<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2020 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2020 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุเข้าสหรัฐฯฉุดกำลังผลิตลง58%ดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ส.ค. 2563 นายวัฒนพงษ์ &amp;nbsp;คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ช่วงวันที่ 17 &amp;ndash; 23 สิงหาคม 2563 ว่ายังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ที่พายุเฮอร์ริเคนมาร์โค และพายุโซนร้อนลอราพัดผ่านอ่าวเม็กซิโก โดยสำนักบังคับใช้ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม (Bureau of Safety and Environmental Enforcement &amp;ndash; BSEE) ของสหรัฐฯ ระบุว่าเฮอร์ริเคนมาร์โคและพายุโซนร้อนลอราที่เคลื่อนตัวผ่านอ่าวเม็กซิโกได้ส่งผลให้บรรดาบริษัทน้ำมันต้องอพยพพนักงานออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน 114 แท่นจากทั้งหมด 643 แท่นในบริเวณดังกล่าว และปรับลดกำลังผลิตน้ำมันรวม 57.6% หรือประมาณ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมทั้ง ลดกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติ 44.6% หรือ 1,205 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากข่าวสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) อนุมัติให้ใช้พลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (convalescent plasma) ในการรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าความคืบหน้าในการรักษาโรคไวรัสโควิด-19 จะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน อย่างไรก็ดี ตลาดยังติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Jackson Hole Economic Policy) ที่ Jackson Hole รัฐ Wyoming สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 27 - 28 สิงหาคม 2563 เพื่อจับตามองทิศทางนโยบายทางการเงินที่เกี่ยวข้องของ FED ซึ่งเป็นปัจจัยต่อราคาน้ำมันในช่วงนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ช่วงวันที่ 24-30 สิงหาคม 63 มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยราคาน้ำมันไบโอดีเซลอ้างอิงเฉลี่ย อยู่ที่ 24.06 บาทต่อลิตร ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.51 บาทต่อลิตร และราคาเอทานอลอ้างอิง ในเดือนสิงหาคม 2563 อยู่ที่ 23.16 บาทต่อลิตร ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน เนื่องจากเป็นราคาซื้อขายแบบระยะยาวของผู้ค้า นายวัฒพงษ์ กล่าว
-----------------------------------
&amp;bull; สถานการณ์ราคาน้ำมันโลก (10 &amp;ndash; 16 สิงหาคม 2563)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบดูไบและเวสต์เท็กซัส เฉลี่ยอยู่ที่ $43.95 และ $42.69 ต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว $0.12 และ $0.60 ต่อบาร์เรล &amp;nbsp;โดยยังต้องจับตาการประชุม JMMC ของกลุ่มโอเปกพลัส ในวันที่ 19 ส.ค. 63 เพื่อติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงในการลดกำลังการผลิต แต่คาดว่าอาจไม่ปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มจากข้อตกลงเดิม ส่วนโรงกลั่นในจีนมีแผนที่จะนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ในเดือน ส.ค. - ก.ย. 63 เพิ่มอีกราว 20 ล้านบาร์เรล เป็นการส่งสัญญาณว่าความต้องการใช้น้ำมันในจีนเริ่มฟื้นตัวแล้ว นอกจากนี้ สถาบันปิโตรเลียมแห่งสหรัฐอเมริกา (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ (วันที่ 14 ส.ค. 63) ปรับลดลงกว่า 4.3 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 512 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.7 ล้านบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ราคากลางน้ำมันสำเร็จรูปตลาดภูมิภาคเอเซีย
น้ำมันเบนซิน: น้ำมันเบนซิน: ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95, 92 และ 91 (Non-Oxy) เฉลี่ยอยู่ที่ $48.84, $47.65 และ $48.59 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว $0.55, $0.68 และ $0.60 ต่อบาร์เรล จากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้นและน้ำมันเบนซินคงคลังในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ปรับลดลง 6% (ณ 19 ส.ค. 63) รายงานปริมาณสำรอง Light Distillates เชิงพาณิชย์ในสิงคโปร์โดย International Enterprise Singapore (IES) (ณ 19 ส.ค. 63) ลดลง 1.01 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 14.83 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ส่วน Insights Global รายงานปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเชิงพาณิชย์ในยุโรป ที่ Amsterdam-Rotterdam-Antwerp (ARA) (20 ส.ค. 63) ลดลง 0.58 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 11.88 ล้านบาร์เรล
