<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปรษณีย์ไทย จัดเต็มมาตรการเข้มงวดรับมือโควิด-19 หลังมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตแล้ว 3 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.2564 จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID &amp;ndash; 19 ที่มีความรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของไปรษณีย์ไทยยังคงมีการติดเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดง) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต จำนวน 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเจ้าหน้าที่และครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต และยืนยันจะดูแลและมอบสวัสดิการแก่ผู้เสียชีวิตตามสิทธิและแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงาน โดยผู้ปฏิบัติงานที่เสียชีวิตมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนกรณีเสียชีวิต ค่าทำศพ และเงินกองทุนสวัสดิการ ปณท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่ งานบริการ และภาคประชาชน ไปรษณีย์ไทยจึงได้เน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยและชีวอนามัยในทุกที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการไปรษณีย์ อาคาร หรือสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้อ ไปรษณีย์ไทยให้หยุดกิจกรรมในพื้นที่ทันที เพื่อเร่งทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ รวมทั้งพิจารณาปิดทำการ 1-3 วันตามความจำเป็น/เหมาะสม &amp;nbsp;หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคในพื้นที่ ตามรายละเอียดของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID &amp;ndash; 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ หากพิจารณาแล้วสมควรปิดที่ทำการฯ ชั่วคราว จะจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดส่งสิ่งของให้กับลูกค้าได้รับโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูง ให้ไปเข้ารับการตรวจคัดกรอง และหยุดทำงานเพื่อกักตัวสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำสามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ และให้หมั่นสังเกตอาการ หากพบอาการผิดปกติให้ไปเข้ารับการตรวจคัดกรองทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพิ่มมาตรการเชิงรุกในการเข้ารับการฉีดวัคซีน โดยได้ประสานกับกรมควบคุมโรคและสาธารณสุขจังหวัดต่าง ๆ &amp;nbsp;เพื่อขอจัดสรรวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วกว่า 12,000 คน และรับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 4,200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาไปรษณีย์ได้เน้นย้ำให้เจ้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคนต้องระมัดระวัง และต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ไม่ประมาทในการดูแลตนเอง เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและแพร่เชื้อสู่กันได้ง่ายขึ้น และยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการส่งสิ่งของอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการ ภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคมได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109762</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับมือโควิด, เจ้าหน้าที่เสียชีวิต, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ac98e2dbb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เชียงใหม่แดงพรึ่บ ปิดหมู่บ้าน2จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในหลวง-ราชินีมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์รับมือโควิดให้ รพ.ตรัง ขณะที่ภัยโควิดระส่ำทั้งประเทศ อ่วมทุกภาคเชียงใหม่โซนแดงพรึ่บ เหลือเพียง อ.กัลยาณิวัฒนา ลำปาง-บุรีรัมย์ ต้านไม่ไหวสั่งปิดหมู่บ้านคุมโรคระบาด พิษณุโลก บุคลากรทางการแพทย์ซวยหลังเจอผู้ป่วยปกปิดข้อมูล นครพนมผวาภัยทองหล่อตามต่อในพื้นที่ติดระนาว ขณะที่ด่านใต้ มอ.หาดใหญ่ ขยาย รพ.สู้โควิดดูแล ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารอำนวยการ ชั้น 2 โรงพยาบาลตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องมือแพทย์ เพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19 ให้แก่โรงพยาบาลตรัง จำนวน 3 รายการ ดังนี้ Isolation Gown จำนวน 1,500 ชุด Coverall Gown จำนวน 500 ชุด และ Reusable Isolation Gown จำนวน 1,500 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานพื้นที่อำเภอที่พบผู้ติดเชื้อ (ข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน 2564) ผู้ติดชื้อกระจายไปอำเภอต่างๆ ดังนี้ พื้นที่โซนสีแดงที่มีการระบาดเกิน 50 คน มี 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 1,185 คน อ.สันทราย 216 คน อ.สันกำแพง 104 คน อ.สารภี 100 คน อ.หางดง 85 คน อ.แม่ริม 78 คน และ อ.ดอยสะเก็ด 60 คน โซนสีส้ม มี 7 อำเภอ ได้แก่ อ.สันป่าตอง พบผู้ติดเชื้อ 40 คน อ.แม่แตง 27 คน อ.ฝาง 16 คน อ.ดอยหล่อ 16 คน อ.เชียงดาว 14 คน อ.แม่อาย 14 คน และ อ.จอมทอง 13 คน โซนสีเหลือง มี 10 อำเภอ ได้แก่ อ.พร้าว พบผู้ติดเชื้อ 10 คน อ.