<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาหลีเปิดเกาะวันแรกเงียบเหงา ไร้เงานักท่องเที่ยวต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกาะบาหลีของอินโดนีเซียกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้งหลังจากปิดมานาน 18 เดือน โดยจำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก 19 ประเทศความเสี่ยงโควิดต่ำ แต่การเปิดสนามบินวันแรกเมื่อวันพฤหัสบดียังไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศมาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า เกาะบาหลีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอินโดนีเซีย กลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวจาก 19 ประเทศเป็นวันแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม โดยมีเงื่อนไขว่านักท่องเที่ยวจะต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบแล้ว และเมื่อเดินทางมาถึงต้องกักตัวในโรงแรม 5 วัน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อกำหนดวีซ่าที่เข้มงวดตามกฎใหม่สำหรับนักเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตาฟัน ยูดิสติรา โฆษกท่าอากาศยานนานาชาติงูระฮ์ไรของเกาะบาหลี เผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เราพร้อมและรอคอยเที่ยวบินระหว่างประเทศ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีเที่ยวบินจากต่างประเทศที่จะเดินทางมาถึงบาหลีในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจาก 19 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้, จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, บาห์เรน, กาตาร์, ลิกเตนสไตน์, อิตาลี, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน, โปแลนด์, ฮังการีและนอร์เวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีรายงานว่า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเลือกรับนักท่องเที่ยวจาก 19 ประเทศนี้ โดยพิจารณาจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกที่ระบุถึงประเทศที่มีความเสี่ยงน้อยและเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติของบาหลีปิดไปเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย เกาะบาหลีเป็นหนึ่งในจังหวัดของอินโดนีเซียที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูงสุด ประชากรบนเกาะบาหลีรับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วมากกว่า 82%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลของเว็บไซต์ Flightradar24 ที่ติดตามเที่ยวบินทั่วโลก ยังไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีกำหนดนำเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติงูระฮ์ไรในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ และมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เพิ่งประกาศรายชื่อ 19 ประเทศที่อนุญาตให้เดินทางเข้าเกาะบาหลีได้เมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติครั้งใหม่ของเกาะบาหลี ไม่มีรายชื่อของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียหลายล้านคนเดินทางมาเกาะบาหลีก่อนมีการระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119758</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, อินโดนีเซีย, เปิดเกาะบาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6168264c805c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กสิกร แนะ ททท. ทำเว็บไซต์พิเศษแจ้งข้อมูลการท่องเที่ยวช่วงโควิด ประเมินต่างชาติเข้าไทย 2.5-6.5 แสนคนในปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ต. 2564 &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;ได้เผยแพร่ &amp;quot;มาตรการรองรับการเปิดประเทศ&amp;quot; โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.ค. 64 ทั้งนี้ จากความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะที่ 2 สามารถขับเคลื่อนได้ในวันที่ 1 ก.ค. 64 นี้ โดยจังหวัดท่องเที่ยวนำร่อง ได้แก่ ภูเก็ต (เริ่มวันที่ 1 ก.ค. 64) และสุราษฎร์ธานี ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพะงัน (เริ่มวันที่ 15 ก.ค. 64) ซึ่งพื้นที่นำร่องดังกล่าวมีความพร้อมระดับหนึ่ง สะท้อนจากความคืบหน้าในการฉีดวัดซีนให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะภูเก็ต ที่อัตราการฉีดวัคซีนสะสมเข็มที่ 1 จนถึงวันที่ 28 มิ.ย. ครอบคลุมประมาณ 67% ของจำนวนประชากรในพื้นที่แล้ว อย่างไรก็ดี ในแต่ละจังหวัดการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ประกาศในราชกิจจาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวระยะที่ 2 ที่มีความชัดเจนนั้น ทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยว อย่างธุรกิจโรงแรมและที่พักกลุ่มที่มีความพร้อมและมีมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย (SHA+) เริ่มทำตลาดมากขึ้น เช่นเดียวกับสายการบินนานาชาติระหว่างประเทศที่ได้เปิดเส้นทางบินตรงมาภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 64 ขณะที่ในด้านความต้องการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย ก็เริ่มมีการตอบรับเพิ่มขึ้น จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ความถี่ของการค้นหาที่พักในภูเก็ตบนเว็บไซต์ (ออนไลน์ทราเวิลเอเจ้นท์และเว็บไซต์อื่นๆ) เพิ่มขึ้น รวมถึงการจองห้องพักล่วงหน้าเริ่มมีการตอบรับจากชาวต่างชาติ แม้จะยังมีอัตราที่ต่ำและเป็นเฉพาะกลุ่มโรงแรมและที่พัก แต่ก็นับว่าดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระนั้นก็ดี แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินี้ นับเป็นบททดสอบสำคัญ ซึ่งหากในภูเก็ตและสุราษฎร์ธานีสามารถควบคุมสถานการณ์โดยไม่เกิดการระบาดของโควิด-19 ได้ จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ในระยะถัดไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งสายการบินนานาชาติจากยุโรปมีแผนที่จะเปิดเส้นทางการบินมายังภูเก็ตในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ขณะที่ สิ่งเหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ที่คงต้องเฝ้าระวังและรักษาระดับมาตรฐานการป้องกันการระบาดของโควิดที่เข้มงวด
