<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;เตือนระวังระเบิดเวลาชาวนาทนไม่ไหวเหตุข้าวถูก-ปุ๋ยแพง จวกปฏิรูปเกษตรล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ต.ค.64-ที่พรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์ข้าวในประเทศกำลังเข้าขั้นวิกฤต&amp;nbsp; เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือกำลังประสบปัญหา&amp;nbsp; ไม่มีผู้รับซื้อข้าวพันธุ์ กข.15 และข้าวหอมมะลิ ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ในจังหวัดพะเยาซึ่งมีพื้นที่ปลูกข้าว 6 แสนไร่ คาดว่าจะมีข้าวออกสู่ตลาด 3 แสนตันข้าวเปลือก จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกข้าว 1 ล้านไร่ คาดว่าจะมีข้าวออกสู่ตลาด 6 แสนตันข้าวเปลือก ทั้งหมดยังไม่มีโรงสีรับซื้อข้าวที่จะออกสู่ตลาดได้ เนื่องจากโรงสีกว่า 80% ได้ปิดกิจการลงจากสถานการณ์เศรษฐกิจ จากเดิมที่พะเยามีโรงสี 30 แห่ง ปิดกิจการเหลือ 3 แห่ง เชียงรายเคยมีโรงสี 40 - 50 แห่ง ปิดกิจการจนเหลือ 6&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; ส่วนโรงสีที่ยังดำเนินกิจการอยู่ได้มีศักยภาพไม่เพียงพอที่จะรับซื้อข้าวในระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะยังมีข้าวค้างสต๊อกที่ไม่มีตลาดรับซื้ออยู่ในโรงสีอีกจำนวนมากซึ่งการเก็บข้าวคือต้นทุน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันราคารับซื้อข้าวยังตกต่ำ จากเดิมราคารับซื้อข้าวหอมมะลิอยู่ที่กิโลกรัมละ 17 บาท ลดลงมาเหลือกิโลกรัมละ 8 บาท ซึ่งสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย และค่าการขนส่งข้าว&amp;nbsp; สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดถือเป็นระเบิดเวลา&amp;nbsp; ที่กำลังจะบานปลายปะทุกลายเป็นปัญหาใหญ่ข้าวล้นประเทศจนยากจะแก้ไขได้&amp;nbsp; ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวคือการหาตลาดรับซื้อข้าวให้กับเกษตรกร สนับสนุนต้นทุนการผลิตและการขนส่ง รวมทั้งสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรและโรงสีโดยด่วน โดยในระยะเร่งด่วนควรชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อ ธ.ก.ส.เดิมให้กับเกษตรกรก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินตลอด 7 ปี ไม่เคยมีพี่น้องประชาชน และเกษตรกรอยู่ในหัวใจแม้แต่น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เคยเข้ามาดูแลเอาใจใส่&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้สร้างรายได้เข้าประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับตั้งแต่ปัญหาโรคระบาดในโคกระบืออย่างลัมปีสกิน&amp;nbsp; ราคาลำไยและผลไม้ตกต่ำ ล่าสุดปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ปริมาณข้าวล้นตลาด พลเอกประยุทธ์ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการได้ เช่นเดียวกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; ที่ไม่มีความสามารถในการหาตลาดให้กับสินค้าเกษตรได้เลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยรู้ปัญหาแล้ว&amp;nbsp; แต่รัฐบาลไม่เคยขยับ ผมรับคำสั่งจากพี่น้องชาวนาให้มาบอกปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้รัฐบาลเตรียมตัวแก้ไขปัญหา อยากให้ท่านหยุดก่อนครับใครจะเป็นตำแน่งนั้นตำแหน่งนี้ ชาวนาอยากรู้เพียงว่ารัฐบาลจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาข้าวอย่างไรมากกว่า ระวังระเบิดเวลาของชาวนาจะประทุ&amp;rdquo; นายวิสุทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี โฆษกคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลล้มเหลวอย่างยิ่งในการปฏิรูปด้านการเกษตร 7 ปีตั้งแต่รัฐประหารยึดอำนาจ&amp;nbsp; ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ประเทศไทยไม่มีการพัฒนาด้านพันธุ์ข้าว คุณภาพ และการเพิ่มผลผลิตต่อไร่แต่อย่างใด ซึ่งไม่ใช่ความผิดของเกษตรกร