<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกชกสมคิดทำแผน เรียกร้องประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมคิด&amp;quot; พลิ้ว ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายไม่ไปทำแผนที่บ้านเกิดเหตุฆ่ารัดคอเหยื่อรายที่ 6 อ้างเพลีย เครียด ความดันขึ้น ตำรวจต้องตัดตอนพาไปทำแผน 2 จุดหลังก่อเหตุ ชาวบ้านนับร้อยฮือล้อมโรงพักชูป้าย &amp;quot;ประหาร&amp;quot; พร้อมด่าทอฆาตกรเลือดเย็น ผบช.ภ.4 ต้องเข้าเจรจา ไม่วายถูกชายคนหนึ่งแหวกการ์ดทุบหัวไอ้คิดเต็มแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจับกุมนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง 6 ศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสมคิดไว้ที่ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น โดยมีการสอบปากคำอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 02.00 น. และ 07.00 น. วันที่ 19 ธันวาคมนี้ เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวนายสมคิดจากห้องขังไปสอบปากคำเพิ่มเติม โดยระหว่างการสอบปากคำ นายสมคิดให้การในลักษณะมีความรู้ทางกฎหมาย นอกจากนี้ได้แจ้งว่าตนเองมีอาการอ่อนเพลียและเครียด ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูง พร้อมร้องขอให้แพทย์ตรวจร่างกาย ก่อนที่ตำรวจจะนำยาลดความดันมาให้ จากนั้นนายสมคิดก็ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่ขอไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านที่ตนเองก่อเหตุฆาตกรรมนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี เหยื่อรายที่ 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหน้า สภ.กระนวนตั้งแต่เช้า ได้มีประชาชนทั้งจากในพื้นที่และต่างพื้นที่เดินทางไปชุมนุมหนาตาขึ้นทุกขณะ หลังได้ข่าวจะมีการนำนายสมคิดออกไปทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพ ขณะที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และหน่วยควบคุมฝูงชนกว่า 200 นาย คอยควบคุมพื้นที่อย่างแน่นหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ น.ส.ศศิธร อาจศักดิ์ น้าของนางรัศมี ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 20 คน ได้เดินทางมาที่หน้าโรงพักพร้อมชูป้ายเรียกร้องขอให้ประหารชีวิตนายสมคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศศิธรกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอให้ประหารชีวิตนายสมคิดอย่างเดียว เพราะปล่อยตัวออกมาก็เป็นภัยสังคม นางรัศมีไปทำอะไรให้ ทำไมต้องไปฆ่าเขา ส่วนเรื่องที่นายสมคิดบอกว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่านั้น ทางครอบครัวไม่เชื่อเลย นายสมคิดต้องมีการวางแผนมาก่อนแน่นอน ดูจากการนำรถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลขอนแก่นก่อนเกิดเหตุ และดูจากเส้นทางการหลบหนีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 300 นาย เข้าควบคุมดูแลความเรียบร้อย ในการนำตัวนายสมคิดไปชี้จุดที่ขึ้นรถในเขตเทศบาลตำบลหนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เนื่องจากมีประชาชนนุมนุมกันหนาแน่นนับร้อยคน พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตนายสมคิด จนทำให้การนำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุมมาที่รถตู้ซึ่งจอดอยู่หน้าโรงพัก เป็นไปด้วยความโกลาหล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเหตุการณ์ส่อตึงเครียด พล.ต.ท.เจริญวิทย์จึงกล่าวขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อจับกุมผู้ต้องหาแล้วก็จะต้องมีการนำตัวไปชี้จุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหลบหนีหลังก่อเหตุ ในส่วนของการรับโทษที่ผู้ต้องหาก่อเหตุนั้น อยู่ที่ศาลจะเป็นผู้พิจารณา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และด้วยพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่สามารถเอาผิดผู้ต้องหาและส่งตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยหลังจากผู้ต้องหาพาชี้จุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีแล้ว ก็จะนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังคำชี้แจง กลุ่มผู้ชุมนุมก็มีท่าทีอ่อนลง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำตัวนายสมคิดออกจากห้องคุมขังบน สภ.