลังกากล่าวโทษกลุ่มอิสลามิสต์ในประเทศ 2 กลุ่มที่สงสัยว่าเกี่ยวโยงกับไอเอส หนึ่งในนี้คือกลุ่มเตาฮีตญะมาอัตแห่งชาติ (เอ็นทีเจ) ซึ่งในวิดีโอของไอเอส ซาห์รัน ฮาชิม ที่เชื่อว่าเป็นผู้นำเอ็นทีเจ เป็นคนกล่าวนำการปฏิญาณภักดีต่ออาบู บากัร อัลบักห์ดาดี ผู้นำไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการศรีลังกาเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยว่า กลุ่มมือระเบิด ซึ่งไอเอสอ้างว่ามี 7 คน แต่รัฐมนตรีกลาโหม รูวาน วิเจวาร์เดเน กล่าวว่ามีทั้งหมด 9 คนนั้น เกือบทั้งหมดเป็นลูกหลานของครอบครัวที่มีฐานะ และจบการศึกษาสูง บางคนเรียนเมืองนอก รายหนึ่งเคยเรียนที่อังกฤษและไปจบกฎหมายที่ออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ระบุตัวมือระเบิดได้แล้ว 8 คน ในจำนวนนี้คนหนึ่งเป็นผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเผยเมื่อวันพุธว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 321 คน เป็น 259 คนแล้ว ทำให้เหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้ายที่มีคนตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอเชียใต้ ส่วนคนบาดเจ็บมีประมาณ 500 คน และหากคำกล่าวอ้างของไอเอสเป็นจริง เหตุการณ์นี้จะเป็นการโจมตีนองเลือดที่สุดที่โยงถึงกลุ่มนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นผู้ต้องสงสัย (กลางภาพ) สะพายเป้เดินเข้าโบสถ์เซนต์เซบาสเตียน ในเมืองเนกอมโบ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มีรายงานอ้างคำกล่าวรัฐมนตรีศรีลังการายหนึ่งว่า หน่วยข่าวกรองของอินเดียและสหรัฐส่งข้อมูลให้ศรีลังกาเกี่ยวกับแผนก่อการร้าย แต่อาเลนา เทปลิตซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำศรีลังกา ปฏิเสธว่ารัฐบาลสหรัฐไม่รู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนการโจมตีเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลศรีลังกายอมรับว่ามีช่องโหว่ในการรวบรวมข่าวกรองและการแบ่งปันข้อมูลของพวกเขา&amp;quot; เธอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูตผู้นี้ยังวิเคราะห์ด้วยว่า หากดูจากขนาดของการโจมตี, ระดับการประสานงาน, ความซับซ้อนของการโจมตี ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อที่จะคิดว่ามีต่างชาติเกี่ยวข้องด้วย เจ้าหน้าที่เอฟบีไอและกองทัพสหรัฐกำลังสนับสนุนการสอบสวนเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิเจวาร์เดเนก็ยอมรับเช่นกันว่ามีความบกพร่องด้านข่าวกรองอย่างมีนัยสำคัญก่อนเกิดเหตุ รายงานคำเตือนเหล่านี้ไม่ได้ถูกส่งถึงบุคคลระดับสูงสุดในรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ให้คำมั่นว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บัญชาการกองกำลังความมั่นคงและตำรวจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตสหรัฐประจำศรีลังกา, ฝีมือต่างชาติ, รัฐอิสลาม, ศรีลังกา, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc07cf63ad46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเอสอ้างบึ้มศรีลังกา ยอดดับเกิน 320 ศพ รบ.เชื่อล้างแค้นฆ่ามุสลิมไครสต์เชิร์ช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มไอเอสอ้างอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดโจมตีโรงแรมหรู 3 แห่งและโบสถ์ 3 หลังในศรีลังกาเมื่อวันอาทิตย์ ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็นมากกว่า 320 คนแล้วในวันอังคาร รัฐบาลศรีลังกาเผยผลสอบเบื้องต้นชี้เป็นการแก้แค้นเหตุกราดยิงชาวมุสลิม 50 ศพในมัสยิด 2 แห่งที่นิวซีแลนด์เมื่อกลางเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ด้านหน้าโบสถ์เซนต์แอนโธนี เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลศรีลังกาประกาศประกาศให้วันอังคารที่ 23 เมษายน 2562 เป็นวันไว้อาลัยทั่วประเทศ อาคารที่ทำการของรัฐลดธงครึ่งเสา และห้ามขายเหล้า 1 วัน นอกจากนี้ทั่วประเทศยังได้พร้อมใจกันสงบนิ่งนาน 3 นาที ตั้งแต่เวลา 08.30 น. (10.00 น.