แต่เป็นความบกพร่องของรัฐบาล ที่ปล่อยให้ราคาข้าวถูก ปุ๋ยแพง&amp;nbsp; ตรงข้ามกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนามและอินเดีย ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ทำให้ประเทศไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวในตลาดโลก จากอันดับ 1 ตกมาอยู่อันดับ 3 เรียบร้อยแล้วในปี 2563 จากที่เป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งที่มีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 66 ล้านไร่ซึ่งมากกว่าเวียดนามซึ่งอยู่ที่ 46 ล้านไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเคยมีนักวิจัยพันธุ์ข้าวที่ได้รับรางวัลมากมาย&amp;nbsp; มีความสามารถในการแข่งขันอยู่ในระดับต้นๆของอาเซียน แต่วันนี้รัฐบาลมองเพียงแต่การแก้ไขปัญหาระยะสั้น ซึ่งไม่ใช่ทางออกของปัญหา เป็นเพียงการเยียวยาชั่วคราวในระยะสั้นเท่านั้น&amp;nbsp; ไม่เคยวางแผนในระยะยาว&amp;nbsp; ทั้งยังนิ่งนอนใจกับปัญหาของนโยบายประกันราคาข้าว ซึ่งรัฐบาลจ่ายเงินส่วนต่างประกันราคาให้ชาวนาก็มีปัญหามาโดยตลอด ทั้งการจ่ายเงินที่ล่าช้า ราคาขายข้าวของชาวนาที่อยู่ห่างไกล&amp;nbsp; ขายได้ในราคาต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่รัฐบาลประกาศ อย่างปีที่แล้ว รัฐบาลประกาศราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 11-12 บาทต่อกิโลกรัม ชาวนาได้รับเงินจ่ายชดเชยจากการประกันรายได้เพียง 2 บาท แต่ชาวนาที่อยู่ห่างไกลในหลายพื้นที่ ขายได้ในราคาเพียงแค่ 8-9 บาท เมื่อรวมกับเงินส่วนต่างที่ได้&amp;nbsp; กลับได้ไม่ถึง12 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาประกันที่รัฐบาลประกาศ ทั้งถูกหักความชื้นและสิ่งเจือปนต่าง ๆ อีก หากจะไม่ขายก็ต้องเสียค่าขนส่งเอง เป็นความลำบากของพี่น้องเกษตรกรอย่างยิ่ง เช่น ราคาข้าวเปลือกที่อำเภอเดชอุดม ปัจจุบันรับซื้อที่ 800 บาท ต่อ 120 ก.ก. หรือเฉลี่ยกิโลกรัมละ 6.60 บาทเท่านั้น&amp;nbsp; นอกจากราคาข้าวตกต่ำ ต้นทุนการผลิตอย่างปุ๋ยก็เพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่าปุ๋ยยูเรีย ราคาปรับเพิ่มขึ้นจาก 560 บาทต่อกระสอบ เป็น 885 บาทต่อกระสอบ จะเห็นได้ว่าเงิน 800 บาทที่ขายข้่าวได้ ยังซื้อปุ๋ยได้ไม่ถึงกระสอบ&amp;nbsp; แต่ซื้อข้าวเปลือกได้ถึง 120 กิโลกรัม ส่วนราคาขายปลีกข้าวสารปัจจุบัน อยู่ที่ราคา 1,000 บาทต่อ 48 กิโลกรัม ส่วนราคาขายปลีกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20- 22 บาท สิ่งที่เกิดขึ้นชาวนาจะลืมตาอ้าปากได้อย่างไร&amp;nbsp; ลูกหลานจะมีเงินเพียงพอจะดำเนินชีวิตได้อย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายเอกชัย กล่าวว่า วันนี้ชาวนาต้องการให้รัฐบาลพัฒนาพันธุ์ข้าวที่มีคุณลักษณะที่ดีแบบข้าวหอมมะลิหรือดีกว่า แต่ผลผลิตมากกว่า เวียดนามที่เคยล้าหลังประเทศไทยเรื่องการปลูกข้าวการส่งออกข้าว วันนี้แซงประเทศไทยไปแล้ว หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย&amp;nbsp; จะส่งผลต่อรายได้ของชาวนา และงบประมาณที่ต้องสนับสนุนในโครงกันประกันราคาของรัฐบาลต้องใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ นโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกที่พลเอกประยุทธ์เคยประกาศไว้แต่ไม่เคยดำเนินการหรือใช้นโยบายทางการทูตเพื่อเจรจาการซื้อขายหรือแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังรัฐประหารการพัฒนาด้านการเกษตรหยุดนิ่ง การทำงานที่เชื้องช้า ไม่สนใจเกษตรกรของรัฐบาล ส่งผลให้ราคาข้าวของไทยไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป&amp;nbsp; การไม่สนใจในการแก้ปัญหาเกษตรกรมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้วันนี้เกษตรกรไทยมองไม่เห็นอนาคต ความสามารถในการแข่งขันถดถอย&amp;nbsp; ท่านถามชาวนาเลยครับ ว่าวันนี้คิดถึงนายกฯคนไหนมากที่สุด นายกฯคนไหน ที่ทำให้สินค้าเกษตรมีราคา ทำให้ชาวนามีรายได้จาก