<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 23:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดโรงแรมติวเข้ม10รมต. ซ้อมเสมือนจริงศึกซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วิปรัฐบาลเปิดโรงแรมหรูกลางกรุง 13-14 ก.พ. เชิญ &amp;quot;ปรมาจารย์วิษณุ&amp;quot; ติวเข้ม 10 รัฐมนตรีรับมือซักฟอก ซ้อมเสมือนจริงให้ ส.ส.รัฐบาลเป็นข้าศึกสมมุติ ประเด็นไหนไม่เคลียร์ให้ รมต.ควานหาข้อมูลเพิ่ม คาดคึกคักแน่ มี ส.ส.ร่วมนับร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเตรียมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16-19 ก.พ.นี้ ว่าเราจะมีการซ้อมหรือสัมมนาในส่วนของผู้ที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยกำหนดในวันที่ 13-14 ก.พ. ที่โรงแรมมาริออท สุขุมวิท วันที่ 13 ก.พ. จะลงทะเบียนในช่วงเวลา 12.00 น. ยาวไปถึง 20.00 น. ส่วนวันที่ 14 ก.พ. จะเริ่มในเวลา 09.00 น.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในงานนี้จะมีวิทยากรรับเชิญคือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์การอภิปรายมาช่วยในส่วนของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และตัวของรัฐมนตรีเอง ก็จะมี ส.ส.ซักถามเป็นประเด็น เพื่อให้รัฐมนตรีได้ตอบ เหมือนเป็นการฝึกซ้อม และหากประเด็นใดคิดว่ายังตอบไม่ชัดเจน ก็ขอให้รัฐมนตรีนำข้อมูลมาเพื่อเตรียมการตอบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรายืนยันว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลมีการเตรียมพร้อมและยินดีที่จะชี้แจง โดยคาดการณ์ว่าจะมี ส.ส.จากทุกพรรครัฐบาลเข้าร่วมกว่า 100 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวต่อว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังมีความรักความสามัคคีกัน เรายังรวมกันเหนียวแน่น และจะไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนความรักความกลมเกลียวของพรรคพลังประชารัฐที่มีข่าวซักฟอกกันเองนั้น เป็นเพียงแค่การพูดคุยกันเรื่องที่ไม่สบายใจระหว่างรัฐมนตรีและ ส.ส.ในพรรคก็มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด แต่วันนี้ใกล้อภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจจะมีการพูดคุยกันนาน จึงทำให้เกิดกระแสข่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลและพลังประชารัฐยังมีความรักกลมเกลียวกันอย่างเหนียวแน่น ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้บอกให้เราทุกคนมีความรักความสามัคคีกัน เพราะจะต้องเตรียมการร่วมแรงช่วยกันสนับสนุนรัฐบาลในการสู้กับฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวอีกว่า ในส่วนของญัตติของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องการให้ขอมติรัฐสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความว่าญัตติของพรรคฝ่ายค้านผิดกฎข้อบังคับหรือผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เราจะไม่เลื่อนญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมา และขอให้ฝ่ายค้านเตรียมการอภิปรายให้ดี ไม่ต้องเป็นห่วงกังวลว่ารัฐบาลจะเลื่อนญัตติดังกล่าวขึ้นมาหรือเสนอญัตติด้วยวาจา แต่ที่ยื่นก็เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์เพื่อป้องปราม ถ้าใครพูดเกี่ยวกับสถาบันตรงนี้ก็จะคาอยู่ ทั้งนี้ เรารู้ว่าประชาชนอยากฟังการอภิปราย และนายกฯ ก็พร้อมที่จะตอบ รวมทั้งคณะรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็พร้อมที่จะตอบทุกปัญหาเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นการยื่นเพื่อขู่หรือไม่ เพราะในญัตติมีการอ้างอิงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ รวมถึงให้ศาลยุบพรรคที่อภิปรายเกี่ยวกับสถาบัน นายวิรัชกล่าวว่า ให้ถือว่าเป็นการป้องปราม ถือว่านายไพบูลย์ทำหน้าที่ปกป้องสถาบัน จึงมีสิทธิ์ในการยื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา? เปิดเผยว่า ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาส่งตัวแทนเข้าร่วมงานสัมมนา 3 คน ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค, นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี และตน ในฐานะวิปรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ต้องไปเพื่อให้กำลังใจกัน ถึงแม้รัฐมนตรีของพรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีรายชื่อที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ตาม เพราะถือว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อีกทั้งได้เห็นญัตติของฝ่ายค้านแล้ว จึงต้องไปร่วมรับฟังความคิดเห็นในส่วนของรัฐบาลอีกด้านหนึ่งด้วยก่อนที่จะมีความเห็นต่อไปอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยถึงกรณีการลงมติให้ความเห็นชอบในญัตติให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตีความหน้าที่และอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา ตามที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐนำเสนอญัตติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ ผลที่ออกมาต่างจากที่มีการคาดการณ์ไว้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราเป็นเสียงข้างน้อย แต่เราคาดหวังว่าสมาชิกผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชนจะเห็นชอบด้วยว่าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาหลายคนที่ไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็อ้างการแก้ไขทั้งฉบับทำไม่ได้ แต่การแก้ไขครั้งนี้เราไม่ได้แตะหมวด 1-2 ดังนั้นจะเป็นการแก้ไขทั้งฉบับไม่ได้ ซึ่งสมาชิกรัฐสภา ถ้าคิดถึงประโยชน์ของประชาชนก็สามารถที่จะเห็นชอบกับการแก้ไขนี้ได้เช่นกัน แต่เมื่อผลออกมาอย่างนี้ ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ยอมรับในการตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งหลายคนไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ละคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา แต่พอจะแก้จริงก็ไม่เอาด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลและพลเอกประยุทธ์ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น พลเอกประยุทธ์เล่นละครหลอกประชาชน เป็นรัฐบาลไก่สามอย่าง คือ คิดอย่าง ทำอย่าง พูดอีกอย่างทำอีกอย่าง สุดท้ายรัฐบาลและพลเอกประยุทธ์เลือกประโยชน์ของตัวเอง เพราะหากแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะส่งผลให้พลเอกประยุทธ์ไม่สามารถกุมอำนาจเหนือประชาชนไว้ดี ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ตั้งใจเล่นละครตบตาประชาชนไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92769</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซ้อมเสมือนจริง, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, รับมือซักฟอก, วิปรัฐบาล, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_602530e5ed2d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปั่นกระแสรื้อ‘รธน.’ ช่อปลุกลงถนนอย่างสันติTDRIผวาซ่อนอุ้มคดีแม้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แกนนำรัฐบาลยันพร้อมรับมือซักฟอกเต็มที่ หากอภิปรายเกินเลยผิดข้อบังคับ ส.ส. รัฐบาลใช้สิทธิ์ประท้วงตามหน้าที่ อนค.จัดทัพให้ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เป็นคนเปิดอภิปราย 60 นาที &amp;quot;เต้ พระราม7&amp;quot; โต้ &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; SAVE พรรคเล็ก ลั่นเขาไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ลิง อาหารเขาไม่ใช่กล้วย แต่เป็น &amp;quot;ผู้แทนราษฎร&amp;quot; วงเสวนาแก้รธน.รุมจวก รธน.60 ลิดรอนสิทธิ ปชช. อ้างไม่แก้ รธน.แก้ปัญหา ศก.ไม่ได้ &amp;quot;คุณช่อ&amp;rdquo; ปลุก ปชช.ลงถนนอย่างสันติ แต่ต้องไม่มีใครตาย ประธานทีดีอาร์ไอกระตุ้น &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ถ้ารื้อฟื้นคดีทักษิณอยู่ในแพ็กเกจจะมีคนกว่าครึ่งคัดค้านและตกตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการรับมือการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนว่า เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร และนายกฯ จะไปตอบข้อซักถามด้วยตัวเอง ขณะที่พรรค พปชร.ก็ได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ มีความพร้อมอยู่แล้ว ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลนั้นได้ยืนยันว่าจะอยู่ร่วมรับฟังการอภิปรายอย่างครบถ้วน จึงไม่ต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกฯเพราะหากฝ่ายค้านอภิปรายเกินเลยนอกประเด็น หรือผิดข้อบังคับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็สามารถประท้วงให้เป็นไปตามข้อบังคับได้อยู่แล้ว คิดว่าก่อนประชุมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะมีการอธิบายกรอบของการอภิปรายให้สมาชิกได้รับทราบ แต่หาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่ามีอะไรเกินเลย ก็จะใช้สิทธิ์ประท้วงตามหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน เพราะเคยพูดหลายครั้งแล้วว่าปฏิบัติตามขั้นตอน แต่เมื่อฝ่ายค้านขอใช้สิทธิ์ตามระบอบรัฐสภาเพื่อขอเปิดอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ก็พร้อมใช้สิทธิ์ตัวเองในการชี้แจง ดังนั้นเมื่อชี้แจงแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะจบ แต่ตอบไม่ได้ว่าหลังวันที่ 18 ก.ย.แล้วฝ่ายค้านยังจะหยิบยกประเด็นนี้มาพูดกันอีกหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะเสนอเปิดประชุมลับ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น อาจมีเนื้อหาที่กระทบกระเทือนในหลายมิติ จึงเห็นว่าถ้าประชุมลับได้ก็จะเป็นเรื่องดี เพราะรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ด้วยว่าไม่ควรมีประเด็นที่กระทบกระเทือนสถาบันหลักของชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวัง แต่หากมติของสมาชิกเห็นว่าไม่ควรเปิดประชุมลับ เราก็พร้อมเห็นด้วยตามมติส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงความพร้อมและการจัดทีมผู้อภิปรายในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ว่าพรรค อนค.มีความพร้อม เตรียมผู้อภิปรายไว้ 6 คน โดยตนจะเป็นคนเปิด ตั้งใจว่าจะใช้เวลาประมาณ 60 นาที และอีก 5 คนจะขยายรายละเอียด ทั้งเรื่องการถวายสัตย์ฯ และเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจอันเกิดจากความไม่แน่นอนว่าการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนจะส่งผลต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล นอกจากนั้นยังมีเรื่องการแถลงนโยบายที่ไม่ระบุที่มาของงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เข้าใจว่านายกฯ ต้องปฏิบัติภารกิจ แต่อยากให้มาสภา อย่าพยายามหาช่องทางขอเปิดประชุมลับหรือเร่งปิดประชุมหรือประท้วงจนไม่ได้อภิปรายกัน เชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ ครม. และโดยหลักแล้วญัตติตามมาตรา 152 เป็นการเข้าชื่อกันของฝ่ายค้าน ซึ่งมีข้อสงสัยอยากเสนอแนะ อีกทั้งไม่มีการลงมติ ดังนั้นต้องเปิดโอกาสให้คนที่เสนอญัตติได้อภิปรายก่อน ไม่เห็นความจำเป็นที่ฝ่ายรัฐบาลต้องร่วมอภิปรายด้วย&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
พรรคเล็กไม่ใช่สัตว์แต่เป็น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรยังกล่าวถึงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาฯ จำนวน 35 คณะ ซึ่งพรรค อนค.ได้มา 6 คณะว่า ครั้งนี้พรรคฝ่ายค้านได้ตำแหน่ง กมธ.มากกว่าฝ่ายรัฐบาล คิดว่าการทำงานของ กมธ.อาจจะยากลำบากทุกคณะ มากกว่าสภาชุดที่ผ่านมา เพราะใน กมธ. 1 คณะประกอบด้วยสมาชิก 15 คน ซึ่งจะถูกคละจากหลายพรรคการเมือง จึงหามติแบบยึดกลุ่มการเมืองยาก แต่ในทางกลับกันก็อาจจะมีข้อดี เพราะจะกระตุ้นให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคทำงานร่วมกัน จะไม่มีใครชิงดีชิงเด่น ก็คิดว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครอบงำการทำงานของ กมธ.ได้ ถือเป็นความท้าทายของการทำงานมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธรรมไทยยังไม่ได้ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพียงขอแยกห้องทำงานว่า พรรค พปชร.