ของไทย) ซึ่งเป็นเวลาที่มือระเบิดฆ่าตัวตายรายแรกจุดชนวนระเบิด วันเดียวกันนี้ผู้เสียชีวิตบางส่วนได้รับการประกอบพิธีทางศาสนาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 321 คนแล้วในวันอังคาร หลายประเทศเปิดเผยว่ามีพลเมืองของตนเสียชีวิตด้วย สหรัฐปรับปรุงข้อมูลว่ามีคนอเมริกันตายอย่างน้อย 4 คน รวมเด็ก 1 คน เนเธอร์แลนด์มีพลเมืองตายเพิ่มเป็น 3 คน จีนบอกว่ามีคนจีนตาย 1 คน บาดเจ็บ 5 คน และสูญหาย 5 คน นอกจากนี้ยังมีคนอังกฤษ 8 คน, อินเดีย 10 คน และชาวตุรกี, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น และโปรตุเกส ขณะที่องค์การสหประชาชาติกล่าวว่า มีเด็กเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 45 คน ทั้งชาวศรีลังกาและชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ASOS ของแอนเดอร์ส โฮลช์ โพฟล์เซ็น เศรษฐีรวยสุดของเดนมาร์ก เผยว่า ลูก 3 คนจาก 4 คนของเขาเสียชีวิตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สตรีที่สูญเสียผู้เป็นที่รักเพราะการโจมตีครั้งนี้ร้องไห้ระหว่างพิธีฝังศพที่โบสถ์เซนต์เซบาสเตียน เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ซึ่งตรงกับวันอีสเตอร์นั้นเป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตาย เป้าหมายเป็นโรงแรมหรู 3 แห่งในกรุงโคลัมโบ ได้แก่ ซินนามอนแกรนด์, แชงกรี-ลา และคิงส์บิวรี กับโบสถ์อีก 3 แห่ง สองแห่งอยู่ในเขตโคลัมโบ และอีกแห่งที่เมืองบัตติกาลัวในภาคตะวันออก ระเบิดเพิ่มเติมอีก 2 จุดนั้นเกิดขึ้นหลังจากฝ่ายความมั่นคงบุกตรวจค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวหลายรายเผยกับเอเอฟพีว่า มีความพยายามโจมตีโรงแรมแห่งที่ 4 เมื่อวันอาทิตย์ แต่ไม่ชัดเจนว่าระเบิดไม่ทำงานหรือมือระเบิดเปลี่ยนใจ ต่อมาชายคนนี้ระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อตำรวจแกะรอยเขาถึงที่พักในกรุงโคลัมโบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจศรีลังกากำลังเร่งสอบสวนกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งเลวร้ายที่สุดในประเทศนี้นับแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองเมื่อ 10 ปีก่อน โดยตำรวจควบคุมผู้ต้องสงสัยไว้แล้วอย่างน้อย 40 คน ส่วนอินเตอร์โพลเผยว่ากำลังส่งเจ้าหน้าที่สอบสวนและผู้เชี่ยวชาญมาที่ศรีลังกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลศรีลังกากล่าวโทษกลุ่มอิสลามิสต์ เตาฮีตญะมาอัตแห่งชาติ (เอ็นทีเจ) ว่าอยู่เบื้องหลังและเชื่อว่าได้รับความช่วยเหลือจากเครือข่ายต่างชาติ เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนด้วยว่า เหตุใดตำรวจจึงไม่เพิ่มการเฝ้าระวังทั้งที่มีรายงานว่า สำนักข่าวกรองต่างชาติแห่งหนึ่งเตือนล่วงหน้าเรื่องแผนโจมตีของกลุ่มนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีกลาโหม รูวาน วิเจวาร์เดนี กล่าวต่อสภาเมื่อวันอังคารว่า การสอบสวนเบื้องต้นเผยว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการแก้แค้นเหตุกราดยิงชาวมุสลิมในมัสยิด 2 แห่งที่เมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งทำให้มีคนเสียชีวิต 50 