<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวง เฝ้าระวังรับมือพายุ &#039;ไลออนร็อก&#039;เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือพายุดีเปรสชัน &amp;quot;ไลออนร็อก&amp;quot; ในช่วงนี้ โดยให้ติดตามการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ดำเนินการตามแผนป้องกันสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด และมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงทีในการป้องกัน, การฟื้นฟู และการเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ให้รายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวัน และให้ประชาสัมพันธ์การดำเนินการไปยังสื่อมวลชนและประชาชนให้รับทราบด้วยตามแผนปฏิบัติการเดิมที่ได้สั่งไว้ พร้อมกำชับให้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องจักรตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และเมื่อเกิดภัยพิบัติให้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดรวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินให้ผู้บริหารในพื้นที่เข้าไปดำเนินแก้ไขปัญหาทันที และรายงานผู้บริหารในส่วนกลางจนกว่าเหตุการณ์จะยุติ และเมื่อเกิดเหตุทางขาด สะพานขาดหรือชำรุด ให้จัดเจ้าหน้าที่เครื่องจักรและสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที พร้อมทั้ง ให้ทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าระบบบริหารงานภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของกรมทางหลวงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ประจำวันที่ 7&amp;nbsp; ตุลาคม 2564&amp;nbsp; เวลา 13.30 น. พบทางหลวงถูกน้ำท่วม/ดินสไลด์ และสะพานชำรุด จำนวน 9 จังหวัด 21 สายทาง&amp;nbsp; รวม 44&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; การจราจรผ่านได้&amp;nbsp; 25 แห่ง ผ่านไม่ได้ 19 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางหลวงในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 11 จังหวัด ได้แก่ 1 จ.ขอนแก่น &amp;nbsp; 2จ.นนทบุรี &amp;nbsp; 3จ.สระบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp; 4จ.อ่างทอง&amp;nbsp; 5จ.ลพบุรี&amp;nbsp; 6จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; 7จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; 8จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; 9จ.นครสวรรค์ &amp;nbsp; โดยทางหลวงที่มีระดับน้ำสูงได้แก่&amp;nbsp; ทล. 2&amp;nbsp; ท่าพระ &amp;ndash; ขอนแก่น ระดับน้ำสูง 280 ซม. &amp;nbsp; - ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ระดับน้ำสูง 150 ซม. &amp;nbsp; ทล.32&amp;nbsp; อ่างทอง-ไชโย ระดับน้ำสูง 130-150 ซม. &amp;nbsp; และ&amp;nbsp; ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 175 ซม.&amp;nbsp; โดยมีการการจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; 19 แห่ง&amp;nbsp; ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จ.ขอนแก่น (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 2&amp;nbsp; ท่าพระ &amp;ndash; ขอนแก่น ช่วง กม.ที่ 329 +913 (จุดกลับรถใต้สะพานบ้านกุดกว้าง)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 280 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ทล.2131 บ้านสะอาด-เหล่านางงาม&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 6+800 &amp;ndash; 8+500 ด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 90-100 ซม. ใช้ทางเลี่ยงทางหลวงหมายเลข 2062 บ้านทุ่ม-บัญจาคีรี กม.0 ไปออกทางหลวงหมายเลข 12 บ้านฝาง-ขอนแก่น&amp;nbsp; กม.540&amp;nbsp; เข้าเมืองขอนแก่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จ.นนทบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 16+950&amp;nbsp; (จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางแพรกมุ่งหน้าแคราย) ระดับน้ำสูง 30ซม.&amp;nbsp; ใช้จุดกลับรถต่างระดับบางใหญ่ที่ กม.18+500 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล. 302 สะพานพระนั่งเกล้า-ต่างระดับบางใหญ่ ช่วง กม.ที่ 17+000 (จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางแพรกมุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก ระดับน้ำสูง 30 ซม. ใช้จุดกลับรถใต้สะพานคลองบางไผ่ที่ กม.16+600 ทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จ.อ่างทอง (การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง) ได้แก่ทล.32&amp;nbsp; นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 32+607 (จุดกลับรถคลองกะท่อ) &amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 150 ซม. จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล.32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.33+200 จุดกลับรถใต้ท่อ Box Cul.