ข้าวเปลือกหอมมะลิไปแตะที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม&amp;rdquo; นายเอกชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอเป็นปากเป็นเสียงเพื่อพี่น้องประชาชน ติดตามสอบถามรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการดูแลข้าวที่กำลังจะออกสู่ท้องตลาดในอีกไม่กี่วันนี้ รวมทั้งอยากสอบถามรัฐบาลว่าเคยดูแลและแก้ปัญหาเกษตรกรอย่างจริงจังบ้างหรือไม่ ปัญหาพื้นที่เพาะปลูก ปัญหาดิน ปัญหาปุ๋ย ปัญหาความชื้น ปัญหาเกษตรกรขายข้าวแล้วถูกเอารัดเอาเปรียบการช่างน้ำหนักข้าว และการสัดความชื้นที่เอารัดเอาเปรียบชาวนา รัฐบาลควรดูแลอย่างจริงจังได้แล้ว พรรคเพื่อไทยไม่เคยปล่อยให้ปัญหาเศรษฐกิจแย่ขนาดนี้ แม้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันเกษตรกรไทยยังได้ไม่ถึง รัฐบาลรักษาไม่ถูกอาการที่ป่วย อาชีพเกษตรกรซึ่งเป็นอาชีพหลักของประเทศไทยกำลังลำบาก อย่าบริหารจนล้มเหลว ทำให้อาชีพเกษตรกรหายไปจากสังคมไทยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118438</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ, นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ, ปฏิรูปการเกษตร, ราคาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156b3df50270.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ประกาศเกณฑ์กลางข้าวงวด 6 เคาะจ่ายส่วนต่างชาวนาวันนี้อีกกว่า 7 หมื่นราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.63 - นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 งวดที่ 6 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือโครงการประกันรายได้ชาวนาปี2 โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยทางกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 งวดที่ 6 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 7-13 ธันวาคม 2563 ดังนี้คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ เกณฑ์กลางตันละ 12,212.42 บาท ชดเชยตันละ 2,727.58 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 38,186.12 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ เกณฑ์กลางตันละ 11,800.74 บาทชดเชยตันละ 2,199.26 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 35,188.14 บาท
3. ข้าวเปลือกเจ้า เกณฑ์กลางตันละ 9,215.15 บาท ชดเชยตันละ 784.85 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 23,545.50 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี เกณฑ์กลางตันละ 10,182.17 บาท ชดเชยตันละ 817.83 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 20,445.75 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5.ข้าวเปลือกเหนียว เกณฑ์กลางตันละ 11,246.87 บาท ชดเชยตันละ 753.13 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 12,050.080 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมัลลิกา กล่าวว่า จากประกาศนี้นายจุรินทร์ให้แจ้งเกษตรกรทราบทั่วกัน ทั้งนี้ขั้นตอนจากนี้คือกรมส่งเสริมเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. จะประสานงานกันโดยขั้นตอนสุดท้ายคือ ธ.ก.ส.มีหน้าที่โอนเงินส่วนต่างให้กับบัญชีเกษตรกรโดยตรงซึ่งจะต้องภายใน 3 วันทำการจะตรงกับวันนี้ วันที่ 17 ธันวาคม 2563 โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตร งวดนี้จำนวน 74,497 ครัวเรือน ทั้งนี้เกษตรกรกลุ่มนี้สามารถตรวจสอบบัญชีหลังวันนี้ที่ 17 ได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมาเราได้จ่ายเงินประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวไปช่วยเกษตรกรชาวนาแล้วเกือบ 4 ล้านราย ขณะนี้ยังคงเหลือชาวนาที่แจ้งเก็บเกี่ยวข้าวอีกไม่กี่หมื่นรายซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวนาภาคอีสาน โดยสัปดาห์หน้าก็จะประกาศราคาเกณฑ์กลางอีกและจ่ายเงินในกลุ่มต่อไปให้ทันได้ใช้เงินส่งท้ายปีจากนั้นจะเป็นต้นปีหน้า