<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐแคลิฟอร์เนียบังคับครูทุกคนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียออกคำสั่งบังคับครูทุกคนต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มิเช่นนั้นต้องผ่านการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาทุกสัปดาห์ ถือเป็นรัฐแรกของสหรัฐที่ออกคำสั่งเชิงบังคับเช่นนี้ ในขณะที่ทางการสหรัฐกำลังดิ้นรนรับมือการแพร่ระบาดที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เยี่ยมโรงเรียนประถมศึกษาคาร์ล บี. มังค์ ในเมืองโอ๊กแลนด์ เมื่อวันพุธ (Santiago Mejia/San Francisco Chronicle via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงมากขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตา ทำให้ผู้ปกครองและนักการศึกษาในรัฐแคลิฟอร์เนียมีความกังวลที่จะให้นักเรียนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนกลับเข้าชั้นเรียนในปีการศึกษาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศเมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคมว่า เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าลูกๆ ของพวกเขาจะปลอดภัยขณะที่โรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนในห้องเรียนอย่างเต็มรูปแบบ เราขอให้ครูและเจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงเรียนทุกแห่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทุกสัปดาห์ การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่เราจะยุติการระบาดของโรคนี้ และในฐานะพ่อ ตัวเขาตั้งตารอคอยการเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ และเห็นเด็กๆ ในแคลิฟอร์เนียทุกคนกลับไปเรียนในชั้นเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอพีรายงานถึงการเปิดเผยของกรมสาธารณสุขรัฐแคลิฟอร์เนียว่า นโยบายใหม่นี้บังคับใช้กับครูและเจ้าหน้าที่ทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนมากกว่า 800,000 คน โดยเป็นครูโรงเรียนรัฐบาลราว 320,000 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่โรงเรียน เช่น เจ้าหน้าที่โรงอาหาร, คนทำความสะอาดและอาสาสมัครในโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวซัมประกาศนโยบายใหม่ของรัฐนี้ระหว่างตรวจเยี่ยมโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเบย์แอเรียในนครซานฟรานซิสโก ที่เปิดเรียนในชั้นเรียนแล้วในสัปดาห์นี้ ส่วนโรงเรียนส่วนใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนียจะเปิดเรียนในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกลับมาเรียนในห้องเรียนในปีการศึกษาใหม่ของรัฐแคลิฟอร์เนียเกิดขึ้นในช่วงที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันในรัฐแคลิฟอร์เนียมากกว่า 10,000 ราย เพิ่มขึ้น 10 เท่าจากเมื่อ 2 เดือนก่อน แพทย์เผยว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาโรล กรีน ประธานสมาคมครูผู้ปกครองรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวสนับสนุนนโยบายนี้ของผู้ว่าการรัฐ โดยบอกว่า เราต้องการทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อปกป้องเด็กๆ ซึ่งมีความเสี่ยงมากที่สุด และทำให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนสามารถกลับไปเรียนได้อย่างปลอดภัยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานอ้างข้อมูลจากกรมสุขภาพของรัฐแคลิฟอร์เนียว่า เด็กแคลิฟอร์เนียที่อายุเกิน 12 ปี ราว 2 ใน 3 ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่เด็กๆ ที่อายุน้อยกว่านั้นยังไม่สามารถฉีดวัคซีนได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113101</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคับครูฉีดวัคซีน, รัฐแคลิฟอร์เนีย, วัคซีนโควิด, เกวิด นิวซัม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_611511b0df365.