<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุหรี่นอกอ้อนคลังขอซื้อหุ้น ยสท. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุหรี่นอกอ้อนคลังขอซื้อหุ้น ยสท. 35-100% ฟุ้งศักยภาพแกร่งพร้อมร่วมทุน ด้านผู้ปลูกใบยาภาคเหนือ เตรียมร่อนจดหมายเปลี่ยนผู้บริหารการยาสูบ


แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผู้บริหารกลุ่มบริษัท เจที อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้นำเข้าบุหรี่ต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายประเทศไทยรายใหญ่แห่งหนึ่ง ได้เข้าพบเพื่อหารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวงวงศ์ รมว.การคลัง และผู้บริหารคลังที่เกี่ยวข้อง โดยทางกลุ่มบริษัทเจที ได้ยื่นข้อเสนอเข้าร่วมกิจการกับการยาสูบแห่งประเทศไทบ (ยสท.) โดยการเข้าซื้อหุ้นขั้นต่ำ 35% ถึง 100% เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาหลังจากอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ ยสท. ประสบปัญหายอดขายตกลงมาก และการใช้กำลังผลิตโรงงานแห่งใหม่ก็ใช้ได้ไม่เต็มที่ ทำให้ไม่คุ้มค่าการลงทุน

นอกจากนี้ ทางกลุ่มบริษัทเจทีฯ มั่นใจว่ามีความแข็งแกร่งด้านการร่วมทุนกับบริษัทบุหรี่ทั่วโลกกว่า 140 ประเทศ และการร่วมทุนดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลได้เงินจากการร่วมทุนไปพัฒนาประเทศทันที รวมถึงจะช่วยยกประสิทธิภาพการบริหารงานของ ยสท. และช่วยชาวไร่จำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนจากที่ ยสท. ลดโควต้าการซื้อใบยาสูบเหลือเพียง 50% จากที่เคยรับซื้อก่อนหน้านี้

&amp;quot;รมว.การคลัง ได้บอกให้ทางกลุ่มเจทีฯ หารือการเข้าร่วมกิจการกับ ยสท. ได้โดยตรง เพราะตอนนี่เป็นองค์กรที่เป็นนิติบุคคลแล้ว และกฎหมายก็เปิดให้หาผู้ร่วมทุนได้&amp;quot; แหล่งข่าว กล่าว

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเจทีฯ ยังได้เสนอ รมว.การคลัง ได้ปรับปรุงอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ ที่ตอนนี่เก็บตามปริมาณ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่า 20% ของบุหรี่ที่ราคาไม่เกินซองละ 60 บาท และ 40% ของบุหรี่ขายซองเกิน 60 บาท ในส่วนนี้ขอให้มีการขยับเส้นแบ่งราคาเป็น 75 บาท ซึ่งทาง รมว.การคลัง ได้ให้ทางกรมสรรพสามิตพิจารณาความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นกรมสรรพสามิตไม่เห็นด้วยกับการขยับราคาตามข้อเสนอของบริษัทผู้นำเข้าบุหรี่นอกที่ผ่านมาก็มีหลายบริษัทเสนอข้อเสนอในลักษณะนี้มาเช่นกัน

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ทางกลุ่มบริษัทเจทีฯ นอกจากเสนอขอเรียกร้องดังกล่าวกับกระทรวงการคลัง ยังได้ทำหนังสือไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาขอเสนอของบริษัทดังกล่าวอีกช่องทางหนึ่งด้วย

ด้านตัวแทนผู้ปลูกใบบายาสูบภาคเหนือ เปิดเผยว่า วันที่ 25 กันยายน เวลา 10:00 น ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบไทย จะไปยื่นหนังสือ ที่กระทรวงการคลังขอให้เปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ยสท และขอ ให้เพิ่มการรับซื้อยาสูบจากชาวไร่สำหรับฤดูกาลที่จะถึงนี้&amp;nbsp; โดยจะมีตัวแทนชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศ และ จะมีการยื่นสำเนา ของรายชื่อชาวไร่ที่ต้องการให้ปลดผู้ว่าการ ยสท. พร้อมทั้งจะส่งหนังสือขอเรียกร้องดังกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18293</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุหรี่นอก, ยสท., รับซื้อหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b7def04429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาม่า ตั้งโต๊ะซื้อหุ้นฟาร์มเฮ้าส์ หวังครองกิจการเบ็ดเสร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาม่า แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งโต๊ะซื้อหุ้นฟาร์มเฮ้าส์ โดยสมัครใจในราคาเสนอซื้อหุ้นละ 61.16 บาท หวังเก็บเพิ่มอีก 33% ครองกิจการเบ็ดเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (มาม่า) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บมจ.เพรซิเดนท์เบเกอรี่ (พีบี) &amp;nbsp;หรือ ฟาร์มเฮ้าส์ โดยสมัครใจในราคาเสนอซื้อหุ้นละ 61.16 บาท โดยปัจจุบันบริษัทถือหุ้นในพีบีรวมทั้งสิ้น 211.06 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 46.90% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ครั้งนี้จะมีจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 238.93 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 53.10% ของของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด แต่บริษัทได้รับหนังสือแสดงเจตนายืนยันจาก บมจ.สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง ที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แจ้งว่าไม่ประสงค์จะขายและตกลงที่จะไม่ขายหุ้นที่ถืออยู่ 90.45 ล้านหุ้นในครั้งนี้ ทำให้บริษัทจะสามารถรับซื้อได้เพียง 148.48 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 33% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 9,082 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทจะใช้เงินสด หรือกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในจำนวนเงินสูงสุดไม่เกิน 4,500 ล้านบาท โดยเชื่อว่าการลงทุนครั้งนี้ จะก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท และผู้ถือหุ้นในระยะยาว เนื่องจากพีบีเป็นบริษัทผู้นำอุตสาหกรรมเบเกอรี่ของประเทศไทย ที่มีการกระจายสินค้าภายใต้แบรนด์ครอบคลุมไปทั่วประเทศ สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องและมีความผันผวนต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจของพีบี ประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายขนมปังและเบเกอรี่อื่น ๆ แบ่งเป็น 4 ประเภทธุรกิจ คือ ธุรกิจเบเกอรี่ค้าส่ง &amp;nbsp;ภายใต้เครื่องหมายการค้าฟาร์มเฮ้าส์ ที่วางจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางการจัดจำหน่าย เช่น ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ธุรกิจเบเกอรี่ค้าปลีก จำหน่ายโดยตรงให้แก่ลูกค้า ภายใต้เครื่องหมายการค้า เดลิย่า มาดาม มาร์โก้ และกู๊ด มอร์นิ่ง ฟาร์มเฮ้าส์, ธุรกิจฟาสต์ฟู้ด และร้านอาหาร ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และธุรกิจส่งออกเป็นการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกในลักษณะผลิตภัณฑ์แช่แข็ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟาร์มเฮ้าส์, มาม่า, รับซื้อหุ้น, เพรซิเดนท์เบเกอรี่, ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b763024e3ebd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