และพรรคการเมืองขนาดเล็กจะเจรจาต่อรอง ข่มขู่ กดดัน เรียกรับผลประโยชน์ เมื่อไม่ได้ก็โวยวาย แต่เคลียร์กันเสร็จ ก็พลิกลิ้นกลืนน้ำลายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งไม่ควรทำให้เกิดข่าวลักษณะแบบนี้บ่อยครั้ง เพราะทำให้ประชาชนสิ้นหวังและรำคาญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อการเจรจาต่อรอง จะตบจูบกันอย่างไรไปทำกันหลังม่าน ไม่ต้องมาโชว์ &amp;nbsp;ประชาชนเบื่อหน่าย และไม่ได้ประโยชน์ ข่าวลักษณะพรรคร่วม พรรคเล็ก ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ตบทรัพย์กันทางการเมืองมีให้เห็นตลอด ขอให้ยึดผลประโยชน์ของพรรคตัวเองให้น้อย คิดถึงประโยชน์ของประชาชนให้มาก เริ่มต้นเป็นงูเห่า ลงท้ายเป็นแค่ลิงงอแง อยากได้กล้วย พอให้กล้วยกินอิ่มก็เงียบ รัฐธรรมนูญที่ทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ เกิดการเจรจาต่อรอง เป็นใบเสร็จยืนยันว่าการปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง ปฏิรูปต้องนำพาการเมืองของประเทศก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ทำให้การเมืองไทยย้อนยุคไป 40 ปี&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรฯ และผู้ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล เปรียบตัวเองเหมือนคนเลี้ยงลิง หลังเคลียร์ลงตัวกับนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย ไม่ให้ออกจากการร่วมสนับสนุนรัฐบาลว่า คำพูดเป็นนาย SAVE พรรคเล็ก สิ่งที่มีค่ามากกว่าเงิน-ทอง-ตำแหน่ง คือศักดิ์ศรีความเป็นคน สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผมคือเสรีภาพทางความคิด การแสดงออก คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน ผมยังเป็นห่วงพี่ๆ ผมทั้ง 9 พรรคการเมือง ฝากรัฐบาลดูแลหัวใจด้วยความจริงใจกับพวกพี่เขาด้วย เขาไม่ใช่สัตว์ เขาไม่ใช่ลิง อาหารเขาไม่ใช่กล้วย แต่พวกพี่เขาเป็น &amp;quot;ผู้แทนราษฎร&amp;quot; เป็น &amp;quot;หัวหน้าพรรคการเมือง&amp;quot; ดูแลเขาต้องใช้ใจแลกใจ จาก เต้ พระราม 7
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แถลงว่า เงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคปชป.ข้อหนึ่งคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ยืนยันว่าพรรคไม่เคยหยุดดำเนินการในเรื่องดังกล่าวตามที่มีข้อสังเกต แต่เราต้องใช้เวลาในการพิจารณาโดยพรรคได้มอบให้คณะกรรมการกฎหมาย ที่มีนายถวิล ไพรสณฑ์ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย รับผิดชอบดูแล ขณะนี้ได้จัดเตรียมข้อมูลรัฐธรรมนูญย้อนหลังไปทุกฉบับเพื่อนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญในประเด็นที่เราระบุไว้ โดยเฉพาะประเด็นที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขยาก เช่น การกำหนดในวาระแรกให้วุฒิสภาต้องกำหนดให้ความเห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนวุฒิสภา คือ 83-84 คน ที่ต้องยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้แก้ไขโดยง่าย&amp;nbsp;
ทิ้งปชช.มุ่งแต่แก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวถึงกรณีที่ ปชป.ยื่นญัตติตั้ง กมธ.เพื่อศึกษาและแก้ไข รธน. ว่าถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในระดับสภาผู้แทนราษฎร การหาคะแนนหรือแนวร่วมไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่ปัญหาต่อไปที่เราต้องเจอคือการรวมเสียง ส.ว.ให้ได้จำนวน 1 ใน 3 ของสภา หรือ 84 เสียงขึ้นไป ซึ่งคิดว่าพลังของประชาชนที่อยู่ภายนอกจะสามารถกดดันให้ ส.ว.เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐสภาต้องทำหน้าที่สะท้อนเสียงของประชาชนให้ปรากฏขึ้นจริง ซึ่ง ส.ว.