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักข่าวอามักของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เผยแพร่แถลงการณ์ของไอเอสเมื่อวันอังคาร อ้างว่าพวกเขาอยู่เบื้องหลัง &amp;quot;พวกที่ก่อเหตุโจมตีใส่เป้าหมายที่เป็นสมาชิกกองกำลังผสมภายใต้การนำของสหรัฐและพวกคริสเตียนในศรีลังกาเมื่อวานซืนคือนักรบของกลุ่มรัฐอิสลาม&amp;quot; คำแถลงกล่าว โดยไม่ได้เสนอหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้าง หรือรายละเอียดเกี่ยวกับมือระเบิดพวกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตำรวจศรีลังกาบอกกับเอเอฟพีว่า มือระเบิด 2 คนที่โจมตีโรงแรมแชงกรี-ลาและซินนามอนนั้นเป็นสองพี่น้องมุสลิมที่เป็นลูกชายของพ่อค้าเครื่องเทศเศรษฐีรายหนึ่งในกรุงโคลัมโบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34322</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดฆ่าตัวตาย, รัฐอิสลาม, ศรีลังกา, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbf264589e31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 21:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอลิฟะห์ไอเอสล่มสลาย กองกำลังเคิร์ดจี้ส่งนักรบญิฮาดต่างชาติกลับประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังชาวเคิร์ดที่ยึดดินแดนสุดท้ายของไอเอสในซีเรียได้สำเร็จเมื่อวันเสาร์ เรียกร้องประชาคมนานาชาติยื่นมือจัดการนักรบญิฮาดชาวต่างชาติและครอบครัวหลายหมื่นคนที่ถูกควบคุมตัวไว้ ระบุเป็นระเบิดเวลาที่ต้องรีบปลดชนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อ 23 มี.ค. 2562 ธงของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรียโบกสะบัดบนอาคารหลังหนึ่ง ภายในที่มั่นแห่งสุดท้ายของไอเอสในซีเรีย อวสานดินแดนรัฐอิสลามในอุดมคติของไอเอสที่มีอายุนานเกือบ 5 ปี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักรบกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่มีสหรัฐหนุนหลังและมีกองกำลังชาวเคิร์ดเป็นผู้นำ สามารถทำลายคอลิฟะห์ดินแดนสุดท้ายของกลุ่มนักรบญิฮาดรัฐอิสลาม (ไอเอส/ไอซิส) เดนตาย ที่ปักหลักอยู่ในหมู่บ้านบากูซ หมู่บ้านห่างไกลติดแม่น้ำยูเฟรตีสทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย ได้เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นอันยุติปฏิบัติการรุกโจมตียาวนาน 6 เดือนเพื่อยึดคืนที่มั่นแห่งสุดท้ายของไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองกำลังประชาธิปไตยซีเรียประกาศการกำจัดสิ่งที่เรียกว่าคอลิฟะห์ได้แล้วอย่างสิ้นเชิง และโค่นดินแดนของไอซิสได้ 100 เปอร์เซ็นต์&amp;quot; มุสเตฟา บาลี โฆษกของเอสดีเอฟ กล่าวเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังคำประกาศนี้บรรดาผู้นำโลกต่างแซ่ซ้องด้วยความยินดี แต่ในวันอาทิตย์ มีคำเตือนจากรัฐบาลปกครองตนเองของชาวเคิร์ดในซีเรียว่า พวกสมาชิกไอเอสที่ถูกจับได้ระหว่างปฏิบัติการนี้ยังคงเป็นภัยคุกคามไม่ต่างจากระเบิดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีพวกนักรบ, เด็กและผู้หญิงนับหมื่นคน และพวกเขามาจาก 54 ประเทศ ซึ่งไม่นับราวชาวอิรักและซีเรีย ที่เป็นภาระหนักและอันตรายร้ายแรงต่อพวกเราและต่อประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot; อับเดล คาริม โอมาร์ เจ้าหน้าที่กิจการต่างประเทศของรัฐบาลเคิร์ดซีเรีย กล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;คนพวกนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในช่วง 20 วันสุดท้ายของปฏิบัติการบากูซ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักรบกองกำลังประชาธิปไตยซีเรียเดินบนถนนภายในหมู่บ้านบากูซที่เข้ายึดได้เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามข้อมูลของเอสดีเอฟ นับแต่เดือนมกราคมปีนี้ มีผู้คนตกค้างอยู่ในดินแดนสุดท้ายของไอเอสราว 66,000 คน ในจำนวนนี้รวมถึงพวกนักรบญิฮาด 5,000 คน และญาติของพวกเขาอีก 24,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรจับตาสิทธิมนุษยชนแห่งซีเรียเคยระบุไว้ว่า ปฏิบัติการที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีนี้ ได้คร่าชีวิตพลเรือน 630 คน, นักรบเอสดีเอฟ 750 คน และมีนักรบญิฮาดโดยฆ่าตายราว 1,600 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการของเอสดีเอฟต้องหยุดชะงักหลายครั้ง เพื่อเปิดระเบียงด้านมนุษยธรรมเป็นช่องทางให้ผู้คนที่นั่นอพยพออกมา ญาติๆ ส่วนใหญ่ของไอเอสที่อพยพออกมาถูกควบคุมตัวไว้ที่ค่ายอัลโฮล ซึ่งสร้างมาเพื่อรองรับผู้คนเพียง 20,000 คน แต่ปัจจุบันมีคนพักพิงอยู่ถึง 72,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปกครองตนเองชาวเคิร์ดเตือนว่า พวกเขาไม่สามารถควบคุมผู้คนจำนวนมากมายถึงขั้นนี้ได้ไหว มิพักต้องพูดถึงการดำเนินคดี แต่ประเทศถิ่นกำเนิดของพวกนักรบญิฮาดเกือบทั้งหมดไม่เต็มใจรับพลเมืองของพวกเขากลับคืน เนื่องจากกังวลความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการต่อต้านของประชาชน บางประเทศถึงขั้นเพิกถอนสัญชาติพลเมืองของตนที่โดนจับกุมในซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะต้องมีการประสานงานระหว่างเรากับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับปัญหาอันตรายนี้&amp;quot; อับเดล คาริม โอมาร์ กล่าว และว่า มีเด็กนับหมื่นคนที่ถูกเลี้ยงมาตามอุดมการณ์ของไอเอส ถ้าเด็กๆ เหล่านี้ไม่ได้รับการฝึกอบรมความรู้ใหม่และการสอนให้รวมเข้ากับสังคมพื้นเพเดิมแล้ว พวกเขาก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นผู้ก่อการร้ายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพฐานที่มั่นสุดท้ายของนักรบไอเอสเดนตายภายในหมู่บ้านบากูซ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ออกแถลงการณ์ยกย่องการล่มสลายของคอลิฟะห์ แต่ขณะเดียวกันก็ให้คำมั่นว่าสหรัฐจะยังคงระแวดระวังต่อไปจนกว่าไอเอสจะปราชัยสิ้น ไม่ว่าพวกนี้จะปฏิบัติการอยู่ที่ใดในโลก สหรัฐจะร่วมมือกับหุ้นส่วนและชาติพันธมิตรเพื่อทำลายผู้ก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรงอย่างราบคาบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทริก ชานาแฮน รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ชี้ว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นหลักหมุดสำคัญยิ่ง แต่ก็ยอมรับว่างานยังไม่เสร็จสมบูรณ์ สหรัฐจะร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อไม่ให้ไอเอสมีที่หลบซ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะสูญเสียดินแดนคอลิฟะห์ในซีเรียและอิรักที่ไอเอสเคยครอบครองพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 88,000 ตร.กม.เมื่อปี 2517 ไปแล้ว แต่ไอเอสยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในหลายประเทศ ตั้งแต่ไนจีเรียจนถึงฟิลิปปินส์ ส่วนในซีเรีย พวกนักรบญิฮาดก็ยังคงซ่อนตัวกระจัดกระจายในทะเลทรายบาเดียและอีกหลายพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการกลับมารวมตัวกันใหม่ได้อีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32130</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลิฟะห์, ซีเรีย, นักรบไอเอส, รัฐอิสลาม, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c979979ac05e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2019 