(วัดค่าย) ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล. 32 นครหลวง-อ่างทอง ช่วง กม.ที่ 39+843 (จุดกลับรถวัดดอกไม้)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 59-55 ซม. จุดกลับรถผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.32&amp;nbsp; อ่างทอง-ไชโย ช่วง กม.ที่ 57+500 จุดกลับรถบางศาลา ระดับน้ำสูง 130-150 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&amp;nbsp; ทล.33 นาคู-ป่าโมก ช่วง กม.ที่ 36+000 &amp;ndash; 36+400 (จุดกลับรถใต้สะพานฝั่งป่าโมก) ระดับน้ำสูง 40 ซม. การจราจร ผ่านไม่ได้&amp;nbsp; ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จ.ลพบุรี&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล. 3019&amp;nbsp; สามแยกโคกกระเทียม-สถานีรถไฟโคกกระเทียม ช่วง กม.ที่ 1+750-กม.1+825 ระดับน้ำสูง 35 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน ทล.3024&amp;nbsp; บ้านหมี่-เขาช่องลม ช่วง กม.ที่ 5+600-กม.7+300&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม. ทางเลี่ยงใช้ทางท้องถิ่นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง) ได้แก่ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 89+100 ดินสไลด์ ทล.1117 ตอน คลองแม่ลาย-อุ้มผาง ช่วง กม.ที่ 93+155 ดินสไลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. จ.พระนครศรีอยุธยา (การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่งได้แก่ ทล. 347 บางกระสั้น&amp;ndash;บางปะหัน ช่วง กม.ที่ 40+860 (จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ระดับน้ำสูง 50 ซม.การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp; ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน ทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 10+940 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 175 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทนทล 3263 อยุธยา&amp;ndash;ไผ่กองดิน ช่วง กม.ที่ 11+100 (จุดกลับรถใต้สะพานสีกุก) ระดับน้ำสูง 175 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จ.สุพรรณบุรี (การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง)ได้แก่&amp;nbsp; ทล. 33 สุพรรณบุรี - นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 (สะพานคลองทับน้ำ) ระดับน้ำสูง 70 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทนทล. 340 สาลี - สุพรรณบุรี กม.ที่ 59+674 (สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม)&amp;nbsp; ระดับน้ำสูง 100 ซม. การจราจรผ่านไม่ได้ ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ได้แก่ ทล. 1 บ้านหว้า &amp;ndash; วังไผ่&amp;nbsp; ช่วง กม.ที่ 339+600 ใต้สะพานเดชาติวงศ์ ระดับน้ำสูง 80 ซม. ใช้ทางกลับรถข้างหน้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586&amp;nbsp; (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนน, พายุ, รับมือ, ไลออนร็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb5de23b03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอจุฬาฯ&#039;ชี้6สถานการณ์โควิดที่ต้องเผชิญ ชู4แนวทางรับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค. 64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ทั่วโลก 25 มกราคม 2564...&amp;nbsp; เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 435,016 คน รวมแล้วตอนนี้ 99,691,309 คน ตายเพิ่มอีก 9,092 คน ยอดตายรวม 2,136,949 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 136,706 คน รวม 25,676,925 คน ตายเพิ่มอีก 2,050 คน ยอดตายรวม 429,143 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 12,921 คน รวม 10,668,356 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่มถึง 28,323 คน รวม 8,844,577 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,127 คน รวม 3,719,400 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 30,004 คน รวม 3,647,463 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมียนมา เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และกัมพูชา ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&amp;nbsp; ...