แม่วาง 9 คน อ.เวียงแหง 7 คน อ.แม่ออน 7 คน อ.ไชยปราการ 5 คน อ.แม่แจ่ม 4 คน อ.ฮอด 4 คน อ.ดอยเต่า 3 คน อ.อมก๋อย 3 คน และ อ.สะเมิง 2 คน สำหรับโซนสีขาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อยังคงมีเพียงพื้นที่เดียวคือ อ.กัลยาณิวัฒนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก เพจโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ได้ประกาศปิดหอผู้ป่วย จำนวน 2 ตึก พร้อมกักตัวบุคลากรทางการแพทย์เสี่ยงติดโควิด เนื่องจากพบว่ามีผู้ป่วยหญิง 1 ราย เข้ามานอนพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาลพุทธชินราช แล้วปกปิดข้อมูลในเบื้องต้น โดยทางบุคลากรทางการแพทย์ได้เข้าไปทำการรักษาผู้ป่วยดังกล่าว และทำการสอบประวัติหาเชื้อโควิด ครั้งแรกไม่พบ แต่เมื่อตรวจโควิดครั้งที่ 2 ผู้ป่วยหญิงดังกล่าวกลับพบเชื้อเป็นบวก ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าไปดูแลรักษาผู้ป่วยรายนี้ต้องกักตัวเพื่อสอบสวนและตรวยจเชื้อโควิดไม่ต่ำกว่า 10 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ จ.ลำปาง นายชาญ จานแก้ว อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านทุ่งฮ้าง หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง กล่าวว่า หมู่บ้านทุ่งฮ้าง หมู่ที่ 1 มีประชากรทั้งหมด 664 คน จำนวน 214 ครัวเรือน โดยเบื้องต้นได้ร่วมกับชาวบ้านในหมู่บ้านประกาศปิดหมู่บ้านทุ่งฮ้างแล้ว โดยห้ามบุคคลเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านยาวไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 หลังก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านพบผู้ติดเชื้อโควิด จำนวน 4 ราย และยังมีกลุ่มผู้เสี่ยงอยู่ในหมู่บ้านอีกกว่า 352 ราย ซึ่งรับการตรวจหาเชื้อไปเมื่อวานนี้ และจะทราบผลช่วงค่ำของวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดลำปาง กล่าวว่า นอกจากหมู่บ้านทุ่งฮ้าง หลังจากที่ประกาศปิดหมู่บ้านเอง ขณะที่ลำปางยังมีกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องเร่งดำเนินการตรวจหาเชื้อ จำนวนทั้งสิ้น 3,150 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าตรวจหาเชื้อจากผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงตามมาตรการเชิงรุกของจังหวัดลำปางอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากโรงพยาบาลประโคนชัยว่า มีผู้ป่วยชายไทย อายุ 56 ปี เสียชีวิตด้วยภาวะการหายใจล้มเหลว ที่ รพ.ประโคนชัย ภายหลังเจ้าหน้าที่ก็ทราบว่า ผู้ป่วยรายนี้ได้เคยทำงานอยู่ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และมีการตรวจ Rapid Test ให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งก็พบว่า Rapid Test ให้ผลเป็นบวก และก็ได้มีการตรวจ Rapid Test ให้กับภรรยาด้วย ก็ให้ผลเป็นบวกเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการพบเชื้อโควิด-19 ทั้งสามีและภรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำให้พื้นที่ชุมชนที่เจ้าหน้าที่ได้ไปสอบสวนโรค พบผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ตั้งแต่ผู้ป่วยเข้ามาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 36 คน ได้ดำเนินการตรวจเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จะมีการตรวจ PCR ทุกครอบครัวในพื้นที่ตรงนั้น ครอบครัวละ 1 คน ที่มีความเสี่ยงสูง สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ก็พบว่ามีความเสี่ยงสูงจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 5 คน ซึ่งก็จะมีการตรวจ PCR นี่คือสิ่งที่ได้ดำเนินการในพื้นที่ อ.ประโคนชัย เป็นที่มาของการปิดพื้นที่บางส่วนของ อ.ประโคนชัย&amp;rdquo; นพ.สสจ.บุรีรัมย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 6/2564 เรื่องกำหนดพื้นที่ควบคุม หมู่บ้านโคกสะอาด หมู่ 8 ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปหรือออกมาจากพื้นที่ดังกล่าว จนกว่าจะมีประกาศคำสั่งเปลี่ยนแปลง หากผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดถูกจับดำเนินคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวว่า พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 27 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 273 ราย โดยรายใหม่ 27 ราย สำหรับการควบคุมการแพร่ระบาดในหลายคลัสเตอร์สามารถควบคุมได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคลัสเตอร์พูลวิลล่า คลัสเตอร์หมูกระทะ รวมถึงคลัสเตอร์จากชาวญี่ปุ่น โดยผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากการสัมผัสกับผู้ป่วยรายก่อนหน้า บางส่วนก็ติดเชื้อมาจากแหล่งสถานบันเทิงในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม นพ.มานพ ฉลาดธัญญกิจ สสจ.