<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปลื้ม&#039;TraceThai&#039;บล็อกเชนสินค้าเกษตรรุ่งชูเป็นประเทศแรกๆของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 2563&amp;nbsp;น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันสินค้าข้าวอินทรีย์ใช้ระบบบล็อกเชนในการตรวจสอบย้อนกลับ ว่า ขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการนำร่องจำนวน 7 ราย ได้แก่ เนเจอร์ฟู้ด จ.สุรินทร์ บ้านสวนข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี กรีนลิฟวิ่ง จ.นครปฐม ซองเดอร์ จ.สุพรรณบุรี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนบ้านน้ำอ้อม จ.ยโสธร ไร่ทองออร์แกนิกส์ฟาร์ม จ.ศรีษะเกษ และกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ข้าวชุมชนบ้านมะยาง จ.ศรีษะเกษ ที่ได้ทดลองใช้ระบบบล็อกเชนแล้ว และยังมีกลุ่มที่สนใจเพิ่มเติมอีก เช่น วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ทุ่งทองยั่งยืน จ.สุพรรณบุรี วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ข้าวคิดคิด จ.สุรินทร์ และวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านหนองไผ่ บ้านลาวาเซาะตลุง จ.บุรีรัมย์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในกลุ่มนำร่อง มีกลุ่มที่ทดลองติดสติ๊กเกอร์&amp;nbsp;TraceThai&amp;nbsp;กับสินค้าล็อตจริงแล้ว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย ได้แก่ บ้านสวนข้าวขวัญ ปลูก สี แพ็กข้าวอินทรีย์หลายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวกล้องหอมปทุมเทพ กรีนลิฟวิ่ง ปลูก สี แพ็กข้าวอินทรีย์หลายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอรี่ และซองเดอร์ ผลิตสินค้าแปรรูปจากข้าวอินทรีย์ เช่น โจ๊กข้าวและผักอินทรีย์สำหรับเด็ก

&amp;ldquo;ผลจากการทดลองใช้ระบบ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ทั้งตัวเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกข้าวอินทรีย์ และผู้ตรวจรับรองมาตรฐานอินทรีย์ ที่เห็นตรงกันว่า&amp;nbsp;TraceThai&amp;nbsp;ทำให้ไทยเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงรายแรกๆ ของโลก ที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับ และช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับข้าวอินทรีย์ของไทยเหนือคู่แข่ง ส่วนผู้ซื้อ ผู้บริโภค ก็มีความมั่นใจ และรู้ว่าสินค้าที่ตัวเองซื้อมีที่มาที่ไปอย่างไร ใครปลูก ใครผลิต ใครรับรอง&amp;rdquo;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า สนค. จะเดินหน้าขยายผลให้มีกลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการข้าวอินทรีย์เข้าร่วมระบบ&amp;nbsp;TraceThai&amp;nbsp;เพิ่มมากขึ้น และจะขยายผลไปยังสินค้าเกษตรและสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น สินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)&amp;nbsp;สินค้าอินทรีย์ สินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าประมง อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น รวมทั้งจะร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการต่อยอดระบบ เช่น การเชื่อมโยงเอกสารทางการค้าระหว่างประเทศ การดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วม เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และวิสาหกิจชุมชนต่างๆ

ส่วนแผนการสร้างการรับรู้ เพื่อให้มีการใช้งานระบบ&amp;nbsp;TraceThai&amp;nbsp;เพิ่มมากขึ้น สนค.จะผลักดันให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ต้องเข้าร่วมใช้ระบบ&amp;nbsp;TraceThai&amp;nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และจะช่วยทำตลาดให้กับสินค้าที่ได้เข้ามาใช้ระบบ&amp;nbsp;TraceThai&amp;nbsp;ทั้งการประชาสัมพันธ์แบรนด์&amp;nbsp;TraceThai&amp;nbsp;การนำสินค้าเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้เจรจาจับคู่ธุรกิจ เช่น งานแสดงสินค้าอาหาร&amp;nbsp;THAIFEX&amp;nbsp;และงานเกษตรอินทรีย์นานาชาติ&amp;nbsp;BioFach&amp;nbsp;เป็นต้น

ในปี 2562 ไทยส่งออกข้าวอินทรีย์ประมาณ 1.7 หมื่นตัน มูลค่า 780 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.22%&amp;nbsp;ของปริมาณการส่งออก หรือสัดส่วน 0.6%&amp;nbsp;ของมูลค่าการส่งออกข้าวของไทย (ไทยส่งออกข้าว ปี 2562 ปริมาณ 7.58 ล้านตัน มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท) โดยข้าวอินทรีย์ราคาประมาณ 47 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ข้าวทั่วไปราคา 13 บาทต่อกิโลกรัม และข้าวหอมมะลิ มีราคา 34 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเห็นได้ว่าข้าวอินทรีย์สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงกว่าข้าวทั่วไปประมาณ 3.5 เท่า และสูงกว่าข้าวหอมมะลิประมาณ 40%