เป็นงวดชาวนาบางส่วนในพื้นที่ภาคใต้กว่า 3 แสนรายเท่านั้น และเพื่อดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้นจึงมีการพิจารณาราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงทุกสัปดาห์ โครงการประกันรายได้เกษตรกรมีเงินส่วนต่างถึงมือเกษตรกรเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่หายหกตกหล่นเพราะผ่านบัญชีโดยตรงของเกษตรกรเองจึงเป็นโครงการที่ชาวนาประทับใจรัฐบาลอย่างยิ่งขณะนี้เรายังเดินหน้าโครงการต่อไป&amp;quot; นางมัลลิกา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87119</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, พาณิชย์, มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข, ราคาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdae1b10e319.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนาไม่ต้องกังวล &#039;พาณิชย์&#039;ยันมีมาตรการดูแลราคาข้าว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.2563 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบปัญหาข้าวเปลือกหอมมะลิราคาตกต่ำว่า กรมฯ ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า ขณะนี้ผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ ฤดูกาลผลิตปี 2563/64 อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวและกำลังทยอยออกสู่ตลาด ทำให้ผู้นำเข้ารอดูสถานการณ์ผลผลิตข้าวไทยว่ามีมากน้อยแค่ไหน ประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การบริโภคในประเทศชะลอตัวจากนักท่องเที่ยวน้อยลง รวมถึงมีปัญหาการส่งออกที่ลดลง เนื่องจากราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งทำให้แข่งขันได้ยากและปัญหาค่าเงินบาท ขณะที่ผู้ค้าข้าวก็มีการระบายข้าว เพื่อเสริมสภาพคล่องรองรับผลผลิตฤดูกาลใหม่ ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในช่วงนี้ปรับตัวลดลง โดยข้าวเกี่ยวสดความชื้น 28-30% มีราคาตันละ 9,500&amp;ndash;10,000 บาท ส่วนข้าวเปลือกแห้ง ความชื้นไม่เกิน 15% ตันละ 12,000&amp;ndash;12,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอชี้แจงต่อเกษตรกรว่า ขณะนี้รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 รอบที่ 1 แล้ว โดยกำหนดราคาเป้าหมายข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 14,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 10,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 11,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ราคา 12,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 16 ตัน โดยจะจ่ายเงินส่วนต่างของราคาประกันให้กับเกษตรกร หากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงต่ำกว่าราคาเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีมาตรการคู่ขนาน ที่จะนำมาใช้ดูดซับผลผลิตฤดูกาลใหม่ที่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพ.ย.2563 เป็นต้นไป โดยจะมีการจูงใจให้เกษตรกร สหกรณ์ สถาบันเกษตรกร รวมทั้งผู้ประกอบการค้าข้าวทั่วไปเก็บสต็อก เพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพราคาตลาด มีเป้าหมาย 7 ล้านตันข้าวเปลือก ผ่านโครงการโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร สหกรณ์เสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการร้อยละ 3 เป้าหมาย 4 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยในปี 2564 ต้องรอดูปริมาณของผลผลิตข้าวในปี 2563/64 ก่อนว่าจะมีมากน้อยเพียงใด เบื้องต้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดว่าจะมีผลิตข้าวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวลดลงจากราคาสูงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ช่องว่างของราคาข้าวไทยกับข้าวของประเทศคู่แข่งลดน้อยลง และจะทำให้ศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกดีขึ้น และล่าสุดไทยยังมีข้าวถึง 7 ชนิด ที่จะป้อนความต้องการของตลาด คือ 1.