น้ำมันดีเซล: ราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (10 PPM) เฉลี่ยอยู่ที่ $49.38 ต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว $0.31 ต่อบาร์เรล โดยตลาดยังคงกังวลการฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำมันดีเซล เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศเอเซียเริ่มกลับมาเพิ่มสูงขึ้น อุปสงค์ในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับต่ำจากมาตรการปิดเมือง ด้าน Insights Global รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดีเซลเชิงพาณิชย์ในยุโรป ที่ ARA (ณ 20 ส.ค. 63) เพิ่มขึ้น 0.55 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 19.09 ล้านบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ค่าเงินบาทของไทย
ค่าการตลาดของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล และน้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ 2.38 บาท/ลิตร (รวมค่าขนส่งน้ำมันทางท่อจากศรีราชา - กรุงเทพฯ 0.15 บาท/ลิตร) และค่าการกลั่น เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 0.43 บาท/ลิตร จากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.16 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่เฉลี่ย 31.4276 บาท/เหรียญสหรัฐฯ (ต้นทุนน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 0.16 บาท/ลิตร น้ำมันดีเซลลดลง 0.01 บาท/ลิตร)&amp;nbsp;
&amp;bull; ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง: (ณ วันที่ 23 ส.ค. 63) กองทุนน้ำมันฯ มีสินทรัพย์รวม 57,619 ล้านบาท หนี้สินกองทุนฯ 25,097 ล้านบาท ฐานะกองทุนน้ำมันฯ สุทธิ 32,522 &amp;nbsp;ล้านบาท (บัญชีน้ำมัน &amp;nbsp;39,667 &amp;nbsp;ล้านบาท บัญชี LPG &amp;nbsp;-7,145 ล้านบาท)
&amp;bull; สถานการณ์ไบโอดีเซล (B100):&amp;nbsp;
ราคาน้ำมันไบโอดีเซลอ้างอิงเฉลี่ย (วันที่ 24-30 ส.ค. 63) อยู่ที่ 24.06 บาทต่อลิตร ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว&amp;nbsp;
0.51 บาทต่อลิตร
&amp;bull; สถานการณ์เอทานอล: ราคาเอทานอลอ้างอิง ในเดือนสิงหาคม 2563 อยู่ที่ 23.16 บาทต่อลิตร โดยไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน เนื่องจากเป็นราคาซื้อขายแบบระยะยาวของผู้ค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราคาน้ำมันตลาดโลก, สถานการณ์ราคาน้ำมัน, สนพ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5e9fab0ef3d5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.มองราคาน้ำมันร่วงระยะสั้น ชี้ราคาเหมาะสมคือ 50-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.2563 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่ามองการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงรุนแรงในช่วงนี้เป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว โดยน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำเพียงช่วงระหว่างไตรมาส 1/2563 ไม่เกินไตรมาส 2/2563 ราคาน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติตามกลไกตลาด ซึ่งปีนี้ทั้งปี ปตท.ยังคงคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่เหมาะสมเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 50-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การลดลงของราคาน้ำมันดิบตลาดโลกถือเป็นผลดีต่อประเทศไทย จากที่ผ่านมาราคาอยู่ที่ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 30-40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ขณะเดียวกันการส่งเสริมให้คนใช้น้ำมันดีเซลเกรดพิเศษบี 10 เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นและลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศตามนโยบายของรัฐบาลนั้นอาจมีราคาที่ไม่จูงใจให้คนใช้เท่าที่ควรในช่วงที่ราคาน้ำมันถูก