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; เรียกร้องชาติยุโรป รับนักรบไอเอสกลับคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องชาติพันธมิตรของสหรัฐในยุโรปรับนักโทษไอเอสมากกว่า 800 คน ที่โดนจับได้ในซีเรียและอยู่ในความควบคุมของกองกำลังชาวเคิร์ดกลับไปดำเนินคดีในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐสร้างความตกใจแก่ชาติพันธมิตรในกองกำลังผสมต่อต้านไอเอสเมื่อเดือนธันวาคม ด้วยการประกาศถอนทหารอเมริกัน 2,000 นายออกจากซีเรียโดยอ้างว่าไอเอสพ่ายแพ้ราบคาบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่า ทันทีที่กองกำลังผสมภายใต้การนำของสหรัฐประกาศชัยชนะสามารถยึดดินแดนจากไอเอสได้เบ็ดเสร็จ สหรัฐก็จะถอนทหารของตนทันที และทิ้งให้กองทัพประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่อยู่ภายใต้การนำของกองกำลังชาวเคิร์ด ต้องรับมือกับนักโทษไอเอส ซึ่งเสี่ยงที่นักรบต่างชาติเหล่านี้จะหลุดออกมาสร้างอันตราย หากตุรกีเปิดฉากโจมตีเคิร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สหรัฐกำลังร้องขอต่ออังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และชาติพันธมิตรอื่นๆ ในยุโรป รับนักรบไอซิสมากกว่า 800 คนที่ถูกจับในซีเรียกลับคืนไปเพื่อดำเนินคดี&amp;quot; ทรัมป์ทวีตเมื่อวันเสาร์โดยเรียกนักรบรัฐอิสลามในอีกชื่อย่อหนึ่ง &amp;quot;คอลิฟะห์พร้อมจะล่มสลาย ทางเลือกที่มีนั้นไม่ดีนักถ้าเราจะถูกบังคับให้ต้องปล่อยตัวพวกนั้น สหรัฐไม่อยากเห็นนักรบไอซิสเหล่านี้แพร่กระจายในยุโรป ซึ่งเป็นสถานที่ที่คาดว่าคนพวกนี้จะไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29326</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังชาวเคิร์ด, ซีเรีย, นักโทษไอเอส, รัฐอิสลาม, รับกลับประเทศ, เรียกร้องยุโรป, โดนัลด์ ทรัมป์, ไอซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190217/image_big_5c696cc9e0cbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2019 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2019 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองกำลังเคิร์ดรบเดือด ชิงดินแดนสุดท้ายไอเอสในซีเรีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังผสมเคิร์ด-อาหรับ ที่กองทัพพันธมิตรภายใต้การนำของสหรัฐให้การสนับสนุน กำลังสู้รบอย่างดุเดือดกับนักรบไอเอสเดนตายบนดินแดน &amp;quot;คอลิฟะห์&amp;quot; ผืนสุดท้ายของรัฐอิสลามทางภาคตะวันออกของซีเรียตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ เชื่อยังเหลือนักรบญิฮาดกลุ่มสุดท้ายราว 600 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรดาผู้บัญชาการทหารของฝรั่งเศสสนทนากันใกล้กับปืนใหญ่ซีซาร์ 155 มม. ที่วางกำลังไว้ใกล้เมืองอัลกาอิม ห่างจากที่มั่นสุดท้ายไม่กี่กิโลเมตร เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักรบญิฮาดกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) สามารถยึดดินแดนกว้างใหญ่ในซีเรียและอิรักเมื่อปี 2557 แต่ปฏิบัติการรุกทางทหารหลากหลายทำให้ดินแดนของไอเอส ซึ่งเคยมีพื้นที่เท่ากับเกาะอังกฤษ ลดลงเรื่อยมา จนขณะนี้เหลือดินแดนราว 4 ตารางกิโลเมตรในภาคตะวันออกของซีเรียติดชายแดนอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่า พวกเขาได้เริ่มปฏิบัติการรุกโจมตีครั้งสุดท้ายเพื่อยึดดินแดนสุดท้ายของไอเอสแห่งนี้แล้ว หลังจากหยุดการโจมตีนานกว่า 1 สัปดาห์เพื่อเปิดช่องให้พลเรือนหลบหนี ผู้บังคับการของเอสดีเอฟในสนามรบกล่าวกับเอเอฟพีว่า