<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับคำร้อง อำนาจรัฐสภา ตั้งสสร.ร่างรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง &amp;ldquo;ไพบูลย์-สมชาย&amp;rdquo; วินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายอำนาจรัฐสภาตั้ง ส.ส.ร.ร่าง รธน.ฉบับใหม่ สั่ง &amp;quot;มีชัย-บวรศักดิ์-สมคิด-อุดม&amp;quot; ทำความเห็นชี้แจงภายใน 3 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องของประธานรัฐสภาที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) เมื่อวันอังคารที่ 9 ก.พ.2564 พิจารณาญัตติเร่งด่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้เสนอให้รัฐสภาพิจารณา มีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภา มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) โดยผลการลงมติในญัตติดังกล่าวว่าที่ประชุมรัฐสภาเสียงข้างมากมีมติเห็นด้วยให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมตรี หรือองค์กรอิสระ ซึ่งการยื่นคำร้องต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 44 ประกอบมาตรา 7 (2) คือต้องเป็นปัญหาซึ่งเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจที่เกิดขึ้นแล้ว และในกรณีที่ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับหน่วยงานใด ให้หน่วยงานนั้นเป็นผู้มีสิทธิ์ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยกรณีนี้จึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบ พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 44 ประกอบมาตรา 7 (2) จึงมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้วินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ และนายอุดม รัฐอมฤต ทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่กำหนด โดยให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 3 มี.ค.2564 และนัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 4 มี.ค.2564.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้ง ส.ส.ร., รับคำร้อง, ร่าง รธน.ฉบับใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนาจรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e8b30c80f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งแล้ว!ผู้ตรวจการแผ่นดินรับคำร้อง&#039;บิ๊กตู่&#039;ถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.62- &amp;nbsp;นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินวันนี้มีมติรับคำร้องที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ขอให้พิจารณาและส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองวินิจฉัยว่า การที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา161 เป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานฯเร่งตรวจสอบทั้งประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงเพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ตรวจฯพิจารณาโดยเบื้องต้นที่ประชุมฯยังไม่ได้มีแนวทางว่าหากเรื่องดังกล่าวจะต้องส่งศาลพิจารณาจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง เพราะต้องรอการรวบรวมประเด็นข้อเท็จจริงประเด็นข้อกฎหมายจากทางฝ่ายกฎหมายก่อน รวมทั้งอาจต้องพิจารณาว่า ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงด้วยหรือไม่ แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ตรวจจะเร่งฯพิจารณาเรื่องดังกล่าวเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญและสังคมให้ความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้(7ส.ค.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ก็จะยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา49 ในประเด็นเดียว รวมถึงประเด็น การไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายของคณะรัฐมนตรี ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสองประกอบมาตรา 68 วรรคหนึ่งหรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42871</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, รับคำร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cdd2b9c46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.รับคำร้องยุบ&#039;อนาคตใหม่&#039;เรียก&#039;ศรีสุวรรณ&#039;  ให้ปากคำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.62- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสืบสวนสอบสวน ในฐานะประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ได้มีหนังสือเชิญถึงนายศรีสุวรรณ จรรยา มาให้ปากคำ กรณีที่ได้ยื่นคำร้องว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 มาตรา 73(5)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากในเว็บไซด์ของพรรคอนาคตใหม่ระบุว่า นายธนาธร เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 วาระ ตั้งแต่ปี 2551-2555 จึงไม่ตรงกับความจริง โดยเลขาธิการกกต.ได้สั่งรับคำร้องไว้ดำเนินการไต่สวนแล้ว จึงขอให้นายศรีสุรรณไปให้ปากคำกรณีดังกล่าวต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ในวันที่ 6 มี.ค. เวลา 14.00 น.ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ยุบพรรคอนาคตใหม่, รับคำร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7cee59469b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง วินิจฉัยร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.- คำสั่งคสช.53/2560 ขัด รธน.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.61 - &amp;nbsp;สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยเเพร่เอกสารข่าวภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่ผู้ตรวจการเเผ่นดิน เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 231 (1) ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 140 และมาตรา 141 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 &amp;nbsp;เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25, 26 ,27 และมาตรา 45 หรือไม่ ไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากกรณีเป็นการยื่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 50 และหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบ รวมทั้งเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง &amp;nbsp;หัวหน้า คสช. &amp;nbsp;พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จัดทำความเห็นเป็นหนังสือ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 เม.ย.2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติ รับคำร้องที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งความเห็นของสมาชิก สนช. จำนวน 27 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรค 1 (1) ประกอบมาตรา 263 ว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มาตรา 35 (4) และ (5) มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 95 วรรค 3 และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 92 วรรค 1 &amp;nbsp;มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 หรือไม่ ไว้วินิจฉัยแล้ว เนื่องจากกรณีเป็นการยื่นตามมาตรา 148 วรรค 1 (1) ประกอบมาตรา 263 และพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 50 และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบ รวมทั้งเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้นายปรีชา วัชราภัย สมาชิก สนช. ซึ่งเป็นผู้แทนของฝ่ายผู้เสนอความเห็น ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 วรรค 5 &amp;nbsp;และประธาน กกต. จัดทำความเห็นเป็นหนังสือ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 เม.ย. 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 2 มาตรา ของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประธานสนช. ขอให้มีการวินิจฉัยว่า ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มาตรา 35 ระบุว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ใด ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและไม่ได้เเจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หรือเเจ้งเหตุที่มอาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว แต่เหตุนั้นมิใช่เหตุอันสมควร ผู้นั้นจะถูกจำกัดสิทธิ์ (4) การดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา (5) สิทธิในการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมาตรา 92 &amp;nbsp;วรรค ระบุว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการหรือทุพลภาพ หรือผู้สูงอายุในการออกเสียงลงคะแนนให้คณะกรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายให้มีการอำนวยความสะดวกสำหรับการออกเสียงลงคะแนนของบุคคลดังกล่าวไว้เป็นพิเศษหรือจัดให้มีการช่วยเหลือในการออกเสียงลงคะแนนภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวต้องให้บุคคลนั้นได้ออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเอง ตามเจตนาของบุคคลนั้น เว้นแต่ลักษณะทางกายภาพทำให้คนพิการ หรือทุพลภาพ หรือผู้สูงอายุไม่สามารถทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้ ให้บุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้กระทำการเแทนโดยความยินยอม และเป็นไปตามเจตนาของคนพิการ หรือทุพลภาพ หรือผู้สูงอายุนั้น ทั้งนี้ให้ถือเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6939</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560, รับคำร้อง, วินิจฉัยพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง, ศาลรธน., ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb87d973a7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
