<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;อ้าง 2ธ.ค.ปลด&#039;ประยุทธ์&#039;แก้ทุกปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 พ.ย. 2563 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้เปิดเผยข้อมูลการยังคงใช้บ้านหลวงของพลเอกประยุทธ์ ทั้งที่เกษียนอายุราชการมาหลายปีแล้ว และไม่ได้เป็นบ้านพักรับรองตามที่กล่าวอ้าง เนื่องจากอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นการรับผลประโยชน์เกิน 3,000 บาท &amp;nbsp;ตามที่พรรคเพื่อไทยได้ชี้ให้เห็นความไม่ถูกต้อง 5 ประเด็นโดยศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ขอเป็นไปตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม เพราะจะเป็นบรรทัดฐานของประเทศนี้ต่อไป หากมองทั้งด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์แล้ว ในกรณีพลเอกประยุทธ์จะต้องมีเหตุให้พ้นจากตำแหน่งจะเป็นประโยชน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นปัญหาและเดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านเศรษฐกิจ การที่ประเทศไทยจะฟื้นเศรษฐกิจได้ ประเทศไทยจะต้อง การเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กลับมาเร็วที่สุด ไทยต้องอาศัยการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศโดยเฉพาะการลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ต้องอาศัยต่างประเทศอย่างมาก และที่ผ่านมาต้องยอมรับกันก่อนว่าประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียงและเสียเครดิตอย่างมากตั้งแต่มีการปฏิวัติรัฐประหารในปี 2557 และลากยาวมากว่า 6 ปีแล้ว ตั้งแต่ปีแรกของปฏิวัติการลงทุนจากต่างประเทศได้หายไปถึง 90% และ ยังไม่ฟื้นเลยตั้งแต่นั้นมา ซึ่งแม้หลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว ความมั่นใจก็ไม่ได้กลับมา เนื่องจากประชาคมโลกเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจจากระบอบเผด็จการ โดยมีรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ ข้อมูลเหล่านี้สื่อหลักต่างประเทศได้นำมาตีแผ่โจมตีรัฐบาลไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่มีการปฏิวัติ จนมาถึงหลังเลือกตั้ง หรือแม้กระทั่งปัจจุบันที่มีการทำร้ายผู้ชุมนุมแบบผิดหลักสากลด้วยน้ำฉีดผสมสารเคมีและแก็สน้ำตา ขนาด โฆษกของลขาฯ ยูเอ็นยังต้องออกมาตำหนิ ยิ่งทำให้ประเทศไทยหมดความน่าเชื่อถือ และไม่เหลือความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีเหตุให้พลเอกประยุทธ์ต้องหลุดจากตำแหน่งโดยทันที จะช่วยลบภาพของรัฐบาลที่สืบทอดมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ยิ่งพลเอกประยุทธ์อยู่นาน เศรษฐกิจไทยจะยิ่งฟื้นยากขึ้นไปเรื่อยๆ ตลอด 6 ปีกว่าที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าพลเอกประยุทธ์ขาดความรู้ความสามารถที่นำพาประเทศให้พัฒนาต่อไปได้ และยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า ทางด้านการเมืองการที่ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะนักศึกษาและนักเรียนออกมาชุมนุมเพื่อขับไล่พลเอกประยุทธ์เป็นจำนวนมาก และมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะความล้มเหลวที่พลเอกประยุทธ์บริหารประเทศในทุกด้านตลอดเวลาที่ผ่านมา อีกทั้งยังไม่เห็นเลยว่าในอนาคตจะดีขึ้นได้อย่างไร หากพลเอกประยุทธ์หลุดออกจากตำแหน่งจะทำให้หยุดการชุมนุมได้ อีกทั้งจะสามารถทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น ซึ่งจะเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง โดยหากพลเอกประยุทธ์ยังมีอำนาจอยู่ จะมีความพยายามขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจนี้ในรูปแบบต่างๆ และการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นสากลโดยไม่มี 250 สว. มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะช่วยฟื้นความมั่นใจของต่างประเทศด้วย หากพลเอกประยุทธ์ยังดำรงตำแหน่งอยู่ ประเทศจะมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น และปัญหาอาจจะลามไปถึงเรื่องอื่นๆด้วย ดังนั้นถ้ามีเหตุให้พลเอกประยุทธ์ออกจากตำแหน่ง จะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะแก้ปัญหาของประเทศนี้ได้ และจะหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ จึงอยากให้ได้คิดกันในทุกด้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85356</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขู่ศาลรัฐธรรมนูญ, คุณสมบัติพลเอกประยุทธ์, พิชัย นริพทะพันธุ์, รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, รับผลประโยชน์เกิน 3000 บาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb2892d9bd25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