&amp;nbsp;นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หน่วยงานท่องเที่ยวควรมีการตั้งเว็บไซต์ท่องเที่ยวเฉพาะเพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยเฉพาะเงื่อนไขและข้อปฏิบัติของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ให้เข้าถึงข้อมูลที่ชัดเจนและทันสถานการณ์ การจัดทำข้อมูลสถานการณ์การฉีดวัคซีนในประเทศเป็นรายจังหวัดบนเว็บไซต์ท่องเที่ยว เช่น ข้อมูลอัตราการฉีดวัคซีนเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของประชากรในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเลือกเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ ในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศทางนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 กับการเปิดประเทศตามเป้าหมาย 120 วัน ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศ และการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การที่ทางการไทยได้ตั้งเป้าหมายก้าวต่อไปที่จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติใน 120 วัน (ประมาณต้นไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลท่องเที่ยว) เป็นแนวทางที่ดี เพื่อให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ อย่างไรก็ดี แม้ทางการเตรียมที่จะเร่งฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศและพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมให้ได้มากที่สุด เพื่อให้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยตามแผนที่วางไว้ แต่เนื่องจากตามแผนการจัดหาวัคซีนที่จะทยอยมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ประกอบกับการระบาดของโควิด-19 ที่เร่งตัวขึ้นในหลายพื้นที่ อาจมีผลต่อแผนการฉีดวัคซีนเดิมที่วางไว้ที่คงต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนอกจากภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ที่เปิดได้ในวันที่ 1 และ 15 ก.ค. 64 แล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า แม้การฉีดวัคซีนสะสมในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะครอบคลุมและเปิดการท่องเที่ยวได้ในไตรมาส 4 แต่ก็ยังมีความท้าทายที่จะต้องควบคุมให้โควิดคลี่คลายลงให้ได้โดยเร็วที่สุด สำหรับจังหวัดนำร่องอื่น เช่น ตรัง พังงา ชลบุรี เชียงใหม่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และบุรีรัมย์นั้น ในบางจังหวัดยังมีความไม่แน่นอนและอาจยังต้องใช้เวลาสำหรับการฉีดวัคซีนสะสมเข็มแรกให้ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่หรือเข้าหา 70% ตลอดจนจำเป็นที่จะต้องเผื่อเวลาสำหรับการเตรียมการด้านต่างๆ โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์และการทำการตลาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนที่จะเปิดการท่องเที่ยวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากการระบาดในประเทศแล้ว ขณะนี้ในหลายๆ ประเทศ ก็กลับมาเผชิญกับความเสี่ยงการระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง โดยจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันกลับมาสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติจากภูมิภาคยุโรป ซึ่งตั้งแต่ที่ไทยได้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่ม STV เมื่อเดือน ต.ค. 63 จนถึงปัจจุบัน พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจากภูมิภาคยุโรปเป็นตลาดหลักมีสัดส่วนกว่า 45% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในไทยทั้งหมด อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบัน หลายประเทศในยุโรปกลับมาเผชิญกับจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันสูงขึ้น อาทิ สหราชอาณาจักร และโปรตุเกส ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสถานการณ์โควิดจากการแข่งขันฟุตบอลยูโร EURO 2020 ในครั้งนี้ ที่มีการเปิดให้แฟนบอลเข้าชมในสนาม นับเป็นบททดสอบสำคัญของการจัดงานระดับโลก ซึ่งหากไม่เกิดการระบาดของโควิดเพิ่มขึ้น ก็น่าจะสร้างความเชื่อมั่นต่อการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่กดดันทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงประเมินทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ไว้ 2 กรณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 1 ความเสี่ยงการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ ยังมีอยู่สูงและอาจจะลากยาวกว่าที่สถานการณ์จะคลี่คลาย ทำให้มาตรการผ่อนคลายเงื่อนไขการเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่องยังคงมีความเข้มงวด ขณะที่พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ อาจจะมีความล่าช้าออกไปจากแผนที่วางไว้ว่าจะมีการทยอยผ่อนคลายเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ ภายใต้สมมติฐานนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงครึ่งปีหลัง น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.08 แสนคน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 2 ทางการสามารถควบคุมการระบาดของโควิดได้ในช่วง 1-2 เดือนต่อจากนี้ และจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการฉีดวัคซีนในพื้นที่ต่างๆ มีความครอบคลุมเป็นไปตามแผน และในพื้นที่ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานีสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้ดี จนทางการสามารถผ่อนคลายเงื่อนไขเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกรณีนี้มีโอกาสที่จะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงครึ่งปีหลังอยู่ที่ประมาณ 6.08 แสนคน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของหลายๆ ประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 6.5 แสนคน (การปรับลดประมาณการกรอบบนจากเมื่อเดือนเม.ย 64 เนื่องจากในเดือนมิ.ย. 64 การระบาดของโควิด-19 ในประเทศกลับมามีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง กอปรกับการระบาดในหลายประเทศยังไม่ดีขึ้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสรุปแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ปรับลดกรอบบนของประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 นี้ลงเป็น 6.5 แสนคน โดยเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ยังคงกรอบล่างของประมาณการไว้ตามเดิมที่ 2.5 แสนคน ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดและความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน ยังคงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อการดำเนินแผนการเปิดการท่องเที่ยวทั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้และต่อเนื่องไปหลังจากนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox), รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, ศูนย์วิจัยกสิกร, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5e88f31653.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