กระนวน โดยสวมหมวกไหมพรมคลุมหน้าและศีรษะ ใส่เสื้อเกราะ และให้ก้มหน้า โน้มตัวลงต่ำกว่าเจ้าหน้าที่ที่คุมตัวมาขึ้นรถตู้เพื่อป้องกันการถูกทำร้าย กระนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็พากันตะโกนสาปแช่ง ดาทอต่างๆ นานา รวมทั้งปาสิ่งของใส่ผู้ต้องหาเฉียดศีรษะผู้ต้องหาไปเพียงนิดเดียว ก่อนที่จะพากันเข้ารุมล้อมเพื่อจะประชาทัณฑ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำตัวนายสมคิดไปขึ้นรถตู้พาไปยังจุดที่ขึ้นรถโดยสาร ซึ่งเป็นจุดที่นายสมคิดได้เดินเท้าหลบหนีภายหลังจากฆ่านางรัศมี และขึ้นรถโดยสารหลบหนีไปที่โรงพยาบาลขอนแก่น ที่นายสมคิดนำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปจอดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งในจุดดังกล่าวก็มีประชาชนนับร้อยรออยู่ โดยหลังจากนายสมคิดชี้จุดเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนำตัวเดินขึ้นรถตู้ของตำรวจ ก็ถูกชาวบ้านซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ใช้กำปั้นทุบที่ศีรษะของผู้ต้องหาอย่างจัง โดยมีเสียงชาวบ้านคนอื่นๆ ตะโกนด่าบุพการีของผู้ต้องหา ตามด้วยคำหยาบอื่นๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำตัวนายสมคิดขึ้นรถตู้เดินทางไปชี้จุดที่ 2 ที่ รพ.ขอนแก่น ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำแผนจุดที่ 2 นายสมคิดได้ชี้จุดที่นำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายมาจอดทิ้งไว้ที่โรงจอดรถจักรยานยนต์ของ รพ.ขอนแก่น ก่อนที่นายสมคิดจะกลับไปที่อำเภอกระนวนและสังหารผู้ตายจนเสียชีวิต จากนั้นก็กลับมาเอารถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่จอดไว้ เพื่อใช้เป็นพาหนะในการหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้คุมตัวนายสมคิดไปยัง รพ.มหาสารคาม โดยหลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจาก รพ.ขอนแก่น ก็มาจอดรถบริเวณด้านหลัง รพ.มหาสารคาม ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกองศรี แหม่งปัง อายุ 75 ปี อยู่อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 5 บ้านโพนสวรรค์ ต.สระใคร อ.สระใคร จ.หนองคาย ผู้เป็นพ่อของนางสาวสมใจ หรือพรตะวัน ปังคะบุตร หมอนวดสาวที่ถูกนายสมคิดฆ่าเป็นรายที่ 4 กล่าวว่า พอทราบข่าวว่านายสมคิดถูกจับก็โล่งใจ โดยได้บอกกับรูปถ่ายลูกสาวว่านายสมคิดถูกจับได้แล้ว และตนขออโหสิกรรมให้กับนายสมคิด แต่ขอให้เจ้าหน้าที่พิจารณาให้นายสมคิดได้รับโทษที่เหมาะสม หากไม่ถูกประหารชีวิตก็ขออย่าได้ปล่อยตัวออกจากเรือนจำอีก ขอให้อยู่ในวงจำกัดแคบๆ ในเรือนจำในที่ถูกคุมขัง จะได้ไม่มาสร้างปัญหา ก่อเหตุรุนแรงกับคนอื่นอีก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สุพรรษา รัตนติสร้อย นักพัฒนาสังคม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองคาย ชี้แจงข่าวกรณีเมื่อครั้งนายสมคิดพ้นโทษจากเรือนจำแล้วมาติดต่อขอเงินจากสำนักงาน ว่า เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2562 นายสมคิดได้มาที่สำนักงานพร้อมเอกสารการปล่อยตัวจากเรือนจำจังหวัดหนองคาย และเอกสารหลายอย่างที่เกี่ยวกับคดีของนายสมคิด โดยนายสมคิดบอกว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำแนะนำให้มาที่สำนักงานพัฒนาสังคมฯ เพื่อมาขอรับเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างที่พูดคุยก็ได้สอบถามนายสมคิดว่าติดคุกคดีอะไร นายสมคิดบอกด้วยท่าทีเรียบเฉยว่า คดีฆ่าข่มขืน เหตุที่ฆ่าเพราะผู้หญิงพูดไม่รู้เรื่องก็เลยฆ่าทิ้ง และบอกว่าอยากได้เงินเป็นค่ารถเพื่อจะเดินทางไปหาแฟนที่จังหวัดขอนแก่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุพรรษากล่าวว่า หลังจากสอบถามแล้ว ตนได้ขอดูบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อจะตรวจสอบเลขประจำตัว 13 หลักตามระเบียบ แต่นายสมคิดไม่มีบัตรประชาชน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรก็ไม่ปรากฏว่ามีนายสมคิดอยู่ในฐานข้อมูล ดังนั้นจึงไม่สามารถให้เงินช่วยเหลือตามระเบียบได้ นอกจากเรี่ยไรช่วยเหลือกันเองตามสมควร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52862</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองศรี แหม่งปัง, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, รัศมี มุลิจันทร์, ศศิธร อาจศักดิ์, สมคิด พุ่มพวง, สุพรรษา รัตนติสร้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb7a96b7e93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมคิด6ศพจนมุม นศ.พบตัวแจ้งตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมคิด เดอะ ริปเปอร์ จนมุมแล้วด้วยฝีมือของนักศึกษาพลเมืองดี เห็นนั่งหลบมุมในรถไฟจากบุรีรัมย์มุ่งหน้าอยุธยา สวมหมวก คาดหน้ากากปิดบังใบหน้า แต่จำได้รอยบากที่คิ้ว โทร.แจ้งตำรวจพร้อมส่งรูปให้ดูจนถูกล็อกที่โคราช อ้างทะเลาะกับเหยื่อรายที่ 6 บันดาลโทสะบีบคอดับ ก่อนชิง จยย.หลบหนีไปมหาสารคาม ร้อยเอ็ด แล้วย้อนกลับมาบุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อเวลา 10.42 น. วันที่ 18 ธันวาคมนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบบุคคลคล้ายนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องฆ่า 6 ศพ นั่งโดยสารอยู่บนรถไฟปะปนกับผู้โดยสารทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่องจึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟสถานีปากช่องวางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหา โดยกระจายกำลังกันบุกขึ้นตรวจค้นขบวนรถไฟขณะเข้าจอดที่สถานีปากช่อง เป็นขบวนรถไฟที่ ข.234 สายกรุงเทพฯ-สุรินทร์ พบนายสมคิดนั่งอยู่ในตู้โดยสารรถไฟที่ 2 สภาพแต่งกายปิดบังอำพรางตัวมิดชิด สวมหมวกและหน้ากากอนามัย พร้อมใส่เสื้อคลุมปิดบังทั้งใบหน้าและลำตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมคิดได้ซื้อตั๋วโดยสารรถไฟและขึ้นขบวนรถไฟดังกล่าวมาจากต้นทาง จ.