<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หิ้วเพนกวินนอนคุก! ตร.รวบตัว7ข้อหาขัง48ชม./กลุ่มหนุน-ต้านม็อบขยายวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ส่งซิกโชว์ริสต์แบนด์กฎหมายที่ดีเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ทูตแคนาดาชมเปาะรับฟังคนรุ่นใหม่ &amp;ldquo;เอนก&amp;quot; เรียกถกอธิการบดีมหาวิทยาลัย ห้ามเกียร์ว่างคุมเข้มไม่ให้ม็อบเด็กแตะสถาบันฯ ศาลออกหมายเรียก &amp;quot;อานนท์-ไมค์&amp;quot; ไต่สวนผิดเงื่อนไขประกันตัว 3 ก.ย.นี้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ข้องใจข้อไหนจาบจ้วง บี้หยุดกระเหี้ยนกระหือรือปราบ นศ. แนะได้เวลาคุยเลี่ยงนองเลือด &amp;quot;ณฐพร&amp;quot; แจ้งเอาผิด พ.ร.บ.คอมพ์-?ม.116 &amp;quot;ธรรมศาสตร์จะไม่ทน&amp;quot; ทั้งหมด ตร.ถือหมายศาลบุกรวบ &amp;ldquo;เพนกวิน&amp;rdquo; แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนางซาราห์ เทย์เลอร์ เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp; เอกอัครราชทูตแคนาดาได้ชื่นชมนายกฯ ในการออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เข้าใจในแนวทางการเดินหน้าทำงานของรัฐบาลในอนาคต และยังชื่นชมจุดยืนของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ประกาศรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ มองเยาวชนเป็นศูนย์กลาง เช่นเดียวกับนายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของคนรุ่นใหม่อันเป็นอนาคตและกำลังสำคัญของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายก่อน พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 ระหว่างเดินจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกภักดีบดินทร์ ได้หยุดหันมามองทางกลุ่มผู้สื่อข่าว ก่อนจะยกมือขวาขึ้นพร้อมชี้โชว์สายรัดข้อมือหรือริสต์แบนด์สีฟ้าของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาฯ คณะกรรมการกฤษฎีกาจัดทำขึ้น และมอบให้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยริสต์แบนด์เขียนคำว่า &amp;quot;better regulation for better life&amp;quot; ซึ่งมีความหมายว่า กฎหมายที่มีประสิทธิภาพที่ดี เพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดยริสต์แบนด์ดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ได้สวมใส่คู่กับริสต์แบนด์สีเหลืองที่ใส่เป็นประจำอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายพิทักษ์โครงการหลวงและเทิดทูนสถาบันฯ พร้อมด้วยเครือข่ายเทิดทูนสถาบันรวมไทยสร้างชาติ นำโดยนายพูลพัชร พูลเจริญ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กำลังใจนายกฯ สืบสานโครงการพระราชดำริ และบังคับใช้กฎหมายในการเทิดทูนสถาบันสำคัญยิ่งของประเทศ อีกทั้งขอสนับสนุนนโยบายของนายกฯ ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงแนวคิดนายกฯ ที่ให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาว่า ยังรอความชัดเจนจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดแผนและรูปแบบวิธีดำเนินการ ซึ่งหากกระทรวงมหาดไทยมีส่วนเกี่ยวข้องก็พร้อมสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนตัวมองว่าเป็นแนวทางที่ดี ที่เปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ความต้องการของทุกคนถึงแนวทางที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี ประชาชนได้รับการดูแลแก้ปัญหา เพราะสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการบางอย่างอาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม และตรงตามความต้องการของประชาชน ทั้งเรื่องกฎหมาย การปฏิบัติและแผนงาน แต่ต้องเสนอในทางที่สร้างสรรค์&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์ระบุ