ดังนั้นภาครัฐควรใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยอุดหนุนเพิ่มเติมเพื่อให้ราคาขายปลีกถูกลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนตัวยอมรับว่าท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันในภาคขนส่งและโลจิสติกส์ก็ลดลงเช่นเดียวกับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ เช่น การใช้น้ำมันเครื่องบินจากผลพวงของการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องทั้งอาหาร โรงแรม เป็นต้น ยกเว้นปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าอาจเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนมาดูหนังฟังเพลง สนทนา ประชุม/สัมมนาผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่า สำหรับแนวคิดให้ผู้ค้าน้ำมันไปศึกษาแนวทางปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในตลาดลงเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพและกระตุ้นกิจกรรมการเดินทางออกมาท่องเที่ยว/จับจ่ายใช้สอยในภาวะสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดนั้น ปตท.ยืนยันว่าปัจจุบันราคาขายปลีกน้ำมันในสถานีบริการอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้วซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดที่ผู้ค้าน้ำมันหลายรายแข่งขันกันอย่างเสรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ากระทรวงพลังงานจะกระตุ้นปริมาณความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ผมมองว่าท่ามกลางสภาวการณ์ที่คนขาดความเชื่อมั่น ไม่เดินทางไม่ท่องเที่ยวทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลงอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าคนไม่ใช้น้ำมันต่อให้ลดราคาน้ำมันลงเท่าไหร่ แต่คนไม่เดินทาง การลดราคาก็ไม่เป็นผล ผมเห็นว่าเรื่องนี้รัฐมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถนำเงินเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาดีเซลเกรดพิเศษบี 10 ให้มากขึ้น เพื่อให้ราคาถูกกว่าราคาน้ำมันขายปลีกสำเร็จรูปดีกว่า&amp;rdquo;นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ภาคครัวเรือนแก่ผู้มีรายได้น้อยนั้น ปตท.พร้อมให้การสนับสนุนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประมาณ 30-60 ล้านบาทภายใน 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริงท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่หวังว่าจะยุติลงได้ภายใน 3-6 เดือน โดยคาดมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.นี้ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังจะพิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน), ราคาน้ำมันตลาดโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac5e138d67b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ตีกรอบราคาน้ำมันโลกไม่ทะลุ 90 เหรียญ/บาร์เรล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน ไม่น่าจะขึ้นสูงถึง 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล น่าจะสูงสุดที่ 80-90 เหรียญสหรัฐ เหตุสหรัฐฯ เริ่มออกแรงกดดันประเทศผู้ผลิตหามาตรการดูแล ขณะที่ซาอุดิอาระเบียเริ่มเพิ่มกำลังการผลิตแล้ว เผยหากราคาน้ำมันขึ้น จะทำให้สินค้าส่งออกที่เกี่ยวเนื่องน้ำมันราคาดีขึ้น รวมถึงยางพารา และหนุนเป้าส่งออก 9% ทำได้ง่ายขึ้น ส่วนผลต่อเงินเฟ้อ มีแน่ แต่ยังไม่ชัด

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นว่า เกิดจากการเก็งกำไร และผลต่อเนื่องจากการคว่ำบาตรอิหร่านเป็นหลัก โดยในชั้นนี้ คาดว่าราคาน้ำมันจะสูงกว่าตัวเลขที่ สนค. ใช้ในการประมาณการณ์การส่งออกและเงินเฟ้อที่ระดับ 65-75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยอาจจะขึ้นมาที่ 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่คาดว่าจะไม่สูงถึง 100 เหรียญสหรัฐ เพราะสหรัฐฯ มีท่าทีที่จะหาความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เพื่อหลีกเลี่ยงราคาน้ำมันที่สูงเกินไป อีกทั้งกลุ่มประเทศโอเปกอาจจะมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น การผลิตทดแทนน้ำมันของอิหร่าน อีกทั้งเศรษฐกิจโลกมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ร้อนแรง ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันไม่เร่งตัวมากนัก