บุรีรัมย์ เวลา 06.00 น. มุ่งหน้าสู่ปลายทาง จ.พระนครศรีอยุธยา กำหนดถึงปลายทางเวลาประมาณ 12.00 น. วันเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังควบคุมตัวไว้ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ฆ่านางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี แม่บ้านโรงแรม ในบ้านเลขที่ 293 หมู่ 19 ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ให้นายสมคิดได้รับทราบ โดยเหยื่อรายนี้เป็นรายที่ 6 ที่นายสมคิดก่อเหตุ จากนั้นได้นำนายสมคิดไปยัง กก.สส.ตำรวจภูธรภาค 3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า การจับกุมนายสมคิด มาจากการที่ตำรวจเร่งแกะรอยจนพบเบาะแสว่า นายสมคิดพยายามหลบหนีโดยใช้รถไฟเป็นพาหนะ พบการซื้อตั๋วรถไฟขบวน 234 ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ซึ่งมีปลายทางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น จึงได้ประสาน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 และ พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.รฟ. ว่านายสมคิดหลบหนีอยู่บนรถไฟขบวนดังกล่าว ประกอบกับมีพลเมืองดีชื่อ เรย์ ที่โดยสารรถไฟขบวนดังกล่าว แจ้งเบาะแสว่าพบบุคคลที่เชื่อว่าเป็นนายสมคิดอยู่ในขบวนรถไฟ ในสภาพสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า อำพรางตัว ท่าทีมีพิรุธ โดยมีคลิปวิดีโอที่พลเมืองดีรายนี้ถ่ายไว้เป็นเบาะแสสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบต่อไป พบว่าขบวนรถไฟดังกล่าวเกิดความล่าช้า 32 นาที ช่วงบริเวณสถานีรถไฟซับม่วง-ปากช่อง และจะถึงที่สถานีรถไฟปากช่องเวลา 10.35 น. ตำรวจจึงบูรณาการกำลัง นำโดย พ.ต.อ.เชน ศรีกรุงไกร ผกก.5 บก.รฟ., พ.ต.ท.ศักดิ์สะท้าน เปรื่องชะนะ รอง ผกก.5 บก.รฟ., พ.ต.ท.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง สว.ส.รฟ.นครราชสีมา ตำรวจสืบสวนภาค 3 สืบสวนภาค 4 และตำรวจกองปราบปราม จู่โจมจับกุมนายสมคิดไว้ได้ โดยระหว่างจับกุม นายสมคิดมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ขัดขืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเรย์ นักศึกษาหนุ่มพลเมืองดี เปิดเผยว่า ได้ขึ้นรถไฟมากับแฟนสาวที่ช่วงสถานีโคกกรวด จ.นครราชสีมา และนั่งเบาะฝั่งตรงข้ามกับนายสมคิด ซึ่งแฟนสาวพบเห็นพิรุธว่าน่าจะใช่คนที่ทางการประกาศติดตามจับกุม โดยเห็นรอยบากที่คิ้ว จึงกระซิบให้ตนดู ตนจึงจ้องหน้า จากนั้นก็ลุกเดินแล้วย้อนกลับมาเพื่อดูชัดๆ ซึ่งนายสมคิดจับหมวกและดึงลงตลอดเวลา ขณะที่ตนแอบถ่ายรูปไว้ช่วงที่นายสมคิดนั่งกินข้าว กระทั่งแน่ใจว่าเป็นนายสมคิดจึงโทรศัพท์หาตำรวจและส่งรูปไปให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้สบตากันก็เหมือนในรูปเลย ตาโตๆ มองนิ่งๆ ไม่พูดจา ตอนที่ผมแจ้ง ไม่ได้กลัวเขาจะมาทำอะไรผม แต่สิ่งที่กลัวคือถ้าใช่สมคิดจริงๆ กลัวว่าเขาจะไปฆ่าคนอื่นได้อีก&amp;rdquo; นายเรย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการตรวจภาพกล้องวงจรปิดย้อนหลังที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ พบนายสมคิดเดินทางมาซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ช่วงเวลา 05.21 น. เป็นรถเร็ว ต้นทางสถานีสุรินทร์ ปลายทางกรุงเทพฯ แต่ได้ซื้อตั๋วลงที่สถานีรถไฟอยุธยา โดยขณะที่ซื้อตั๋ว นายสมคิดแต่งกายอำพรางตัวอย่างมิดชิด ทั้งสวมเสื้อคลุมแขนยาว ใส่หมวกแก๊ป และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ประกอบกับขบวนดังกล่าวเป็นขบวนรถไฟธรรมดา จึงไม่มีการขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้พนักงานที่ขายตั๋วไม่ทราบว่าเป็นนายสมคิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ นำกำลังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีขาว-แดง ของนางรัศมี ผู้ถูกนายสมคิดฆ่า โดยนายสมคิดได้ถอดป้ายทะเบียนแล้วขี่ไปจอดทิ้งไว้ภายในโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ก่อนจะเดินไปซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีรถไฟบุรีรัมย์อยู่ห่างจากปิยะแมนชั่น ที่นายสมคิดก่อเหตุฆ่านางสมปอง พิมพ์พรภิรมย์ อายุ 36 ปี เมื่อปี 2548 ไม่ถึง 500 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยชุดคอมมานโดขึ้นเฮลิคอปเตอร์จาก บช.ภ.4 ขอนแก่น ไปที่ บช.ภ.3 นครราชสีมา เพื่อรับตัวนายสมคิดไปดำเนินคดี พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า ในวันที่ 19 ธ.