<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งกู้เรือสินค้ายักษ์ขวาง&#039;สุเอซ&#039; รัสเซียสบช่องดันเส้นทางอาร์กติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เรือลากจูงและเรือขุดกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อเร่งกู้เรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์ที่เกยตื้นขวางคลองสุเอซเป็นวันที่ 4 เมื่อวันศุกร์ บริษัทเดินเรือหลายแห่งพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางแล่นเรืออ้อมทวีปแอฟริกา ด้านรัสเซียสบช่องหนุนการพัฒนาเส้นทางอาร์กติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือเอเวอร์กิฟเวนขนาดยาวเท่า 4 สนามฟุตบอล ขวางคลองสุเอซปิดกั้นการเดินเรือมาตั้งแต่วันอังคาร (Photo by Roscosmos Press Office\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือเอ็มวี เอเวอร์ กิฟเวน เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดยักษ์ เกยตื้นขวางคลองสุเอซตั้งแต่เช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เส้นทางเดินเรือบนคลองสุเอซต้องหยุดชะงักทั้งขาขึ้นและขาล่อง บีบีซีรายงานว่า จากข้อมูลติดตามการเดินเรือของบริษัทลอยด์ลิสต์พบว่ามีเรือมากกว่า 160 ลำที่กำลังรอเดินเรือเข้าทั้งสองฝั่งของคลองสุเอซ ในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกสินค้า 41 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมันดิบ 24 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประเมินของลอยด์ลิสต์ การปิดการจราจรในคลองสุเอซกระทบต่อการขนส่งสินค้าวันละ 9,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการจราจรที่เคลื่อนไปทางฝั่งตะวันตกของคลองสุเอซมีมูลค่าวันละราว 5,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการจราจรเคลื่อนไปทางฝั่งตะวันออกของคลองมีมูลค่าวันละ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของบริษัท โชเอ กิเซน ไกชา บริษัทญี่ปุ่นเจ้าของเรือบรรทุกสินค้าที่เกยตื้นลำนี้ เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ว่า เรือลากจูงและเรือขุดกำลังขุดหินเพื่อให้เรือลำนี้หลุดจากเกยตื้น ด้านองค์การคลองสุเอซเผยต้องขุดทรายให้ได้ราว 15,000-20,000 ลูกบาศก์เมตรเพื่อให้ได้ความลึกราว 12-16 เมตร เพื่อให้เรือลำนี้กลับมาลอยลำได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท แมร์สค์ (Maersk) บริษัทขนส่งทางเรือยักษ์ใหญ่สัญชาติเดนมาร์ก และบริษัท ฮาแพค-ลอยด์ ของเยอรมนี เผยว่า กำลังพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือสินค้าที่หยุดชะงักอยู่ที่คลองสุเอซ โดยอ้อมไปทางทวีปแอฟริกา ผ่านแหลมกู๊ดโฮป เพื่อไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งเส้นทางนี้มีระยะทาง 3,500 ไมล์ ใช้เวลา 12 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัสเซีย ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีหน่วยงานรัฐบาลแห่งหนึ่งเพิ่งล้อเลียนเรือเอเวอร์ กิฟเวน และเสนอเส้นทางอาร์กติกเป็นทางเลือกใหม่ หยิบยกปัญหาที่เกิดกับการเดินเรือสินค้าเมื่อคลองสุเอซถูกปิดซึ่งอาจนานถึงหลายสัปดาห์ มาขับเน้นความสำคัญของการพัฒนาเส้นทางเดินเรือสินค้าขั้วโลกเหนือของรัสเซีย ซึ่งเปิดให้เดินเรือได้มากขึ้นเพราะภาวะโลกร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโคไล คอร์ชูนอฟ ทูตอาวุโส บอกกับสำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ว่า เหตุการณ์ที่คลองสุเอซจะทำให้ทุกคนพิจารณาความจำเป็นที่เพิ่มความหลากหลายของเส้นทางเดินเรือทางยุทธศาสตร์เมื่อการจราจรทางทะเลมีปริมาณมากขึ้น และเส้นทางสำคัญที่สุดอันดับแรกคือเส้นทางทะเลเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียลงทุนมหาศาลในการพัฒนาเส้นทางทะเลเหนือที่จะช่วยให้เรือร่นเวลาการเดินทางจากท่าเรือในเอเชียไปยุโรปได้ 15 วันเมื่อเทียบกับเส้นทางผ่านคลองสุเอซ ภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งละลายเปิดให้เส้นทางเดินเรือนอกชายฝั่งไซบีเรียเปิดมากขึ้น และรัสเซียกำลังมีแผนใช้เส้นทางนี้ในการส่งออกน้ำมันและก๊าซ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97411</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองสุเอซ, รัสเซียดันเส้นทางอาร์กติก, อียิปต์, เรือขวางคลองสุเอซ, เรือเอเวอร์กิฟเวน, เส้นทางเดินเรือขั้วโลกเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dfb9976466.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
