<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อธิรัฐ’ตรวจงาน &#039;ท่าเรือบ้านเพ-เกาะเสม็ด&#039;สั่งเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.2564-นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ลงพื้นที่เดินทางตรวจท่าเทียบเรือโดยสารในพื้นที่ ต.บ้านเพ - ​เกาะเสม็ด จ.ระยอง ตรวจมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวหลังรัฐบาลเตรียมคลายล็อกดาวน์ ซึ่งจากสถิติ 3 เดือนย้อนหลัง (มิ.ย.-ส.ค.64)พบว่ามีนักท่องเที่ยวใช้บริการท่าเรือกว่า 15,476 คนเฉลี่ยเดือนละ5 พันคน

ทั้งนี้คาดว่าหลังคลายล็อกดาวน์คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงได้มอบหมายให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวในการกำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้า-ออกทางน้ำโดยให้บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ดังนี้

1.กำหนดให้ท่าเทียบเรือโดยสาร จำนวน 2 ท่า เป็นด่านตรวจทางน้ำ ได้แก่ ท่าเทียบเรือหน้าด่านเกาะเสม็ด ต.เพ อ.เมืองระยอง และท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลบ้านเพ ต.เพ อ.เมืองระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
2.ให้ตรวจสอบความปลอดภัยของท่าเทียบเรือ เรือโดยสาร และความพร้อมของอุปกรณ์ช่วยชีวิต
3.กำชับให้ผู้ประกอบการท่าเรือ นายเรือ ผู้ควบคุมเรือ ต้องปฏิบัติตามประกาศของกรมเจ้าท่าเรื่องมาตรการควบคุมควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
&amp;nbsp;
4.ให้ผู้โดยสารทุกคนต้องปฏิบัติ ดังนี้ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน ให้ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ หรือเจลล้างมือ นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเมตรเพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อทางละอองฝอยน้ำลาย และขอความร่วมมือผู้โดยสารปฏิบัติตามคำแนะนำของนายเรือหรือผู้ควบคุมเรือ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้ได้สั่งการเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติงานด้วยความเข้มงวดมากกว่าในสถานการณ์ปกติ เพื่อให้ผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งให้ใส่ใจในการดูแล สร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยวทางน้ำต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117799</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับนักท่องเที่ยว, เกาะเสม็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614eb44d27fbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;สั่ง &#039;กพท.&#039;เตรียมความพร้อมรับเปิดประเทศ ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ว่า ที่ประชุมได้มอบให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการรองรับนโยบายการเปิดประเทศใน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วันของรัฐบาล&amp;nbsp;ซึ่งในเดือน&amp;nbsp;ต.ค.2564&amp;nbsp;ถือเป็นการเปิดครั้งใหญ่ที่สุดทั้งเฟส2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เฟส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;26&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;รองรับการท่องเที่ยวทั้งของคนไทยและต่างชาติกระจายไปยังทุกภูมิภาคของประเทศประกอบกับเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;(High Season)&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยให้นำบทเรียนจากโครงการแซนด์บ็อกซ์ที่เปิดก่อนหน้ามาปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;และเร่งดำเนินการตามนโยบายการบินวิถีใหม่&amp;nbsp;(New Normal)&amp;nbsp;ที่จะมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ&amp;nbsp;เข้ามาใช้ในกิจการการบินให้สามารถนำมาเริ่มใช้ได้โดยเร็ว และได้มอบให้&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;เป็นศูนย์กลางดำเนินการร่วมกับกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ในการประสานงานและเตรียมการเพื่อให้บุคลากรทางการบิน&amp;nbsp;ซึ่งปฏิบัติงานสัมผัสใกล้ชิดโดยตรงกับผู้โดยสารได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติการบิน&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงการเปิดประเทศในเดือน&amp;nbsp;ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังได้แสดงความห่วงใยต่อการอยู่รอดของสายการบินสัญชาติไทย&amp;nbsp;ซึ่งประสบปัญหาวิกฤติมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จึงให้&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;เร่งรัดดำเนินการเพื่อให้มีข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคและการสูญเสียความสามารถด้านกิจการการบินของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงปี&amp;nbsp;68&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;เพื่อเสนอข้อมูลต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp;พิจารณาให้ความช่วยเหลือสายการบินให้ได้รับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;(Soft