<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกรับมือ‘ภัยแล้ง’ หน้าฝนปีนี้น้ำน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แล้งหนักกระทบ 2 อ่างแหล่งน้ำดิบผลิตประปาเมืองบุรีรัมย์อยู่ในขั้นวิกฤติ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; กำชับแก้ภัยแล้งรองรับ &amp;quot;นิว นอร์มอล&amp;quot; สั่งบูรณาการขับเคลื่อนแผนจัดสรรน้ำครอบคลุมทั้งระบบ เน้นน้ำประปาต้องมีคุณภาพ ปชช.-เอกชนมีส่วนร่วม กรมอุตุฯ เตือนพายุไซโคลน &amp;quot;อำพัน&amp;quot; กระทบภาคใต้มีฝนตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่อง &amp;quot;พายุไซโคลน &amp;ldquo;อำพัน&amp;rdquo; บริเวณอ่าวเบงกอล (มีผลกระทบถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2563)&amp;quot; ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พายุไซโคลน &amp;ldquo;อำพัน&amp;rdquo; บริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 86.6 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กม./ชม. ความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 195 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบนและประเทศบังกลาเทศ ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย มีกำลังแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 18-21 พฤษภาคม 2563 บริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของประเทศ ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร เว้นแต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าใกล้พายุ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งว่า ปีนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการตามเกณฑ์ทางอุตุนิยมวิทยาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 และจะสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2563 ปริมาณฝนโดยรวมทั้งประเทศปีนี้จะน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5 แต่ปริมาณของฝนจะมากกว่าปีที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์ภัยแล้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ยังไม่คลี่คลาย ถึงแม้ช่วงนี้จะมีฝนตกลงมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นมากนัก โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ ให้บริการประชาชนในเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ และ อ.ห้วยราช กว่า 34,000 ครัวเรือน มีปริมาณลดต่ำลง ซึ่งถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ จึงเกรงจะไม่มีน้ำดิบเพียงพอในการผลิตประปาบริการประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เหลือน้ำกักเก็บเพียงกว่า 39,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือเฉลี่ย 0.15 เปอร์เซ็นต์ จากปริมาณความจุอ่างทั้งหมดกว่า 26 ล้านลบ.ม. ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด เหลือน้ำกักเก็บเพียงกว่า 6,000 ลบ.ม. หรือเฉลี่ย 0.02 เปอร์เซ็นต์ จากปริมาณความจุอ่างทั้งหมดกว่า 30.852 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากผลกระทบสถานการณ์ภัยแล้งดังกล่าว นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายสัญญ์ธวัชช์ ริ้วเหลือง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์, นายเทิดพงศ์ ไทยอุดม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์, นายบรรจง เทพเกษตรกุล ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือติดตามความก้าวหน้าและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาภัยแล้งเมืองบุรีรัมย์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงตัวเมือง และเขตเศรษฐกิจสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด แหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปามีปริมาณลดต่ำลง จึงต้องเร่งหาน้ำดิบสำรองให้เพียงพอต่อการผลิตประปา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์กล่าวว่า ทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาเรื่องน้ำ และพยายามทำทุกวิธีทาง เพื่อให้มีน้ำดิบเพียงพอในการผลิตประปาบริการประชาชน ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้อยากขอความร่วมมือประชาชนได้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ เพื่อให้มีน้ำประปาอุปโภคบริโภคได้นานยิ่งขึ้น จนกว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่งจะเป็นปกติ หรือภาวะฝนทิ้งช่วงจะสิ้นสุดลง ซึ่งขณะนี้ก็ย่างเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 2/2563 ภายหลังการประชุม พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูแล้ง ปี 2562/63 ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังมีพื้นที่ประสบภัยแล้งอีก จำนวน 29 จังหวัด 162 อำเภอ โดยมีการประเมินน้ำต้นทุน และคาดการณ์พื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงขาดแคลนน้ำใช้การ ณ วันที่ 1 พ.ย.62 รวมทุกแหล่งน้ำ 29,357 ล้าน ลบ.ม. มีแผนจัดสรรน้ำ 25,741 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 ตามมติ ครม. เมื่อ7 ม.ค.63 ในพื้นที่ 44 จังหวัด จำนวน 2,041 โครงการ ได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว 1,626 โครงการ ดำเนินการแล้ว 715 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 50.21
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบหลักการวางแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกฤดูฝน ปี 2563 และกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนดังกล่าวไปวางแผนปรับการใช้น้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน ที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงเห็นชอบหลักการ 8 มาตรการในการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับฤดูฝน ปี2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรได้กำชับคณะอนุกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน เร่งติดตามขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำและเน้นแก้ไขคุณภาพน้ำประปา ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน การแก้ภัยแล้งจะต้องมีเป้าหมายครอบคลุมทั้งน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งเพื่อการรักษาระบบนิเวศ โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับสูงสุด รองรับภาวนิวนอร์มอล ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือ ประชาชนและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประวิตรยังได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ จะต้องสร้างความตระหนักรู้ ให้แก่พี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วนได้มีความเข้าใจ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ทั้งการใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าเพื่อให้การแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งมีแนวโน้มจะทวีเพิ่มมากขึ้น มีความราบรื่นและเกิดความยั่งยืนตลอดไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66275</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดสรรน้ำครอบคลุมทั้งระบบ, นิว นอร์มอล, พายุไซโคลนอำพัน, ภัยแล้ง, รับมือภัยแล้ง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec27b19b3eb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท. 3 ลงพื้นที่ภาคตะวันออกรับมือภัยแล้ง อีสท์ วอเตอร์ พร้อมสร้างความมั่นใจมีน้ำเพียงพอสำหรับทุกภาคส่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มท. 3 ลงพื้นที่ จังหวัดระยอง ตรวจติดตามงานของกระทรวงมหาดไทย เข้าฟังสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกของอีสท์ วอเตอร์ พร้อมเยี่ยมดูงานโครงการสระสำรองน้ำดิบทับมา อีสท์ วอเตอร์ ยืนยันสร้างความมั่นใจมีน้ำเพียงพอทุกภาคส่วน ชูหลักคิดการบริหารจัดการน้ำสู่ความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจติดตามงานในหน้าที่รับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ณ ศูนย์ปฎิบัติการจังหวัดระยองของบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ โดยมี นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้บริหารของ อีสท์ วอเตอร์ ให้การต้อนรับ หลังจากนั้นได้เยี่ยมดูงานโครงการสระสำรองน้ำดิบทับมา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของอีสท์ วอเตอร์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายจิรายุทธ ได้รายงานให้ ดร.ทรงศักดิ์ได้ทราบถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจและการดำเนินธุรกิจของอีสท์ วอเตอร์ โดยสรุปว่า อีสท์ วอเตอร์มีพันธกิจมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างความมั่นคงและรักษาเสถียรภาพด้านแหล่งน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้น้ำในระยะยาว ผ่านการบริหารจัดการระบบขนส่งน้ำดิบผ่านท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออก เชื่อมโยงแหล่งน้ำสำคัญๆ ในภาคตะวันออกเกือบทั้งหมด สู่การให้บริการน้ำครบวงจรให้กับผู้ใช้น้ำ อีสท์ วอเตอร์ยังนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาช่วยเสริม ขีดความสามารถในการทำงานของระบบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อออกแบบระบบที่เหมาะสมกับผู้ใช้น้ำแต่ละราย เพื่อสร้างความมั่นใจให้พื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ อีสท์ วอเตอร์ พร้อมพัฒนาโครงการใหม่ๆ ร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ ที่ว่า &amp;quot;เป็นผู้นำในการบริหารจัดการน้ำครบวงจรของประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.ทรงศักดิ์ ได้ให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมรองรับปัญหาภัยแล้งในปี 2563 โดยนายจิรายุทธได้รายงานว่า อีสท์ วอเตอร์ ได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้ โดยมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการรองรับแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ดังนี้ &lt;/p&gt;


	บริหารควบคุมการใช้น้ำลูกค้าทุกพื้นที่ลดลง 10% เริ่มดำเนินการภายใน 15 ธ.ค. 2562 โดยเบื้องต้นขอให้เข้าเจรจากับลูกค้าก่อนนำส่งหนังสือควบคุมการใช้น้ำ
	การจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมจากบ่อดินเอกชนเข้ามาเสริมในพื้นที่ชลบุรีและฉะเชิงเทรา
	โครงการก่อสร้าง และปรับปรุงสถานีสูบน้ำ


&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:58.0pt&quot;&gt;3.1 โครงการเชื่อมท่ออ่างเก็บน้ำประแสร์ &amp;ndash; อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ กับเชื่อมท่ออ่างเก็บน้ำประแสร์ -อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:58.0pt&quot;&gt;3.2 โครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำฉะเชิงเทรา (คลองเขื่อน) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:58.0pt&quot;&gt;3.3 โครงการเพิ่มปริมาณการจ่ายน้ำท่อหนองปลาไหล-หนองค้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:58.0pt&quot;&gt;3.4 โครงการก่อสร้างสระสำรองน้ำดิบทับมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:58.0pt&quot;&gt;3.5 โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ อีสท์ วอเตอร์ สร้างสรรค์และพัฒนาแนวคิดเพื่อชวนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรน้ำ ผ่านหลักปฏิบัติเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และบรรเทาวิกฤตการณ์น้ำต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ภายใต้ โครงการ &amp;ldquo;สะกิดไทย ใส่ใจน้ำ&amp;rdquo; นำเสนอหลักปฏิบัติการใช้น้ำรูปแบบใหม่ ด้วยการสื่อสารผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า &amp;ldquo;URD&amp;rdquo; ซึ่งเป็นแนวคิดที่ออกแบบมาเป็นหลักปฏิบัติให้กับทุกภาคส่วนประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นครัวเรือน เกษตรกรรม หรืออุตสาหกรรม ให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ เพื่อช่วยให้ทรัพยากรน้ำเกิดความยั่งยืน และบรรเทาความรุนแรงของวิกฤตการณ์น้ำในด้านต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วยหลักปฏิบัติ 3 ส่วน คือ คุ้มค่า, ควบคุม, คาดการณ์ ส่วนที่ 1 คุ้มค่า ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่าสู่ความยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยดึงหลักการของการ reduce, reuse, recycle เข้ามาช่วย (U) ส่วนที่ 2 ควบคุม มีการจัดสรรน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ เพื่อใช้อย่างพอเพียงและเพียงพอต่อปริมาณน้ำที่มีการจัดสรรไว้อย่างระมัดระวัง (R) ส่วนที่ 3 คาดการณ์ มีการวางแผนใช้น้ำให้พอดีกับพฤติกรรมการใช้น้ำของตนเอง เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดการเสียสมดุลของการใช้น้ำในแต่ละเดือนจนส่งผลกระทบถึงแหล่งน้ำ (D) เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำของประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต และรองรับการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่งความมั่นคงด้านของประเทศ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและมีน้ำเพียงพอเพื่ออนาคตข้างหน้าอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53096</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุทธ รุ่งศรีทอง, ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี, รับมือภัยแล้ง, อีสท์ วอเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e00691c78b61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
