<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กยศ. แจงปี 62 ลุยหักเงินเดือนชำระหนี้การศึกษาล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กยศ. ฉายภาพปี 2562 ลุยหักบัญชีเงินเดือนล้างหนี้การศึกษา 1 ล้านราย เล็งตีกรอบจำนวนรับค้ำประกัน หวั่นเกิดปัญหาเหมือนกรณี &amp;quot;ครูวิภา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ &amp;nbsp;ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ได้เริ่มมีการหักเงินบัญชีชำระหนี้ กยศ. สำหรับข้าราชกรมบัญชีกลางที่เคยกู้เงินจาก กยศ. และถึงเวลาที่ต้องผ่อนชำระเงิน และในเดือน ส.ค. นี้ จะขยายเพิ่มหักบัญชีข้าราชการของกระทรวงการคลังทั้งหมด ซึ่งมีอยู่กว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในเดือน ต.ค. 2561 ก็จะเริ่มหักบัญชีข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ของ กยศ. ในทุกหน่วยที่ได้รับเงินเดือนจ่ายตรงจากกรมบัญชีกลางผ่านระบบ GFMIS และปี 2562 ก็จะเริ่มใช้มาตรการนี้กับพนักงานเอกชนที่เป็นลูกหนี้ของ กยศ. โดยจะเริ่มกับบริษัทขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มบริษัท ซีพี ที่มีพนักงานเป็นลูกหนี้ กยศ. กว่า 1 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กยศ.ตั้งเป้าหมายในปีหน้าจะมีการหักบัญชีชำระหนี้ กยศ. ได้ 1 ล้านราย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการขาดการชำระหนี้ โดยภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้ กยศ. ส่วนใหญ่ไม่สูงมาก เฉลี่ยอยู่ที่รายละ 1 แสนบาท ให้เริ่มผ่อนชำระในปีแรก 1.5 พันบาท ปีที่ 2 จำนวน 2.5 พันบาท และปีที่ 3 พันกว่าบาท มาหักเงินบัญชีรายเดือนก็อยู่ที่เดือนละ 100-300 บาท เท่านั้น&amp;quot; นายชัยณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัจจุบัน กยศ ปล่อยกู้ให้กับนักเรียนไปแล้ว 5 ล้านราย เป็นวงเงินประมาณ 5 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ ปิดบัญชีชำระหนี้ไปแล้ว 1 ล้านราย และลูกหนี้ที่เรียนจบจะอยู่ในช่วงเวลาปลอดชำระหนี้ 2 ปี อีก 1 ล้านราย ลูกหนี้ที่ครบกำหนดชำระหนี้อีก 3 ล้านราย ในจำนวนนี้ชำระหนี้ปกติ 1 ล้านราย และผิดชำระหนี้ 2 ล้านราย ซึ่งการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ผ่านบัญชีจะทำให้ยอดการผิดชำระหนี้ที่มีอยู่จำนวนมากลดลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์ กล่าวอีกว่า กรณีของครูวิภา บานเย็น ที่ค้ำประกันให้กับนักเรียน 21 ราย ในจำนวนนี้ฟ้องปิดบัญชีไปแล้ว 4 ราย เนื่องจากไม่มาชำระหนี้ และต้องทำการยึดทรัพย์คุณครูเพื่อมาชำระหนี้ โดยทาง กยศ. ได้ชะลอการบังคับยึดทรัพย์ไปก่อน เพื่อให้นักเรียนเข้ามาไกล่เกลี่ยชำระหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่เหลืออีก 17 ราย หลังจากที่เป็นข่าวก็มาชำระปิดบัญชี 5 ราย ผิดนัดชำระหนี้อีก 3 ราย เหลืออีก 9 ราย ที่ยังไม่ถึงเวลาชำระหนี้ ซึ่งทาง กยศ. ได้พยายามหาทางช่วยเหลือคุณครูโดยพยายามให้เด็กนักเรียนมาไกล่เกลี่ยหนี้ดังกล่าว ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาในอนาตคจะต้องมีการกำหนดการค้ำประกันต่อคนได้ไม่เกินกี่ราย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนกรณีครูวิภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ กยศ. พบว่า ปัจจุบันการค้ำประกันผู้กู้เงิน กยศ. 85% เป็นพ่อแม่ อีก 14% เป็นญาติพี่น้อง ส่วนคุณครูมีสัดส่วนค้ำประกัน 0.1% แต่ กยศ. ยอมรับว่าขณะนี้คุณครูไม่กล้าที่จะค้ำประกันสินเชื่อให้กับนักเรียน เพราะกังวลว่าเด็กไม่ยอมมาชำระหนี้และต้องมาเป็นผู้ชำระแทน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., ครูวิภา, รับค้ำประกัน, ลูกหนี้ของ กยศ., หักเงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b177de88f249.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