Loan)&amp;nbsp;โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;เร่งรัดดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่ได้รับจากการตรวจประเมินตามโครงการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยตามการประเมินความปลอดภัยการบินระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(IASA: International Aviation Safety Assessment)&amp;nbsp;ขององค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา(FAA)&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเดิมคือเพื่อยกระดับประเทศไทยกลับคืนสู่&amp;nbsp;Category 1&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งการกลับสู่&amp;nbsp;Category 1&amp;nbsp;จะทำให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ระบบการกำกับดูแลความปลอดภัยการบินพลเรือนเป็นไปตามมาตรฐานของ&amp;nbsp;FAA&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีให้สายการบินของไทยบินตรงไปยังสหรัฐอเมริกาได้&amp;nbsp;และทำการบินร่วมได้ตามปกติ&amp;nbsp;(Code Sharing)&amp;nbsp;รวมถึงยังจะส่งผลต่อการขอเพิ่มจำนวนเที่ยวบินจากไทยไปยังประเทศอื่นที่ยึดถือผลประเมินของ&amp;nbsp;FAA&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เกาหลีใต้เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนดำเนินการพัฒนางานด้านการบริหารข่าวสารการบิน(Aeronautical Information Management: AIM)&amp;nbsp;โดยเน้นย้ำให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)&amp;nbsp;ดำเนินการตามระเบียบ&amp;nbsp;กฎหมาย&amp;nbsp;และมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp;พร้อมทั้งศึกษาตัวอย่างจากประเทศอื่นเป็นต้นแบบ&amp;nbsp;เช่นสิงคโปร์&amp;nbsp;รวมถึงเร่งรัดกรอบการดำเนินงาน&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;มีหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขที่ครบถ้วน&amp;nbsp;เพื่อให้การบริการข่าวสารการบินของประเทศดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และเพื่อเปิดให้มีนิติบุคคลทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการข่าวสารการบิน&amp;nbsp;(AIS Provider)&amp;nbsp;แทน&amp;nbsp;กพท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ กพท.เร่งรัดแก้ไขกฎระเบียบการอนุญาตโดรนขนาดใหญ่ (น้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัมขึ้นไป) ที่มีวัตถุประสงค์การใช้งานเพื่อการเกษตร ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ยื่นขออนุญาตเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยภายในเดือนก.ย. กพท.จะต้องทยอยขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ผู้ยื่นขออนุญาตที่มีความพร้อมสามารถใช้โดรนเพื่อการเกษตรได้อย่างถูกกฎหมายภายในเดือนต.ค. 2564 ส่วนโดรนที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม โดย กพท. รายงานว่า ปัจจุบันไม่มีคำขออนุญาต คงค้าง โดยสามารถทยอยขึ้นทะเบียน ได้ตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่กำหนดตามปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116995</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.), นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รับนักท่องเที่ยว, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120a079ecf74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่องเที่ยวฯเตรียมเปิด&#039;หัวหิน&#039;รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานต่าง เพื่อผลักดันโครงการหัวหิน รีชาร์จ &amp;nbsp;และแนวทางการเปิดเทศบาลเมืองหัวหินต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่า พร้อมให้การสนับสนุนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดยโครงการหัวหิน รีชาร์จ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามแผน ซึ่งระยะที่ 1 คือ การเปิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์ สมุยพลัสโมเดล จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่ ในช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับแผนระยะที่ 2 กำหนดเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะมีการเปิดประเทศเพิ่มอีก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี (พื้นที่พัทยา บางละมุง สัตหีบ) เพชรบุรี (พื้นที่ชะอำ) ประจวบคีรีขันธ์ (พื้นที่หัวหิน) และเชียงใหม่ (พื้นที่อำเภอเมือง แม่แตง แม่ริม และดอยเต่า) โดยการเปิดประเทศครั้งนี้เชื่อว่าผู้ประกอบการมีความพร้อม แต่วัคซีนยังมาไม่ครบจึงยังเปิดไม่ได้ รวมถึงสิ่งที่ปฏิบัติได้ยากในเมืองท่องเที่ยวขณะนี้คือ หากเป็นไปได้ขอให้จัดเป็นพื้นที่สีเหลือง เพื่อให้สามารถรับประทานอาหารและดื่มสุราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;กระทรวงการท่องเที่ยวฯจะติดตามสถานการณ์การระบาดโควิดในประเทศอย่างใกล้ชิดจนถึงวันที่ 14 กันยายนนี้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะน้อยลงหรือไม่ หากผู้ติดเชื้อน้อยลงจนเหลือหลักพัน จากปัจจุบันผู้ติดเชื้ออยู่ที่หลักหมื่นคนนั้น จะมีการหารือในที่ประชุม ศบค.