ตลาดพรีเมี่ยม ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ และข้าวหอมไทย 2.ตลาดทั่วไป ได้แก่ ข้าวขาวพื้นนุ่ม ข้าวขาวพื้นแข็ง และข้าวนึ่ง และ 3.ตลาดเฉพาะ ได้แก่ ข้าวเหนียว และข้าวสีหรือข้าวคุณลักษณะพิเศษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83353</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันราคาข้าว, พาณิชย์, ราคาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e4265870b6b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หน่อย&#039;ลงแขกเกี่ยวข้าวยังเหน็บรบ.ไม่ช่วยเหลือชาวนาจนถูกกดราคา  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.62-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย(พท.) พร้อมคณะส.ส. และอดีตส.ส. พรรคเพื่อไทย อาทิ นายบัลลังก์ อรรณนพพร นางมุกดา พงษ์สมบัติ &amp;nbsp;นายพงศกร อรรณนพพร นายอดิศร เพียงเกษ นายธนิก มาสีพิทักษ์ นายสุรชัย เบ้าจรรยา ร่วมลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อสอบถามปัญหาราคาข้าวจากเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ระบุตอนหนึ่งว่า ในห้วงของการเก็บเกี่ยวรัฐบาลต้องเข้ามาดูแล ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ ไม่ใช่ไปดูแลในช่วงปลายเดือนหรือต้นเดือนธันวาคม ซึ่งข้าวจะอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางแล้ว ข้าวเปลือกจะถูกขาย เปลี่ยนมือจากชาวนาไปอยู่ในมือพ่อค้าคนกลาง อยู่กับโรงสี ราคาจึงปรับตัวสูงขึ้นไปที่ประมาณกิโลกรัมละ20-25บาท ซึ่งพี่น้องชาวนาไม่ได้รับประโยชน์ ดังนั้นรัฐต้องมีมาตรการออกมาช่วย ชะลอการขายข้าวทันที ในขณะที่ชาวนาถูกกดราคา ขายข้าวได้ราคาไม่เป็นธรรม กลับยังไม่เห็นมาตรการ รวมถึงความช่วยเหลือใดๆจากรัฐบาล อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยพยายามช่วยเหลือเท่าที่ทำได้โดยเฉพาะการหาช่องทางจัดจำหน่าย พร้อมสื่อสารไปถึงพี่น้องเกษตรกรว่า อย่าเพิ่งรีบขายข้าว ให้เก็บไว้รอราคาที่เหมาะสม จึงทยอยขาย หากรัฐจริงใจจะช่วยเหลือเกษตรกรต้องช่วยในช่วงเวลานี้ ก่อนที่ข้าวจะไปอยู่ในมือพ่อค้าคนกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงพื้นที่ ตำบลบ้านโต้น อำเภอ พระยืน จังหวัดขอนแก่น คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมคณะ ได้พบปะกลุ่มเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ ให้กำลังใจในการประกอบอาชีพ เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ข้าวปลอดสารพิษ รวมถึงแนะนำวิธีการปลูกและขายข้าวอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและได้ราคาอย่างเหมาะสม จากนั้นได้ร่วมกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวกับเกษตรกร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50015</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์   เกยุราพันธุ์, จ.ขอนแก่น, ชาวนา, รัฐบาล, ราคาข้าว, เกี่ยวข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc90bd9c04bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้วครับทั่น!&#039;เสี่ยอ๋อย&#039;ทุบโต๊ะราคาข้าวพุ่งก็ไม่ใช่ฝีมือรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.62- หลังโพสต์ข้อความว่าราคาปาล์มสูงขึ้นไม่ใช่ฝีมือรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล่าสุดนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang อีกครั้งว่า เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา นั่งกินกาแฟกับชาวนาแปดริ้วคนนึง เขาบอกว่าข้าวเกวียนละ 6,800 บาท แต่ชาวนาไม่มีข้าวแล้ว เวลามีข้าวจะเหลือ 5,000 กว่า ก็คล้ายกับเรื่องของน้ำมันปาล์มเลยครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38808</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, รัฐบาลประยุทธ์, ราคาข้าว, ราคาปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08cbabe5792.