<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กราดยิงฆ่าหมู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตรัฐโคโลราโดตาย10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุรุนแรงจากอาวุธปืนในสหรัฐอีกครั้ง มือปืนสังหารเหยื่ออย่างน้อย 10 คน รวมถึงตำรวจ 1 นายที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในรัฐโคโลราโดเมื่อวันจันทร์ ผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าเป็นมือปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกควบคุมตัวไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธวางกำลังด้านนอกร้านคิงซูเปอร์สโกรเซอรีในเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด ขณะเกิดเหตุกราดยิงภายในเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 (Photo by Chet Strange/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอังคารรายงานว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตคิงซูเปอร์สในเมืองโบลเดอร์&amp;nbsp; ห่างจากเมืองเดนเวอร์เมืองเอกของรัฐโคโลราโดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 50 กิโลเมตร เคอร์รี ยามากุชิ ผู้บัญชาการกรมตำรวจโบลเดอร์ เปิดเผยว่า มี &amp;quot;บุคคลในความสนใจ&amp;quot; รายหนึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกควบคุมตัวไว้ เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตหลายคน และหนึ่งในนั้นเป็นตำรวจเมืองโบลเดอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บีบีซีรายงานว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น (03.30 น.วันอังคารของไทย) เมื่อผู้ต้องสงสัยเข้าไปภายในร้านนี้แล้วเริ่มเปิดฉากยิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีวิดีโอที่ถ่ายทอดสดทางโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้เผยให้เห็นชายผิวขาววัยกลางคนรายหนึ่ง ไม่สวมเสื้อและเนื้อตัวเปรอะเปื้อนเลือด โดนตำรวจควบคุมตัวและพาออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยามากุชิกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่เป็นบุคคลเดียวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาไม่ได้ยืนยันว่าชายในวิดีโอคือผู้ต้องสงสัยรายนี้หรือไม่ และไม่ได้เปิดเผยข้อสันนิษฐานถึงมูลเหตุจูงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา มาริส เฮโรลด์ ผู้บังคับการตำรวจเมืองโบลเดอร์ แถลงว่า มีคนเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 10 คน รวมถึงนายตำรวจเอริก ทัลลีย์ อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้รับแจ้งเหตุเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตคิงซูเปอร์สแห่งนี้ และโดนยิงเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว ทวีตว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งเรียกร้องให้คองเกรสปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืนอย่างมีสามัญสำนึก ได้รับรายงานเหตุการณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่เหตุการณ์หลายคนในซูเปอร์มาร์เก็ตเวลานั้นกล่าวว่า พวกเขาได้ยินเสียงปืนหลายนัดก่อนจะพากันหนีออกประตูหลังของร้าน ยังมีภาพสดที่จากเหตุการณ์จริงที่ถ่ายทอดสดจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งเผยให้เห็นร่างคนอย่างน้อย 3 คนนอนคว่ำหน้าบนพื้นภายในและนอกร้านนี้ ก่อนที่จะมีเสียงปืนรัวรอบใหม่อีกหลายนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนอกร้าน รถหุ้มเกราะและรถพยาบาลรวมหลายสิบคัน และเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธรวมทั้งจากเอฟบีไอและสวาทวางกำลังในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐเพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์ยิงฆ่าหมู่ในร้านนวด-สปา 3 แห่งที่มีเจ้าของเป็นคนเชื้อสายเอเชีย ในรัฐจอร์เจียทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ ทำให้มีคนเสียชีวิต 8 คน โดย 6 คนเป็นหญิงเชื้อสายเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐโคโลราโดแห่งนี้เคยเกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่ที่สร้างความสะเทือนใจที่สุด 2 ครั้งในประวัติศาสตร์สหรัฐ ครั้งแรกในปี 2542 วัยรุ่นชาย 2 คนยิงเพื่อนร่วมชั้น 12 คน และครู 1 คน ที่โรงเรียนมัธยมปลายโคลัมไบน์ ก่อนที่ทั้งคู่จะฆ่าตัวตาย ต่อมาในปี 2555 ชายติดอาวุธหนักคนหนึ่งบุกโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในเมืองออโรรา ขณะกำลังฉายหนังแบตแมน ฆ่าเหยื่อ 12 คน มือปืนกำลังรับโทษจำคุกตลอดชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96965</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, ซูเปอร์มาร์เก็ตคิงซูเปอร์ส, มือปืนฆ่าหมู่, มือปืนอเมริกัน, รัฐโคโลราโด, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_60595fe80ab1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
