<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าชายซาอุฯ หวั่น เปิดศึกอิหร่านทำลายเศรษฐกิจโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ทรงเตือนว่าการทำสงครามกับอิหร่านจะผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานอย่างไม่เคยมีมาก่อนและเศรษฐกิจทั่วทั้งโลกพังครืน พร้อมย้ำว่าพระองค์ทรงสนับสนุนใช้การทูตแก้ปัญหามากกว่าใช้การทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียซึ่งทำหน้าที่องค์ประมุขของราชอาณาจักรแห่งนี้โดยพฤตินัย พระราชทานสัมภาษณ์แก่รายการ &amp;quot;ซิกซ์ตีมินิตส์&amp;quot; ทางสถานีซีบีเอสของสหรัฐ ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29&amp;nbsp; กันยายนที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐ โดยทรงเตือนว่า หากประเทศทั้งหลายในโลกไม่ดำเนินการอย่างหนักแน่นเข้มแข็งเพื่อยับยั้งอิหร่าน สถานการณ์ก็จะลุกลามบานปลายถึงขั้นคุกคามผลประโยชน์ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดส่งน้ำมันจะหยุดชะงัก ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงถึงระดับที่เหลือเชื่ออย่างที่เราไม่เคยพบพานมาก่อนในช่วงชีวิตนี้&amp;quot; เจ้าชายโมฮัมเหม็ดตรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายยังทรงเห็นด้วยกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่กล่าวว่า การโจมตีโรงน้ำมันของซาอุดีอาระเบียถือเป็นการประกาศสงครามจากอิหร่าน กระนั้นพระองค์ทรงสนับสนุนการหาทางออกอย่างสันติวิธี เพราะสงครามระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านจะสร้างหายนะต่อเศรษฐกิจโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การหาทางออกทางการเมืองอย่างสันติวิธีดีกว่าการใช้การทหารมากนัก&amp;quot; เจ้าชายตรัสย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายทรงยกเหตุผลด้วยว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นแหล่งจัดหาพลังงานราว 30% ของโลก&amp;nbsp; และการค้าราว 20% ก็ใช้เส้นทางนี้ จีดีพีของภูมิภาคนี้คิดเป็นราว 4% ของโลก หากว่าทั้ง 3 สิ่งนี้หยุดชะงัก ก็หมายความว่าเศรษฐกิจโลกจะพังครืนลงทั้งหมด ไม่ใช่เพียงซาอุดีอาระเบียหรือตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ตรัสถึงการโจมตีโรงงานน้ำมัน 2 แห่งของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 14 กันยายน ซึ่งซาอุฯ&amp;nbsp; และสหรัฐโทษว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ว่าการโจมตีครั้งนั้นที่กระทบต่อการจัดหาน้ำมันราว 5% ของโลก เป็นการกระทำที่โง่เขลา เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของการโจมตีครั้งนี้ก็คือเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ก่อเหตุนั้นโง่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านยืนกรานปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งอิหร่านหนุนหลัง ประกาศอ้างผลงาน แต่นานาชาติไม่เชื่อว่ากลุ่มนี้มีขีดความสามารถถึงขั้นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการพระราชทานสัมภาษณ์ครั้งนี้ เจ้าชายยังได้ตรัสถึงการสังหารจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์นักวิจารณ์ราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ที่สถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วด้วยว่า เมื่อเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ และพระองค์คือผู้รับผิดชอบสูงสุดในฐานะผู้นำของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุดีอาระเบีย, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, ราคาน้ำมันพุ่ง, สงคราม, อิหร่าน, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d92077654e61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
