<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 23:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  วัดสุทัศน์ พระอารามหลวงสำคัญใช้พิธีเสกน้ำอภิเษกรวม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระราชพิธีที่แสดงความสมบูรณ์แห่งพระมหากษัตริย์ตามที่กำหนดในโบราณราชประเพณี เป็นแบบแผนอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยต่อเนื่องมาสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และสืบทอดมาสู่กรุงรัตนโกสินทร์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการจัดทำน้ำอภิเษกในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกประกอบด้วยแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัด 76 จังหวัด แหล่งน้ำจากสระ 4 สระของ จ.สุพรรณบุรี และแม่น้ำ 4 สายของ จ.นครนายก สระบุรี อ่างทอง สมุทรสงคราม และเพชรบุรี และแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในหอศาสตราคมในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านพิธีพลีกรรมตักน้ำจัดพิธีทำน้ำอภิเษกเวียนเทียนสมโภชพร้อมกันทั่วประเทศ และเก็บรักษา ณ ห้องดอกแก้ว ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเวลา 06.30 น.ของวันที่ 18 เมษายน 2562 จะมีขบวนเชิญน้ำอภิเษกจากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดสุทัศนเทพวรารามฯ เพื่อทำพิธีเสกน้ำอภิเษกรวมจากกรุงเทพมหานครและ 76 จังหวัดขบวนเชิญฯ มีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมเดินริ้วขบวนเชิญน้ำอภิเษกระยะทางรวม 740 เมตรอย่างพร้อมเพรียงและสมพระเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับฤกษ์เสกน้ำอภิเษกรวมจากกรุงเทพฯ และ 76 จังหวัด พิธีประกาศชุมนุมเทวดา ทำน้ำเทพมนตร์เจริญพระพุทธมนต์ และพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ ณ วัดสุทัศน์ กำหนดเวลา 17.19-21.30 น. โดยมีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาส จากนั้นวันรุ่งขึ้น 19 เมษายนจะมีริ้วขบวนเชิญน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศน์ไปวางในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเตรียมพร้อมในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งวันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม ฤกษ์เวลา 10.09-12.00 น. จะมีพิธีสรงพระมุรธาภิเษก ณ ชาลาพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน และทรงรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ก่อนจะเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.ม.ร.ว.สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะและสร้างสรรค์ผลิตสื่อ คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกถือเป็นพระราชพิธีที่สำคัญที่สุดอีกพิธีหนึ่งของการที่พระมหากษัตริย์จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี โดยเป็นการครองราชสมบัติสืบต่อจากรัชกาลก่อน พิธีเสกน้ำอภิเษกรวมที่วัดสุทัศน์ อยู่ในขั้นเตรียมพิธีในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสำหรับน้ำอภิเษกจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp; 108 แห่งจากกรุงเทพฯ และทุกจังหวัด จะต้องตั้งพิธีพลีกรรมตักน้ำและพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ในพุทธสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดก่อน เช่น จ.พิษณุโลก พิธีทำน้ำอภิเษก ณ พระวิหารหลวงหน้าพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร, กระบี่ ที่พระอุโบสถวัดแก้วโกรวาราม, จ.นครปฐม มีพิธีเสกน้ำที่พระวิหารหลวงวัดพระปฐมเจดีย์, จ.สุพรรณบุรี จัดพิธีเสกน้ำพระวิหารหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร, จ.สระบุรี ประกอบพิธีเสกน้ำที่พระมณฑปรอยพระพุทธบาทวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร, จ.