<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงชนบทเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;12 ก.ย.2564 รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยสำนักบำรุงทาง รายงานถึงสถานการณ์อุทกภัย ในวันที่ 12 ก.ย.64 เวลา ว่ามีถนนทางหลวงชนบทที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิจิตร และสมุทรปราการ&amp;nbsp; รวม 4 สายทาง สามารถสัญจรผ่านได้ 3 สายทาง ดังนี้ ถนนทางหลวงชนบทสาย พช.2065 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 &amp;ndash; เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วง กม.ที่ 5+100 ถึง กม.ที่ 5+875 ระดับน้ำท่วมสูง 25 เซนติเมตร. ถนนทางหลวงชนบทสาย สป.5003 เชื่อมทางหลวงท้องถิ่นบางเสาธง &amp;ndash; บ้านช้างตาย อำเภอบางเสาธง, บางบ่อ ช่วง กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 3+000 มีระดับน้ำท่วมสูง 7 เซนติเมตร ถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.4016 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1069 - บ้านห้วยร่ม อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร ช่วง กม.ที่ 7+650 ถึง 8+000 มีระดับน้ำท่วมสูง 20 เซนติเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีสายทางที่ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 1 สายทาง คือ ถนนทางหลวงชนบทสาย พช.2012 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 - บ้านตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วง กม.ที่ 20+300 ถึง กม.ที่ 20+500 มีระดับน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ทช.ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนให้ประชาชนได้รับทราบและสัญจรด้วยความระมัดระวังแล้ว สอดรับกับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ที่ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมพร้อมด้านเครื่องมือเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือให้ทันท่วงทีและให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ แขวงทางหลวงชนบทเพชรบูรณ์ โดยหมวดบำรุงทางหลวงชนบทหล่มสัก ร่วมกับเทศบาลตำบลตาลเดี่ยว และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นำเครื่องจักรมาดำเนินการขุดลอก ตัก กำจัดเศษวัชพืช เศษไม้ ออกจากบริเวณสะพานปากห้วยขอนแก่น บนถนนทางหลวงชนบทสาย พช.2065 แยก ทล.12-เขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ช่วง กม.ที่ 0+500 เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลผ่านได้อย่างสะดวก เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทช.จะรายงานให้รับทราบเป็นระยะ ๆ หากเกิดเหตุอุทกภัยบริเวณสายทาง สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116461</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท (ทช.), รับมืออุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dd49633f82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่ง16จว.รับมืออุทกภัย ดินถล่ม คลื่นลมแรงช่วงกลางเดือนต.ค.-ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2561 บริเวณภาคใต้จะได้รับอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ส่งผลให้มีฝนตกชุกหนาแน่น และอาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณภาคใต้ บก.ปภ.ช.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัยในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย ดินถล่ม และคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ เพิ่มความถี่ ในการตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ โบราณสถาน และศาสนสถาน หากเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และหน่วยทหารในพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในช่วงฝนตกหนักผ่านทุกช่องทาง อาทิ วิทยุกระจายเสียง เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์ เคเบิ้ลทีวี และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงให้จังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยทหารในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานและเครือข่ายอาสาสมัครทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีตลอด 24 ชม. หากสถานการณ์รุนแรงเกินศักยภาพที่จังหวัดสามารถรับมือสถานการณ์ภัยได้ให้แจ้งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อประสานให้การช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19655</URL_LINK>
                <HASHTAG>14จังหวัดภาคใต้, กรมอุตุนิยมวิทยา, ดินโคลนถล่ม, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ, ฝนตกชุกหนาแน่น, พายุหมุนเขตร้อน, มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ, รับมืออุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbec5b34a66d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