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกิดถี่ ยิงฆ่าหมู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ตาย4คนรวมเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อเมริกาแดนอันตราย เกิดเหตุยิงสังหารหมู่ครั้งที่ 3 ในเวลาไม่ถึง 1 เดือน มือปืนฆ่าเหยื่อ 4 คนในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งที่เมืองออเรนจ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันพุธ หนึ่งในผู้ตายเป็นเด็ก มือปืนยิงปะทะกับตำรวจก่อนโดนจับกุม ยังไม่แน่ชัดว่าอะไรคือมูลเหตุจูงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจสอบสวนเหตุการณ์ยิงคงในอาคารสำนักงานที่เมืองออเรนจ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 (Photo by Leonard Ortiz/MediaNews Group/Orange County Register via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดเหตุยิงในอาคารสำนักงาน 2 ชั้นแห่งหนึ่ง บนถนนลินคอล์นอเวนิว ในเมืองออเรนจ์ ทางใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย เหตุเกิดที่ชั้น 2 ของอาคารแห่งนี้ เมื่อเวลาราว 17.30 น.วันพุธที่ 31 มีนาคม&amp;nbsp; ตามเวลาในสหรัฐ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.ท.เจนนิเฟอร์ อามัต แถลงว่า ยังไม่ทราบเหตุจูงใจที่มือปืนผู้นี้ก่อเหตุยิงผู้อื่นเสียชีวิต มือปืนบาดเจ็บจากบาดแผลโดนยิง ถูกส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ตำรวจกำลังตรวจสอบว่ามือปืนได้รับบาดเจ็บจากยิงตัวเองหรือโดนยิงขณะยิงต่อสู้กับตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของผู้เสียชีวิตทั้งสี่คน แต่บอกว่า มีหญิงอีกคนหนึ่งโดนยิงบาดเจ็บ ขณะนี้รักษาตัวในโรงพยาบาล อาการวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อท้องถิ่นรายงานว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่ตั้งสำนักงานหลายแห่ง เช่น บริษัทให้บริการปรึกษา, บริษัทประกัน, บริษัทให้คำปรึกษาด้านการเงินและร้านซ่อมโทรศัพท์ หนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิสไทม์รายงานว่า ตำรวจยิงปะทะกับมือปืนรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุยิงกันในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นเหตุยิงกันในสหรัฐที่มีผู้เสียชีวิตหลายคนครั้งที่ 3 ในเดือนมีนาคม เมื่อวันที่ 22 มีนาคม มือปืนก่อเหตุยิงในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด มีผู้เสียชีวิต 10 ราย ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ชายคนหนึ่งเข้าไปยิงในร้านสปาหลายแห่งในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย มีผู้เสียชีวิต 8 คน เป็นหญิงเอเชีย 6 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98033</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิงฆ่าหมู่, รัฐแคลิฟอร์เนีย, อเมริกาอันตราย, เมืองออเรนจ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065bff177ce8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐสังเวยไฟป่าแล้ว31ศพ &#039;ทรัมป์&#039;เตรียมลงพื้นที่แคลิฟอร์เนีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดเดินทางไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินที่ทำหน้าที่ควบคุมไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียวันจันทร์ ขณะไฟป่าที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐยังลุกลามไม่หยุด มีคนสังเวยชีวิตแล้วอย่างน้อย 31 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนหนึ่งในเมืองทาเลนต์ รัฐออริกอน โดนไฟป่าเผาราบเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟป่าที่เกิดขึ้นในรัฐ 3 แห่งชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ได้แก่ รัฐแคลิฟอร์เนีย, รัฐออริกอนและรัฐวอชิงตัน ยังลุกลามไม่หยุด เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วเกือบ 5 ล้านเอเคอร์ หรือราว 8.75 ล้านไร่ หรือเท่ากับขนาดของรัฐนิวเจอร์ซีย์ ยอดผู้เสียชีวิตจากไฟป่าทั้ง 3 รัฐ ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมถึงวันเสาร์ที่ 12 กันยายน อยู่ที่ 31 ราย แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางไปพบกับบรรดาหัวหน้าของเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่กำลังทำหน้าที่ควบคุมไฟป่าที่เผาไหม้พื้นที่ในรัฐแห่งนี้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 3.2 ล้านเอเคอร์ หรือราว 8 ล้านไร่ เป็นสถิติสูงสุดของการเกิดไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างไปปราศรัยหาเสียงที่รัฐเนวาดาเมื่อวันเสาร์ ทรัมป์พูดถึงไฟป่าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า ไม่เคยเกิดไฟป่าร้ายแรงขนาดนี้มาก่อน ในการแก้ปัญหาไฟป่า ได้โปรดจดจำคำที่ง่ายมากว่า &amp;quot;การบริหารจัดการป่าไม้&amp;quot;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวในวันเสาร์เช่นกันว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เป็นสัญญาณแห่งความตายที่ไม่ผิดพลาด