<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลังแก้กฎหมายเปิดช่อง&#039;เอเอ็มซี&#039;รับซื้อหนี้เสียสินเชื่อเงินด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังลุยแก้กฎหมายเปิดช่องบริษัทบริหารหนี้รับซื้อและเป็นที่ปรึกษาแก้หนี้เสีย ให้บริษัทบัตรเครดิต สินเชื่อเงินด่วน พิโกไฟแนนซ์ ลุ้นดันเข้า ครม.-สนช. จบทันรัฐบาลชุดปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สศค.ได้สรุปข้อคิดเห็นการจัดทำร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์พ.ศ.2541(ฉบับที่..)พ.ศ....ซึ่งเป็นร่างกฎหมายสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาหนี้เสียให้กับธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ไม่ว่าจะเป็น พิโกไฟแนนซ์ สินเชื่อเงินด่วน สินเชื่อบัตรเครดิต โดยได้เสนอจนผ่านการตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และหลังจากนี้จะส่งให้ ครม.พิจารณายืนยัน เพื่อเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้เสร็จทันในรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักการสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว ได้กำหนดให้มีการขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจของบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ เอเอ็มซี ให้สามารถรับซื้อรับโอนหรือรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินซึ่งมิใช่สถาบันการเงิน ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ และผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินอื่นที่รมว.การคลังกำหนดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามให้การรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การกำกับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีอากรต่าง ๆ ที่เกิดจากการโอน นอกจากนี้ยังให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถรับเป็นที่ปรึกษาให้แก่ลูกหนี้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และการดำเนินการที่เกี่ยวเนื่องกับการเป็นที่ปรึกษาดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกันยังกำหนดให้มีการกำกับดูแลด้านธรรมาภิบาลเพิ่มเติม โดยกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัทบริหารสินทรัพย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การผลักดันร่างกฎหมายนี้มีความจำเป็นที่ต้องการช่วยแก้ปัญหาหนี้สินในระบบสถาบันการเงิน เนื่องจากในปัจจุบันพบว่านอกจากสถาบันการเงินที่มีการถือครองหนี้เสียแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินอื่นก็มีปัญหานี้เสียอยู่ด้วยเช่นกัน ประกอบกับที่ผ่านมาภาคครัวเรือนของไทยมีปัญหาหนี้เพิ่มขึ้น ดังนั้นการเปิดช่องทางให้หน่วยงานที่มีประสบการณ์และมีความสามารถมาทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้แก่ลูกหนี้ และเป็นตัวกลางระหว่างลูกหนี้กับผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ที่มีอยู่กับสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังสามารถทำหน้าที่ติดตามทวงถามหนี้และรับชำระหนี้ที่เกี่ยวเนื่องจากการเป็นที่ปรึกษาดังกล่าว ช่วยให้การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่บริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหนี้สินและทรัพย์สินของลูกหนี้จำเป็นต้องมีการดาเนินงานที่โปร่งใสมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21868</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทบริหารสินทรัพย์, บัตรเครดิต, ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รับซื้อหนี้เสีย, ลวรณ แสงสนิท, สินเชื่อบุคคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea220dd560c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
