<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>THBA แนะระบบพรีแฟบแก้โจทย์แรงงานขาดแคลน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมไทยรับสร้างบ้าน หวั่นแรงงานกระเพื่อมหลังกัมพูชาปลุกเร้าแรงงานกลับบ้าน แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัวหันมาใช้ระบบพรีแฟบให้มากขึ้นแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค. 61 นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) เปิดเผยถึงกรณีนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกมาเรียกร้องให้แรงงานชาวกัมพูชาที่กำลังทำงานอยู่ในประเทศไทย ให้เดินทางกลับไปทำงานในบ้านเกิด โดยเฉพาะแรงงานที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเชื่อว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมกับชาวกัมพูชา ที่เข้ามาค้าแรงงานในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นหากแรงงานกัมพูชาส่วนหนึ่งเดินทางกลับตามคำเรียกร้อง ปัญหาแรงงานก่อสร้างขาดแคลนก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมาคมประเมินว่า นับวันปัญหาแรงงานขาดแคลนและค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น หากผู้ประกอบการรับสร้างบ้านรายใด ไม่ปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เชื่อว่าการดำเนินธุรกิจหรือผลประกอบการก็จะค่อย ๆ ถดถอยลงหรือรับงานได้น้อยลง และอาจถึงขั้นจะต้องออกจากธุรกิจนี้ไป ขณะเดียวกัน ระบบพรีแฟบหรือโครงสร้างสำเร็จรูปก็เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งดีเวลลอปเปอร์และบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำ ที่ใช้ระบบพรีแฟบหรือโครงสร้างสำเร็จรูป ต่างมีมูลค่าแชร์ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นและขยายตลาดได้ทั่วประเทศ&amp;rdquo;นายสิทธิพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์ดังกล่าว สมาคมเชื่อว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งในปัจจุบันพบว่า ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ยังคงใช้ระบบก่อสร้างรูปแบบเดิม&amp;nbsp; โดยยังคงต้องอาศัยแรงงานจำนวนมาก สวนทางกับดีเวลลอปเปอร์ที่ต่างเปลี่ยนมาใช้ระบบพรีแฟบกันเป็นส่วนใหญ่ และด้วยระบบพรีแฟบหรือโครงสร้างสำเร็จรูปนั้น ยังไม่เป็นที่นิยมของผู้ประกอบการรับสร้างบ้านมากเนื่องจากยังไม่คุ้นเคยและต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทั้งนี้เชื่อว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9214</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายแรงงาน, กัมพูชา, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, รับสร้างบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa6a7112ca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2018 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2018 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>HBA มั่นใจรับสร้างบ้านปี 61 โต 5 %</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เล็งปี 61 ธุรกิจรับสร้างบ้านฟื้น หลังภาครัฐชัดเจนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ คาดตลาดมีมูลค่าที่กว่า 11,000 ล้านบาท โต 5% เผยแผนพัฒนาองค์กรแบบยั่งยืนชูนโยบายรับสร้างบ้านมืออาชีพที่ผู้บริโภควางใจ&amp;nbsp;พร้อมหาโอกาสนำสมาชิกลุยลงทุนต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านในปี 2561 ว่า มีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการขยายตัวได้ที่ประมาณ 5% หรือมีมูลค่าตลาดรวมที่ 11,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยจากการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังส่งผลให้ผู้บริโคกล้ากลับมาใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น จากในช่วงที่ผ่านมามีการชะลอการตัดสินใจปลูกสร้างบ้าน อย่างไรก็ตามในปีนี้เชื่อมั่นว่าผู้บริโภคจะกลับมาตัดสินใจปลูกสร้างบ้านมากขึ้น และส่งผลให้ตลาดรับสร้างบ้านขยายตัวได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลาดรับสร้างบ้านมีแนวโน้มดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ผ่านมาเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น ซึ่งมีปัจจัยจากบวก หากมีการเลือกตั้งจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตได้ที่ประมาณ 3.5-4% ขณะที่ภาคการส่งออก รวมไปถึงภาคการท่องเที่ยวมีการขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และในปีนี้ก็ยังเชื่อว่าจะมีอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ส่วนค่าแรงที่มีการปรับตัวนั้น มองว่า ส่งผลดีต่อภาครับสร้างบ้าน นอกจากนี้ยังมองว่าจะทำให้ธุรกิจมีการปรับตัว เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นประมาณ 5%&amp;rdquo;นางศิริพร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของแผนดำเเนินงานในปี 2561 นี้ สมาคมมีนโยบายการทำงานซึ่งจะมุ่งเน้นการพัฒนาสมาคมแบบยั่งยืนเพื่อให้&amp;rdquo;รับสร้างบ้านจะเป็นมืออาชีพที่ผู้บริโภควางใจ&amp;rdquo;เป็นองค์กรที่มีคุณภาพมีความน่าเชื่อถือ เป็นศูนย์รวมข้อมูลเกี่ยวกับการรับสร้างบ้านทั้งในเชิงสถิติและนวัตกรรม รวมไปถึงการเป็นผู้นำแนวคิดและเทรนด์การรับสร้างบ้าน โดยให้ความสำคัญกับพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตามสมาคมตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิกขึ้น 10% จากปัจจุบันที่มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 127 ราย และมีแผนเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้พร้อมหาโอกาสนำพาสมาชิกเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเป็นการเข้าไปเปิดตลาด อาทิ พม่า กัมพูชา ลาว อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1345</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับสร้างบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180119/image_mid_5a61b881409e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