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ได้สร้างภาพ&#039;บิ๊กตู่&#039;แนะอย่าเชื่อคนหาเสียงให้ราคาข้าวสูง เพราะสุดท้ายทำผิดกฎหมายแล้วก็หนี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 - ที่โรงเรียนวัดใหม่เจริญราษฎร์ เขตหนองจอก กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ เยี่ยมชมนิทรรศการผลงานทางวิชาการของโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักงานเขตหนองจอก และผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหานคร พร้อมเดินทางไปยังแปลงนาเกษตรกร บริเวณศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่เขตหนองจอก และผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหานคร อาทิ เครื่องฟักไข่อัจฉริยะ ก่อนดูลูกแพะ พร้อมคุยหยอกล้อว่า ได้กินอะไรหรือยังแต่เช้ามารับนายกฯ จากนั้นยังได้ชมการละเล่นจากนักเรียนชั้นประถมศึกษา โรงเรียนวัดใหม่เจริญราษฎร์ พร้อมได้ร่วมเล่นเกมสะบ้าบ่อน ก่อนรับชมการละเล่นมอญซ่อนผ้า และดูการรำแบบชาวมอญจากนักเรียน พร้อมถ่ายภาพร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเปลี่ยนมาสวมชุดม่อฮ่อม คาดผ้าขาวม้า สวมหมวกสานและนั่งรถไถนา(อีแต๊ก) มาที่แปลงนาของ นางยวง เว้บ้านแพ้ว เกษตรกรที่ปลูกข่าว กข.51 จำนวน 15 ไร่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มาด้วยใจ สวัสดีพี่น้องชาวมุสลิมและไทยพุทธ เราอยู่ร่วมกันอย่างสันติมาโดยตลอด เรามีประชาธิปไตยจะเลือกตั้งก็ว่าไปให้ถูกต้อง อย่าไปหลงที่เขาพูดอะไร มันก็ปวดหัว นายกฯก็ปวดหัว ตอนนี้แก้ปัญหาเรื่องความเดือดร้อน ลงพื้นที่นี้ดีใจทราบว่าพื้นที่นี้มีความรักสามัคคีกันดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินทักทายประชาชน ปรากฎว่า ประชาชนขอให้นายกฯหยุดเดินเพื่อถ่ายรูป ซึ่งนายกฯกล่าวว่า ไม่มีใครสั่งนายกได้ ยกเว้นประชาชน มีคนบอกว่านายกฯพูดไม่เพราะ ยอมรับว่าบางทีนายกฯพูดไม่เพราะบ้าง เมื่อพูดไม่เพราะให้อภัยกันได้ไหม บางทีก็มีคนคอยยั่วต่อมอยู่เรื่อยๆให้อภัยไม่ได้เหรอจ๊ะ เหมือนดอกกุหลาบแดงที่ทุกคนมอบให้ กุหลาบแดงแจ้งรักประจักษ์จิต ตนก็ให้กุหลาบแดงกลับให้ทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯได้ร่วมเกี่ยวข้าว พร้อมกล่าวว่า ไม่ได้มาสร้างภาพ เขาให้มาเกี่ยวข้าวก็เกี่ยว ตนก็ต้องดูก่อนว่าเขาเกี่ยวกันยังไง ซึ่งคุณตาคุณยายก็มีไร่นาอยู่ จากนั้นนายกฯชวนเกษตรกรชาวนาร่วมกันเกี่ยวข้าวอย่างอารมณ์ดี โดยมีการเปิดเพลงเกี่ยวข้าวประกอบด้วย ทั้งนี้ ภายหลังเกี่ยวข้าวเสร็จนายกได้ขออย่าปิดเพลง และได้ร่วมกันรำวงเกี่ยวข้าวอย่างครึกครื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการ ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่เขตหนองจอก พร้อมกล่าวว่า การออกนโยบายเรื่องข้าว การตั้งราคารับซื้อข้าวเท่านั้นเท่านี้ ต้องมีวิธีการจัดตั้ง ทำส่งเดชไม่ได้ เหมือนตอนนี้ที่มีคนมาหาเสียง ให้ราคาข้าว 16,000 -17,000 บาทต่อตัน ทำได้ที่ไหนมันผิดกฎหมาย แล้วเกิดอะไรขึ้น ก็หนีไง แล้วมาบอกว่าตนทำอะไรเขา ตนไม่ได้ทำอะไรเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26165</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าว, จำนำข้าว, ชาวนา, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์, ราคาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c35cbaa43a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์โวชาวนาได้เงินขายข้าว 2.2 หมื่นบาท/ตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo;ลงพื้นที่พบปะชาวนาอุบลราชธานี ดีใจปีนี้ชาวนาขายข้าวได้ราคาดี ข้าวเปลือกหอมมะลิสูงเป็นประวัติการณ์ตันละ 1.55-1.76 หมื่นบาท ดันเกษตรกรจะมีรายได้ถึงตันละ 2.2 หมื่นบาท ยันราคาดีต่อเนื่องแน่ หลังเคลียร์สต๊อกเก่าหมด