รัฐบาลจำเป็นต้องรับฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยยอมรับว่า มีความกังวลบ้างบางส่วนเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของนักศึกษา ซึ่งก็เป็นเหมือนหลายคนในสังคมที่กังวล ทั้งนี้ การแสดงออกเป็นเรื่องที่ดี หากจะแสดงความคิดเห็นแล้วไม่เกิดความเสียหายอะไร เนื่องจากคนรุ่นใหม่ต้องเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องรับฟัง แต่การทำสิ่งไหน ต้องเป็นไปในทางสร้างสรรค์ ทั้งการติเตียนหรือการเสนอแนะ แต่หากเคลื่อนไหวแล้วเกิดความเสียหายวุ่นวาย ก็เป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ตรวจเยี่ยมการทดสอบและประเมินผลสมรรถภาพร่างกายของผู้บังคับหน่วยระดับกรมและกองพันครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2563 โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม พล.อ.อภิรัชต์ว่า วันนี้จะแนะนำเพลงหรือให้ดูหนังเรื่องใดหรือไม่ ซึ่ง ผบ.ทบ.ไม่ตอบ ได้แต่เดินยิ้มและรีบขึ้นไปห้องรับรองภายในอาคารโรงเรียนเสนาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ นำภา อายุ 35 ปี ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง อายุ 24 ปี&amp;nbsp; แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย 2 ผู้ต้องหาในคดียุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ รวม 7 ข้อหา ซึ่งศาลได้อนุญาตฝากขังไปเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2563 ได้รับอนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง ตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท โดยไม่ต้องมีหลักประกัน แต่มีเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้อีก ซึ่งศาลรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้นัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวดังกล่าวในวันที่ 3 ก.ย.2563 ช่วงเช้า และมีคำสั่งให้ส่งหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งสองมาในวันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญรับฟังความเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ว่า ที่ประชุมเห็นว่านิสิต นักเรียน นักศึกษา มีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นได้ แต่จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ กมธ.จะได้เข้าพบ รมว.ศึกษาธิการ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือจากกระทรวง เนื่องจากกังวลใจที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่อนุญาตให้นิสิตนักศึกษาใช้พื้นที่ชุมนุมแสดงความคิดเห็นในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้สัปดาห์หน้าจะเชิญแกนนำกลุ่มต่างๆ มาพูดคุยกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้มีการหารือข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า เป็นหน้าของ กมธ.ที่จะต้องไปรับฟังปัญหาอย่างรอบด้าน และนำเสนอเข้าสู่กระบวนการในการพิจารณาต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จำเป็นจะต้องหาข้อสรุปในเชิงของวิชาการ จะมาสรุปตัดสินใจเองไม่ได้
พท.ส่ง32ส.ส.ดูแลม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และรองประธานกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยกลุ่ม ส.ส.เพื่อไทย ร่วมแถลงว่า นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ลงนามมอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ร่วมกับ ส.ส.เพื่อไทยทั้งสิ้น 32 คน แนวทางการทำงานคือ ต่อไปหากมีการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาในจังหวัดใด ในพื้นที่ กทม. ภาคเหนือ ภาคอีสาน ให้ ส.ส.เพื่อไทยที่อยู่ในเขตนั้นๆ ไปดูแล ประสานงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย และเกิดความปลอดภัยกับนักศึกษา นอกจากนี้ ส.ส.ที่จะไปประสานงาน ต้องเตรียมใบรับรองเงินเดือนเอาไว้ด้วย ในกรณีหากเกิดการจับกุมนิสิต นักศึกษา จะได้ยื่นประกันตัวให้ได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 32 ส.ส. อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, นายการุณ โหสกุล, นายวัน อยู่บำรุง, นายอนุสรณ์ ปั้นทอง, น.ส.จิราพร สินธุไพร เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงจุดยืนต่อการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มนิสิตนักศึกษาวันที่ 16 ส.ค.