สำหรับระบบ&amp;nbsp;TraceThai&amp;nbsp;เป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยบนบล็อกเชน นำร่องด้วยข้าวอินทรีย์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและมีศักยภาพในการส่งออก ด้วยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาสนับสนุนกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก การผลิต การแปรรูป จนถึงการจำหน่ายข้าวอินทรีย์ รวมถึงทราบข้อมูลของผู้ประกอบการ ข้อมูลการผลิตสินค้า รวมทั้งข้อมูลมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ว่าสินค้านั้นผ่านมาตรฐานใด ได้รับการตรวจรับรองจากหน่วยงานรับรองมาตรฐาน ด้วยการสแกน&amp;nbsp;QR Code&amp;nbsp;หรือตรวจสอบจากเลขล็อตการผลิตบนฉลากสินค้ากับเว็บไซต์&amp;nbsp;TraceThai.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79497</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร, บล็อกเชน, รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43c9d7426a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สหรัฐ’รับไทยเป็นหน่วยงานรับรองระบบงานขอบข่ายอาหารคนและสัตว์เป็นประเทศแรกของโลก เอื้อส่งออกสินค้าไทยเร็วยิ่งขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้รับการยอมรับความสามารถด้านการรับรองระบบงานขอบข่ายอาหารคนและอาหารสัตว์ นับเป็นประเทศแรกของโลกที่ได้รับการยอมรับภายใต้กฎหมายความปลอดภัยอาหารของสหรัฐอเมริกา สร้างความเชื่อมั่นในระบบการรับรองระบบงานของ มกอช. นำมาซึ่งการลดการตรวจสอบซ้ำและการกักกันสินค้าที่อาจเกิดขึ้นปลายทางได้ ส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐอเมริกาได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เปิดเผยว่า มกอช.ในฐานะหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation body : AB) ด้านสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ได้ยื่นสมัครขอการยอมรับความสามารถในฐานะหน่วยรับรองระบบงานตามโปรแกรมการรับรองจากบุคคลที่สามที่ได้รับการรับรอง (Accredited Third-Party Certification Program) จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ขอบข่ายอาหารคนและอาหารสัตว์ เมื่อเดือนธันวาคม 2560 โดย USFDA ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจประเมินเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2561 และได้พิจารณาให้การยอมรับความสามารถของ มกอช. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นผลจากการปฏิบัติงานเชิงรุกของ มกอช.เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทย โดยประสานงานและสนับสนุนหน่วยงานฝึกอบรมในประเทศไทยให้เป็นเครือข่ายความร่วมมือการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอาหารกับหน่วยงานที่ได้การยอมรับจาก USFDA เช่น สถาบันเทคโนโลยีอิลลินอยส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง มกอช.ได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานฝึกอบรม 18 หน่วยงาน เพื่อการพัฒนาและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการแก่บุคลากรในสถานประกอบการผลิตอาหารคนและอาหารสัตว์ของไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยมีความสามารถแข่งขันในการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาภายใต้ข้อกำหนดกฎหมายใหม่ ก่อนประเทศใดๆในโลกและยังเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้พร้อมต่อกระแสแนวโน้มการปรับปรุงและยกระดับกฎหมายภาครัฐทั่วโลก&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี สู่การถ่ายโอนภารกิจการตรวจสอบให้แก่หน่วยงานบุคคลที่สาม ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกในโลกที่เป็นผู้ริเริ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ มกอช. กล่าวด้วยว่า หากผู้ประกอบการของไทยที่ส่งสินค้าอาหารคนและอาหารสัตว์ไปขายยังสหรัฐอเมริกา มาขอการรับรองจากหน่วยที่ผ่านการรับรองระบบงานจาก มกอช. ตามกฎระเบียบ Accredited Third-Party Certification Rule จะทำให้ผู้นำเข้า (Importer) สินค้าในสหรัฐอเมริกา ที่ดำเนินการตามโปรแกรมที่เรียกว่า VQIP (Voluntary Qualified Importer Program) สามารถนำเข้าสินค้าอาหารไปยังสหรัฐอเมริกาในช่องทางพิเศษ เพื่อลดการตรวจสอบซ้ำที่ปลายทาง ช่วยลดปัญหาความล่าช้าที่ด่านนำเข้าของสหรัฐ รวมทั้งลดการกักกันสินค้าที่อาจเกิดขึ้น ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปสหรัฐอเมริกาจะได้รับการอำนวยความสะดวกทางการค้ามากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งยังเป็นการได้เปรียบผู้ประกอบการในประเทศที่ยังไม่ได้รับการตรวจประเมินอีกด้วย&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยรับรองที่สนใจสมัครขอการรับรองระบบงานตามกฎระเบียบ Accredited Third-Party Certification Program สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองรับรองมาตรฐาน มกอช. โทรศัพท์ 02-5612277 ต่อ 1251&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12375</URL_LINK>
                <HASHTAG>มกอช., รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร, สหรัฐรับรองไทย, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, เสริมสุข สลักเพ็ชร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b35ed9c1b362.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
