<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสธ.แมว&#039;จวกฝ่ายมั่นคงต้นเหตุโควิดระบาดขู่ม็อบมาชุมนุมอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 2564 &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าวิกฤติการณ์โควิด เมื่อรัฐบาลเน้นใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหา เจ้าภาพการจัดการจึงเป็นฝ่ายความมั่นคง แต่หน่วยงานความมั่นคงกลับเป็นต้นเหตุการแพร่ระบาดเสียเอง ที่ปล่อยปละละเลยให้แรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายเข้ามาแพร่เชื้อในประเทศ กับละเลยให้เกิดบ่อนการพนัน ความย่อหย่อนดังกล่าวถูกประชาชนครหาว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ไปรับส่วย หรือไม่และแทนที่จะเร่งกู้ภาพพจน์ ระดมใช้ทรัพยากรต่างๆของกองทัพเข้ามาคลี่คลายวิกฤติโควิด เช่นมอบพื้นที่และสถานที่หน่วยทหารไปช่วยเหลือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม พร้อมจัดบุคลากรทางการแพทย์และกำลังพลของกองทัพเข้าร่วมสนับสนุนอย่างทันท่วงทีก็ไม่กระทำกัน จึงถูกมองว่าเป็นกองทัพที่เหินห่างประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะอำนาจอธิปไตยของประชาชนที่ถูกยึดไปตั้งแต่ปี57 รัฐบาลสืบทอดอำนาจได้กอดคอกับกลุ่มทุนผูกขาด จงใจใช้เล่ห์เพทุบายสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้น กดหัวประชาชนเพื่อง่ายต่อการครองอำนาจ แต่เวลานี้ประชาชนเขาเหลืออดและรู้เท่าทัน มองทะลุว่าทางออกของประเทศนี้ต้องมุ่งสู่การทำความเหลื่อมล้ำให้หดหาย การทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมต้องเริ่มด้วยการขับนายกฯสืบทอดอำนาจ โควิดมิอาจหยุดศรัทธาประชาธิปไตย การชุมนุมใหญ่รูปแบบใหม่ๆของคณะราษฎรจะเกิดขึ้นอีกในเร็ววันนี้ และต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุข้อเรียกร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89377</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, กลุ่มแรงงานต่างด้าว, บ่อนการพนัน, ฝ่ายความมั่นคง, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร, รับส่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e6a07ade4886.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวิดหมดอายุความ!ปปช.-ตำรวจรวบ &#039;พ.ต.ท.&#039;  รับส่วยสิบล้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 61 - นายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวพ.ต.ท.สุรศักดิ์ หรือ สิทธิโชติ ศรีสวัสดิ์กุล อดีตสารวัตรจราจรกลาง มาที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี เพื่อส่งดำเนินคดีตามหมายจับในข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน ทำการเบียดบังทรัพย์สินเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการเข้าจับกุมครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช.กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากพบพฤติกรรมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ได้ทำการตรวจจับรถบรรทุกที่มีควันดำ ซึ่งตามกฎหมายเจ้าหน้าที่จะได้รับส่วนแบ่งจากค่าปรับ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่หากเป็นการจับกุมโดยมีผู้แจ้งเบาะแส ทางตำรวจจะได้ส่วนแบ่ง 35 เปอร์เซ็นต์ และผู้แจ้งเบาะแสอีก 35 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือนำเข้าส่งรัฐ แต่ที่ผ่านมาพบว่า พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ได้ทำหลักฐานเท็จ อ้างว่า มีผู้แจ้งเบาะแสทุกครั้ง ทั้งที่เป็นการตั้งด่านจับกุมของตำรวจเอง โดยจากรายงานพบว่า ที่ผ่านมา มีวงเงินค่าปรับกว่า 8 ล้านบาท และมีส่วนต่างที่ยักยอกไปกว่า 20 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.เคยชี้มูลความผิดนายตำรวจคนนี้แล้ว จนทำให้ต้องออกจากราชการ และมีหมายจับเมื่อปี 2559 แต่เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี จึงสืบสวนติดตามจับกุม จนกระทั่งสามารถควบคุมตัวได้เมื่อเช้า ที่ห้องพักย่านเตาปูน ซึ่งคดีนี้จะหมดอายุความในเดือนเม.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ป.ป.ช.ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งพนักงานอัยการ เพื่อส่งฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ได้ควบคุมตัว พ.ต.ท.สุรศักดิ์ &amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล เลขที่ 1073/2559 ลงวันที่ 3 มิ.ย. 2559 พร้อมสำนวนความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริตหรือ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย ตามมาตรา 147 ซึ่งมีอัตตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท จากกรณีทุจริต &amp;ldquo;เงินรางวัลส่วนเเบ่งของการตรวจจับรถบรรทุกและรถยนต์ที่มีควันดำบนท้องถนน เมื่อระหว่างเดือนตุลาคม 2540 ถึงเดือนเมษายน 2541&amp;rdquo; ในพื้นที่แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. มายื่นฟ้อง

โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีในศาลอาญาทุจริตฯ

ต่อมา พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา โดยศาลพิจารณาคำร้องพร้อมหลักทรัพย์แล้ว อนุญาตปล่อยชั่วคราวตีราคาประกัน 5 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นได้รับอนุญาตจากศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6064</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช., รับส่วย, สิทธิโชติ ศรีสวัสดิ์กุล, สิบล้อควันดำ, สุทธิ บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcad7fa77b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