นครพนม กล่าวว่า ในจำนวน 10 รายที่พบล่าสุดนี้ พบ 1 รายเป็นพ่อของสาวคริสตัสคลับ ชาวอำเภอท่าอุเทน อายุ 53 ปี ซึ่งรายนี้ลูกสาวเป็นคนที่นำเชื้อมาแพร่ ส่วนรายต่อๆ มาเป็นคลัสเตอร์จากสถานบันเทิงชื่อดังในจังหวัดนครพนม ที่ทีมแพทย์นำตัวมาตรวจค้นหาเชื้อแบบเชิงรุกรวม 261 ราย ล้วนเป็นพนักงานในผับดัง 3 แห่ง ทั้งนี้ เป็นการเช็กไทม์ไลน์จากจุดกำเนิดของผู้จัดการร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ที่หลังจากร้านตัวเองปิดก็มาเที่ยวต่อที่ผับดังกล่าว คาดว่ามีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อจากคลับทองหล่อ หรือจากพนักงานชงเหล้าที่ต้องสัมผัสนักเที่ยวทุกโต๊ะ และในจำนวนนั้นเป็นนักเที่ยวจากคลับทองหล่อ และยิ่งอยู่ในสถานที่แออัดอากาศไม่ถ่ายเท จึงทำให้เชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว หลังตรวจหาเชื้อเชิงรุกล่าสุดจึงพบเพิ่มอีก 8 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์สถานบันเทิงแห่งนี้ 25 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรปราการ นายแพทย์พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 82 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 49 ราย อำเภอบางพลี จำนวน 7 ราย อำเภอบางบ่อ จำนวน 3 ราย อำเภอบางเสาธง จำนวน 2 ราย รับมารักษาต่อในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 21 ราย ทำให้จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อทุกอำเภอแล้ว ยอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมจนถึงปัจจุบัน จำนวน 1,103 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่ 608 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ จ.ตราด หลังจากที่นักท่องเที่ยวจำนวน 9 คน เดินทางมาดำน้ำดูปะการัง เมื่อวันที่ 10-12 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา แล้วกลับไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะมีอาการ และพบว่ามี 3 ผู้บริหารเรือเกาะช้าง boat trip ทราบเรื่องแล้ว ได้ติดต่อไปยังสำนักงานสาธารณสุข อำเภอเกาะช้างทันที เพื่อขอตรวจเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นมีทั้งหมด 10 คน พร้อมกับกักตัวทันที ซึ่งจะทราบผลตรวจในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา โดยในวันนี้มีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 32 คน รวมผู้ป่วยสะสม 236 คน กลุ่มที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นคลัสเตอร์ของสถานบันเทิง 7 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ใน ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ด้านมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) รวมทั้งคณะแพทยศาสตร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังมีการตั้งส่วนขยายโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (sccc) ขึ้นภายในศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ อบจ.สงขลา และศูนย์บ่มเพาะคนดี สวนประวัติศาสตร์ พล.อ.เปรมฯ อ.เมืองสงขลา ใช้รองรับผู้ป่วยโควิดที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อยได้ 80-100 เตียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย ซึ่งเป็นรายที่ 7 ของจังหวัดปัตตานี หลังไปฝึกงานที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และเดินทางกลับปัตตานี อีกทั้งยังพบผู้ที่อยู่ใกล้ตัวของผู้ติดเชื้ออีก 11 ราย ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีจึงให้ทำการสอบสวนตรวจเชื้อทันที เนื่องจาก 11 รายนี้ เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กระบี่ สำนักงานสาธารณสุข จ.กระบี่ ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ในจังหวัดกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 1-18 เม.ย.64 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 4 ราย จากเดิม 29 ราย รวมเป็น 33 ราย แยกเป็นคนไทย 30 ราย ชาวต่างชาติ 3 ราย รักษาตัวที่ รพ.กระบี่ 22 ราย รพ.ลำทับ 3 ราย รพ.ปลายพระยา 1 ราย รพ.เหนือคลอง 1 ราย รพ.เอกชน 2 ราย และโรงพยาบาลสนาม 4 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยยืนยันที่มีประวัติเดินทางไปสถานบันเทิงในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
sbobet
ufabet168
ufa191
pxj
slotxo</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100020</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, รับมือโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปกรณ์ทางการแพทย์, โควิด 19, โควิด-19, ในหลวง-ราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d92dcc7bd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ‘สงกรานต์’วิถีไทยเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลทันสมัยที่สุดในประเทศให้ สธ.รับมือโควิด ศบค.เคาะเล่นสงกรานต์แบบวิถีไทยดั้งเดิม งดสาดน้ำ-ประแป้ง-จัดคอนเสิร์ต ปรับสมุทรสาครเป็นพื้นที่สีส้ม 1 เม.ย.ลดกักตัวเหลือ 10 วัน ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถึงสิ้นเดือน พ.ค. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งวางมาตรการจ่อคลายล็อกกีฬาพื้นบ้าน &amp;quot;ผู้ว่าฯ วีระศักดิ์&amp;quot; หายป่วยกลับมหาชัย ประชาชนแห่ต้อนรับ หลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มีนาคม เวลา 08.00 น. ที่พระลานพระราชวังดุสิต สำนักพระราชวังได้ตรวจรับรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลเครื่องแรกในประเทศไทยที่มีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Technology มีความทันสมัยที่สุด ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นเพื่อพระราชทานแก่กระทรวงสาธารณสุข สำหรับนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ในการป้องกันดูแลสุขภาพอนามัยประชาชนอย่างครบวงจร อีกทั้งยังรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.