สถานการณ์ในเมียนมา เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 476 คน ตายเพิ่มอีก 17 คน ตอนนี้ยอดรวม 137,574 คน ตายไป 3,062 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่เราอาจต้องเผชิญ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการและเหตุผล :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ปัญหาการระบาดซ้ำระลอกสองของไทยนี้หนักกว่าระลอกแรก ดังจะเห็นได้จากจำนวนการติดเชื้อที่สูงมากกว่าเดิมหลายเท่า ดังจะเห็นได้จาก 15 มีนาคม 2563 ถึง 15 เมษายน 2563 มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2,529 คน ในขณะที่ 19 ธันวาคม 2563 ถึง 19 มกราคม 2564 มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 8,594 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การระบาดครั้งนี้ กระจายไปทั่วประเทศ และมีทั้งการติดเชื้อในกลุ่มเสี่ยงมากมายหลายกลุ่มในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ตั้งแต่คนไทยและแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง ปาร์ตี้บิ๊กไบค์ สถานบันเทิง บ่อนการพนัน โรงงาน และที่น่ากลัวคือการติดเชื้อจากการดำเนินชีวิตประจำวันของคนทั่วไปในสังคม ดังจะเห็นได้จากการติดเชื้อในหมู่สมาชิกในครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย ที่ทำงานหรือระหว่างการทำงานที่ไปพบปะลูกค้ามากหน้าหลายตา ตลอดจนการเดินทางของผู้ติดเชื้อที่กระจายตัวไปทุกที่่ ทั้งห้าง ตลาด โรงหนัง วัด งานสังคมหลากหลายชนิด รวมถึงธนาคาร ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการที่ดำเนินการไปนั้น ยังไม่อาจหยุดการเคลื่อนที่ของประชากรทั้งกลุ่มเสี่ยงและคนทั่วไปได้ แม้จะมีการรณรงค์ขอความร่วมมือมากมาย ก็ได้เพียงบรรเทา แต่ไม่สามารถหยุดวงจรการแพร่ระบาดได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เคสติดเชื้อจำนวนมาก ไม่ได้ถูกตรวจในระบบที่รัฐดำเนินการ สังเกตได้จากประวัติการตรวจพบว่าติดเชื้อ เพราะเดินทางไปขอตรวจเอง เนื่องจากกังวล สงสัย หรือมีอาการมาสักช่วงเวลาหนึ่งแล้วไม่หาย สะท้อนถึงข้อจำกัดของระบบการตรวจคัดกรองเชิงรุกที่ยังไม่สามารถครอบคลุมได้ทุกพื้นที่อย่างเพียงพอ ประกอบกับตัวเลขจำนวนการตรวจโรคต่อประชากร 1,000 คนของไทยนั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก และเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีอัตราการตรวจพบว่าติดเชื้อจากการส่งตรวจพอๆ กับไทย ก็มีจำนวนการตรวจมากกว่าไทยหลายเท่า เช่น เกาหลีใต้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ที่น่าห่วงมากคือ ผู้ติดเชื้อจำนวนไม่น้อย ที่แพร่ไปให้ผู้อื่นในสังคม จากการประพฤติปฏิบัติที่เกิดความเสี่ยง ทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตทำงาน ตะลอนไปหลายต่อหลายที่ สังสรรค์ปาร์ตี้ และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ รู้ทั้งรู้ว่าไปพื้นที่เสี่ยงมาแต่ไม่กักตัวอย่างเคร่งครัด หรือบางคนขนาดมีอาการคล้ายไข้หวัด ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์กันมากมายว่าเป็นอาการโควิดได้ ก็ยังดำเนินชีวิตไปแบบปกติ จนเวลาผ่านไปหลายวันจึงค่อยไปตรวจ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่วงกว้าง ยากที่ระบบการติดตามค้นหาผู้สัมผัสความเสี่ยงจะตามได้อย่างครบถ้วน และทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ไปหลายระลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การค้นหาเชิงรุกในลักษณะทำการสุ่มตรวจนั้น เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่บ้านเมืองปกติ โรคระบาดควบคุมได้ดีแล้ว เพื่อการเฝ้าระวัง ดูจุดที่อาจมีความเสี่ยง แต่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่มีโรคระบาดกระจายไปทั่ว ดังที่เห็นอยู่ในหลายจังหวัดตอนนี้ และหากทำการสุ่มตรวจ เพื่อจะนำมาใช้กำหนดมาตรการผ่อนคลาย อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแปลผลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง นอกจากนี้หากสื่อสารสาธารณะก็อาจทำให้ risk perception ลดลง และก่อให้เกิดความประมาทในการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยต้องไม่ลืมว่าประชาชนจากต่างพื้นที่ยังสามารถเดินทางไปมาหากันระหว่างจังหวัดได้ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง ตัดสินใจให้รอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉากที่เราอาจเผชิญได้ในอนาคตและควรพิจารณาวางแผนจัดการล่วงหน้า :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พลุใหญ่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตเมือง และเขตอุตสาหกรรม หากไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ภูมิศาสตร์การระบาดของโรค หรือ epidemic geography ของประเทศจะเปลี่ยนไปในระยะยาว เนื่องจากจะมีการติดเชื้อรายวันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ จากการที่ไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ หากพื้นที่ใดติดเชื้อบ่อยหรือมาก อาจได้รับการตีตราเป็นแดนดงโรคหรือพื้นที่เสี่ยง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย และระบบธุรกิจอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวในระยะยาวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การระบาดซ้ำซากอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในลักษณะที่ระลอกสองถูกกดลงในระดับหลักหน่วยหรือหลักสิบหรือหลักร้อย