อยุธยา ประกอบพิธีเสกน้ำภายในวิหารพระมงคลบพิตร ฯลฯ เมื่อประกอบพิธีเสกน้ำครบทั้ง 108 แหล่ง แล้วจะเชิญน้ำอภิเษกมาประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ ณ พระวิหารวัดสุทัศนเทพวรารามฯ กรุงเทพมหานคร อีกครั้ง เป็นพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; เหตุที่ใช้วัดสุทัศน์ประกอบพิธี เพราะสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นกลางพระนคร เป็นวัดกลางเมืองและโปรดให้อัญเชิญพระศรีศากยมุนีจากวิหารหลวงวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัยมาประดิษฐาน บริเวณที่ตั้งของวัดสุทัศน์ถือเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ เปรียบเหมือนเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางจักรวาล เดิมพระราชทานนามว่าชื่อวัดมหาสุทธาวาส ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่าวัดสุทัศนเทพวราราม ชื่อนี้หมายถึงเมืองสุทัสสนนครบนเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ประทับของพระอินทร์ ทรงสื่อเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนรัชกาลที่ 1 พระราชทานนามพระนครแห่งใหม่ว่ากรุงรัตนโกสินทร์อินอโยธยา คำว่า &amp;ldquo;รัตน&amp;rdquo; แปลว่าแก้ว &amp;ldquo;โกสินทร์&amp;rdquo; คือพระอินทร์ หมายความถึงแก้วของพระอินทร์ แก้วสีเขียวนั้นแทนพระแก้วมรกต ราชธานีใหม่จึงเป็นเมืองของแก้วมรกต พิธีเสกน้ำอภิเษกรวมจึงประกอบขึ้นที่วัดแห่งนี้ เป็นแบบแผนอันศักดิ์สิทธิ์&amp;quot; ศ.ดร.ม.ร.ว.สุริยวุฒิกล่าวถึงความสำคัญของวัดสุทัศน์ที่เกี่ยวข้องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.ม.ร.ว.สุริยวุฒิย้อนประวัติพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ฟังว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจัดขึ้นวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 ในวันบรมราชาภิเษกในหลวง ร.9 ประทับมณฑปพระกระยาสนานข้างพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เจ้าพนักงานไขสหัสธาราพระวรกาย สมเด็จพระสังฆราชถวายน้ำสรง ทรงรับน้ำด้วยพระหัตถ์ จากนั้นเสด็จทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ จากนั้นจึงเสด็จไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในการประกอบพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีพระที่นั่งภายในอยู่สองพระองค์ ได้แก่ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ เป็นพระที่นั่งแปดเหลี่ยม ทำจากไม้มะเดื่อปักสัปตปฎลเศวตฉัตร เป็นฉัตรขาว 7 ชั้น และพระที่นั่งภัทรบิฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวงรัชกาลที่ 9 ประทับพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ผินพระพักตร์ไปทางเบื้องบูรพาทิศเป็นปฐม พราหมณ์ถวายน้ำราชาภิเษก ทรงรับน้ำอภิเษก แล้วทรงผินพระพักตร์ไปตามทิศต่างๆ จนครบทั้ง 8 ทิศ โดยเวียนขวา พราหมณ์จะถวายนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น ซึ่งมีความหมายดังนี้ เดิมพระเจ้าแผ่นดินของอินเดียจะมีฉัตรกางเหนือพระเศียรหนึ่งคันไปปราบทิศทั้ง 8 ได้รวบรวม 8 แว่นแคว้นมาเป็นของพระองค์เอง เมื่อมารวมกับฉัตรของพระองค์อีก 1 คันจึงกลายเป็นฉัตร 9 ชั้น เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถือว่าสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณีบรมราชาภิเษก จากนี้จะเรียกขานพระองค์ว่า &amp;ldquo;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo; ในรัชกาลที่ 10 พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะจัดขึ้นวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ ถือเป็นวันสำคัญที่สุด&amp;quot; ศ.ดร.ม.ร.ว.สุริยวุฒิ กล่าวในท้าย และว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ที่ใกล้เข้ามา ขอเชิญชวนประชาชนหลอมดวงใจร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารคในวันที่ 5 พ.ค. และวันที่ 6 พ.ค. เสด็จออกสีหบัญชร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ร่วมน้อมถวายพระพรชัยมงคลทั่วประเทศให้ทรงเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน พระบารมียังความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรโดยพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33799</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำสรงพระมุรธาภิเษก, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562, พิธีเสกน้ำอภิเษกรวม, รับน้ำอภิเษก, วัดสุทัศนเทพวราราม, ศ.ดร.ม.ร.ว.สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, เชิญคนโทน้ำอภิเษก, เสด็จออกมหาสมาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb6039539240.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