ที่แสดงให้เราเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามต่อวิถีการดำรงชีวิตของเราที่ใกล้เข้ามาและมีอยู่จริง ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามปฏิเสธความจริงในเรื่องนี้ แต่ความจริงเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟป่าที่เกิดขึ้นในรัฐ 3 แห่งทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ทำให้เกิดมลพิษจากหมอกควันในหลายเมืองของสหรัฐ จากข้อมูลของเว็บไซต์ IQAir.com เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาระบุว่า เมืองพอร์ตแลนด์ เมืองใหญ่สุดของรัฐออริกอน มีคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก ตามมาด้วยซานฟรานซิสโกและซีแอตเทิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวลือทางออนไลน์ว่ากลุ่มหัวรุนแรงตั้งใจจุดไฟทำให้เกิดไฟป่าในรัฐออริกอน แต่เอฟบีไอออกมาปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กแถลงเมื่อวันเสาร์ว่าได้ลบโพสต์ที่เชื่อมโยงกับข่าวลือว่าไฟป่าในรัฐออริกอนเกิดจากกลุ่ม &amp;quot;แอนติฟา&amp;quot; ซึ่งเป็นกลุ่มฝ่ายซ้ายที่รวมตัวกันหลวมๆ โดยมีเป้าหมายต้องการต่อสู้กับกลุ่มฟาสซิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดี สโตน โฆษกเฟซบุ๊ก แถลงว่า ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายว่าเรื่องดังกล่าวเป็นข่าวลือ ซึ่งเป็นผลเสียต่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงท้องถิ่น และตำรวจต้องหันเหทรัพยากรจากการต่อสู้กับไฟป่าและปกป้องประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77339</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐออริกอน, รัฐแคลิฟอร์เนีย, ไฟป่าสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5e3456a0500.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 22:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟป่าลุกลามหนักเผาผลาญหลายเมืองในรัฐริมฝั่งตะวันตกสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไฟป่าลุกลามหนักในรัฐริมฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ทำลาย 5 เมืองในรัฐออริกอน ควันไฟจากไฟป่าลอยปกคลุมท้องฟ้าเมืองซานฟรานซิสโกจนเป็นสีส้มเข้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคท บราวน์ ผู้ว่าการรัฐออริกอน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐ แถลงเมื่อวันพุธที่ 9 กันยายนว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายอย่างหนัก 5 เมืองในรัฐนี้ ได้แก่ เมืองดีทรอยด์ในซานเทียมวาลีย์, เมืองบลูริเวอร์และเมืองวีดาในเทศมณฑลเลน และเมืองฟีนิกซ์และเมืองทาเลนท์ทางใต้ของรัฐออริกอน เป็นการสูญเสียชีวิตมนุษย์และทรัพย์สินจากไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ&amp;nbsp; ทีมกู้ภัยช่วยประชาชนที่อพยพหนีไฟป่าโดยกระโดดลงแม่น้ำได้หลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการยืนยันผู้เสียชีวิตจากไฟป่าที่รัฐนี้แล้วอย่างน้อย 2 ราย ที่เขตซานเทียมแคนยอนห่างทางใต้จากเมืองพอร์ตแลนด์ราว 60 ไมล์ เจ้าหน้าคาดว่าอาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ไฟป่ายังรุนแรงที่รัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐวอชิงตันที่อยู่ติดกับรัฐออริกอน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรีบเร่งควบคุมไฟป่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ผ่านมา ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากคลื่นความร้อนและลมที่พัดแรงและอากาศแห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ มีรายงานว่า เด็กชายวัย 1 ขวบเสียชีวิต และพ่อแม่ของเด็กบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้รุนแรง ขณะพยายามหนีจากไฟป่าที่เผาไหม้ห่างราว 130 ไมล์ทางตะวันออกของเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน และมีผู้เสียชีวิตจากไฟป่าเพิ่ม 3 ราย ทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควันจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย พัดลอยปกคลุมเมืองซานฟรานซิสโกเมื่อวันพุธ บดบังแสงอาทิตย์จนทำให้ท้องฟ้าของเมืองกลายเป็นสีสัมสดไม่ต่างจากฉากในภาพยนตร์ไซไฟ ภาพท้องฟ้าสีส้มในซานฟรานซิสโกเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมดับเพลิงเมืองซานฟรานซิสโกทวีตเมื่อวันพุธว่า