รุจิรา เข็มเพ็ชร รองผู้อำนวยการบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามพระราชปณิธาน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะนำรถไปจอดไว้ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และศูนย์ควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี เพื่อให้บริการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยวัณโรคปอด และผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อที่จะได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีน้ำพระราชหฤทัยและทรงพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย และทรงเป็นพระมิ่งขวัญให้แก่พสกนิกรที่จะฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคและวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.30 น. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 100 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 96 ราย ในจำนวนนี้มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 55 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 41 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 27,594 ราย หายป่วยสะสม 26,450 ราย อยู่ระหว่างรักษา 1,054 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 53 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร อาชีพพนักงานบริษัท มีโรคประจำตัวเบาหวาน กล้ามเนื้อหัวใจตาย ปอดอักเสบ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 90 ราย
ลดกักตัวเหลือ 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบการปรับเขตพื้นที่สถานการณ์ของ จ.สมุทรสาคร จากพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) เป็นพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ทำให้ขณะนี้มีพื้นที่ควบคุมรวมเป็น 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร กทม. สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี ตาก และราชบุรี ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) มี 14 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ระยอง ชลบุรี ระนอง ชุมพร สงขลา ยะลา และนราธิวาส สำหรับมาตรการผ่อนคลายในพื้นที่สีส้มกับสีเหลืองมีความใกล้เคียงกัน โดยพื้นที่สีส้ม ร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ บาร์ ให้เปิดถึง 23.00 น. แต่พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) ให้เปิดถึง 24.00 น. ส่วนกิจกรรมอื่นให้เปิดบริการตามปกติ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงแผนการจัดการหาวัคซีนในประเทศไทย โดยวันที่ 24 ก.พ. ไทยได้วัคซีนจากซิโนแวคมาแล้ว 2 แสนโดส เดือน มี.ค.จะได้อีก 8 แสนโดส เดือน เม.ย.จะได้มาอีก 1 ล้านโดส ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกา ภายในเดือน มิ.ย.จะได้ 6 ล้านโดส จากนั้นเดือน ก.ค.-พ.ย. จะได้เดือนละ 10 ล้านโดส และเดือน ธ.ค.จะได้มาอีก 5 ล้านโดส รวมทั้งสิ้น 63 ล้านโดส สำหรับแผนการฉีดแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่หนึ่ง ช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. กลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งรัฐและเอกชน, บุคคลที่มีโรคประจำตัว, บุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป, เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโควิด-19 โดยตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. มีตัวเลขผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว 62,941 คน และวันที่ 20 มี.ค. ไทยจะได้วัคซีนซิโนแวคมาเพิ่มอีก 8 แสนโดส จะกระจายให้กลุ่มเป้าหมายใน 18 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระยะที่ 2 ช่วงเดือน มิ.ย.-ธ.ค. ที่มีวัคซีนมากขึ้นและเพียงพอ จะกระจายไปยังกลุ่มเป้าหมายในระยะที่หนึ่ง บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่นอกเหนือด่านหน้า, ผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว, ผู้เดินทางระหว่างประเทศ, ประชาชนทั่วไป ซึ่งนายกฯ ให้แนวคิดว่ากลุ่มนี้ให้ตีความไปถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ผู้บริหารภาคราชการที่ต้องเดินทาง พระ ผู้นำศาสนา นักการทูต เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจต่างชาติ ชาวต่างชาติที่อยู่ระยะยาว รวมถึงแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการการกักตัวนั้น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงานว่า รัฐบาลต้องใช้งบประมาณในส่วนนี้จำนวนมาก บางคนมีการเข้า-ออกประเทศถึง 7 ครั้งต่อปี ดังนั้น จะมีการปรับรูปแบบโดยให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาออกค่าใช้จ่ายเอง โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป จะปรับสถานที่กักตัวให้เหลือเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ที่คาดว่าจะมีการกระจายวัคซีนแล้วจะปรับรูปแบบเป็นสถานที่คุมไว้สังเกต โดยผู้ที่จะเดินทางเข้ามา จากเดิมที่ต้องมีใบรับรองการบิน (FIT TO FLY) กับผลการตรวจโควิด-19 