<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอาญาคดีทุจริตรับฟ้องคดีรถไฟฟ้าสายสีส้มเปลี่ยนเกณฑ์ประมูล 25ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.2564 นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ &amp;nbsp;บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี เปิดเผยภายหลังการพิจารณาคดีของศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลางว่า ศาลฯ ได้นัดพร้อมคู่ความในคดีคือบีทีเอส และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม รวมทั้งผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หลังศาลมีคำสั่งรับฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไต่สวนมูลฟ้องกรณีบีทีเอสฟ้องคดีอาญาต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กรณีผู้ว่า รฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ร่วมกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ โดยศาลได้สอบถามคู่ความแล้วมีคำสั่งให้เลื่อนไปพิจารณาพยานหลักฐานกันอีกครั้ง ในวันที่ 25 ต.ค.64 เวลา 13.30 น. เนื่องจากโจทก์ และจำเลยขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ในส่วนของคดีคงต้องรอการไต่สวนตามที่ศาลกำหนดนัดต่อไปว่าสุดท้ายแล้วศาลจะมีคำพิพากษาออกมาว่าคดีมีมูลหรือไม่ ส่วนตัวได้ปรึกษากับทีมทนายแล้ว คดีนี้ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย รวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ มีความชัดเจนเป็นที่รับทราบทั่วไป ที่สำคัญคือพยานฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ และเอกสารต่างๆ ระบุชัดเจนว่า สิ่งที่คณะกรรมการคัดเลือก และ รฟม. ดำเนินการมามีประเด็นปัญหาในเรื่องความไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ศาลเคยมีคำสั่ง ซึ่งส่งผลต่อการยื่นข้อเสนอ และการพิจารณาผลในโครงการนี้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า การที่บีทีเอสนำคดีฟ้องเข้าสู่ศาลนี้ ได้ปรากฏพยานเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ เพื่อนำมา พิสูจน์ความจริง และความถูกต้องในสิ่งที่เรายืนยัน ซึ่งเท่าที่เราได้รับเอกสารในสำนวนขณะนี้พบว่า มีเอกสารหลายรายการที่พยายามขอเพื่อมายืนยันความเข้าใจของเราว่า เราเข้าใจถูกต้องหรือไม่ แต่ก็ไม่เคยได้ มาวันนี้เอกสารบางอย่างนั้นมาปรากฏในชั้นศาลแล้ว ซึ่งตรงกับความเข้าใจของเรา ยิ่งทำให้เราเชื่อมั่นในการเดินหน้าต่อสู้ในเรื่องนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอทำความเข้าใจผ่านสื่อไปถึงคณะกรรมการคัดเลือกทุกคน ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และอาจต้องนำเรียนไปยังรัฐบาลว่า บีทีเอสมีคดีความกับรฟม. และคณะกรรมการคัดเลือก 3 คดี แยกเป็นคดีปกครอง 2 คดี และคดีอาญาทุจริต 1 คดี ยืนยันว่าทั้ง 3 คดี ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ปกครอง และศาลอาญาฯ &amp;nbsp; ไม่ได้เสร็จสิ้นไปตามที่ผู้ว่าการ รฟม.เคยแถลงข่าวไว้ ส่วนประเด็นที่ รฟม.จะเดินหน้าโครงการต่อ ทางบีทีเอสไม่ขัดข้อง และเคารพในคำตัดสินของศาล แต่ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เราพร้อมเข้าร่วมแข่งขันในกฎกติกา และการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบลงมาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง จะปล่อยให้ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกดำเนินการไปเรื่อยๆ เช่นนี้ คงไม่เกิดประโยชน์ โดยในวันที่ 17 ก.ย.นี้ บีทีเอสจะออกหนังสือไปยังผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 เพื่อเรียกร้องให้ผู้ที่มีหน้าที่กำกับดูแลในเรื่องนี้ลงมาแก้ไขปัญหา และทำเรื่องนี้ให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117007</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับฟ้อง, ศาลอาญาคดีทุจริต, สุรพงษ์ เลาหะอัญญา, เปลี่ยนเกณฑ์ประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60385ec13eba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลคดีทุจริตรับคำร้อง&#039;นิพิฎฐ์&#039;ฟ้อง7กกต. นัดพิพากษา17ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีที่ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ชุดปัจจุบันทั้งคณะ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา157ของประมวลกฎหมายอาญาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางว่า วันนี้ ศาลทุจริตกลางมีคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องว่า คำฟ้องโจทก์ได้ระบุรายละเอียดตัวบุคคลเอกสารหรือวัตถุพยานที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง และพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดเพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีพอ ที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้&amp;nbsp; และให้จำเลยส่งเอกสารประกอบการพิจารณารวม 2 