<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์จัดข้าวเหนียวถุงราคาถูกช่วยเหลือประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ส.ค.2562 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับตัวแทนสมาคมโรงสีข้าวไทย และสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย ว่า กรมฯ ได้ขอความร่วมมือให้สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทยจัดทำข้าวสารเหนียว 10% บรรจุถุง ยี่ห้อกรมการค้าภายใน ขนาด 2 กิโลกรัม (กก.) และ 5 กก. ปริมาณ 2-3 แสนถุง เพื่อนำออกมาจำหน่ายบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจากปัญหาราคาข้าวเหนียวปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มวางตลาดในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้กำหนดราคาจำหน่ายไม่เกิน กก.ละ 35 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาท้องตลาดประมาณ 10-15 บาทต่อกก. จากราคาตลาดที่กก.ละ 45-50 บาท หรือข้าวถุง 2 กก. ราคาถุงละ 70 บาท และข้าวถุง 5 กก. ราคาถุงละ 175 บาท ส่วนช่องทางการจำหน่าย จะกระจายไปยังพื้นที่ๆ คาดว่าประชาชนที่บริโภคข้าวเหนียวจะได้รับความเดือดร้อน เช่น ภาคเหนือบางส่วน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านร้านธงฟ้าพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นประมาณ 4 หมื่นแห่ง และในห้างสรรพสินค้า ซึ่งการซื้อในห้างจะมีเงื่อนไขให้เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย และซื้อได้ไม่เกิน 3 ถุงสำหรับถุง 2 กก. และ 1 ถุง สำหรับถุง 5 กก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า โครงการนี้ จะใช้ข้าวสารปริมาณ 500-1,000 ตัน ซึ่งสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงจะเป็นผู้จัดหาจากโรงสี และตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพข้าว ที่จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมฯ กำหนด โดยต้องเป็นข้าวเหนียวปี 2561/62 เท่านั้น และจะต้องมีคุณภาพดี ไม่มีสีคล้ำ ไม่มีกลิ่นอับ ส่วนงบประมาณในการดำเนินการ สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุง จะได้ค่าบรรจุ ขณะที่ค่าขนส่ง กำลังต่อรองกับผู้ประกอบการที่จะเข้ามาช่วยอยู่ หรืออาจจะใช้กลไกที่สมาคมฯ มีอยู่ในการช่วยกระจาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การผลิตข้าวเหนียวถุงออกมาจำหน่าย ไม่เป็นการบิดเบือนกลไกตลาด เพราะช่วยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย และเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน โดยหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ก็อาจจะต้องผลิตเพิ่ม แต่จะไม่ทำเยอะไป เนื่องจากอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาข้าวเปลือกเหนียวที่กำลังจะออกสู่ตลาด ทั้งนี้ คาดว่าหลังจากเดือนก.ย.2562 ไปแล้ว สถานการณ์จะดีขึ้น หลังจากที่ผลผลิตข้าวเปลือกเหนียวเริ่มออกสู่ตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการตรวจสอบสต๊อก มีผู้ประกอบการทั้งโรงสี ผู้ค้าข้าว รายงานเข้ามาจำนวน 600 ราย มีข้าวปริมาณ 4 หมื่นตัน ซึ่งหลังจากนี้ พาณิชย์จังหวัดและค้าภายในจังหวัดจะลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบยืนยันตัวเลขที่ได้แจ้งมาถูกต้องหรือไม่ และในส่วนกรุงเทพฯ และนนทบุรี กรมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44547</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ข้าวเหนียวถุง, ราคาพิเศษ, วิชัย โภชนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2773079f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2018 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2018 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ชี้ปีนี้ข้าวราคาดี เตรียมหาทางช่วยชาวนาลดต้นทุนรถเกี่ยวนวด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;ช่วยลดต้นทุนชาวนา ประสานชมรมรถเกี่ยวนวดข้าวไทยลงพื้นที่ไปช่วยเกี่ยวข้าวในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด คิดราคาถูกกว่าปกติเหลือ 450-500 บาทต่อไร่ พร้อมย้ำปีนี้เป็นปีทอง หลังผลผลิตลด ราคามีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เผยข้าวเปลือกหอมมะลิปัจจุบันตันละ 1.6-1.7 หมื่นบาท บางพื้นที่ทะลุ 1.8 หมื่นบาท ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 8 พันบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2561 กรมฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ชมรมรถเกี่ยวนวดข้าวไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมอนามัย มาหารือเพื่อแก้ไขปัญหารถเกี่ยวข้าวไม่เพียงพอในช่วงที่ผลผลิตข้าวเปลือกปี 2561/62 ออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.