จะเหลือเพียงผลการตรวจโควิด-19 เพียงอย่างเดียว และตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. จะให้ผู้ที่เข้าสถานที่กักตัวของรัฐสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น จำนวน 5 กิจกรรม ได้แก่ ใช้ห้องฟิตเนสได้ ออกกำลังกายกลางแจ้งได้ ใช้สระว่ายน้ำได้ ปั่นจักรยานในพื้นที่ปิดได้ และซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอกได้ จากนั้นวันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย. สามารถรับประทานอาหารในห้องอาหารของโรงแรมได้ รวมถึงใช้บริการนวดเพื่อสุขภาพได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. จะกำหนดให้มีการกักตัวเฉพาะบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำหนด นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการปรับลดระยะเวลากักตัวสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว และยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป ให้ลดระยะเวลากักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน เว้นแต่กรณีผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ที่กระทรวงสาธารณสุขยังกำหนดว่าต้องกักตัว 14 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สงกรานต์วิถีไทยดั้งเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ยังได้เห็นชอบแนวทางการจัดกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์ โดยกิจกรรมที่จัดได้ ได้แก่ สรงน้ำพระ กิจกรรมอื่นๆ ทางศาสนา การจัดพิธีรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ตามประเพณีนิยม หรือรูปแบบที่กระทรวงวัฒนธรรมกำหนด อนุญาตให้เดินทางข้ามจังหวัดเพื่อไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดได้ทุกท้องที่ แต่งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ประกอบด้วย งดรวมกลุ่มเล่นสาดน้ำ งดการจัดคอนเสิร์ต งดการจัดกิจกรรมที่มีการสัมผัสกันใกล้ชิดคือ งดประแป้ง และงดการเล่นปาร์ตี้โฟม ส่วนกิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ดังนั้น ภาพการสาดน้ำจะไม่เกิดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์นี้ แต่เป็นการย้อนกลับไปจัดงานแบบวิถีไทยดั้งเดิม ซึ่งไม่ได้มีการพูดเรื่องกฎหมาย หรือว่าจะไปบังคับ แต่เป็นการขอความร่วมมือประชาชน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ออกไป 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า นายกฯ มีความห่วงใยถึงการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ และหารือถึงการคลายล็อก ตนคิดถึงกีฬาพื้นบ้าน เช่น ไก่ชน มวย ม้าและวัวชน จึงได้เสนอที่ประชุมให้มีการเปิดการแข่งขัน โดยที่ไม่ต้องมีผู้เข้าชม สามารถถ่ายทอดผ่านการไลฟ์สดได้ และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจะค่อยๆ ทยอยเปิดให้มีผู้เข้าชมในสนามได้ เพื่อให้คนที่ทำงานในซุ้มไก่จะมีงานทำและมีรายได้ ซึ่งเปิดตรงนี้ได้คาดว่าจะสร้างงานได้ถึง 8 แสนคน นี่ยังไม่รวมกับค่ายมวย สนามม้าและสนามวัวอีก ซึ่งนายกฯ เห็นด้วยกับแนวทางนี้ และสั่งการให้ผู้บริหารไปวางแผนและเร่งดำเนินการ อาชีพต่างๆ จะต้องไม่ชะงัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงคลัสเตอร์ตลาดบางแคว่า มีความพยายามควบคุมและตามหาผู้ติดเชื้อ หากเก็บได้ 100% จะไม่มีปัญหาอะไร ขณะนี้เก็บได้เกือบ 100% แล้ว ฉะนั้นหากตรวจเชิงรุกและฉีดวัคซีนควบคู่ตามไปด้วยจะยิ่งเป็นการเพิ่มมาตรการ หากไล่หลังทันภายใน 14 วัน จะสามารถควบคุมได้ กรณีที่มีการกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ เช่น สงขลาและมุกดาหาร ทางทีมจังหวัดสามารถควบคุมได้ มั่นใจว่าสามารถตามเก็บผู้ติดเชื้อที่กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการลดวันกักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยว่า ประเทศที่พอจะเริ่มได้ เป็นประเทศส่วนใหญ่ที่ไม่ติดวีซ่าตามรายชื่อเดิม เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ สิงคโปร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปีนี้ กทม.ขอให้ผู้จัดงานงดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคโควิด จะให้เน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมประเพณีสงกรานต์โบราณเป็นหลัก ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 10-15 เม.ย.นี้ หากเป็นการรวมคนเกิน 100 คน สามารถจัดได้ แต่ต้องขออนุญาตสำนักงานเขตเพื่อทำการตรวจมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีการแพร่ระบาดในย่านบางแคฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันตก แต่สำหรับกิจกรรมปกติที่เกิน 300 คนต้องขออนุญาตอยู่แล้ว