รายการภายใน 30 วันนับแต่ที่ได้รับแจ้ง และให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 17 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านคือ คดีนี้ศาลรับไว้พิจารณาไต่สวนตามขั้นตอนกระบวนการของศาลทุจริตกลางแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงพยายามบอกกับทุกคนว่าในชีวิตมนุษย์ ถ้าเราไม่ได้รับความยุติธรรม เราต้องพยายามต่อสู้ไขว่คว้า หาความยุติธรรมนั้นมาให้ได้ ถ้าบอกว่าสังคมไม่ยุติธรรมก็ต้องย้อนกลับมาดูว่า เราได้ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมนั้นแล้วหรือยัง&amp;quot; นายนิพิฏฐ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71313</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, รับฟ้อง, ศาลอาญาคดีทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e814f63513d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนวนที่7!ศาลฎีกานักการเมืองรับฟ้องคดี&#039;ทักษิณ&#039; ให้คลังฟื้นฟู TPIโดยไม่มีอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.61- ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลนัดฟังคำสั่งรับ-ไม่รับฟ้อง คดีหมายเลขดำ อม.40/2561 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อายุ 69 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนายทักษิณ ให้ความเห็นชอบกระทรวงการคลัง สมัยที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เป็น รมว.คลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน จึงเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง เพราะกระทรวงการคลังไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2546 มาตรา 10 เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2553 และได้ยื่นฟ้องคดีเอง เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา พร้อมยื่นเอกสารหลักฐาน 21 กล่อง 120 แฟ้ม ที่มีมติชี้มูลความผิดอาญานายทักษิณให้ศาลพร้อมคำฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก่อนพิจารณาคำฟ้อง วันนี้องค์คณะทั้ง 9 คน ก็ได้ประชุมกันภายในเพื่อเลือกผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน 1 คนก่อน แล้วจึงพิจารณาคำฟ้องซึ่งเห็นว่า แม้การฟ้องไม่มีตัวจำเลย แต่จำเลยคดีนี้ก็ถูกยื่นฟ้องในคดีของศาลฎีกานี้ซึ่งได้ออกหมายจับไว้แล้ว ขณะที่คำฟ้องคดีก็ถูกต้องตามกฎหมาย และ ป.ป.ช.โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง ศาลจึงมีอำนาจตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 มาตรา 27 ที่จะประทับรับฟ้องคดีไว้พิพากษาได้ จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป โดยให้สำเนาคำฟ้องส่งให้จำเลยและปิดหมายแจ้งจำเลยทราบตามที่อยู่ในฟ้อง (บ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์) ซึ่งให้การปิดหมายมีผลทันที ตาม วิ อม.มาตรา 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยองค์คณะฯ กำหนดนัดพิจารณาครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 8.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากวันนัดพิจารณาครั้งแรก นายทักษิณไม่มาศาล ในวันนัดดังกล่าวองค์คณะฯ ก็มีอำนาจพิจารณาออกหมายจับให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี และตาม วิ อม. มาตรา 28 วรรคสอง บัญญัติว่า หากออกหมายจับแล้ว 3 เดือน ยังไม่ได้ตัวจำเลย ศาลมีอำนาจพิจารณาได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย (ดำเนินกระบวนพิจารณาลับหลังจำเลย) แต่ไม่ตัดสิทธิที่จำเลยจะแต่งตั้งทนายความดำเนินการแทนตนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคดีนี้ ถือเป็นสำนวนที่ 7 ที่ นายทักษิณ อดีตนายกฯ ถูกยื่นฟ้องนับจากพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองหลังการรัฐประหารปี 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน ประกอบด้วย นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย รองประธานศาลฎีกา, นายไสลเกษ วัฒนพันธ์ รองประธานศาลฏีกา, นายวิชัย เอื้ออังคณากุล รองประธานศาลฏีกา, นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง รองประธานศาลฏีกา, นายพรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว รองประธานศาลฏีกา, นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา, นายพิศล พิรุณ ประธานแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา, นายสุนทร ทรงฤกษ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา และนายชัยยุทธ ศรีจำนงค์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10796</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีที่ 7, ทักษิณ ชินวัตร, ป.ป.ช., รับฟ้อง, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ึคดีพีทีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17736098b24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