ว่า การชุมนุมของนักศึกษาเป็นการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพ ที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองตามกฎหมาย ขอเรียนกลุ่มคนที่ต้องการสร้างความเกลียดชังในสังคม ต้องการจับกุมปราบปรามนักศึกษาอย่างเด็ดขาดว่า ไม่ใช่วิธีการแก้ไข ไม่ใช่ทางออก แต่เป็นการราดน้ำมันลงในกองไฟให้ลุกโชนต่างหาก เชื่อว่าสิ่งที่จะเป็นทางออกให้สังคมได้จริงๆ คือการรับฟังสิ่งที่พวกเขาพูดอย่างสติและมีเหตุผล สิ่งที่นักศึกษาพูด อาจจะเป็นความจริงที่กระอักกระอ่วนสำหรับสังคมไทย คือความท้าทายของสังคมไทยว่ามีวุฒิภาวะและมีความเป็นผู้ใหญ่พอหรือไม่ที่จะรับฟังความจริงในเรื่องต่างๆ เหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา อย่างมีเหตุมีผลและมีสติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นักศึกษาให้ออกมาเรียกร้องให้แสดงจุดยืนว่ายืนข้างไหน นายธนาธรกล่าวว่า แน่นอนว่าเรายืนข้างนักศึกษาในการต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้บรรลุข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.แก้ไขรัฐ ธรรมนูญ และ 3.ยุบสภา สิ่งที่เราต้องทำในวันนี้ มองสิ่งที่เขาเรียกร้องด้วยความหวังดี การไม่ฟังนักศึกษา ไม่เปิดโอกาสให้สังคมมองเห็นทางออกว่าสังคมจะออกจากความขัดแย้งอย่างไร เพื่อนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างไรต่างหากที่จะทำบ้านเมืองไปสู่วิกฤติและทางตัน ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจว่า พร้อมที่จะรับฟังและประนีประนอมแค่ไหน หากไม่ประนีประนอมและไม่รับฟังนักศึกษาเลย สังคมก็ไม่มีทางออก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเรียกร้องของนักศึกษาเลยเถิดไปถึงสถาบันฯ นั้น นายธนาธรกล่าวว่า ต้องยอมรับข้อเรียกร้อง 10 ข้ออาจทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มไม่สบายใจ ในขณะเดียวกัน ต้องยอมรับข้อเท็จจริงด้วยเหมือนกันว่า คือความจริงที่กระอักกระอ่วน ทุกคนตระหนักรู้อยู่แล้ว แต่ไม่มีใครออกมาพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะ พวกเขาเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่เอาเรื่องนี้มาพูดในที่สาธารณะ นับว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความกล้าหาญมาก หากตัดเรื่องท่าทีในการนำเสนอออกไป มองเนื้อหาที่นำเสนอ คำถามสั้นๆ คือเราพร้อมหรือไม่ที่จะพูดคุยเรื่องเหล่านี้ด้วยเหตุผล ด้วยสติ เราเป็นผู้ใหญ่และมีวุฒิภาวะพอหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีคนบางกลุ่มรับไม่ได้กับ 10 ข้อเรียกร้อง เพราะมองว่าเป็นการจาบจ้วงสถาบันฯ นั้น นายธนาธรตอบว่า &amp;quot;มีข้อไหนจาบจ้วง&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายถึงการแสดงออกของนักศึกษา นายธนาธรตอบว่า ขอให้แยกระหว่างเรื่องเนื้อหาข้อเรียกร้องกับท่าที เพราะท่าทีอาจทำให้คนบางกลุ่มไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ใจความหลักจริงๆ คือเนื้อหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาไม่ต้องการเห็นความแตกแยกในสังคม นายธนาธรกล่าวว่า สังคมจะเดินไปสู่การหาทางออกด้วยสันติได้อย่างไร ในเมื่อเดิม พล.อ.ประยุทธ์ให้ฟังนักศึกษาตั้งกรรมาธิการรับฟังข้อเสนอข้อเรียกร้องของนักศึกษา แต่ในเวลาเดียวกับกลับไปดำเนินการจับกุมคุกคาม แสดงให้เห็นว่าไม่มีความจริงใจรับฟังนักศึกษาจริงๆ
ซ้ำรอย 6 ตุลาถามบิ๊กแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานการณ์ขณะนี้ท้าทายอย่างมาก อยากจะขอสื่อมวลชนว่า วิธีการที่จะหลีกเลี่ยงความรุนแรงหรือพาสังคมไปสู่ทางตันได้ พี่น้องสื่อมวลชนถือว่าสำคัญมากในการเปิดพื้นที่ให้สิ่งที่นักศึกษาพูด ทำให้มันเป็นเรื่อง ปกติในสังคมที่พูดคุยกันด้วยเหตุผล ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่เป็นไร แต่จะทำให้เรากลับมาพูดคุยกันด้วยเหตุผล ด้วยสติ อย่าให้กลุ่มคนที่กระเหี้ยนกระหือรือ ต้องการให้กำราบปราบปรามกลายเป็นเสียงที่ดังในสังคมได้ สื่อต้องเปิดพื้นที่ให้มากที่สุด เพื่อให้เสียงกระเหี้ยนกระหือรือปราบปรามนักศึกษาเบาลง&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ประธานคณะก้าวหน้ากล่าวว่า ต้องถามผู้นำกองทัพว่าจะนำไปสู่เหตุการณ์นั้นหรือไม่ สิ่งที่เราเห็นขณะนี้คือการยุยงปลุกปั่นของกลุ่มคนบางกลุ่มให้เกลียดชัง เราจะหยุดยั้งสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้ด้วยการนำเรื่องนี้ให้อยู่บนโต๊ะคุยกันด้วยเหตุผลและสติ การปราบปรามแก้ปัญหาไม่ได้ ประวัติศาสตร์พิสูจน์มาแล้วว่า การไม่เผชิญหน้ากับความจริงแก้ปัญหาไม่ได้ เราต้องการผู้ใหญ่ ในสังคมที่มีวุฒิภาวะ ทั้งสื่อ นักวิชาการ สหภาพแรงงาน