<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รับยาใกล้บ้าน&quot; 4เดือน ยอดทะลุเป้า รณรงค์ขยายเพิ่ม ลดเสี่ยงโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7มี.ค.63-นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า &amp;nbsp; ในรอบ 4 เดือนปีงบประมาณ 2563 นี้ โครงการรับยาใกล้บ้าน ตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อการลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอยผู้รับบริการในโรงพยาบาล มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 108 แห่ง ร้านขายยาแผนปัจจุบันที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ร้านขายยา ขย.1) จำนวน 889 ร้าน ใน 64 จังหวัด ใบสั่งจ่ายยาทั้งหมด 5,406 ใบสั่ง สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในปี 2563 คือมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ 50 แห่ง และร้านขายยา 500 แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ได้ให้โรงพยาบาลปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ อาทิ การขยายไปสู่กลุ่มผู้ป่วยอื่นๆ เพิ่มจากที่กำหนดไว้ 4 โรคเรื้อรัง คือ เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หอบหืด และโรคทางจิตเวช &amp;nbsp;ปรับปรุงระบบให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยและข้อมูลใบสั่งยาระหว่างโรงพยาบาลและร้านยา &amp;nbsp;จัดระบบการขนส่งยาให้รวดเร็วทันเวลา เพิ่มการเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐานที่ร้านขายยา เพิ่มร้านยาใกล้บ้าน เพื่อความสะดวกของผู้ป่วย รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ป่วยรับทราบ สนใจ และเกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ขอเชิญประชาชนร่วมรับยาใกล้บ้านตามโครงการนี้ เพราะนอกจากจะไม่ต้องรอคิวรับยาที่โรงพยาบาล ลดความแออัดแล้ว ยังเป็นการลดความเสี่ยงในการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ช่วยประเทศในการควบคุมโรคโควิด 19 อีกทางหนึ่งด้วย&amp;rdquo; นพ.ยงยศกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ในการบริหารจัดการระหว่างโรงพยาบาลและร้านยา มี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.โรงพยาบาลจัดยารายบุคคลส่งให้ร้านยา 2.โรงพยาบาลจัดสำรองยาไว้ที่ร้านยา และ 3.ร้านยาดำเนินการจัดการด้านยาเอง ซึ่งเป็นยาตัวเดียวกับที่ผู้ป่วยได้รับจากโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59077</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, รับยาใกล้บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e6317db96256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.หารือสภาเภสัชฯ หารือทำโครงสร้างยาของประเทศให้แข็งแรงขึ้น-รวมทั้งการรับยาใกล้บ้านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5ธ.ค.62-นพ. ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม และทีมงาน เข้าประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติงานร่วมกันในการยกระดับวิชาชีพเภสัชกรในร้านขายยาในทุกมิติ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีกฎกระทรวงสาธารณสุข การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2556 มีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2557 กฎกระทวงฉบับนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการในร้านขายยา สอดคล้องกับแนวคิดสากลเกี่ยวกับมาตรฐานวิธีการปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (Good Pharmacy Practice : GPP) ซึ่งนอกจากจะเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยให้ผู้ที่มารับบริการในร้านขายยาและการตอบสนองสิทธิผู้บริโภคยาแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการร้านขายยาในประเทศ ปรับตัวและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การแข่งขันด้านบริการในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเกี่ยวกับการยกระดับการดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชน โดยการจัดทำข้อมูลสุขภาพชุมชนและให้การดูแลอย่างเป็นมิตร มีเภสัชกรประจำร้านยาตลอดเวลา และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด เรียกว่า มาตรฐาน GPP+ ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นกว่าของร้านขายยาของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภญ. สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมร่วมกับสภาเภสัชกรรมในครั้งนี้ ยังได้ร่วมกันหาแนวทางเพิ่มเติมในการสนับสนุนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโครงการรับยาใกล้บ้าน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนให้ความสนใจและ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถลดเวลาการใช้บริการในสถานพยาบาลของรัฐลงได้ รวมทั้งยังร่วมกันพิจารณาการจัดประเภทยาให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทำให้โครงสร้างระบบยาของประเทศมีความเข้มแข็งมากขึ้น เป็นการสร้างกลไกการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขของประเทศ โดยการมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคเอกชน โดยความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงานจะทำให้ผู้ป่วยและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่ง อย. และสภาเภสัชกรรมจะได้ร่วมประชุมหารือรายละเอียดต่าง ๆต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51859</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., จิราพร ลิ้มปานานนท์, นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม, รับยาใกล้บ้าน, โครงสร้างยาของประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de8cfce80857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
