<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดกพฐ.เห็นด้วยกระจายอำนาจรับ นร.ไกด์ไลน์ &quot;รร.แข่งขันสูง&quot;ไม่ควรมีเด็กมากกว่า35คน/ห้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ก.ค.62-บอร์ด กพฐ. เห็นด้วย สพฐ.กระจายอำนาจรับ นร. ให้พื้นที่ พร้อมมอบ สพฐ. สร้างความเข้าใจ ผอ. โรงเรียน เกี่ยวกับวิธีการจัดการอาหารกลางวัน &amp;quot;เอกชัย&amp;quot; ชี้ ไม่ควรจะเอา 20 บาทต่อหัวผูกกับนักเรียนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กพฐ. ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2563 โดยประเด็นโรงเรียนแข่งขันสูงสอบเข้าร้อยละ 100 ที่ประชุมเห็นด้วยที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระจายอำนาจให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ดูแลเรื่องเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องระดับพื้นที่มากกว่าส่วนกลาง เพื่อให้กำหนดทุกอย่างเหมาะสมตามบริบทของโรงเรียน ส่วนการจัดสอบนั้น อาจจะต้องให้มีการดำเนินการจัดสอบก่อนโรงเรียนอื่นๆ เพื่อที่เปิดโอกาสให้เด็กที่สอบไม่ได้ ได้เข้าเรียนในโรงเรียนอื่นๆ ตามหลักการของ สพฐ.ที่เด็กทุกคนต้องมีที่เรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของ สพฐ.จะจัดทำหนังสือแจ้งไปยัง กศจ.และ สพท. ในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับการเรื่องนักเรียนว่ามีอะไรบ้าง นโยบายการทำงาน และสัดส่วนจำนวนนักเรียนต่อห้อง และปฎิทินการรับนักเรียนเพื่อป้องกันการวิ่งรอกสอบ นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นด้วยกับการกำหนดสัดส่วนนักเรียนต่อห้อง เช่น อนุบาล 30 คน มัธยมศึกษาไม่เกิน 40 คนต่อห้อง ส่วนโรงเรียนแข่งขันสูงอาจจะ 35 คนต่อห้อง เพราะถ้ารับแข่งขันสูง35 คนต่อห้อง เด็กที่เหลือจะได้ไปเข้าเรียนในโรงเรียนอื่นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ที่ประชุม กพฐ. ยังได้หารือถึงโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีการพูดคุยถึงการได้มาซึ่งโครงการอาหารกลางวันว่ามีกี่วิธี เช่น การจ้างเหมาทำ หรือโรงเรียนจะทำเอง และมีการพิจารณาถึงงบประมาณค่าอาหารกลางวัน 20 บาทต่อคนนั้น อาจจะไม่ต้องใช้การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดูความเหมาะสม เพราะจริงๆ แล้ว โครงการอาหารกลางวัน 20บาทต่อคนอาจจะเพียงพอหรือไม่เพียงพอ ทั้งนี้ สพฐ.ได้มีการสำรวจเกี่ยวกับค่าอาหารกลางวัน 20 บาทต่อคน เบื้องต้น พบว่า โรงเรียนที่มีนักเรียน 200 คนขึ้นไป ค่าอาหารกลางวัน 20 บาทต่อคน ไม่มีปัญหา แต่ถ้าโรงเรียนที่มีนักเรียน 30-40 คน อาจจะมีปัญหา ซึ่งสพฐ.ได้ให้ข้อมูลดังกล่าวไปแล้วว่าต้องไปคิดว่าขั้นต่ำของอาหารกลางวันนักเรียนควรจะเท่าไร ที่ประชุมยังได้ฝาก สพฐ.ไปดูขั้นตอน สร้างความเข้าใจกับผู้อำนวยการโรงเรียน ว่าไม่ควรใช้วิธีการเปิดประมูล ควรใช้วิธีการให้ผู้ที่เหมาแล้วมาดูว่า 20 บาทจะทำอาหารกลางวันอะไรบ้าง แล้วกระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมาทำอาหารกลางวัน ให้กรรมการโรงเรียน กรรมการนักเรียน ชุมชน เข้ามาร่วมเลือกก็จะทำให้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อาหารกลางวัน ไม่ควรจะเอา 20 บาทต่อคน ผูกกับนักเรียนทุกคน เพราะโรงเรียนไหนที่มีนักเรียนจำนวนมาก อาจจะลดเงินค่าอาหารจาก 20 บาทต่อคน เหลือ 15-18 บาทต่อคน ขณะที่โรงเรียนทีเด็กน้อย มีประมาณ 30 คน ควรจะเพิ่มค่าอาหารกลางวัน เป็น 25 บาทต่อคน โดยนำเงินส่วนที่ลดจากโรงเรียนขนาดใหญ่ มาให้โรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กน้อย ซึ่งถ้าทำแบบนี้ งบไม่เปลี่ยน งบจะเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงแนวคิด เนื่องจากเงินไม่ได้ผ่านมายังสพฐ. เพราะเงินไปทางท้องถิ่น จึงไม่ได้เป็นระเบียบจากสพฐ. แต่เรื่องนี้ สพท.ควรไปหารืออย่างจริงจัง เปิดโอกาสไม่ต้องให้ทำการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เพราะจริงๆ ไม่ควรทำ เนื่องจากอาหาร 20บาทต่อคน ควรจัดเต็ม เพื่อคุณภาพอาหารจัดเต็ม&amp;quot;ประธาน กพฐ. กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40823</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณอุดหนุนอาหารกลางวันเด็กจากอปท., นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, นโยบายรับนักเรียนปี63, รับนักเรียนต่อห้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d035f9135908.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