ต้องรับหน้าที่นี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต จอมทอง-ธนบุรี และรองโฆษกพรรค พปชร. เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่พบประชาชนในชุมชนวัดราชวรินทร์ แขวงสำเหร่ และแขวงบุคคโลเพื่อรับฟังปัญหาและรับเรื่องราวร้องทุกข์ หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนถึงปัญหายุงลายชุกชุมในชุมชน รวมทั้งพื้นที่ทำมาหากิน จึงได้รับเรื่องไว้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขโดยเร่งด่วนแล้ว นอกจากนี้ประชาชนยังได้สอบถามถึงข้อมูลเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และขอลงทะเบียนเพิ่มเติมจากที่ตกหล่นด้วย พร้อมกันนี้ ชาวชุมชนยังฝากส่งกำลังใจไปถึงผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น่าเสียดายที่ผู้แทนฯ ในเขตพื้นที่ไม่ได้ดูแลชุมชนอย่างใกล้ชิด ทำให้ปัญหาต่างๆ ไม่ได้รับการแก้ไข จนชาวชุมชนบ่นว่าได้รับเลือกตั้งเข้าสภาแล้วทิ้งพื้นที่ &amp;nbsp;ทิ้งประชาชน มุ่งแต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ขอให้ผู้แทนฯ ลงไปดูแลแก้ไขปัญหาของชาวชุมชน ซึ่งหลังจากทราบข่าวนี้ คงจะพาหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ลงพื้นที่เพื่อสร้างกระแสเหมือนเดิม&amp;quot; รองโฆษก พปชร. กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บรรยายในหัวข้อ &amp;quot;การเมืองไทยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560&amp;quot; จัดโดยหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต และหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตรระบุว่า อยากนำเรื่องอริยสัจ 4 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพุทธศาสนามาจับเพื่อให้สอดคล้องกับนิสิตนักศึกมาที่มาร่วมฟังอริยสัจ ข้อแรกคือ ทุกข์ &amp;nbsp;ประเทศไทยภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ขณะนี้หลายคนบอกว่าประชาชนประสบปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งเห็นว่าปัญหานี้สัมพันธ์กับปัญหาการเมืองอย่างแน่นอน &amp;nbsp;สมุทัย หรือเหตุแห่งทุกข์ คือเราตกลงกันไม่ได้ว่าอำนาจสูงสุดอยู่ที่ไหน อยู่กับประชาชนหรือกับกองทัพ กับชนชั้นนำ โดยรัฐธรรมนูญ 2560 นั้น ชัดเจนว่ามีเป้าประสงค์คือเอาการเมืองไทยดึงกลับไปปี 2521 ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ &amp;nbsp;นิโรธ หรือความดับทุกข์ วิธีการแก้ไข รธน.นั้นยากมาก มีกลไกต่างๆ วางไว้เต็มไปหมด มรรค หรือหนทางดับทุกข์ ถ้าประชาชนคนไทยเกือบทั้งหมดเอาด้วย แสดงพลังปรากฏกายออกมาว่าไม่ต้องการอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ที่ร่างกันเอง ส่งเสียงออกมาให้ผู้มีอำนาจได้ยิน และมาหาฉันทามติหาข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงเวลาแล้วที่ต้องทวงอำนาจการเขียนรัฐธรรมนูญให้กลับมาอยู่ที่ประชาชน ตกลงกันด้วยกรอบหลักการเบื้องต้น คือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญยืนยันหลักแบ่งแยกอำนาจ และประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตมหาศาล แต่เป็นการเขียนแบบที่อารยชนทำกัน รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมคิดว่าเป็นไปได้&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
ไม่แก้รธน.แก้ศก.ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในงานเสวนา &amp;ldquo;จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ผ่านกระบวนการประชามติ แม้จะมีคำถามว่าทำอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ แต่ก็มีความชอบธรรมในระดับหนึ่ง ดังนั้น กระบวนการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องคิดถึงประเด็นนี้ว่าจะมีอะไรที่ชอบธรรมกว่าการมีประชามติของประชาชน ซึ่งก็คือการริเริ่มโดยภาคประชาชนเองให้มากที่สุด ประชาชนต้องเป็นฝ่ายเสนอแก้กฎหมาย เพื่อทำให้เป็นรัฐธรรมนูญเป็นของทุกฝ่าย และต้องเลือกแก้เฉพาะเรื่องที่สำคัญจริงๆ เป็นเรื่องที่คนมีความเห็นพ้องต้องกันสูง เพื่อหาวิธีประสานความแตกต่าง และอย่าเลือกประเด็นที่มีความอ่อนไหว โดยเฉพาะการเช็กบิลย้อนหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ค่อยสบายใจเวลาคุณธนาธรพูดว่าจะไปรื้อฟื้นคดีคุณทักษิณ ชินวัตร แน่นอนว่ามันถกเถียงกันได้ว่ากระบวนการเล่นงานคุณทักษิณนั้นมีปัญหาหรือไม่ แต่ในสังคมไทยมีคนจำนวนมากไม่ชอบคุณทักษิณอยู่ ถ้าคนเข้าใจว่าประเด็นแบบนี้อยู่ในแพ็กเกจการแก้รัฐธรรมนูญด้วย จะมีคนเกือบครึ่งหนึ่งคัดค้าน ทำให้มันตกตั้งแต่แรก จึงอยากให้เลือกประเด็นให้ดี ต้องเป็นประเด็นที่ประสานคน ไม่ใช่แบ่งแยกคน&amp;rdquo; นายสมเกียรติกล่าว ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ชี้แจงเกี่ยวกับการดึงนายทักษิณกลับมาว่า ความจริงตนไม่ได้พูดว่าจะดึงเขากลับมาสู่กระบวนการพิจารณาในระบบยุติธรรมในลักษณะนั้น แค่จะสื่อสารว่า ในรอบกว่า 10 ปี มีคนมากมายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้เจาะจงว่าชื่ออะไร นามสกุลอะไร ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝักฝ่ายไหน คนหลายคนต้องติดคุก หรือโดนคดีในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ คิดว่าอาจจะต้องเกิดคำสั่งที่คล้ายกับคำสั่งที่ 66/2523 เพื่อเยียวยาคนที่ถูกกระทำทั้งหมด เพื่อดึงคนในสังคมกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานที่ศูนย์วัฒธรรมพุทธวิชชาลัยมราชภัฏพระนคร บางเขน มีการจัดเสวนา &amp;ldquo;ตอบโจทย์ประเทศไทย ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; โดยนายจตุพร &amp;nbsp;พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า จะแก้รัฐธรรมนูญได้จะใช้พรรคการเมืองนำไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะไม่สำเร็จ ต้องใช้เสียงประชาชน การแก้รัฐธรรนูญปี 60 จะเป็นไปไม่ได้ เราก็ต้องทำให้เป็นไปให้ได้ เราต้องอธิบายให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อน ไม่มียุคใดที่ลำบากขนาดนี้ ปัญหาที่ประชาชนเจอในวันนี้มี 3 อย่าง คือ เจอน้ำท่วม เจอน้ำแล้ง และเจอ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องทำให้คนไทยพูดเป็นเสียงเดียวกันให้หมดว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าไม่แก้ คนไทยจะลำบาก และจะเดือดร้อนยิ่งกว่าที่เป็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรค พท.เรามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ประชาชนได้รู้ถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราอาจจะมีการทำประชามติก่อน 1 ครั้ง เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยากให้เราช่วยกันแสดงพลังในตอนนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. กล่าวว่า ไม่ว่ารัฐบาลดีแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ปากท้องของประชาชนดีขึ้น ถ้าไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อให้มีรัฐบาลที่เก่งกาจ แต่หากบริหารประเทศไปเรื่อยๆ แล้วถูกรัฐประหาร และมีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อยๆประเทศก็ไปไม่ได้ ดังนั้นการจะทำรัฐธรรมนูญให้กลับมาเป็นของประชาชน โดยยึดโยงประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจปากท้องดีขึ้น ประชาชนต้องเห็นว่าการต่อสู้ต้องทำโดยประชาชน เกิดคำถามจากประชาชนว่า เรียกร้องให้ออกมา ประชาชนตายไปเท่าไหร่แล้ว การเรียกร้องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชน จำเป็นต้องให้ประชาชนออกมา แต่ออกมาแล้วตายก็ไม่โอเค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เราอยากให้ทุกคนลุกขึ้นมาสู้ ฉะนั้นสิ่งแรกที่เราต้องสู้ในการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือสิทธิในการเรียกร้องของประชาชน ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเราอยู่ภายใต้ทัศนคติที่ว่ามีม็อบป่วนเมือง มีม็อบต้องมีคนตาย มีม็อบของขายไม่ได้ ต้องไม่ใช่แบบนั้น เพราะการเดินขบวนอย่างสันติเป็นเรื่องปกติในประเทศประชาธิปไตย ประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ มีการเดินขบวนแทบทุกวันก็อยู่กันได้ และไม่มีใครตาย ทำตรงนี้ให้ได้ และเรียกร้องว่าสิทธิในการอยู่บนถนน เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญของประชาชนเป็นสิทธิที่ทุกคนทำได้ และไม่ต้องตาย ไม่ต้องขัดแย้ง ไม่ต้องทะเลาะกัน&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45293</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รับมือซักฟอก, รื้อรธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายทั่วไป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190908/image_big_5d75114775193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