ค. จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนจะนำตัวส่งศาลขอนแก่นเพื่อขออำนาจศาลฝากขัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม, พล.ต.ต.สุจินต์ นิลพานิชย์ ผบก.ภ.นครราชสีมา และนายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รอง ผวจ.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสมคิด ว่าหลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดี เจ้าหน้าที่ก็ติดตามจับกุมนายสมคิดไว้ได้ นำตัวไปสอบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจร่องรอยการต่อสู้ตามร่างกาย โดยมีแพทย์ทำการตรวจสภาพร่างกาย เนื่องจากนายสมคิดมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจค้นกระเป๋าเป้คล้ายเป้ทหาร มีเพียงเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เสื่อ ลอตเตอรี่ และเต็นท์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า การจับกุมนายสมคิด ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะสุภาพสตรีคลายความกังวลไปในระดับหนึ่ง ว่าไม่ปล่อยให้บุคคลซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชนอยู่ในพื้นที่สังคมเรา ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าทะเลาะกันก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า หลังนายสมคิดก่อเหตุฆาตกรรมนางรัศมีโดยการบีบคอแล้วได้นำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับขี่หลบหนี โดยไปยัง จ.มหาสารคาม นอนค้าง 1 คืน ต่อไป จ.ร้อยเอ็ด และคืนที่ 2 นอนค้างที่ รพ.บุรีรัมย์ เพื่อป้องกันถูกจับกุม โดยจอดจักรยานยนต์ทิ้งไว้แล้วขึ้นรถไฟหลบหนี หลังจากนี้จะได้นำตัวนายสมคิดไปสอบสวนดำเนินคดีที่ จ.ขอนแก่น ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า ผู้ต้องหาออกจากเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.2562 และใช้ชีวิตปรกติ โดยผู้ต้องหาให้การว่า ได้จีบผู้หญิงรายแรกทางเฟซบุ๊ก เป็นแฟนกัน จากนั้นมีการทะเลาะเบาะแว้งจนเกิดความโมโหก็เลยฆ่าตาย ไม่ได้เตรียมการมาก่อน เป็นการบันดาลโทสะ และทั้งหมด 6 ครั้งที่ลงมือฆ่า มีวิธีฆ่า 3 วิธี คือการเอาหัวกดน้ำ, ใช้มือบีบคอ และผ้ารัดคอ นายสมคิดรู้จักกับผู้ตายประมาณ 1 เดือน สายชาร์จแบตที่รัดคอก็เป็นอุปกรณ์ที่หาในบ้าน และหลังจากฆ่าแล้วเอาศพไว้ใต้เตียงเป็นการอำพรางศพ ส่วนการเสพยาเบื้องต้นยังตรวจไม่พบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนายสมคิดตั้งแต่เกิดเหตุได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่าชุดจับกุมสามารถควบคุมตัวนายสมคิดได้แล้ว จะเห็นว่าแม้นายสมคิดจะเป็นคนฉลาด แต่ไม่เกินความสามารถของตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังเป็นหนึ่งในชุดคลี่คลายคดีนายสมคิดเมื่อปี 2548 ในส่วนของผู้เสียชีวิตรายที่ 5 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเดินทางกลับจังหวัดขอนแก่น ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า ในส่วนของพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสจนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายสมคิดได้ ขณะนี้ได้พบตัวแล้ว และนัดให้มาพบที่ บช.ภ.4 หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับผู้ต้องหารายนี้เรียบร้อย ซึ่งนอกจากจะมอบเงินรางวัลตามที่ได้ประกาศไปแล้ว 5 หมื่นบาท ก็จะมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับพลเมืองดีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52782</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, รัศมี มุลิจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa21ceb811a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งรางวัล5หมื่น นำจับฆ่าต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภาคอีสานร่วมกองปราบฯ ระดมล่า &amp;quot;สมคิด เดอะ ริปเปอร์&amp;quot; หลังออกจากคุกมาฆ่าหญิงเป็นศพที่ 6 ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาท ลูกเหยื่อเรียกร้องโทษประหารฆาตกรต่อเนื่อง &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; รอราชทัณฑ์ชี้แจงสาเหตุปล่อยตัวเร็ว เล็งติดอุปกรณ์อีเอ็มผู้พ้นโทษที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง นายกฯ สั่งยกเครื่องกระบวนการลดหย่อนผ่อนโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีฆ่ารัดคอนางรัศมี มุลิจันทร์ หรือฝ้าย อายุ 51 ปี ที่บ้านพักท้องที่หมู่ 19 ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น โดยญาติและเพื่อนบ้านไปพบศพเมื่อคืนวันอาทิตย์ในสภาพศพถูกห่อด้วยผ้าห่ม ท่อนล่างเปลือย ลำคอถูกพันด้วยสายไฟและเทปใส ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระนวน ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือนายสมคิด พุ่มพวง อายุ 55 ปี ชาว จ.ตรัง ฉายา &amp;ldquo;คิด เดอะ ริปเปอร์&amp;rdquo; ที่เคยก่อคดีฆ่าต่อเนื่องมาแล้ว 5 ศพ และเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ โดยขณะนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห้วงวันอังคารที่ผ่านมา ตำรวจเจ้าของคดี รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง ได้ส่งกำลังออกติดตามแกะรอยนายสมคิดในทุกทาง โดยที่ สภ.กระนวน พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน ประชุมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.กระนวน, ภ.จว.ขอนแก่น, กองปราบปราม และ บก.สส.ภ.4 เพื่อวางแนวทางการติดตามนายสมคิด ฆาตกรต่อเนื่อง