โดยระยะเวลาและความรุนแรงจะแปรผันตามระดับที่กดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางการเตรียมรับมือ :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขยายระบบบริการตรวจโควิดให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะตรวจประชากรได้อย่างน้อย 2 ครั้งต่อคนต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปฏิรูปรูปแบบธุรกิจอุตสาหกรรมบริการ ท่องเที่ยว อาหาร และสถานบันเทิง ให้เน้นความปลอดภัยอย่างถาวร เพราะศึกนี้มีแนวโน้มจะต้องสู้ระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รูปแบบการทำงานในสถานที่ทำงานทุกประเภท จำเป็นต้องขันน็อตเรื่องความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&amp;quot;สถานพยาบาล&amp;quot;ทุกแห่ง การตรวจคัดกรองโรคจำเป็นต้องทำในผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลและก่อนผ่าตัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ประชาชนควรตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหา และวางแผนการใช้ชีวิต การทำงาน และการจัดการการเงินให้ดี จำเป็นต้องประหยัดเท่าที่สามารถจะทำได้ ที่สำคัญที่สุดคือ ป้องกันตัวอย่างเต็มที่ ใส่หน้ากากเสมอ ไม่ตะลอนโดยไม่จำเป็น อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร ล้างมือทุกครั้งที่จับสิ่งของสาธารณะ ไม่กินดื่มในร้าน ซื้อกลับบ้านดีที่สุด ลดละเลี่ยงงานกิจกรรมสังคมที่มีคนเยอะๆ และคอยสังเกตอาการตนเองและสมาชิกในครอบครัว หากไม่สบาย ต้องหยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้พวกเราปลอดภัยไปด้วยกัน ด้วยรักต่อทุกคน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90904</URL_LINK>
                <HASHTAG>6เรื่องที่ต้องเผชิญ, ติดเชื้อ, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, รับมือ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5สิ่งที่คนไทยต้องเตรียมรับมือ! เมื่อเปิด&#039;ทราเวลบับเบิล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 63 - รศ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;สำคัญมาก... ย้ำนะครับ...หากเปิดฟองสบู่ท่องเที่ยวจริงตามที่เป็นข่าวเช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ประชาชนต้องเตรียมตัว... หนึ่ง เตรียม&amp;quot;อุปกรณ์ป้องกันตัว&amp;quot;...หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า เจลแอลกอฮอล์หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ ให้เพียงพอสำหรับตัวเองและสมาชิกในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง เตรียม&amp;quot;ตัว&amp;quot;...ฝึกตัวเองและสมาชิกครอบครัวให้เป็นนิสัยประจำตัว ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ระแวดระวังตัวเสมอ ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างจากคนอื่นอย่างน้อยหนึ่งเมตร...พูดน้อยลง...พบปะคนน้อยลงสั้นลง...เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร...คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบายให้รีบไปตรวจรักษาโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม เตรียม&amp;quot;ใจ&amp;quot;...ที่จะรับกับการระบาดระลอกสอง อย่าประมาทชะล่าใจกับคารมของหน่วยงานใดๆ ที่อ้างว่าระบาดแล้วจะเอาอยู่ ประเทศต่างๆ แสดงให้เราเห็นแล้วว่าถ้าระบาดซ้ำจะคุมยาก และอยู่ยาวนาน สายพันธุ์ G ที่ระบาดหนักนี้จะแพร่ได้ไวกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม แม้ความรุนแรงของโรคจะยังพอๆ เดิมก็ตาม อย่าลืมว่าโรคนี้ติดง่ายกว่าไข้หวัดใหญ่ ตายไปแล้วกว่าหกแสนคนทั่วโลก ยังไม่มียารักษามาตรฐาน ไม่มีวัคซีนป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ เตรียม&amp;quot;สถานที่&amp;quot;...เพราะไม่รู้ว่าหากระบาดแล้วจะรุนแรงจนเอาไม่อยู่เพียงใด ทรัพยากรที่มีในประเทศนั้นจำกัด หากระบาดวงกว้างแล้วในอนาคต คนติดเชื้อหรือสงสัยว่าจะติดเชื้ออาจไม่สามารถอยู่ใน รพ.ได้ จำเป็นต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ดังนั้นจึงควรมองหาที่ทางในบ้าน เตรียมไว้ด้วยก็จะดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้า เตรียม&amp;quot;งาน&amp;quot;...เพื่อให้เกิดความมั่นคงในการทำงานระยะยาวของกิจการต่างๆ ของท่าน อยากแนะนำให้ปรับแผนการทำงาน อันไหนทำที่บ้านได้ก็ทำ เอาเฉพาะคนที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นที่จะมาที่ที่ทำงาน แบ่งทีมงานไว้สองทีมเผื่อสลับกันเวลาป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงพยาบาล เตรียมแผนงานไว้ยาวๆ เลยครับ เพราะยังไม่เห็นประเทศใดที่จะเปิดรับเช่นนี้แล้วจะรอดการระบาดไปได้ บุคลากรทางการแพทย์อาจต้องรีบเคลียร์งาน เคลียร์คนไข้ที่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือต้องทำหัตถการใดๆ ภายใน 2-4 สัปดาห์ถัดจากนี้ ส่วนคนไข้ที่ต้องรับยาเป็นประจำ ปัจจุบันมีทางเลือกในการจัดส่งยาและปรึกษาออนไลน์ได้ดีพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายแล้ว...