และกระทรวงสาธารณสุขว่าจากสถิติของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในภูเก็ตแซนด์บอกซ์ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อคิดเป็น 0.3% เท่านั้น&amp;rdquo;นายพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า รูปแบบการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในโครงการหัวหิน รีชาร์จ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องทำการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR หรือการเก็บตัวอย่างเชื้อบริเวณลำคอ และหลังโพรงจมูก จำนวน 3 ครั้ง โดยเมื่อมาถึงสนามบินต้องตรวจครั้งที่ 1 ทันที หลังจากนั้นเดินทางเข้าโรงแรมที่พักผ่านรถโดยสารที่ได้รับมาตรการตามกำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจะไม่สามารถออกจากห้องพักได้ จนกว่าจะมีการยืนยันว่า ไม่พบเชื้อโควิด จึงจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางท่องเที่ยวกำหนดเฉพาะ (ซีลรูต) ได้ แบบไม่มีการกักตัวจากนั้นให้ตรวจซ้ำอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 6-7 และวันที่ 12-13 ซึ่งหากไม่พบเชื้อโควิดและอยู่ในพื้นที่ครบ 14 วันแล้ว ถึงจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นทั่วประเทศไทยได้ จึงยืนยันว่าคนในพื้นที่สามารถสบายใจได้ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.2 ล้านคน แต่ขณะนี้หวังให้เห็นที่ 1 ล้านคนให้ได้ก่อน เพราะจากข้อมูลจำนวนต่างชาติเดินทางเข้าไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวน 40,000 คน บวกกับเข้ามาในโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์อีก 26,400 คน ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ที่ผ่านมา รวมเกือบ 100,000 คน ซึ่งเหลืออีก 900,000 คน ที่ต้องเข้ามาในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี หากสามารถมาได้เดือนละ 300,000 คน รวมถึงนโยบายการกักตัวของประเทศต้นทางไม่ได้กำหนดให้เมื่อเดินทางกลับประเทศต้นทางแล้วต้องกักตัว เชื่อว่ายังมีโอกาสได้เห็นที่ 1 ล้านคนในปีนี้อยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115799</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิพัฒน์ รัชกิจประการ, รับนักท่องเที่ยว, เปิดหัวหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135d8bd77656.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาจารย์หมอ&#039;เตือน!เปิดรับนักท่องเที่ยวไม่ว่าชาติโน้นชาตินี้ชาติหน้าหรือชาติไหน หายนะมาเยือน ล่มจมนำเชื้อเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.63- รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;หากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มากขึ้นเป็นสองหลัก&amp;quot; แม้จะเป็นคนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศก็ตาม จะมีความหมายที่รัฐ/ศบค.ควรคิด พิจารณาให้หนักๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง เรากำลังรับคนกลับมาอย่างต่อเนื่อง และอัตราติดเชื้อดูจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะประเทศอื่นส่วนใหญ่ยังมีการติดเชื้อเยอะกว่าเรามาก นี่คือศึกที่ยังไม่มัวี่แววว่าจะจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง ปลดล็อคระยะที่ 2 ยังไม่เห็นเคสใหม่ชัดๆ แต่ไม่ควรเย็นใจ เพราะสิ่งที่เราเห็นคือ การ์ดเริ่มอ่อนชัดเจนกว่าระยะแรก และเป็นโจทย์สำคัญที่ควรแก้ไขก่อนก้าวไปเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากกิจการที่จะปลดถัดจากนี้จะเพิ่มการติดต่อระหว่างประชาชนมากขึ้นมาก ยังไม่รวมการเดินทางระหว่างจังหวัดอีกมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม แผนไทยเที่ยวไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่บางหน่วยงานของบางพรรคที่โฆษณาน่ะ ควรคิดจะนำมาใช้ก็ต่อเมื่อเคสใหม่เป็นหลักหน่วยต่ำๆ อย่างน้อย 30 วัน และ&amp;quot;ไม่มีศึกที่ต้องรับมือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ เรื่องเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ว่าจะชาติโน้นชาตินี้ ชาติหน้าหรือชาติไหน โปรดรู้ไว้ว่า หายนะจะมาเยือนนะครับ คิดไปยาวๆ อย่าคิดสั้นบ้าจี้ตามข้อเสนอที่มุ่งเอาเงินเข้ากระเป๋าระยะสั้น แต่จะล่มจมเพราะนำเชื้อเข้าประเทศ ขณะนี้ไม่มีที่ใดที่จะปลอดภัยครับ ตราบใดที่ยังไม่มียามาตรฐานที่ใช้รักษา และไม่มีวัคซีนป้องกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67141</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, คลายล็อก, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, รับนักท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea4ecd810557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