นักรบของเขาเปิดการรุกโจมตีเมื่อเช้าวันอาทิตย์ และเผชิญการปะทะอย่างหนักหน่วง แต่กำลังรุกคืบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย องค์กรเอกชนจากอังกฤษซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวในพื้นที่ กล่าวว่า เครื่องบินและปืนใหญ่ของกองกำลังผสมนานาชาติระดมโจมตีที่มั่นของพวกไอเอส รามี อับเดล เราะห์มาน ผู้อำนวยการองค์กรเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า การสู้รบยังดำเนินอยู่ และมีการปะทะหนักหน่วงเมื่อเช้าวันอาทิตย์ กับระเบิดทำงานหลายลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสดีเอฟเปิดฉากรุกโจมตีเพื่อขับไล่ไอเอสออกจากจังหวัดดาอีร์เอซซอร์ ในภาคตะวันออกของซีเรีย ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว กองกำลังพันธมิตรที่มีนักรบเคิร์ดเป็นแกนนำสามารถรุกไล่ไอเอสจนเหลือดินแดนเพียงแค่ 4 ตารางกิโลเมตร ระหว่างแม่น้ำยูเฟรตีสและชายแดนอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุสตาฟา บาลี โฆษกของเอสดีเอฟกล่าวว่า อาจเหลือนักรบญิฮาดในดินแดนนี้ถึง 600 คน ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติ แต่อะบู บากัร อัลบักห์ดาดี ผู้นำไอเอสที่ประกาศสถาปนาคอลิฟะห์เมื่อปี 2557 คงจะไม่ได้อยู่ในซีเรียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ที่ชายแดนในฝั่งอิรักนั้น ทหารฝรั่งเศสในกองกำลังผสมนานาชาติอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมเมื่อวันเสาร์เพื่อจัดการกับพวกนักรบไอเอสเดนตายที่หลบหนีมาทางด้านนี้ โดยกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม.นับร้อยลูกจัดวางเตรียมพร้อมสำหรับบรรจุใส่ปืนใหญ่กระสุนวิถีโค้งซีซาร์ 3 ชุด ซึ่งสามารถยิงได้ไกล 40 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาลีกล่าวไว้เมื่อวันเสาร์ว่า เขาคาดคะเนว่าการสู้รบเพื่อชิงดินแดนผืนสุดท้ายของไอเอสนั้นจะใช้เวลาหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ยังมีนักรบญิฮาดหลบซ่อนตัวอยู่ในทะเลทรายบาเดียอันกว้างใหญ่ของซีเรีย และพวกกลุ่มกบดานเหล่านี้อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการเหตุโจมตีนองเลือดหลายครั้งในพื้นที่ที่อยู่ใต้การควบคุมของเอสดีเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสังเกตการณ์ฯ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคม มีคนมากกว่า 37,000 คน ส่วนใหญ่เป็นภรรยาและลูกของนักรบญิฮาด หนีเข้าสู่พื้นที่ของเอสดีเอฟ พวกที่อยู่ในกลุ่มอพยพนี้ยังรวมถึงผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นนักรบญิฮาดราว 3,400 คนที่เอสดีเอฟควบคุมตัวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังผสมเคิร์ด-อาหรับคุมขังนักรบชาวต่างชาติหลายพันคน ที่ถูกระบุว่าเป็นสมาชิกไอเอส รวมถึงครอบครัวของพวกเขา เอสดีเอฟเรียกร้องรัฐบาลตะวันตกรับพลเมืองของพวกเขากลับคืน แต่รัฐบาลทั้งหลายไม่สู้เต็มใจนัก ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างยิ่งภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อเดือนธันวาคมว่าจะถอนทหารอเมริกันทั้งหมดออกจากซีเรีย และทำให้กองกำลังเคิร์ดเตือนว่าพวกเขาจะไม่สามารถจัดการกับนักโทษเหล่านี้หากโดนตุรกีโจมตี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28783</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังเคิร์ด, ซีเรีย, รัฐอิสลาม, อิรัก, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190210/image_big_5c6042b900c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
