<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดัชนีเชื่อมั่นราคาทองคำ ส.ค. ขยับขึ้น กังวลปัญหาโควิดระบาด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 2564 นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือนสิงหาคม 2564 ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2564 จากระดับ 66.67 จุด มาอยู่ที่ระดับ 69.25 จุด เพิ่มขึ้น 2.58 จุด หรือคิดเป็น 3.87% มาจากความกังวลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ และการอ่อนค่าของเงินบาทหนุนราคาทองในประเทศ โดยคาดการณ์ราคาทองคำในเดือน สิงหาคม 2564 อยู่ที่ 1,775 &amp;ndash; 1,884 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ด้านราคาทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 27,500 &amp;ndash; 29,200 บาท และค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.38 &amp;ndash; 33.45 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การลงทุนทองคำในเดือนสิงหาคม 2564 ผู้ค้าทองคำรายใหญ่มองว่าราคาทองในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวภายในกรอบ โดยไม่มีการสร้างระดับสูงสุดใหม่หรือต่ำสุดใหม่จากเดือนก่อนหน้า ในระยะสั้นหากราคาทองคำยังคงยืนอยู่เหนือแนวรับที่ระดับ 1,766 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาทองจะกลับขึ้นไปทดสอบกรอบแนวต้านที่ระดับ 1,872 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ อาจเกิดแรงขายและเคลื่อนไหวเข้าใกล้บริเวณแนวรับอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มผันผวนจากความกังวลในการปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมเดือนสิงหาคม &amp;ndash; กันยายน 2564 เป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำในระยะกลาง ทั้งนี้ ประเมินกรอบทองคำในสัปดาห์นี้ที่ 1,700-1,760 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราคาทองคำ, ศูนย์วิจัยทองคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_61122a4c3daca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาทองปรับขึ้น 350 บาท ทองคำแท่งทะลุ 30,000 บาทแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.2563 สมาคมค้าทองคำ รายงาน ราคาทองคำมีการปรับขึ้น-ลง 7 ครั้ง ตั้งแต่เปิดตลาด รวม 350 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่งแตะบาทละ 30,000บาท แล้ว โดยการปรับครั้งล่าสุด 15:33 &amp;nbsp; ทองคำแท่งขายออกบาทละ 30,050 บาท รับซื้อบาทละ 29,950 บาท, ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 30,550 บาท รับซื้อบาทละ 29,410.40 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73603</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองคำแท่ง, ราคาทองคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1269b3b7e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาทองคำรูปพรรณพุ่งไม่หยุดทะลุ 30,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำในประเทศจากสมาคมผู้ค้าทองคำ วันที่ 5 สิงหาคม 2563 ปรับเปลี่ยนระหว่างวันรวม 10 ครั้ง เพิ่มขึ้น 650 บาท โดยราคาทองคำแท่งขายออกที่บาทละ 29,700.00 บาท รับซื้อที่บาทละ 29,600.00 บาท ส่วนราคาทองคำรูปพรรณขายออกที่บาทละ 30,200.00 บาท รับซื้อที่บาทละ 29,061.72 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำรูปพรรณ ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นตามราคาทองคำโลกที่ปรับขึ้นทะลุ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่จะมีความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทั้งประเภทอายุ 10 ปี และ 30 ปี ปรับตัวลงเมื่อคืนวันที่ 4 สิงหาคม 2563 และยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.18% แตะที่ 93.3827 ทั้งนี้ เมื่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจะทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น มีราคาถูกลงและมีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก จำกัด ประเมินว่า ในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นทดสอบ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยที่บาทละ 29,970 บาท โดยได้แรงหนุนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73515</URL_LINK>
