<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “สรรพากร” เผย 3 เอกชนลงสนามชิงเปิดจุด TAX REFUND</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพากร&amp;rdquo; แจงมี 3 นิติบุคคลลงสนามชิงเปิดจุด TAX REFUND พร้อมเร่งพิจารณาคุณสมบัติ ระบุเตรียมเปิดทดลองให้บริการก่อน 6 เดือน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 61-31 มี.ค. 62 ก่อนประเมินผลเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ มีทุจริตหรือไม่ เคาะนักท่องเที่ยวขอคืนภาษีแวตได้ 2 พันบาทต่อ 1 ใบเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงการเปิดรับสมัครตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม(ภาษีแวต) ให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมือง ว่า ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถมายื่นคำร้องขอประกอบธุรกิจคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยว (TAX REFUND) ว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้ปิดรับสมัครแล้ว ปรากฎว่า มีนิติบุคคลที่สนใจยื่นใบสมัครทั้งสิ้น 3 ราย &amp;nbsp;ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เข้าร่วมโครงการนี้ด้วยโดยอยู่ระหว่างการตรวจคุณสมบัติ เช่น ต้องเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 25 ล้านบาท และเตรียมแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบ เพื่อเตรียมเปิดโครงการนำร่องการให้บริการนี้เป็นเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 ถึงวันที่ 31 มี.ค. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องต้นกำหนดให้นิติบุคคล 1 ราย สามารถเปิดจุดให้บริการคืนภาษีแวต เป็นเงินสดแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 3 จุด เน้นจุดบริการในกรุงเทพและปริมณฑลซึ่งเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ๆ ก่อน โดยจะวัดผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือน เพื่อตัดสินใจว่าควรจะดำเนินการโครงการในลักษณะใดต่อไป เพราะเป้าหมายของการทำโครงการนี้ จากผลศึกษาพบว่าการคืนภาษีที่สนามบิน นักท่องเที่ยวจะเอาเงินกลับบ้านไปเลย แต่หากมีการคืนตามห้างหรือจุดที่ให้บริการในสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะนำเงินนั้นกลับมาใช้จ่ายในประเทศเราต่อ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่นทำ ที่มีการจ่ายภาษีคืนให้นักท่องเที่ยวที่ร้านค้า ซึ่งกรณีของญี่ปุ่นต้องมีการใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 5 พันบาทต่อ 1 ใบเสร็จ แต่กรณีของไทย กำหนดให้สามารถคืนภาษีได้ต้องมียอดซื้อ 2 พันบาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขอคืนแวตแล้วมีจำนวนกว่า 2 ล้านราย คิดเป็นเงินภาษีที่ขอคืนกว่า 2 &amp;ndash; 3 พันล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้มุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวที่ได้เงินภาษีคืน นำเงินมาใช้จ่ายต่อในประเทศไทยให้มากที่สุด เป้าหมายระยะยาว คือการส่งเสริมให้ประเทศไทย เป็นช้อปปิ้งพาราไดซ์ของนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะทำโครงการทดลองช่วง 6 เดือนก่อน เป็นเหมือนการทำในแซนบ็อกซ์ยังจำกัดให้นิติบุคคล 1 ราย เปิดจุดให้บริการได้ 3 จุด เพราะต้องเชื่อมข้อมูลกับกรมสรรพากร การวัดผลจะดูว่ามีเงินหมุนเวียนเข้าระบบเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด และมีการทุจริตหรือไม่ เพราะอย่างกรณีของญี่ปุ่น สินค้าที่ขอคืนภาษีจะมีการห่อผลิตภัณฑ์อย่างดีเพื่อให้นำกลับออกไปนอกประเทศ แต่กรณีของไทยจะต้องมีการสุ่มตรวจสินค้าที่มีราคาแพง โดยต้องนำสินค้ามาแสดงที่สนามบิน เพื่อป้องกันการเอาไปใช้ในประเทศ&amp;quot; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ สินค้าที่ขอคืนภาษีและต้องมีการนำมาแสดงที่สนามบิน กำหนดให้เป็นสินค้าที่มีราคาสูงเกินหลักหมื่นบาท เช่น นาฬิกา แว่นตา ปากกา เครื่องหนัง เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18375</URL_LINK>
                <HASHTAG>TAX REFUND, คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม, รับสมัครตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม, สรรพากร, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