แห่ต้อนรับผู้ว่าฯ ปู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ รพ.ศิริราช เวลา 10.00 น. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช, นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาระบบการหายใจและวัณโรค และนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แถลงข่าวเรื่องผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครออกจาก รพ. ศิริราช หลังจากเข้ารักษาตัวที่ รพ.ศิริราช รวม 82 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์กล่าวเปิดใจครั้งแรกว่า ช่วงที่เข้ารับการรักษาใน รพ. ไม่รู้สึกตัวนานถึง 42 วัน ตื่นขึ้นมายังพูดไม่ได้ เพราะใส่ท่ออยู่ แล้วรู้สึกแปลกใจว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ต้องขอบคุณคณะแพทย์ที่รักษา ที่ช่วยยืดชีวิตมาจากความตาย ทั้งขอบคุณกำลังใจจากทุกภาคส่วน ทั้งในจังหวัดสมุทรสาคร หรือจังหวัดที่เคยรับราชการ และเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ได้รับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานแจกันดอกไม้มาเยี่ยมไข้ให้กำลังใจประจำ จากนี้จะกลับไปทำงานด้วยกำลังใจที่เต็มร้อย แม้ว่าร่างกายจะยังไม่เต็มที่ พร้อมอยากฝากทุกคนให้ไปชิมอาหารทะเลที่สมุทรสาครด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างแถลงข่าว มีนางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ภริยา และน้ำหวาน บุตรสาว มาให้กำลังใจผู้ว่าฯ สมุทรสาครตลอดเวลา และคอยประคองขึ้นรถ จนกระทั่งคณบดีศิริราชฯ พร้อม นพ.นิธิพัฒน์ได้ขึ้นรถตู้ของ รพ.ศิริราชไปส่งที่ จ.สมุทรสาคร จากนั้นจึงจะกลับไปพักฟื้นที่ จ.อ่างทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.45 น. นายวีระศักดิ์เดินทางมาถึงศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยทีมแพทย์ รพ.ศิริราช และภริยา เดินเคียงข้างเพื่อคอยดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ห่าง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีข้าราชการ ตลอดจนภาคเอกชนและประชาชนในจังหวัดต่างมารอรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาร้องไห้ด้วยความดีใจ ส่วนบางส่วนที่อยู่ไกลได้ตะโกนว่าคิดถึงๆๆ และขอให้ผู้ว่าฯ หายไวๆ พร้อมกับการปรบมือดังสนั่นร่วมกันตลอดเวลา ขณะที่ผู้ว่าฯ สมุทรสาครได้เดินยกมือไหว้ขอบคุณทุกๆ คนที่มาคอยต้อนรับตลอดทางเดิน พร้อมกับโบกมือให้ทุกคนแทนคำขอบคุณ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96625</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทันสมัยที่สุดในประเทศ, พระราชทานรถเอกซเรย์, รถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล, รับมือโควิด, ศบค., สงกรานต์วิถีไทยเดิม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ในหลวง, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054adae44893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับมือโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ยึดหน้าจอทีวี ออกแถลงการณ์พิเศษเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย และได้ออกมายอมรับว่า การระบาดดังกล่าวส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่จะช้ากว่าที่คาดการณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทางนายกฯ และทีม ศบค. ที่จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้ตัดสินใจที่จะไม่ใช้วิธีการล็อกดาวน์ แต่มีมติแบ่งพื้นที่แต่ละจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงไปถึงจังหวัดที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยจัดมาตรการรับมือแบ่งตามโซนสี พื้นที่สีแดง ที่ต้องเฝ้าระวังระดับสูงสุด มีจังหวัดเดียวคือสมุทรสาคร เป็นพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จะให้มีการจำกัดเวลาปิด-เปิด สถานประกอบการที่มีความจำเป็น, ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด, ห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายเข้า-ออกจากพื้นที่โดยเด็ดขาด, ควบคุมการเข้า-ออกของยานพาหนะและบุคคลคนไทย โดยไม่ให้กระทบการค้าและอุตสาหกรรมมากเกินจำเป็น และให้มีการจัดตั้งด่านตรวจคัดกรอง จุดสกัดและสายตรวจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่สีส้ม ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร (เฉพาะฝั่งตะวันตก) สมุทรสาคร ราชบุรี และนครปฐม เป็นพื้นที่ที่ติดกับพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 10 ราย และมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ให้หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมากทุกรูปแบบ, สถานประกอบการและโรงงานที่ยังเปิดดำเนินการให้เน้นมาตรการป้องกันโควิด-19 ทั้งในบริเวณโรงงานและที่พักคนงาน ส่วนพื้นที่สีเหลือง ตัวเลขที่มีผู้ติดเชื้อน้อย และพื้นที่สีเขียว คือจังหวัดที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อ ก็ใช้การเฝ้าระวังและไม่ประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจก็เกิดขึ้นชัดเจนแล้ว จากการระบาดของโควิดรอบใหม่ เฉพาะแค่จังหวัดสมุทรสาคร เพียงจังหวัดเดียว หอการค้าฯ ได้ทำการรวบรวมความเสียหายจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งหลังจากได้มีการประเมินตัวเลขแล้ว&amp;nbsp; หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ประเมินความเสียหายจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมประมาณ 16,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีภาคธุรกิจ สินค้า และการบริการ เสียหาย 4,200 ล้านบาท, ภาคธุรกิจและประมงต่อเนื่อง เสียหาย 6,000 ล้านบาท, ภาคธุรกิจตลาดชุมชน เสียหาย 4,700 ล้านบาท, ภาคการเกษตร 400 ล้านบาท, ภาคโอท็อป วิสาหกิจชุมชน เสียหาย 50 ล้านบาท, ห้างสรรพสินค้า เสียหาย 100 ล้านบาท อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยอาจได้รับความสูญเสียจากการระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 