ระดมกำลังล่าฆาตกรต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์กล่าวว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เผยแพร่ภาพคนร้ายออกไป มีการแจ้งเบาะแสมาอย่างต่อเนื่อง โดยแจ้งว่าชาวบ้านเจอตัวบวชเป็นพระที่ตลาดพันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี และพบตัวที่จังหวัดหนองคาย แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบเบาะแสหรือตัวคนร้ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากพยานหลักฐานและพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ ยืนยันชัดเจนว่าคือนายสมคิด พุ่มพวง ซึ่งเคยก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องมาแล้ว 5 ศพ และถูกจำคุกจนได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2562 ก่อนจะรู้จักกับผู้ตายผ่านทางเฟซบุ๊ก และเดินทางมาอาศัยอยู่กับผู้ตายเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ทางคดีมีความคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี มั่นใจว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้เร็วๆ นี้&amp;quot; พล.ต.ต.พุฒิพงศ์กล่าว และว่า ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้นำชุมชน และทางสื่อโซเชียลมีเดียให้ประชาชนทราบและช่วยแจ้งเบาะแสของผู้ก่อเหตุรายนี้ไปยังผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่โดยด่วน เนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย ใครพบเห็นให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และหากใครให้การช่วยเหลือไม่ยอมแจ้งตำรวจ ก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาให้ที่พักพิงผู้ต้องหาได้รับโทษตามกฎหมายไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน เปิดเผยว่า นางรัศมีถูกมัดมือ มัดเท้า และรัดคอโดยใช้สายไฟรัดและใช้เทปใสพันทับอีกชั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ด้านนิติเวชว่าขาดอากาศหายใจก่อนใช้สายชาร์จโทรศัพท์รัดขา หรือรัดขาก่อนค่อยใช้สายไฟรัดคอจนขาดอากาศหายใจ ก็จะทราบว่าผู้ตายตายตอนยังนอนหลับอยู่หรือตอนรู้สึกตัวปกติ ส่วนเลือดคาดว่าน่าจะเกิดจากการถูกทำร้าย ตบหน้า หรือชกหน้า หลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับตัวคนร้ายขณะนี้ มีเสื้อผ้าที่นายสมคิดสวมใส่ ลายนิ้วมือแฝง และภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันตัวบุคคล นอกจากนี้ พบว่าผู้ต้องหารายนี้ฉลาด ทิ้งโทรศัพท์ให้ตำรวจรู้เลยว่าเป็นใคร เพื่อไม่ให้ตำรวจตามจากโทรศัพท์มือถือได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสมคิด พุ่มพวง หรือบัง เคยก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อช่วงปี 2548 จำนวน 5 ศพ โดยเฉพาะเดือน มิ.ย.48 เดือนเดียว ก่อเหตุถึง 4 คดี โดยพฤติกรรมของสมคิด คล้ายกับพฤติกรรมของ แจ็ก เดอะ ริปเปอร์ ฆาตกรต่อเนื่อง 5 ศพ ฆ่าหญิงโสเภณีในย่านสลัม ไวต์ชาเปล ของลอนดอน ช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ปี ค.ศ.1888 ทำให้นายสมคิดได้รับฉายา เดอะ ริปเปอร์ เมืองไทยคนแรก ทั้งนี้ นายสมคิดก่อเหตุคดีแรกเมื่อวันที่ 30 ม.ค.48 ฆ่า น.ส.วารุณี พิมพะบุตร นักร้องคาเฟ่ ตายในสภาพถูกมัดและกดน้ำเสียชีวิตภายในห้องพักของโรงแรมใน อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยเหยื่อถูกปลดทรัพย์สินไปเกลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 4 มิ.ย.48 นายสมคิดบีบคอฆ่า น.ส.ผ่องพรรณ ทรัพย์ชัย หมอนวดแผนโบราณ ตายคาโรงแรมใน ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง จากนั้นวันที่ 11 มิ.ย.48 นายสมคิดฆ่านางพัชรีย์ อมตนิรันดร์ นักร้องคาเฟ่ โดยการรัดคอด้วยสายไฟ ตายในห้องพักโรงแรมชื่อดัง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง และเหยื่อรายต่อมาก่อเหตุซ้ำอีกในวันที่ 18 มิ.ย.48 ฆ่า น.ส.พรตะวัน ปังคะบุตร หมอนวดสาว โดยจับหัวเหยื่อกดน้ำตายในโรงแรม อ.เมือง จ.อุดรธานี และรายล่าสุดฆ่า น.ส.สมปอง พิมพรภิรมย์ อายุ 25 ปี หมอนวดแผนโบราณ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.48 เมื่อคดีสู่ศาลและถึงที่สุด นายสมคิดถูกจำคุกตลอดชีวิต กระทั่งได้รับพระราชทานอภัยโทษออกจากคุกเมื่อวันที่ 27 พ.ค.62
ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.มาโนช สุภาพพูล ผบก.สส.บช.ภ.4 เปิดเผยว่า ขณะนี้การไล่ล่าจับกุมนายสมคิดตามหมายจับของศาล จ.ขอนแก่น ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายนั้น จากการทำงานของทางเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภายหลังจากมีการเผยแพร่ภาพของผู้ต้องหาออกไปในทุกช่องทาง เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน และทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลและเบาะแสของคนร้ายมากขึ้น การสืบสวนก็คืบหน้ามากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ บก.สส.ภ.4 ร่วมกับ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น ได้ตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 50,000 บาท ซึ่งจะมอบให้พลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสและที่อยู่อาศัยของคนร้ายจนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ ส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยนั้น ขณะนี้ได้กระจายกำลังกันลงไปในพื้นที่หลายจังหวัดขอนภาคอีสานและภาคอื่นๆ เพื่อติดตามร่องรอยของคนร้ายตามที่รับแจ้งอย่างกระชั้นชิด เพื่อจับกุมนายสมคิด ฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ให้ได้โดยเร็ว&amp;rdquo;
สั่งแจง &amp;quot;สมคิด&amp;quot; พ้นคุกเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ออกมาชี้แจงว่า นายสมคิด อดีตผู้ต้องขังคดีฆ่าผู้อื่นและลักทรัพย์ รวม 5 คดี ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตทั้ง 5 คดี ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวางตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.48 ต่อมาได้ขอย้ายกลับภูมิลำเนา มาควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดหนองคาย ขณะที่นายสมคิดถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำ เป็นนักโทษที่มีความประพฤติดี เรียบร้อย จนได้เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม และได้รับการลดโทษตามกระบวนการทางกฎหมายเรื่อยมาตามลำดับ จนกระทั่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 27 พ.ค.62&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวว่า ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์รับผิดชอบผู้ต้องขังกว่า 370,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งจำนวนนักโทษเกินความจุของเรือนจำที่จะรองรับได้ 3 เท่า จึงทำให้เกิดสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการแก้ไข ปรับปรุง และทำให้เกิดการกระทำผิดซ้ำเมื่อพ้นโทษออกมา อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์จะเร่งทบทวนและเพิ่มมาตรการป้องกันมิให้ผู้กระทำผิดซ้ำในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษเร็วกว่าที่ควรจะเป็น และใคร่ขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนอย่าได้เหมารวม หรือปิดโอกาสของผู้พ้นโทษในการกลับตัวเป็นคนดีของสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายสมคิดว่า เบื้องต้นยังเร็วเกินไปที่จะสรุปเป็นความผิดพลาดจนต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ต้องรอการชี้แจงจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก่อน ซึ่งกลไกการปล่อยตัวนักโทษประเภทโรคจิตและฆาตกรต่อเนื่อง ต้องรายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกเดือน ดังนั้น จึงต้องดูว่าการปล่อยตัวได้ดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอนหรือไม่ และเห็นว่าจากนี้อาจต้องเพิ่มมาตรการป้องกันเพิ่มขึ้น เช่น การติดอุปกรณ์ EM ผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรง เพื่อเป็นระบบติดตาม&amp;nbsp;
นายกฯ สั่งยกเครื่องลดโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวกรณีนายสมคิดว่า นายสมคิด คนร้ายก่อเหตุฆ่าเหยื่อมา 5 คดี ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลให้ลงโทษแล้ว คดีทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อปี 2548 คดีแรก ก่อเหตุเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2548 ฆาตกรรมชิงทรัพย์ น.ส.วารุณี พิมพะบุตร อายุ 25 ปี นักร้องคาเฟ่ ในห้องพักโรงแรม ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2548 ฆ่า น.ส.ผ่องพรรณ ทรัพย์ชัย อาชีพหมอนวดแผนโบราณในโรงแรมที่ ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2548 ฆ่าชิงทรัพย์นางพัชรีย์ อมตนิรันดร์ นักร้องคาเฟ่ ในห้องพักโรงแรม ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง คดีที่ 4 เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2548 ฆ่า น.ส.พรตะวัน ปังคะบุตร หมอนวดแผนโบราณ ที่โรงแรมใน อ.เมืองอุดรธานี คดีที่ 5 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2548 ฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.สมปอง พิมพรภิรมย์ อาชีพหมอนวดแผน ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวว่า จะเห็นว่าในเดือน มิ.