หากมีการหลุดรอดของเชื้อไวรัสเข้ามาจริง ที่จะหวังได้มีเพียง&amp;quot;การ์ด&amp;quot;ของพวกเราทุกคนเท่านั้น ไม่ว่าศึกนี้จะมาในลักษณะใด คงต้อสู้กับมัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72994</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทราเวล บับเบิล, รศ.ธีระ วรธนารัตน์, รับมือ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.แนะรับมือพายุฤดูร้อน ลดเสี่ยงลมแรง-ฟ้าผ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 61 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ระยะนี้ประเทศไทย อยู่ในช่วงฤดูร้อน หลายพื้นที่มักเกิดพายุฤดูร้อน ซึ่งมีลักษณะอากาศของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า&amp;nbsp; สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิต เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดย ปภ. ขอแนะข้อควรปฏิบัติในการเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตามพยากรณ์อากาศ หากมีประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ให้เตรียมพร้อมรับมือและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบอาคารบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง โดยเฉพาะประตู หน้าต่าง และหลังคาบ้าน รวมถึงใช้วัสดุก่อสร้างที่แข็งแรงทนทาน และติดตั้งสายล่อฟ้า จัดเก็บสิ่งของที่ปลิวลมได้ในที่มิดชิด ป้องกันสิ่งของถูกพายุพัดเสียหายและได้รับอันตรายจากการถูกสิ่งของพัดกระแทก ปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างบริเวณรอบบ้านให้อยู่ในสภาพปลอดภัย ตัดแต่งกิ่งไม้และต้นไม้ที่เสี่ยงต่อการหักโค่น หากพบเสาไฟฟ้าหรือป้ายโฆษณาอยู่ในสภาพไม่แข็งแรง ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูแลพืชผลทางการเกษตร โดยจัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบังปกคลุมผลผลิตทางการเกษตร เพื่อป้องกันความเสียหายจากพายุลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปฏิบัติตนขณะเกิดพายุฤดูร้อนกรณีอยู่ในอาคาร ไม่อยู่บริเวณดาดฟ้าหรือใกล้ระเบียง เพราะเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า&amp;nbsp; ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อป้องกันแรงลมพัดสิ่งของเข้ามาในบ้าน ก่อให้เกิดอันตรายได้ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่า ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายและผู้ใช้งานได้รับอันตราย ไม่อยู่บริเวณที่เสี่ยงต่อการแตกหัก อาทิ หลังคาสกายไลท์ หน้าต่างกระจก เพื่อป้องกันลูกเห็บตกใส่ ทำให้ได้รับอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีอยู่กลางแจ้ง อยู่ให้ห่างจากสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง อาทิ ต้นไม้ ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า เพื่อป้องกันการถูกล้มทับ ไม่อยู่บริเวณพื้นที่โล่งแจ้ง อาทิ สระน้ำ สนามกอล์ฟ ทุ่งนา เพราะเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า ไม่อยู่ใกล้วัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า อาทิ รางรถไฟ เพิงสังกะสี เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า หลีกเลี่ยงการพกพาและสวมใส่เครื่องประดับที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า อาทิ เงิน ทอง นาค ทองแดง และร่มที่มียอดเป็นโลหะ&amp;nbsp; งดใช้เครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด เพราะแบตเตอรี่มีส่วนผสมของโลหะ จะเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากกรณีอยู่ในรถ จอดรถในบริเวณที่ปลอดภัย ห่างจากต้นไม้ ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า และสิ่งปลูกสร้างที่เสี่ยงต่อการถูกล้มทับ ปิดประตูและกระจกให้สนิท เพื่อป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ไม่สัมผัสส่วนที่เป็นโลหะ เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวถังรถลงสู่พื้นดิน ทำให้ได้รับอันตราย ทั้งนี้ การเตรียมพร้อมรับมือ และเรียนรู้การปฏิบัติตนเมื่อเกิดพายุฤดูร้อน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ทำให้การดำเนินชีวิตในช่วงที่เกิดภัยเป็นไปด้วยความปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4458</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชยพล, ปภ., พายุฤดูร้อน, ฟ้าผ่า, รับมือ, ลดอันตราย, ลดเสี่ยง, ลมแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f590ab7fcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
