<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2019 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเดียเด็ด? “อนุทิน”ชี้ถ้าภท.ได้เป็นรัฐบาลจะจัดประชุมครม.สัญจรทุกสัปดาห์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 ก.พ. &amp;nbsp;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการรณรงค์หาเสียงของพรรคว่า ขณะนี้พรรคยังคงเดินหน้าหาเสียง พบปะพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ ได้ให้ไว้กับผู้สมัครของพรรคทุกคน นอกจากนี้ประเด็นสำคัญที่ท่านหัวหน้าพรรคฯ ได้ริเริมไว้คือหากท่านหัวหน้าพรรคฯ ได้มีโอกาสดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล ก็จะเสนอให้มีการประชุมครม. สัญจรทุกสัปดาห์ หรือจัดให้บ่อยที่สุด ไม่จำเป็นต้องประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลตลอด เพราะการที่นายกฯ ลงไปประชุมครม. ในต่างจังหวัดจะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นๆ ครม. ได้มีโอกาสเข้าไปรับรู้ปัญหาโดยตรงจากพื้นที่ มีการนำงบประมาณลงไปพัฒนาพื้นที่นั้นๆ สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการประชุมครม.สัญจรทุกสัปดาห์จะคุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไปในการเตรียมงานหรือไม่ พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ตนคิดว่างบประมาณที่เสียไปในการจัดประชุมครม.สัญจร ไม่ได้หายไปไหน หากแต่จะตกอยู่ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ในกรณีที่ต้องจ้างเอกชนเข้ามาเตรียมงาน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้สถานที่ราชการในการจัดการประชุม ซึ่งมีอุปกรณ์ต่างๆพร้อมอยู่แล้ว จึงไม่ได้ใช้งบประมาณมากอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประชุมครม.สัญจรคุ้มค่ากับประมาณแน่นอน เราเสียงบประมาณนิดหน่อย แต่ทำให้พี่น้องในพื้นที่ได้มีงบประมาณพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง ทำให้ชาวบ้านได้ใกล้ชิดครม. ทำให้เราได้รับรู้ปัญหาของชาวบ้านที่แท้จริงไม่ว่าจะคิดในมุมไหนก็คุ้มค่า เพราะเราต้องการแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน&amp;rdquo; โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีการเสนอชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ก่อนอื่นพรรคภูมิใจไทยโดยท่านหัวหน้าพรรคยืนยันมาตลอดว่าเราเทิดทูนสถาบันเหนือสิ่งอื่นใดมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องการเสนอชื่อแคนดิเดทนายกฯ ของพรรคการเมืองอื่นนั้น ตนเองคงให้ความเห็นอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องกิจการภายในของแต่ละพรรคการเมือง เราเคารพการตัดสินใจของแต่ละพรรค เราเป็นเพียงผู้ชมเท่านั้น อีกทั้งแนวทางของพรรคภูมิใจไทยชัดเจนคือไม่ตอบโต้กันทางการเมืองให้เกิดความขัดแย้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28721</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดครม.สัญจรทุกสัปดาห์, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, รับฟังประชาชน, หาเสียงเลือกตั้ง, อนุทิน ชาญวีรกูล, โฆษกพรรคภูมิใจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190210/image_big_5c5f9792a1851.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะใส จี้นักการเมืองปรับตัวเปิดพื้นที่รับนโยบายจากประชาชนมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยะใส เชื่อนักการเมืองประสาทสัมผัสไว แนะเตรียมรับมือปัจจัยใหม่ จี้ปรับตัวเปิดพื้นที่รับนโยบายจากข้างล่างมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการเตรียมการเลือกตั้งในขณะนี้ แม้จะยังไม่ชัดเจนถึงกรอบเวลาที่แน่นอนและช่วงเวลาของการปลดล็อคที่ยังยากจะคาดการณ์ว่าจะเป็นช่วงใดก็ตาม แต่ในด้านหนึ่งนั้นก็เป็นโอกาสที่ดีของบรรดากลุ่มก้อนทางการเมือง ทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่จะได้ใช้โอกาสนี้ในการสรุปบทเรียนทางการเมือง รวมทั้งการตั้งโจทย์ใหม่ที่จะช่วยกันคลี่คลายปัญหาบ้านเมืองให้ออกจากความขัดแย้งการทุจริตคอร์รัปชั่นและการเมืองที่ล้มเหลวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการเมืองถือเป็นกลุ่มคนที่ มีประสาทสัมผัสทางการเมืองไวและเร็วกว่ากลุ่มอื่นๆย่อมอ่านสถานการณ์สังคมการเมืองในขณะนี้ได้ดีที่สุด ว่าโจทย์และประเด็นทางการเมืองในขณะนี้ มีปัจจัยอะไรบ้างที่เปลี่ยนไปและควรคำนึงถึง
การใช้ประสบการณ์แท็กติกและยุทธวิธีแบบเดิมนั้นอาจจะทำให้การเมืองเผชิญกับวิกฤติปัญหาที่สลับซับซ้อนหรือมีความรุนแรงมากขึ้นอีก ที่สำคัญอาจจะทำให้การเมืองเข้าใกล้ความเป็นสงครามถ้ายังติดอยู่ในถ้ำของความขัดแย้งจนไม่สามารถนำพาชาติบ้านเมืองต่อไปข้างหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเรียนที่สำคัญประการหนึ่งพรรคการเมืองมักคิดเตรียมการเลือกตั้งเพื่อให้ชนะเลือกตั้งและร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพื่อปันผลประโยชน์กันเท่านั้นจนทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายและไม่ไว้วางใจนักการเมืองมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะกระบวนการจัดทำนโยบายสาธารณะของพรรคการเมือง หมดเวลาแล้วที่นักการเมืองจะคิดฝ่ายเดียว เชื่อเอง เออเอง ทำเอง หรือเป็นผู้รับเหมาทำแทนประชาชนไปเสียทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องคิดกันใหม่นโยบายสาธารณะควรมาจากข้างล่างมากขึ้น ฟังประชาชนมากขึ้น เพราะในข่วงวิกฤติการณ์ทางการเมืองเราเห็นความย่อยยับล้มเหลวหลายมิติ แต่ภาคส่วนของคนเล็กคนน้อยคนระดับล่างของสังคมในสร้างปฏิบัติการใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอดในหลายรูปแบบ เรื่องราวพวกนี้น่าศึกษาและสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการต่อยอดหรือยกระดับเป็นนโยบายแก้ปัญหาประเทศได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13876</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมือง, รับฟังประชาชน, สุริยะใส กตะศิลา, เตรียมการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae594602fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