&amp;nbsp;&amp;ldquo;สหรัฐฯ น่าจะเพิ่มแรงกดดันประเทศผู้ผลิตต่างๆ เพื่อหามาตรการดึงราคาน้ำมันให้ลง โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเสมอว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้ราคาน้ำมันแพงเกินไป เพราะจะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และล่าสุดซาอุดิอาระเบียเริ่มให้ข่าวแล้วว่าพร้อมจะสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดน้ำมันโลก โดยอาจจะเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน พ.ย.นี้&amp;rdquo;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว

ทั้งนี้ จากการคำนวณของ สนค. หากราคาน้ำมันขึ้นมาอยู่ที่ 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปี 2561 โดยในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 69 เหรียญสหรัฐ จะทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 38-56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันขยายตัวเพิ่มขึ้น 26-36% และส่งผลต่อการส่งออกรวมประมาณ 2.6-3.6% ซึ่งจะสนับสนุนการส่งออกให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 9% ได้ง่ายขึ้น โดยการส่งออก9% จะต้องส่งออกเดือนที่เหลือให้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 7.1%

สำหรับผลต่อเงินเฟ้อ สนค. ได้ตั้งประมาณการณ์เงินเฟ้อไว้ที่ 0.8&amp;ndash;1.6% ซึ่งแม้ว่าราคาน้ำมันจะขึ้นมาที่ระหว่าง 80-90 เหรียญสหรัฐ ก็จะยังไม่ทำให้หลุดกรอบนี้ แต่อาจจะส่งผลให้ค่ากลางที่ 1.25% สูงขึ้นบ้าง โดยยังไม่ชัดเจนว่าจะขึ้นเท่าไร เพราะช่วงปลายปีจะมีสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดมากขึ้น และอาจจะส่งผลให้ราคาลดลง ยกเว้นยางพาราที่ปกติจะราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่เห็นชอบให้ขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบ จึงยังไม่มีแรงกดดันให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในส่วนของบุหรี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19148</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, การส่งออก, พิมพ์ชนก วอนขอพร, ยางพารา, ราคาน้ำมันตลาดโลก, เงินเฟ้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c89c4d89d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนพ.จับตา&quot;โจมตีซีเรีย&quot;ใกล้ชิด คาดส่งผลราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นชั่วคราว/เชื่อไม่บานปลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 14เม.ย.61- นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) &amp;nbsp;กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐและซีเรียอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา &amp;nbsp;ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลต่อทางจิตวิทยา ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นราว 4-5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปรับขึ้นอยู่ที่ 67 &amp;nbsp;เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำดิบเบรนท์ อยู่ที่ &amp;nbsp;72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่เชื่อว่าหากสงครามสหรัฐและซีเรีย ไม่บานปลายก็จะส่งผลทางจิตวิทยาต่อราคาน้ำมันให้ปรับขึ้นชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากประเทศซีเรียไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใกล้กับการขนส่งน้ำมัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนราคาขายปลีกในประเทศคาดว่าจะปรับขึ้นสะท้อนราคาน้ำมันตลาดโลก แต่คาดหากเป็นสถานการณ์เพียงระยะสั้น ราคาน้ำมันจะปรับลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยราคาน้ำมันชายปลีก ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ของปตท.ณ วันที่ 14 เมษายน 2561 &amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา27.95บาท/ลิตร &amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 25.44 บาท/ลิตร &amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์ E85 &amp;nbsp;ราคา &amp;nbsp;20.14 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 27.68 บาท /ลิตร &amp;nbsp;เบนซิน 95 ราคา 35.06 บาท/ลิตร &amp;nbsp;ดีเซล ราคา 27.29 บาท/ลิตร แก๊ส NGVราคา 13.57 บาท/ลิตร ดีเซลหมุนเร็ว พรีเมียม ราคา &amp;nbsp;30.29 &amp;nbsp;บาท/ลิตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัดแย้งสหรัฐ, ซีเรีย, ราคาน้ำมันตลาดโลก, สนพ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180414/image_big_5ad1caa23e414.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