                <HASHTAG>30000 บาท, ทำสถิติใหม่า, ราคาทองคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1269b3b7e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 01:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาทองคำยังพุ่งต่อ นักลงทุน สถาบันต่างชาติ แห่ซื้อเก็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 2562 น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาทองคำในประเทศและต่างประเทศที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน มิ.ย.62 เนื่องจากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว ส่งผลให้นักลงทุนและสถาบันต่างชาติเข้ามาลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้น เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสะท้อนจากกองทุนเปิดดัชนีที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (เอสพีดีอาร์) ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกเข้ามาซื้อทองคำต่อเนื่องจนอยู่ที่ระดับ 801.96 ตัน และธนาคารกลางรัฐเซียก็ซื้อทองคำในระดับที่สูงเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาทองคำในตลาดโลกสามารถทำระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี โดยประเมินแนวโน้มราคาทองคำช่วงนี้ คาดว่าจะอยู่ที่แนวรับที่ 1,430 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านที่ 1,450 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ด้านราคาทองคำในประเทศยังคงได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เพราะค่าเงินบาทหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแล้ว เบื้องต้นหากค่าเงินบาทแข็งค่าที่ระดับ 30.50 บาท อาจทำให้ราคาทองคำในประเทศอยู่ในกรอบ 20,800-21,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สัญญาณทั่วโลกมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี เพราะมีสาเหตุหลักมาจากนโยบายของสหรัฐที่กระทบต่อประเทศต่าง ๆ เช่นสงครามการค้า สหรัฐและจีนที่ยังตกลงกันไม่ได้ และล่าสุดที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกคำสั่งประธานาธิบดีประกาศคว่ำบาตรต่ออยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับสหรัฐ ทำให้ตลาดคาดการณ์กว่าธนากลางสหรัฐ &amp;nbsp;(เฟด) จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค.นี้ ส่งผลให้เกิดการเข้ามาลงทุนทองคำเพิ่มขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า บรรยากาศร้านทองคำ ย่านเยาวราช ยังคงคึกคักตลอดทั้งวัน เนื่องจากประชาชนจำนวนมากเดินทางมายังร้านทองคำ เพื่อนำทองคำที่มีอยู่มาขายทำกำไร เพราะช่วงต้นปีที่ผ่านมาราคาทองคำในประเทศปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากนำราคาทองคำนวณตั้งแต่วันที่ 1-25 มิ.ย.62 พบว่าราคาทองคำในประเทศสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นรวม 1,250 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน(ไอเอเอ) กล่าวว่า ปีนี้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยประมาณ 100,000 ล้านบาท หลังจากที่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีเงินเข้ามาแล้วกว่า 40,000-50,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากความชัดเจนด้านการจัดตั้งรัฐบาล และกรณีที่เฟดมีแนวโน้ม จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นสัญญาณให้ธนาคารกลางทั่วโลกมีทิศทางที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39474</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิภา นววัฒนทรัพย์, ราคาทองคำ, วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1269b3b7e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทองคำราคาดิ่งต่ำสุดในรอบ 3ปี  เอ็มทีเอสโกลด์ เชียร์เป็นจังหวะซื้อเก็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แม่ทองสุก แนะจังหวะทองคำลง แนะจังหวะนี้เข้าซื้อทอง ราคาที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ชี้ปัจจัย ตปท.