และกลุ่มคนทั้งสังคม ออกมาพูดเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาในที่สาธารณะมากขึ้น จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังให้สัมภาษณ์ในรายการ &amp;ldquo;เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ขอฝากไปถึงผู้มีอำนาจ เวลานี้ทุกคนต้องถอยคนละก้าว ไม่มีใครได้ 100% ไม่มีใครอยากเห็นการสูญเสียเลือดเนื้อ ถ้าผู้มีอำนาจยังไม่คิดถอย ไม่ประนีประนอม มันอาจไปถึงจุดนั้นได้ ทุกคนต้องถอยและใช้สติ โดยรูปธรรมของการถอยคือการแก้รัฐธรรมนูญ มานั่งคุยกันว่าจะเอาอย่างไร เดินหน้าไปอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าคนที่ไม่พอใจ คนที่ตื่นรู้ทางการเมืองและต้องการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง มีมากเกินกว่าที่รัฐจะปราบปรามหรือทำเป็นไม่รับรู้ว่ามีอยู่อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)? นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะทนายความ เดินทางเข้ายื่นหลักฐานต่อ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการ ปอท. ในฐานะโฆษก ปอท. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ขอให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยง ปลุกปั่นฯ โดยเฉพาะแกนนำและกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุม รวมทั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ ผู้ประกอบการเวทีที่ใช้จัดงาน ผู้ที่ให้การสนับสนุนเงินทุนในการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวใน 10 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัย?ธรรมศาสตร์? ศูนย์?รังสิต? พร้อมระบุด้วยว่าอาจจะมีพรรคการเมืองหนึ่ง ช่วยเหลือสนับสนุนการจัดกิจกรรมครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มประชาชนไทยผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซึ่งนำโดย ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกแถลงการณ์ โดยมีข้าราชการ ครู อาจารย์ ประชาชนทั่วไปกว่า 246 คนร่วมลงชื่อ มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า การกระทำและข้อเรียกร้อง 10 ข้อของกลุ่ม &amp;ldquo; ธรรมศาสตร์จะไม่ทน&amp;rdquo; และกลุ่มอาจารย์ที่ลงนามสนับสนุน เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพแสดงออกไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง เพราะเป็นการแสดงออกที่บิดเบือน ใส่ร้าย ละเมิดสถาบันกษัตริย์อย่างรุนแรง จนถึงขั้นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงในหมู่ประชาชนไทย พวกเราจึงขอใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกว่า ทนไม่ได้อีกต่อไปกับการกระทำของนักศึกษาและอาจารย์เหล่านี้ ตลอดจนผู้ที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ขอคัดค้านการกระทำและข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อของคนกลุ่มนี้ และขอให้รัฐบาล-เจ้าหน้าที่รัฐผู้มีหน้าที่ดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ และระงับความแตกแยกในสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 23 คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 23 คน นำโดย รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งเกี่ยวกับการใช้เสรีภาพในการชุมนุมว่า ในสังคมการเมืองพหุนิยมซึ่งมีความคิดและอุดมการณ์แตกต่างหลากหลาย ทุกภาคส่วนของสังคมควรยอมรับว่าไม่มีคุณค่าใดเป็นคุณค่าสูงสุดเด็ดขาด แต่ควรเปิดโอกาสให้คุณค่าทั้งหลายที่ขัดแย้งกันอยู่นั้นได้มีพื้นที่ในสังคมการเมือง และมีโอกาสในการพัฒนาตนเองหรือพัฒนาการอุดมการณ์แห่งคุณค่านั้นด้วย แม้ว่าการเคลื่อนไหวหรือการแสดงออกของผู้ชุมนุมเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้การใช้สิทธิเสรีภาพนั้นบั่นทอนคุณค่าที่คนกลุ่มอื่นของสังคมยึดถือจนพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรง
