<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พึ่งรัฐไม่ได้!ชาวบ้านเผาพริกเกลือสาปแช่ง สู้โรงงานน้ำตาลทำลายชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านยโสธร-อำนาจเจริญ ลุกขึ้นสู้โรงงานน้ำตาลทำลายชุมชน ลั่นไม่ยอมรับอีไอเอฉบับยัดเยียดทำลายชีวิตสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;จี้ผู้ว่าฯตั้งกรรมการศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มิ.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กว่า 100 คน ได้อ่านแถลงการณ์ หยุดยัดเยียดที่อ้างการพัฒนาและความเจริญมาทำลายสิ่งแวดล้อมและชุมชน ทั้งยังเผาหุ่น เผาพริก เผาเกลือ สาปแช่ง ที่มีข้อความ ไม่ยอมรับ อีไอเอโรงงานน้ำตาล มติ(คชก.) และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธร ปั้นทอง อายุ 57 ปี กรรมการกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง และอดีตกำนันตำบลเชียงเพ็ง &amp;nbsp;ระบุว่า โครงการดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาบเกี่ยวกัน 2 จังหวัด คือ จังหวัดอำนาจเจริญ จ.ยโสธร โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ยโสธร ที่อยู่ในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตรที่เป็นพื้นที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง ทางกลุ่มมองกระบวนการที่ผ่านมายังขาดในประเด็นการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและเนื้อหาหลายประเด็นที่ขัดแย้งกับข้อมูลพื้นที่ แต่ในส่วนการดำเนินการของโรงงานกลับทำไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชาวบ้านก็ยังยืนยันว่าอีไอเอยังขัดแย้งกับข้อมูลชุมชน แล้วโรงงานจะได้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานมาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธร ระบุว่า ที่ผ่านมาทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ได้ทำหนังสือคัดค้านมาตลอดโดยเฉพาะกระบวนการและประเด็นในการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่พวกเรายืนยันว่ายังมีประเด็นขัดแย้งกับข้อมูลพื้นที่ดังนี้ 1. ชุมชนที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นที่แท้จริง โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ยโสธร ซึ่งเป็นพื้นที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง และชุมชนที่อาศัยลำน้ำเซบายตลอดทั้งลำน้ำ 2.ไม่มีการทำความตกลงและทำประชาคมกับชุมชนที่อยู่ในลำน้ำเซบายถึงการกำหนดระดับน้ำในการผันน้ำให้อยู่ในระดับที่ชุมชนยอมรับร่วมกันทั้งกลางน้ำ ปลายน้ำ และไม่มีการจัดประชุมประชาคมกลุ่มผู้ใช้น้ำและทรัพยากรในลำน้ำเซบายในประเด็นเรื่องการผันน้ำเข้าไปใช้ในโครงการ 2 ล้าน ลบ.ม./ปี ซึ่งโครงการจะมีแผนในการผันน้ำจากลำน้ำเซบายเข้าพื้นที่โรงงานน้ำตาลในช่วงฤดูน้ำหลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 3 ขัดกับนโยบายจังหวัด การดำเนินการโครงการโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อย/วัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ถือว่าเป็นโครงการที่ขัดแย้งกับนโยบายแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ พ.ศ.2560 &amp;ndash; 2564 &amp;nbsp;โดยเฉพาะ จังหวัด ที่กำลังดำเนินการขยายพื้นที่ปลูกพืชอินทรีย์ &amp;nbsp;และการปฎิบัติของชุมชน โดยเฉพาะการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ซึ่งเป็นนโยบายของจังหวัดยโสธรเป็นเมืองแห่งวิถีอีสาน ประเด็นที่ 4 ความไม่เหมาะสมในการดำเนินโครงการเชิงพื้นที่ &amp;nbsp;เพราะใกล้ชุมชน ใกล้แหล่งน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายสิริศักดิ์ สะดวก ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย กล่าวว่า ทางกลุ่มอยากเรียกร้องให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรตั้งกรรมการศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริง ในเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านต่อโครงการที่จะเกิดขึ้น ศึกษาทรัพยากรชุมชนที่ชาวบ้านได้พึ่งพาอาศัย และศึกษาสุขภาพของชุมชนด้วย เพื่อจะได้รู้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรชุมชนที่ไม่ควรจะมีโรงงานขนาดใหญ่มาก่อตั้งใกล้แหล่งทรัพยากรและชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การก่อสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อย/วัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำปลีก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ โดยเฉพาะโรงงานน้ำตาลนั้นกำลังดำเนินการก่อสร้างไปอย่างรวดเร็ว หลังจากอีไอมีมติเห็นเห็นชอบจาก (คชก.) และทางบริษัทได้ขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(ร.ง.4)และทางกระทรวงอุสาหกรรมได้อนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา และเงื่อนไขการอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน&amp;nbsp;ท่ามกลางการคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ ไม่ยอมรับกระบวนการตั้งแต่ก่อนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 และ 2 &amp;nbsp;ตลอดจนกระบวนการที่ คชก. พิจารณา จนได้มาซึ่งใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12051</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอนุรักษ์ล้ำน้ำเซบาย, ต้านโรงงานน้ำตาล, ยโสธร, รับฟังความคิดเห็น, สาปแช่ง, อำนาจเจริญ, อีไอเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b307158ad2f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงการผ้าเหลืองร้อนฉ่า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2561 &amp;ndash; เรียกว่าสร้างปรากฏการณ์สะเทือนไม่ต่างจากกรณีเงินทอนวัดแต่อย่างใด เมื่อเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือ www.krisdika.go.th ได้เผยแพร่การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งระบุว่า &amp;nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2561 รับหลักการให้มีการจัดทําร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ในประเด็นเกี่ยวกับมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะองค์กรปกครองคณะสงฆ์นั้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมติ ครม. วันที่ 4 เม.ย. 2560 ประกอบกับมติ ครม. วันที่ 19 มิ.ย. 2561 ดังกล่าว จึงเปิดรับฟังความเห็นประกอบการจัดทําร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความร้อนแรงเห็นได้ พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เจ้าคณะภาค 2 และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่ง
เป็นพระนักวิชาการ โดยเป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรกที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย ที่ต้องเป็นประธานการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 42/2561 ณ วัดอตัมมยตาราม เมืองวูดดิ้นวิลล์ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 21-24 มิถุนายน พุทธศักราช 2561 ต้องทิ้งการประชุมบินด่วยกลับไทยตั้งแต่ช่วงวันที่ 23 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานแจ้งว่าเจ้าคุณประยูรระบุก่อนขึ้นเครื่องว่า พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ในฐานะเลขานุการสมเด็จได้เรียกตัวด่วน ซึ่งคาดว่าเป็นเรื่องการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวนั่นเอง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11987</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, ประยูร ธมฺมจิตฺโต, พระพรหมบัณฑิต, พระพรหมมุนี, พระราชบัญญัติคณะสงฆ์, รับฟังความคิดเห็น, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร, สุชิน อคฺคชิโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2f1bd70cf0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