กระทบทองทั่วโลก เตือนนักลงทุนตั้งสติ อย่าใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจซื้อ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก เปิดเผยว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศปรับลดลงมาต่อเนื่อง ตามราคาทองในตลาดโลก ส่งผลให้ปัจจุบันราคาทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณมีราคาต่ำกว่า 19,000 บาท ถือเป็นจังหวะที่ดีที่ประชาชนต้องการเลือกซื้อทองคำรูปพรรณ เพื่อส่วมใส่เป็นเครื่องประดับเข้ามาเลือกซื้อในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นราคาที่ต่ำสุดในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ การซื้อทองคำแท่งเพื่อการลงทุนและเก็งกำไรนั้น ขอแนะนำว่าอย่าใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจซื้อ เพราะคิดว่าราคาถูกแล้ว แต่นักลงทุนต้องติดตามแนวโน้มราคาทองคำตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้รับรู้ถึงภาพรวมและทิศทางของราคาทองคำก่อนตัดสินใจเข้าไปลงทุน &amp;nbsp;เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกยังมีความผันผวนค่อนข้างมากตลอด 1 เดือนหลังจากนี้ ทำให้ภาพรวมราคาทองคำยังมีทิศทางขาลงอยู่ แต่มีโอกาสปรับขึ้นบ้างตามทางเทคนิคเพียงระยะสั้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่ราคาทองคำปรับลดลงมา เนื่องจากนักลงทุนเกิดความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น, สถานการณ์วิกฤตค่าเงินตุรกี และสงครามการค้า ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทองคำออกมาต่อเรื่องในช่วงที่ผ่านมา กระทบต่อราคาทองคำในตลาดโลกหลุดแนวรับที่ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยเฉพาะแรงเทขายของนักลงทุนรายใหญ่ที่ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมีการขายทำคำออกมากว่า 20 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สงครามการค้าเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำในตลาดโลกที่ประเมินว่ามีแนวรับอยู่ที่ 1,150 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,180 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศคาดการณ์ค่าเฉลี่ยของราคาได้ยาก แต่ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า เมื่อนำมาคำนวณเป็นราคาทองคำในประเทศ ทำให้ราคาทองไม่ได้ปรับลดลงแรงมากนัก โดยคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้ ราคาทองคำในประเทศภาพรวมยังมีราคาต่ำกว่าบาทละ 19,000 บาท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับราคาทองคำในประเทศ ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดตลาดปรับลดลงทันที 250 บาท ก่อนที่จะปรับขึ้นและลงรวมกัน 5 ครั้ง &amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาลดลงรวม 150 บาท โดยให้ราคาทองคำแท่ง รับซื้อที่ 18,550 บาท ขายออกที่ 18,650 บาท ส่วนราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อที่ 18,222.32 บาท ขายออกที่ 19,150 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15579</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ, ราคาทองคำ, ราคาทองคำตก, เอ็มทีเอสโกลด์, แนะลงทุน, แม่ทองสุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b762d823ed3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2018 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยาวราชคึกคัก แห่ซื้อทองคำรับตรุษจีน-วาเลนไทน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยาวราชคึกคัก ประชาชนซื้อทองคำช่วงเทศกาลตรุษจีน-วาเลนไทน์ สบช่องราคาทองลง รูปพรรณน้ำหนัก 50 สตางค์ และ 1 บาทขายดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ. 2560 - นายพิชญา พิสุทธิกุล อุปนายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อขายทองคำย่านเยาวราชและร้านค้าทองคำทั่วไปในช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันวาเลนไทน์ เป็นไปด้วยความคึกคัก หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา หลังจากราคาทองคำตั้งแต่ต้นปีปรับลดลง 250-300 บาท ส่งผลให้มีผู้ประกอบการและประชาชนเดินทางมาเลือกซื้อทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเลือกซื้อทองคำรูปพรรณเพื่อใช้สวมใส่ รวมถึงซื้อแจกญาติพี่น้องและพนักงาน โดยขนาดที่ได้รับความนิยม คือ ทองคำน้ำหนัก 50 สตางค์ และ 1 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ราคาทองคำที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีค่อนข้างผันผวน ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำในประเทศทำให้ราคาลดลง แต่ไม่ส่งผลต่อการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรหรือสวมใส่ให้เพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากราคาภาพรวมยังอยู่ในระดับสูงกว่าบาทละ 20,000 บาท และประชาชนทั่วไปจะตัดสินใจเลือกซื้อโดยดูกำลังทรัพย์ของตนเองมากกว่า แต่หากราคาทองคำปรับลดลงอยู่ที่ระดับบาทละ 19,500 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม ที่จะซื้อเก็บสะสมไว้เพื่อเก็งกำไรในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยราคาทองคำที่ต้องติดตามในเดือนก.