บี้มหา&amp;#39;ลัยห้ามแตะสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ได้เชิญผู้บริหารของมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าพบ เพื่อสอบถามเรื่องการพัฒนาและทิศทางของมหาวิทยาลัย รวมทั้งกำชับให้ดูแลความเคลื่อนไหวของนักศึกษาไปตามหลักประชาธิปไตย โดยย้ำว่านายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงในสถานการณ์การชุมนุมของนักศึกษา ซึ่งมีการปราศรัยล่วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชุมนุมที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คนไทยจำนวนมากไม่พอใจเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นายกฯ ไม่ปรารถนาที่จะให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอนกกล่าวว่า รัฐบาลไม่ปิดกั้นการชุมนุม ไม่ขัดข้องในการแสดงความเห็นทางการเมืองของนักศึกษาประชาชน แต่ต้องไม่จาบจ้วงต่อสถาบันฯ ขอให้มหาวิทยาลัยเคร่งครัดในเรื่องนี้ ผู้บริหารทุกมหาวิทยาลัยต้องร่วมกันรับผิดชอบหากเกิดเหตุ ต้องตระหนักว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเสาหลักของประเทศ เป็นศูนย์รวมจิตใจของบ้านเมือง ซึ่งครูบาอาจารย์ต้องพูดให้นักศึกษาตระหนักว่าสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นสำคัญอย่างไร ประเทศไทยเรานั้นปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องช่วยกันดูแลไม่ให้นักศึกษาหรือคนนอกมหาวิทยาลัยเข้ามาจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันฯ จะใส่เกียร์ว่างทำเป็นไม่รู้ไม่ได้ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยไม่ควรอนุญาตให้คนนอกเข้าไปใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง และหากมีการชุมนุมควรให้ รปภ.ตรวจบัตร ตรวจอาวุธ และคัดกรองป้องกันโควิด-19 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักบริหารกิจการนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกประกาศเรื่องไม่อนุมัติให้จัดกิจกรรมในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.2563 ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย มีเนื้อหาดังนี้ ตามที่กลุ่มคณะจุฬาฯ และสปริงมูฟเมนต์ มีหนังสือขออนุญาตจัดกิจกรรมภายในจุฬาฯ เพื่อผลักดันปัญหาของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเพื่อให้ความรู้ด้านการเมืองของนิสิตต่อสถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบัน ตั้งแต่เวลา 15.00-20.00 น.นั้น เห็นว่าควรจะได้มีการหารือกับนิสิตผู้ขออนุญาตโดยตรงถึงแผนการดำเนินการจัดการชุมนุมให้เกิดความรอบคอบ มิให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายและขยายวงความขัดแย้งจนอาจจะนำไปสู่ความรุนแรง การที่ผู้ขออนุญาตได้จัดส่งหนังสือขออนุญาตจัดกิจกรรมดังกล่าวในระยะเวลาที่กระชั้นชิดมาก ทำให้ไม่สามารถประสานงานกับหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง ตามที่แจ้งขอได้ทันกำหนดเวลา จึงยังไม่อาจอนุญาตให้จัดกิจกรรมในวันศุกร์นี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ 14 อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมลงนามคัดค้าน สำนักบริหารกิจการนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเรื่องไม่อนุมัติให้จัดกิจกรรมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทางผู้จัดกิจกรรมได้ยืนยันว่า แม้จะมีประกาศห้ามดังกล่าว แต่ผู้จัดก็จะยันคงเดินหน้าจัดการชุมนุมในมหาวิทยาลัยต่อไป โดยเลื่อนเวลาเป็น 17.00 น. ใช้สถานที่ลานหน้าอาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในช่วงหนึ่งของกิจกรรม มีการขอให้ผู้ชุมนุมชู 3 นิ้ว และตะโกนพร้อมกันว่า หยุดคุกคามประชาชน และขอไม่ให้มีการปิดกั้นการแสดงออก นอกจากนี้ ยังมีการเปิดโต๊ะให้ผู้ชุมนุมและประชาชนร่วมลงชื่อเพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้ครบ 50,000 รายชื่อด้วย และเวลาประมาณ 20.00 น. แกนนำบนเวทีปราศรัยได้ประกาศยุติชุมนุมแล้ว และนัดหมายชุมนุมกันใหม่อีกครั้งวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.2563 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานพ่อขุน มหาวิทยาลัยรามคำแหง เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย จัดการชุมนุมปราศรัยแบบแฟลชม็อบ &amp;quot;คนรามจะไม่ทน&amp;quot; รามคำแหงจะไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเผด็จการอีกต่อไป ท่ามกลางนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เดินทางเข้าร่วมจำนวนหนึ่ง โดยมีตำรวจนครบาล 4 จัดกำลังประมาณ 50 นาย ร่วมกับตำรวจ สน.