คิดเป็นมูลค่าราวๆ 45,000 ล้านบาทในกรอบเวลา 1 เดือน โดยจำแนกผลกระทบได้ดังนี้ ความสูญเสียที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าประมงและอาหารทะเล ที่อาจมีมูลค่ารวมกันราว 13,000 ล้านบาท จากความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดการชะลอการบริโภคสินค้าประมงและอาหารทะเลในระยะสั้น นอกจากนี้การส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวในระยะถัดไปก็อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะในด้านขั้นตอนการตรวจสอบและกระบวนการต่างๆ ที่คู่ค้าอาจหยิบยกให้ผู้ประกอบการไทยมีการดำเนินการเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีความสูญเสียจากการที่ประชาชนชะลอการทำกิจกรรมในช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท ได้แก่ การเลี้ยงสังสรรค์ การจัดกิจกรรมต่างๆ การลดความถี่ในการใช้จ่ายที่ร้านค้าปลีก เป็นต้น รวมถึงความสูญเสียจากการชะลอการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ คิดเป็นเม็ดเงินที่หายไปประมาณ 17,000 ล้านบาท หรือราว 30% ของรายได้ท่องเที่ยวในช่วงเวลา 1 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่น่าห่วงซึ่งเป็นปัจจัยใหม่ก็คือ เรื่องของธุรกิจอาหารทะเล ซึ่งโควิด-19 เกิดการระบาดในจุดที่ธุรกิจการประมงและการแปรรูปสัตว์น้ำเค็ม ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมาก ประเด็นแรก จังหวัดสมุทรสาคร มีการล็อกดาวน์ และองค์การสะพานปลา ก็สั่งปิดสะพานปลาทุกจุด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้เชื่อว่าจำนวนอาหารทะเลในประเทศต้องลดลงอย่างไม่ต้องสงสัย ยังไม่นับรวมกับการส่งออก แปรรูปอาหารทะเล ซึ่งข่าวการแพร่ระบาดในไทยครั้งนี้ อาจส่งผลต่อเรื่องความเชื่อมั่น และส่งผลกระทบต่อออเดอร์ที่สั่งซื้อจากไทย และที่สำคัญที่สุด คือ ความเชื่อมั่นในการบริโภคอาหารทะเลจะลดลง ทั้งในส่วนของคนไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87922</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, รับมือโควิด, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซ้อมแผนคุมโควิดรอบ2 ปชช.มั่นใจสธ.รับมือไหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.ประชุมทุกภาคส่วนทั่วประเทศซ้อมแผนรับมือโควิดระลอก 2 ปลัด สธ.ชี้รอบสองมาได้ตลอดเวลา ยันเอาอยู่ถ้าติดเชื้อไม่เกิน 100 รายต่อวัน เตรียมเพิ่มทีมสอบสวนโรคอีก 3-5 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 กันยายน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรครายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ประจำวันว่า ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ (ซาอุดีอาระเบีย 5 ราย, อินเดีย 2 ราย) และเข้ากักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ ทำให้มีผู้ป่วยสะสมรวม 3,454 ราย กลับบ้านแล้ว 3,310 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากซาอุดีอาระเบีย 5 ราย ทุกรายมีสัญชาติไทย แบ่งเป็น เพศชาย 4 ราย อายุ 37 ปี ว่างงาน และอายุ 21 ปี, 22 ปี, 35 ปี อาชีพนักศึกษา และเพศหญิง 1 ราย อายุ 35 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางมาเที่ยวบินเดียวกัน ถึงประเทศไทยวันที่ 5 ก.ย.2563 ทุกรายเข้ากักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ในกรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรก วันที่ 8 ก.ย. ไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดินทางกลับจากอินเดีย 2 ราย สัญชาติไทย เป็นเพศหญิง อายุ 27 ปี และเพศชายอายุ 2 ปี (เป็นมารดา-บุตร) เดินทางมาเที่ยวบินเดียวกัน ถึงประเทศไทยวันที่ 6 ก.ย. เข้ากักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ ใน จ.ชลบุรี โดยพักห้องเดียวกัน มารดาเริ่มป่วยวันที่ 7 ก.ย. ด้วยอาการเจ็บคอ มีเสมหะ จมูกไม่ได้กลิ่น หายใจเหนื่อยบางครั้ง ส่วนบุตรไม่มีอาการ ทั้ง 2 รายพบเชื้อจากการตรวจครั้งแรกในวันที่ 8 ก.ย. เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ทั่วโลกยังคงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนในเอเชียพบผู้ป่วยต่อเนื่องในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศอินเดียพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 95,529 ราย และประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่ง สธ.ยังคงเข้มมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองป้องกันโรคตามแนวชายแดน และโรงพยาบาลมีความพร้อมทั้งบุคลากร อุปกรณ์ป้องกัน ยาและเวชภัณฑ์ พร้อมให้การดูแลรักษาหากพบผู้ติดเชื้อ ส่วนความคืบหน้าผลการตรวจผู้สัมผัสผู้ต้องขังชายที่พบการติดเชื้อ รวม 1,004 คน พบ 570 คนผลเป็นลบ ที่เหลืออยู่ระหว่างรอผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างแนวทางการปฏิบัติงานในการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อซักซ้อมความเข้าใจแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการงานระดับส่วนกลาง และระดับจังหวัด ทั้งภาครัฐและเอกชน จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อกิจการและกิจกรรมของทุกภาคส่วน และเตรียมแผนรับมือการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 