พ.61 คือ นโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), นโยบายเศรษฐกิจของประธานธิบดีสหรัฐฯ กลุ่มตัวอย่างคาดการณ์ว่า นายโดนัลล์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีท่าทีกีดกันการค้ากับต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มการถอนสหรัฐออกจากสนธิสัญญาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กับตลาด และช่วยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาได้ จึงขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการเมือง และเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่เสมอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรุษจีน, ทองคำ, ราคาทองคำ, วันวาเลนไทน์, เยาวราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180211/image_big_5a8006ee5c64c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2018 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2018 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรุษจีนปีนี้ยอดขายทองในเมืองสงขลาลดฮวบ30-50% เหตุราคายางตกต่ำ กิจการประมงทรุด คนมีกำลังซื้อน้อยลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 61 เจ้าของร้านทองในเมืองสงขลา เผยตรุษจีนปีนี้การซื้อขายทองคำซบเซาอย่างหนัก ยอดขายลดลงประมาณ 30-50 % เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ราคายางพาราตกต่ำ ภาคประมงถดถอย ประชาชนใช้เงินสดเป็นอั่งเปาแทนทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจบรรยากาศในร้านค้าทองคำในเมืองสงขลาในช่วงก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2561 พบว่า ซบเซาและเงียบเหงา ลูกค้าลดน้อยลง การซื้อขายทองในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ไม่คึกคัก เพราะราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดทองแท่งบาทละ 19,950 บาท และทองรูปพรรณบาทละ 20,450 บาท ทำให้ไม่มีแรงจูงใจให้คนมาซื้อทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจซบเซา โดยเฉพาะในภาคใต้ซึ่งยางพาราราคาตกต่ำ รวมทั้งภาคประมงถดถอย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของเศรษฐกิจในภาคใต้ ทำให้ตลาดทองคำลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 50% ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดทองคำซบเซาอย่างหนัก จากกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง ซึ่งร้านทองส่วนใหญ่ใน จ.สงขลาได้รับผลกระทบเหมือนกันหมดทุกร้าน ส่วนเจ้าของกิจการที่ปกติจะมาซื้อทองเพื่อนำไปแจกเป็นอั่งเปาในช่วงตรุษจีนเหมือนสมัยก่อนแทบไม่มีแล้ว โดยจะเปลี่ยนมาให้อั่งเปาเป็นเงินสดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิทธิโชค รังสิโยภาส เจ้าห้างทองสิทธิโชค ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า กล่าวว่า เศรษฐกิจในช่วงตรุษจีนปีนี้ เฉพาะในอำเภอเมืองสงขลาไม่ดีกว่าปีที่ผ่านมา ประมงก็ไม่ดีขึ้น ยางพาราก็ไม่ดี ข้าวก็ไม่ดี แล้วยังต้องมาเจอมรสุมน้ำท่วม ทำให้เศรษฐกิจในเขตอำเภอเมืองสงขลาในช่วงนี้ยังไม่ดี แต่ก็ต้องประคองอยู่ให้ได้ ปกติช่วงตรุษจีนร้านทองจะสั่งทองเข้ามา แต่ปีนี้ลดไปเยอะเกิน 50% เพราะภาวะเศรษฐกิจ รายได้ของประมงไม่ดี ยางพาราก็ไม่ดี มันไม่ดีไปหมด 2 ตัวนี้คือตัวหลัก ที่ผ่านมาไม่ดีอยู่แล้วกลัวว่าจะหนักกว่าเก่าเพราะไม่เห็นตัวไหนฟื้น ทำให้ไม่มีการสั่งทองเข้ามาเพิ่ม มีแต่ลดลงตามสภาวะตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้กำลังซื้อไม่มี ถ้าประมงดีขึ้นหรือยางดีขึ้นสักตัว เราก็น่าจะฟื้นขึ้นสักหน่อยแต่ถ้าราคาอยู่ลักษณะนี้ก็ไม่ดีนะ เพราะรายได้ของประชาชนในตัวเมืองสงขลา มีประมงกับยางพารา แล้วข้าราชการกำลังซื้อก็ไม่มาก อันนี้พูดถึงข้าราชการ แต่ก็ต้องประคองให้อยู่รอดให้ได้&amp;rdquo;นายสิทธิโชค กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2185</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรุษจีน, ราคาทองคำ, สงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72713856996.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