ย.2548 เพียงเดือนเดียว นายสมคิดก่อเหตุฆ่าเหยื่อ 4 ศพ ทั้งหมดพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาล 5 คดี ซึ่งผลการพิจารณาคดีของศาลตั้งแต่ชั้นต้นจนถึงชั้นฎีกา ศาลพิพากษาประหารชีวิต แต่เนื่องจากนายสมคิดให้การรับสารภาพตั้งแต่ชั้นสอบสวน การพิจารณาเป็นประโยชน์ ศาลลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิตทั้ง 5 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ว่า เมื่อศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตแล้ว สามารถประหารชีวิตได้เพียงครั้งเดียว แต่สุดท้ายเมื่อศาลลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิตทั้ง 5 คดี ซึ่งโทษจำคุกตลอดชีวิตตามกฎหมาย สามารถจำคุกได้ 50 ปี แต่ตามกฎหมายไม่ใช่การนำตัวเลข 50 ปี มาคูณ 5 ซึ่งจะทำให้โทษเป็น 250 ปี แต่กฎหมายให้ลงโทษได้สูงสุด 50 ปีเท่านั้น นับตั้งแต่วันที่นายสมคิดถูกจำคุกครั้งแรกคือวันที่ 29 มิ.ย.2548 และก็ได้รับการลดหย่อนโทษในขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ กระทั่งถูกปล่อยตัวไปเมื่อช่วงเดือน พ.ค.2562 เมื่อปล่อยตัวก็กลับไปก่อเหตุซ้ำอีกตามที่เป็นข่าว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวยืนยันว่า คดีที่ผ่านมานั้น ทางสำนักงานอัยการสูงสุดได้ดำเนินคดีทุกคดีตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมายครบถ้วน ส่วนคดีที่นายสมคิดก่อเหตุขึ้นใหม่ ทางอัยการจะมีแนวทางในการดำเนินคดี เพื่อให้ความมั่นใจกับสังคมและประชาชน โดยในการพิจารณายื่นฟ้อง ทางอัยการจะต้องดูประวัติการกระทำผิด รวมถึงพฤติการณ์เพื่อบรรยายในคำฟ้อง รวมถึงการนำสืบให้ศาลเห็นพฤติการณ์ของจำเลย หากจะต้องมีการดำเนินการฟ้องขอให้ลงโทษเด็ดขาดรุนแรง อัยการก็จะทำหน้าที่ตรงนั้นอย่างสุดความสามารถ โดยตามกฎหมายแล้ว หากมีการกระทำผิดภายในระยะเวลา 5 ปีหลังพ้นโทษ อัยการสามารถฟ้องขอให้ศาลเพิ่มโทษ 1 ใน 3 ได้ แต่หากเป็นข้อเท็จจริงว่าคดีใหม่นี้เป็นคดีฆ่าโดยไตร่ตรองหรือฆ่าชิงทรัพย์ โทษสูงสุดจะประหารชีวิต ก็จะไม่สามารถเพิ่มโทษได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าในตอนยื่นฟ้อง หากจำเลยรับสารภาพจะขอให้ศาลลงโทษสถานหนักโดยไม่มีการลดโทษได้หรือไม่ นายประยุทธกล่าวว่า เราจะไม่ก้าวล่วงการใช้ดุลพินิจลงโทษของศาล แต่ก็มีหลักกฎหมายอยู่ว่า ถ้าการรับสารภาพของจำเลยหรือผู้ต้องหาไม่ว่าจะเป็นชั้นสอบสวน หรือชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ ศาลก็จะลดโทษให้ แต่ก็มีกฎหมายอีกจุดหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อว่าอัยการก็จะต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า การที่จำเลยรับสารภาพนั้นไม่ใช่การสำนึกผิด แต่เป็นเพราะจำนนต่อหลักฐาน ให้ศาลเห็นว่า การกระทำที่ฆาตกรรมต่อเนื่องมา 5 คดี ไม่ได้ทำให้เข็ดหลาบ ที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของอัยการ ถ้าเรานำสืบให้ศาลเห็นว่ารับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน ศาลก็จะไม่ยกประโยชน์ แต่ทั้งนี้ต้องดูข้อเท็จจริงในสำนวนคดีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า คดีนายสมคิดก่อเหตุฆ่าหญิงเป็นศพที่ 6 รัฐบาลได้ตระหนักและรับทราบ โดยหามาตรการที่รัดกุมเพื่อไม่ให้นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ทำผิดซ้ำ ซึ่งตนได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมไปหามาตรการที่เหมาะสม การลดหย่อนผ่อนโทษต้องไปพิจารณาใหม่ทั้งหมด เพราะยังเป็นกฎกติกาเดิมๆ ที่มีอยู่ วันนี้เราต้องปรับให้สอดคล้องกับรูปแบบปัจจุบัน ว่าคดีอุกฉกรรจ์ต้องทำอย่างไร รวมถึงต้องไปดูรัฐธรรมนูญและกฎหมายกระบวนการยุติธรรมของโลก เพราะเขาจ้องจับตาตรงนี้อยู่เหมือนกัน ฉะนั้น การแก้ไขอะไรก็ตามก็ต้องไม่กระทบซึ่งกันและกัน ซึ่งกำลังปรึกษาหารือกันอยู่
ลูกเหยื่อขอโทษประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดศรีสว่าง บ้านศรีสุข หมู่ 7 ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพนางรัศมี มุลิจันทร์ และจะมีพิธีฌาปนกิจในบ่ายวันเดียวกัน พบกับนายจักรกฤษณ์ เชือกพรม อายุ 25 ปี บุตรชายของผู้ตาย กล่าวว่า ล่าสุดตำรวจแจ้งว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมแม่คือฆาตกรต่อเนื่อง ก็รู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก เพราะกลัวว่าจะไปฆ่าคนอื่นอีกหากตำรวจยังจับตัวไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอให้คุณแม่ผมเป็นเหยื่อรายสุดท้ายที่ตายจากน้ำมือของฆาตกรรายนี้ ไม่น่าจะปล่อยให้รอดออกมาก่อเหตุได้อีก เพราะเป็นบุคคลอันตราย ควรได้รับโทษประหารชีวิตเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักรกฤษณ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้จะไม่อยู่กับแม่ แต่ก็โทรศัพท์ติดต่อกับแม่มาตลอด โดยเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา แม่ได้โทร.