630 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เป้าหมายหลักของการบริหารสถานการณ์ในการป้องกันโรคโควิด-19 ไม่ใช่การไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศ แต่เป้าหมายคือ สามารถตรวจจับผู้ติดเชื้อโรคได้ ควบคุมการแพร่ระบาดโรคได้ และรักษาโรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรควิด-19 ทั่วโลกยังคงระบาดรุนแรงและต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยแม้อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ แต่ต้องมีการเตรียมการรับการระบาดในระลอกที่ 2 ทั้งขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขไทยที่มีกลไกการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่แบบบูรณาการ ซึ่งมีเจตนารมณ์ในการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ ควบคู่กับปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างเหมาะสม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดทั้งระดับโลก ระดับประเทศ และระดับพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;อนาคตสาธารณสุขไทย หลังโควิด-19&amp;rdquo; ในพิธีปิดการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2563 ว่า ประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคระบาดมาตั้งแต่กรณีเกิดโรคซาร์ส ทำให้เมื่อเกิดโรคโควิด-19 เราบริหารจัดการสถานการณ์ด้วยการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชน อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งคิดว่าเราปลอดภัย เพราะอาจเกิดการระบาดระลอก 2 ได้เสมอ เนื่องจากอาจมีผู้ติดเชื้ออยู่ในประเทศ และการลักลอบเข้าประเทศตามแนวชายแดน แต่กระทรวงสาธารณสุขพร้อมจะดูแลพี่น้องคนไทยให้ปลอดภัย มีการตั้งปราการป้องกันผู้ป่วยจากต่างประเทศ มี State quarantine ดูแลผู้ที่เดินทางเข้ามา ขณะที่กรมควบคุมโรคได้กระจายทีมลงไปตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อในประเทศ และผู้ป่วยจากต่างประเทศที่อาจมีการลักลอบเข้าเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือ ยังต้องคงมาตรการด้านสาธารณสุขและชีวิตวิถีใหม่ สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง ลดความแออัด ซึ่งจะทำให้สามารถควบคุมการระบาดได้ หากมีผู้ป่วยรายใหม่ไม่เกินวันละ 50-100 ราย ศักยภาพของระบบสาธารณสุขจะสามารถรองรับได้ รวมถึงต้องมีการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้สถานการณ์กลับมาอยู่ในระดับที่ไม่มีผู้ป่วยหรือมีผู้ป่วยในวงจำกัด โดยต้องเน้นการดำเนินงานทั้งการป้องกัน ค้นหา รักษา และควบคุม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่หากติดเชื้อจะมีอาการรุนแรง เพิ่มศักยภาพให้ตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลได้มากขึ้น เพิ่มจำนวนทีมสอบสวนโรคอีก 3-5 เท่า ซักซ้อมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน เพื่อตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว พัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณ์ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ระบบการจัดการข่าวสารและการสื่อสารความเสี่ยง ยกระดับการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล มีระบบสำรองเวชภัณฑ์อย่างเหมาะสม การใช้อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม ออกแบบแผนกหอผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยนอก เพื่อลดโอกาสสัมผัสเชื้อ ลดความแออัดในโรงพยาบาล นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมศักยภาพ และยกระดับห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;quot;นิด้าโพล&amp;quot; ร่วมกับศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;quot;ประชาชนยังกลัวโควิด-19 อยู่หรือไม่&amp;quot; จำนวน 1,315 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนร้อยละ 23.04 ระบุว่า กังวลมากต่อการติดเชื้อโรคระบาดโควิด-19 ร้อยละ 36.81 ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 16.81 ไม่ค่อยกังวล และร้อยละ 23.34 ไม่กังวลเลย ด้านเหตุผลสำคัญที่ประชาชนเลือกสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 74.98 ระบุว่า กลัวตาย รองลงมา ร้อยละ 9.28 กลัวสังคมรังเกียจ ร้อยละ 7.45 เป็นคำสั่งรัฐบาล ร้อยละ 7.22 กลัวทำให้คนอื่นตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ ร้อยละ 79.24 ระบุว่า ประเทศไทยสามารถรับมือได้หากเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในรอบที่ 2 รองลงมา ร้อยละ 10.95 ไม่สามารถรับมือได้ และร้อยละ 9.81 ไม่แน่ใจ และเมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อความเพียงพอของระบบการแพทย์และสาธารณสุขหากเกิดการแพร่ระบาดรอบที่ 2 ส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.14 ระบุว่า มีเพียงพอ รองลงมา ร้อยละ 22.13 ไม่เพียงพอ และร้อยละ 9.73 ไม่แน่ใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77096</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระทรวงสาธารณสุข, ทีมสอบสวนโรค, รับมือโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3c299e08b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