ของทุกปี ทำให้เกษตรกรบางพื้นที่ประสบปัญหาไม่สามารถเกี่ยวข้าวได้ หรือจะไปจ้างรถมาเกี่ยวก็มีค่าบริการที่สูง โดยชมรมรถเกี่ยวนวดข้าวไทย จะคิดค่าบริการรถเกี่ยวแก่เกษตรกรในอัตรา 450-500 บาทต่อไร่ จากปกติ 700 บาทต่อไร่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะอำนวยความสะดวกในการอนุญาตให้ผู้ประกอบการรถเกี่ยวบรรทุกขนย้ายรถเกี่ยวนวดข้าวเป็นการชั่วคราวจนถึงเดือนก.พ.2562 และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะพิจารณายกเว้นหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวนอกสถานที่ในอัตราต่ำสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าว เป็นการช่วยลดต้นทุนให้กับชาวนาได้ถึงไร่ละ 200-300 บาท ในช่วงที่ผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดมาก ทำให้ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวได้ทัน ผลผลิตข้าวมีคุณภาพดี และขายข้าวเปลือกได้ในราคาที่สูงขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกนาปีขณะนี้ มีแนวโน้มที่เกษตรกรจะขายได้ราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยข้าวเปลือกหอมมะลิปัจจุบันอยู่ที่ 1.6-1.7 หมื่นบาทต่อตัน บางพื้นที่ขึ้นไปถึง 1.8 หมื่นบาทต่อตัน สูงเป็นประวัติการณ์ เพราะผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิปีนี้ โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ร้อยเอ็ด นครราชสีมา ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น ชัยภูมิ เกิดภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตลดลง 20% คาดว่าจะมีผลผลิตเพียง 7 ล้านตัน และในจำนวนนี้จะออกสู่ตลาดช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. ประมาณ 5 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้าวเปลือกเจ้า คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 18 ล้านตัน โดยราคาข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสดอยู่ที่ตันละ 6.5-6.7 พันบาท และข้าวเปลือกเจ้าแห้งตันละ 8 พันบาท ซึ่งเป็นราคาที่ปรับสูงขึ้นจากปีที่แล้ว และคาดว่าราคาจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ประเมินว่าราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาจะขายได้ยังคงมีราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมาทุกชนิดข้าว แม้ช่วงนี้ข้าวฤดูกาลใหม่จะออกสู่ตลาด เพราะปัจจุบันมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และประเทศในแถบแอฟริกา และผลจากการที่สต๊อกข้าวรัฐบาลเหลือในปริมาณที่น้อยมาก ทำให้ไม่มีปัจจัยลบที่เป็นตัวกดราคาข้าวในประเทศ โดยปีนี้ คาดว่าไทยจะส่งออกข้าวได้ตามเป้าหมาย 11 ล้านตันอย่างแน่นอน&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่มีข้าวว่ามีการนำข้าวหอมปทุมธานีในพื้นที่ภาคกลางขึ้นไปขายเป็นข้าวหอมมะลิ เพราะได้ราคาดีกว่านั้น กรมฯ ได้ประสานงานไปยังพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมปทุมธานีให้ช่วยสอดส่องดูแลแล้ว และไม่เชื่อว่าจะมีการดำเนินเช่นนี้ได้ เพราะโรงสีที่รับซื้อข้าวมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบข้าวอยู่แล้ว แต่ถ้าพบว่ามีการดำเนินการจริง จะจัดการขั้นเด็ดขาดในข้อหาฉ้อโกง มีโทษทั้งปรับและจำคุก เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของข้าวหอมมะลิเสียหาย หรือหากใครมีเบาะแส ก็สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน 1569&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า มาตรการดูแลราคาข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก รัฐบาลได้ดำเนิน 3 โครงการ เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย.2561 เป็นต้นไป คือ โครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยช่วยเหลือค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท กรณีฝากไว้ในยุ้งฉางต้นเอง และตันละ 1,000 บาท ฝากไว้ที่สหกรณ์ และช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกิน 12 ไร่ หรือครัวเรือนละ 18,000 บาท , โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร &amp;nbsp;และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ปัญหาในพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการรับซื้อน้อย ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดจัดตลาดนัดข้าวเปลือก โดยนำผู้ประกอบการจากพื้นที่อื่นหรือนอกจังหวัดเข้ามาร่วมรับซื้อเพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ในการซื้อขาย รวมทั้งได้รับความเป็นธรรมในการชั่งน้ำหนักและวัดความชื้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21261</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, ข้าวราคาดี, รถเกี่ยวนวดข้าว, ราคาพิเศษ, วิชัย โภชนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2773079f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