หัวหมาก อีก 80 นาย หรือประมาณ 1 กองร้อย กระจายกำลังคอยดูแลความสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเยาวชนปลดแอก ออกแถลงการณ์เรื่องการจับกุมเยาวชนและประชาชนจากการชุมนุมเพื่อเรียกร้องทางการเมือง สืบเนื่องจากการชุมนุมของเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค.63 ว่า มีเอกสารหลุดออกมาว่าอาจมีถึง 31 คนที่ถูกออกหมายจับ โดยกว่าครึ่งเป็นเพียงแค่เยาวชน หนึ่งในนั้นคือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ที่เพิ่งถูกควบคุมตัว จึงขอยืนยันในข้อเรียกร้องคือ &amp;quot;หยุดคุกคามประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายศาลอาญาเข้าจับกุมนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำเยาวชนปลดแอก ย่านเมืองทองธานี ขณะเตรียมเดินทางไปร่วมชุมนุมบริเวณท่าน้ำนนท์ &amp;ldquo;กิจกรรมทุเรียนนนท์ไม่เอาเผด็จการ&amp;rdquo; โดยเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายศาล ในข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ รวม 7 ข้อหาเดียวกันกับที่ทนายอานนท์ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ แต่นายพริษฐ์ไม่ยอมไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวโดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย หิ้วขึ้นรถอย่างทุลักทุเล นายพริษฐ์พยายามแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้ว ก่อนนำตัวไปบันทึกประจำวันที่ สภ.ปากเกร็ด เจ้าของพื้นที่และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตัวนายพริษฐ์ได้ควบคุมตัวมาถึง นายพริษฐ์ได้ลงจากรถก่อนเข้าสวมกอดคุณแม่ที่มาให้กำลังใจ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาตัวเข้าไปยังห้องสอบปากคำเพื่อทำการสอบปากคำ โดยไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องติดตามเข้าไป โดยมี พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เข้าติดตามการสอบปากคำและความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศที่ สน.สำราญราษฎร์ ยังคงมีฝนตกโปรยปราย และมีกลุ่มผู้สนับสนุนนายพริษฐ์ทยอยเข้ามาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รอบบริเวณโรงพัก ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดกำลังดูแลความเรียบร้อย พร้อมตั้งแผงเหล็กเป็นแนวกั้นไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณโรงพัก ต่อมานายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอใช้ตำแหน่ง ส.ส.เป็นหลักประกันตัวนายพริษฐ์ ในขณะเดียวกันก็มี ส.ส.จากพรรคก้าวไกล รวมทั้งบรรดาอาจารย์ใน 105 รายชื่อที่สนับสนุนการชุมนุมได้มาที่ สน.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ในเวลา 20.00 น. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. แถลงชี้แจงกรณีการจับกุมนายพริษฐ์ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. มีการจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย และมีการร้องทุกข์ไว้ กระทั่งวันที่ 7 ส.ค. ตำรวจได้จับกุมนายอานนท์กับนายภาณุพงศ์ ตามหมายจับศาลอาญา ก่อนได้รับการประกันตัวไป วันนี้ตำรวจจึงได้จับกุมนายพริษฐ์ ซึ่งเป็นแกนนำอีกราย หลังรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ ยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ พร้อมแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ และตรวจร่างกายโดยแพทย์ ยืนยันว่าหลังสอบปากคำเสร็จสิ้นจะคุมขังที่ สน.สำราญราษฎร์ ตามกรอบกฎหมาย 48 ชั่วโมงก่อนส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญา ซึ่งขณะนี้มารดานายพริษฐ์กับทนายความก็อยู่ดูแลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าวได้มีมวลชนฝ่าแนวกั้นของตำรวจเข้ามาตะโกนใส่หน้า พล.ต.ต.สมประสงค์ ว่า shame&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพริษฐ์กล่าวกับมวลชนผ่านกระจกห้องสอบสวนว่า สบายดี ส่วนเหตุผลที่ตำรวจจับกุมนั้นเป็นเพราะเขากลัวข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายที่ดีเพื่อชีวิตที่ดีกว่า, จาบจ้วง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รับฟังคนรุ่นใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36a315d4f63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