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการภายใต้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว และพบปะกับเกษตรกรในอำเภอเขื่อนใน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิ เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2561 ว่า ผลจากการที่รัฐบาลได้เข้ามาบริหารจัดการข้าวที่ค้างสต๊อกจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกจนหมด จึงไม่มีผลกระทบต่อราคาตลาดข้าวอีกต่อไป ประกอบกับมีคำสั่งซื้อข้าวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น โดยข้าวเปลือกหอมมะลิปัจจุบันซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูกาล ราคาสูงถึงตันละ 15,500-17,600 บาท ซึ่งเป็นราคาที่พี่น้องเกษตรกรพอใจ


สำหรับราคาข้าวเปลือกเจ้า 5% แนวโน้มราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ และปัจจุบันมีคำสั่งซื้อข้าวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้กับจีนและฟิลิปปินส์ และยังมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาอีก ทำให้ผลผลิตข้าวมีตลาดรองรับในช่วงต้นฤดู ส่งผลดีทำให้ราคาสูงขึ้น ขณะที่ข้าวเปลือกเหนียว ราคาก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกประสบปัญหาภัยแล้ง ส่วนข้าวเปลือกปทุมธานี ราคาเพิ่มขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับข้าวเปลือกหอมมะลิ

&amp;ldquo;ผมดีใจที่ปีนี้ พี่น้องชาวนาหน้าตาแจ่มใส เสียดายข้าวน้อยไปหน่อย ไม่งั้นป่านนี้ ยิ้มไปถึงหู เพราะปีนี้ข้าวราคาดีเหลือเกิน กระทรวงพาณิชย์ที่ผมดูแลอยู่ ก็ดีใจ เพราะตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหาร ได้ออกมาตรการเรื่องข้าวอย่างทุ่มเทสุดชีวิต ทำมาหลายปี เพราะรู้ว่าพี่น้องลำบากเรื่องราคาข้าว ราคาไม่ดี แต่เมื่อพวกเราเข้ามา ก็ก้มหน้าก้มตา แก้ปัญหา จนในที่สุดก็ทำให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพ และจะมุ่งหน้าใช้กลไกตลาดนำการผลิตต่อไป โดยไม่บิดเบือนกลไกตลาดให้เสียหาย และจะรักษาราคาให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อไป และหวังที่จะให้ทุกๆ ปีเป็นปีทองของชาวนา&amp;rdquo;

สำหรับมาตรการที่รัฐบาลได้นำมาใช้ เพื่อผลักดันให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก กรณีไม่มียุ้งฉาง แต่เป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกรสามารถเอาข้าวไปฝากเก็บ จะได้รับค่าฝากเก็บตันละ 1,000 บาท ถ้ามียุ้งฉางได้ตันละ 1,500 บาท ซึ่งไม่จำกัดปริมาณข้าว และหากต้องการเงินไปใช้ กรณีข้าวเปลือกหอมมะลิ ก็เอาข้าวไปวางค้ำประกันไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะได้เงินตันละ 11,800 บาท ต่อไปเมื่ออยากขาย ถ้าราคาข้าวสูงขึ้นเป็นตันละ 16,000-18,000 บาท เกษตรกรก็จะได้ส่วนต่างจากการนำข้าวไปขายอีกตันละ 4,000-6,000 บาท

นอกจากนี้ ยังได้รับเงินจากรัฐบาลทันทีเป็นค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพ โดยได้ให้แก่เกษตรกรทุกรายที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 12 ไร่ หรือไม่เกิน 18,000 บาท ซึ่งหากรวมรายได้ที่เกษตรกรจะได้รับ ทั้งค่าฝากเก็บ ค่าเก็บเกี่ยว ค่าปรับปรุงคุณภาพ และส่วนต่างราคาที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เกษตรกรจะมีรายได้จากการขายข้าวเปลือกหอมมะลิสูงถึงตันละ 22,000 บาทหรือมากกว่า

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ธ.ก.ส. ได้โอนเงินค่าเก็บเกี่ยวเข้าบัญชีเกษตรกรในพื้นที่ที่ไม่ประกาศภัยพิบัติแล้วทุกราย จำนวน 2,054,173 ราย รวมทั้งสิ้น 28,943,604,375 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23147</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, ราคาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfbe70658b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