เราทราบว่าควันไฟจากไฟป่า, ความมืดมิด และแสงเรืองสีส้มดูน่ากลัว ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนกและพยายามอยู่ในที่ร่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควันไฟจากไฟป่าที่ปกคลุมเมืองซานฟรานซิสโก ส่วนใหญ่พัดลงมาจากทางเหนือจากไฟป่า &amp;quot;แบร์ไฟร์&amp;quot; ที่เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 250,000 เอเคอร์ หรือราว 632,500 ไร่ และกำลังลุกลามใกล้เมืองโอโรวิลล์ เจ้าหน้าที่เตือนให้ประชาชนอพยพเพิ่มในบางส่วนของเมืองพาราไดซ์ ที่เกิดไฟป่ารุนแรงเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 86 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซานฟรานซิสโก, รัฐออริกอน, รัฐแคลิฟอร์เนีย, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a41f5e4256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 22:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กราดยิงในเทศกาลกระเทียมสหรัฐ ดับ 3 ก่อนมือปืนโดนวิสามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือปืนลอบเข้าเทศกาลกระเทียมเมืองกิลรอยรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันอาทิตย์ สาดกระสุนไรเฟิลไม่เลือกหน้า สังหารเหยื่อ 3 ศพ บาดเจ็บ 15 คน ก่อนโดนตำรวจยิงดับภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที ตำรวจล่าตัวผู้ต้องสงสัยคนที่ 2 ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอขณะที่ผู้คนวิ่งหนีภายหลังคนร้ายสาดกระสุนในเทศกาลกระเทียมกิลรอย เมื่อวันอาทิตย์ / Christopher Robinson Morales / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุกราดยิงในสหรัฐอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลกระเทียมกิลรอย ที่จัดนาน 3 วัน ในเมืองกิลรอย รัฐแคลิฟอร์เนีย ห่างจากเมืองซานโฮเซทางตะวันออกเฉียงใต้ 48 กิโลเมตร ตำรวจเผยว่า มีเหยื่อโดนฆ่าตาย 3 ราย หนึ่งในนี้เป็นเด็กชายวัย 6 ขวบ และมีคนบาดเจ็บอีก 15 ราย บางรายเจ็บระหว่างเกิดความชุลมุนขณะหนีตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สกอต สมิธตี ผู้กำกับการตำรวจกิลรอยกล่าวว่า ตำรวจมาถึงจุดเกิดเหตุภายในเวลาไม่ถึงนาทีนับจากมือปืนลั่นกระสุนนัดแรกเมื่อเวลา 17.45 น. ไม่กี่อึดใจตำรวจก็ยิงมือปืนรายนี้เสียชีวิต ข้อมูลจากปากคำพยานเผยด้วยว่ายังมีผู้ต้องสงสัยคนที่ 2 เกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ยังระบุไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องอย่างไร หรือมีเหตุจูงใจใด ตำรวจกำลังตามหาผู้ต้องสงสัยรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเผยสภาพความขวัญเสียและสับสน ผู้คนในงานที่พากันวิ่งหนีโดยมีเสียงปืนดังอยู่เบื้องหลัง วิดีโอชิ้นหนึ่งมีเสียงผู้หญิงพูดว่า &amp;quot;เกิดอะไรขึ้น ใครมายิงในเทศกาลกระเทียม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูลิสซา คอนเทรรัส ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย กล่าวกับเอ็นบีซีว่า เธอเห็นชายวัยประมาณ 30 ปีถือปืนไรเฟิลกราดยิงใส่ผู้คนไม่เลือกหน้าในทิศทางต่างๆ โดยไม่ได้เจาะจงเล็งที่ใคร เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมพร้อมมาก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมิธตีกล่าวว่า ดูเหมือนผู้ต้องสงสัยรายนี้จะเข้ามาในเทศกาลซึ่งจัดบนพื้นที่ 125 ไร่ ผ่านทางลำธาร แล้วใช้เครื่องตัดลวดตัดรั้วเข้ามา ปรกติเทศกาลนี้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาโดยมีเครื่องตรวจจับโลหะและการตรวจค้นกระเป๋าของทุกคนที่เข้างาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การกราดยิงเกิดขึ้นบ่อยครั้งในสหรัฐ แต่ถึงแม้จะมีเหตุการณ์รุนแรงจากอาวุธปืนที่ทำให้มีคนตายจำนวนมากเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ความพยายามผลักดันกฎหมายควบคุมอาวุธปืนในระดับชาติส่วนใหญ่กลับถูกฝ่ายอนุรักษนิยมในสภาคองเกรสขัดขวางมาโดยตลอด ข้อมูลจากเว็บไซต์หอจดหมายเหตุความรุนแรงจากอาวุธปืนของสหรัฐเผยว่า เหตุการณ์ล่าสุดเป็นการกราดยิงครั้งที่ 246 ของสหรัฐในปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42215</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, รัฐแคลิฟอร์เนีย, สหรัฐ, เทศกาลกระเทียมกิลรอย, เทศกาลอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3ec113c121c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