มาหาพร้อมทั้งขอเลขบัตรประชาชน โดยบอกว่ามีแฟนใหม่ และแฟนใหม่จะออกรถเก๋งให้ ซึ่งเกรงว่าเครดิตของแม่จะไม่ผ่าน จึงขอเลขบัตรประชาชนของตนเองเพื่อไปตรวจสอบเครดิต ทั้งยังบอกว่าแฟนใหม่ทำงานเป็นทนายความ เดินทางว่าความและให้คำปรึกษาทางกฎหมายทั่วประเทศ จะมาอยู่ด้วยที่บ้าน ต่อมาวันที่ 14 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันก่อนที่แม่จะถูกฆ่าตาย ได้ทักแช้ตเฟซบุ๊กคุยกันก็ไม่มีลางบอกเหตุอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา นางศิริพร น้อยพินิจ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ได้มอบหมายให้นายฟ้าใส ดีรักษา พนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้ามาช่วยเหลือญาติของนางรัศมี ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 เบื้องต้นทางญาติจะได้รับค่าตอบแทนในทางคดี 50,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าเลี้ยงดู 40,000 บาท รวมเป็นเงิน 110,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเฟซบุ๊กกองปราบปรามได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนในโลกออนไลน์พร้อมภาพของนายสมคิด และจักรยานยนต์ที่คาดว่าน่าจะใช้ในการหลบหนี ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสนายสมคิด พุ่มพวง อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาในเหตุฆาตกรรมหญิงสาวอายุ 51 ปี ที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เมื่อ 15 ธ.ค.62 สังเกตที่คิ้วซ้ายจะมีรอยบาก แจ้งกองบังคับการปราบปรามได้ที่ Facebook: กองปราบปราม, Twitter: @CSDThailand, Instagram: csdpolice, Email: contact@csd.go.th โทร.1195
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.หนองคาย ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และศุลกากรหนองคาย ตรวจเข้มทั้งรถและบุคคลที่ผ่านเข้า-ออกด่านพรมแดน รวมทั้งติดรูปถ่ายและหมายจับของนายสมคิดไว้ประจำตู้จุดตรวจ นอกจากนี้ยังสืบสวนหาข่าวตามจุดจอดเรือประเพณีและจุดผ่อนปรนไทย-สปป.ลาว เพื่อป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ได้ตรวจสอบประวัติของนายสมคิด พบว่าไม่เคยมีภูมิลำเนาอยู่ที่หนองคาย ส่วนกรณีมีข้อมูลการขอย้ายนายสมคิดจากเรือนจำบางขวางมาเรือนจำจังหวัดหนองคาย เพื่อสะดวกต่อญาติมาเยี่ยม แต่จากการสอบถามไปยังเรือนจำจังหวัดหนองคายแล้ว ทราบว่าตลอดระยะเวลาที่นายสมคิดถูกคุมขังไม่เคยมีญาติมาเยี่ยมเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตลอดทั้งวันอังคาร ตำรวจ สภ.เมืองหนองคายออกลาดตระเวนทั่วเมืองหนองคายหลายรอบ เนื่องจากมีประชาชนพลเมืองดีแจ้งเบาะแสพบบุคคลต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นนายสมคิด ฆาตกรต่อเนื่อง เดินป้วนเปี้ยนตามที่ต่างๆ บ้างก็ว่าโบกรถขอไปด้วย หรือไปเดินอยู่แล้วสถานีรถไฟ แต่ตรวจสอบแล้วไร้เบาะแส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อดุลย์ ชัยประสิทธิ์กุล รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ อดีตนายตำรวจที่เคยจับกุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง ในคดีฆ่าหญิงสาวพนักงานร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ในแมนชั่นพื้นที่ ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขอฝากเตือนไปยังสถานบริการต่างๆ หากพบเห็นนายสมคิด พุ่มพวง ผู้ต้องหาที่กำลังตกเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เนื่องจากเป็นฆาตกรที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม ชอบฆ่าเหยื่อโดยการรัดคอ ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่ล้วนเป็นหญิงสาวที่ทำงานในสถานบริการต่างๆ ทั้งนักร้องคาเฟ่ ร้านคาราโอเกะ และหมอนวดแผนโบราณ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดตรัง มีกระแสข่าวสะพัดว่านายสมคิดได้ย้อนกลับไปซ่อนตัวยังบ้านที่เคยอาศัยแต่เด็ก พื้นที่หมู่ที่ 2 ต.เขาปูน อ.ห้วยยอด แต่ตำรวจเข้าตรวจสอบแล้วไม่พบใคร โดยประตูบ้านปิดใส่กุญแจ ทราบว่าเป็นบ้านของนางรี หรือเอียด ไพลิน น้องของแม่เลี้ยงนายสมคิด ซึ่งนายธวัช แก่นจันทน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางกรมราชทัณฑ์ได้แจ้งมายังตนว่า นายสมคิด หรือแดง พุ่มพวง มีความประสงค์ว่าหลังออกจากคุกจะมาพักที่นี่ แต่เมื่อตนเองมาแจ้งให้นางรีทราบ นางรีบอกว่าหากนายสมคิดจะกลับมาอยู่ที่นี่ ตนเองคงรับไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นอะไรกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52705</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช, พ.ต.อ.อดุลย์ ชัยประสิทธิ์กุล, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล, รัศมี มุลิจันทร์, สมคิด พุ่มพวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8d9cfdcf29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
