<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสวนยางเฮ!สิ้นปีพุ่ง100บาทแน่ ชี้โควิดสร้างโอกาสเร่งผลิตถุงมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63- นายประยูรสิทธิ์ คณานุรักษ์ ประชาสัมพันธ์ เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 31 ต.ค. &amp;ndash; 1 พ.ย. 63 ระยะ 2 วัน ยางได้ราคาร่วงมา 9 บาท / กก. โดยเฉพาะน้ำยางสด ซึ่งตรงกับวันที่ตลาดกลางยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หยุดทำการ ทำให้น้ำยางสด จาก 72 บาท / กก. มาเหลือ 63 บาท / กก. โดยประมาณ &amp;nbsp;ส่งผลต่อจิตวิทยา จึงขอส่งสัญญาณว่าชาวสวนยางไม่ต้องวิตกกังวล &amp;nbsp;เป็นการทุบราคาเพราะกลุ่มนักเก็งราคาซื้อขายในตลาดล่วงหน้า ต้องการดึงราคาให้ต่ำลงมา เนื่องจากได้ซื้อขายล่วงหน้าไว้ในราคาต่ำ แต่เมื่อถึงกำหนดตามสัญญาส่งมอบยาง ราคาได้ขยับขึ้น ส่งผลให้ต้องหาซื้อยางที่ราคาสูง จึงจะส่งผลกระทบต่อภาวะขาดทุน จึงต้องลากราคาลงมาเพื่อป้องกันมิให้ขาดทุนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูรสิทธิ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ทางออกของชาวสวนยาง ไม่ต้องกังวลกรีดยางแล้วให้เก็บยางสต๊อกไว้ ราคาจะขยับสูงขึ้นอีก เพราะขณะนี้ในภาคใต้เข้าสู่ฝดูฝน ไม่สามารถกรีดยางได้เต็ม แม้จะกรีดได้แต่มีปริมาณยางน้อยมากที่มาจากหลายปัจจัยที่ประสบอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ &amp;nbsp;คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ &amp;nbsp;กล่าวว่า จากรายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ในเดือนตุลาคม 2563 ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม (42.60) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกันยายน (41.80) แต่หากเปรียบเทียบกับเดือนตุลาคม พ.ศ.2562 ซึ่งอยู่ที่ 48.30 นับว่ายังน้อยกว่ามาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.วิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมที่เพิ่มขึ้นปัจจัยบวกคือ ราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เช่น ปาล์มน้ำมันปรับตัวขึ้นจากราคาน้ำมันปาล์มดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้พลังงานไบโอดีเซลภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;จึงผลักดันให้ราคาทะลายปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุด คือราคายางพารา ได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดราคายางแผ่นรมควัน ชั้น 3 ที่ ตลาดกลางยางพารา จังหวัดสงขลา พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุด 82.76 บาท/ กก. ขณะที่ราคายางยังคงอยู่ในแนวบวกอย่างต่อเนื่อง และสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.วิวัฒน์ กล่าวต่อว่า โดยคาดกันว่า ราคายางในประเทศจะขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 90 บาทในอีกไม่นาน โดยปัจจัยที่ส่งผลจากหลายปัจจัย ดังนี้ &amp;nbsp;1.การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้โรงพยาบาลต่าง ๆ มีความต้องการใช้ถุงมือยาง โดยเฉพาะน้ำยางข้นที่จะนำไปใช้ผลิตเป็นถุงมือยาง ส่งผลให้น้ำยางข้นมีราคาสูงขึ้น ในขณะที่การผลิตยางแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควัน รวมถึงเศษยางมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงานผลิตล้อยาง และสินค้าอื่น ๆ เมื่อมีความต้องการสูง แต่สิ่งที่มีอยู่จำนวนน้อยกว่าความต้องการ จึงทำให้ราคายางแผ่นมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำยางข้นเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ยางพาราในตลาด มีจำนวนที่น้อยลงมาก เนื่องจากแรงงานเมียนมา ซึ่งเป็นแรงงานส่วนใหญ่ที่รับจ้างกรีดยางได้เดินทางกลับประเทศในช่วงที่ประเทศไทย ประกาศล็อกดาวน์ ทำให้ในปัจจุบันแรงงานอีกจำนวนมาก ยังไม่สามารถกลับเข้ามาในประเทศไทยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สภาพอากาศในกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางพารา เวียดนาม จีนตอนใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย มีฝนตกชุก เกิดน้ำท่วมขัง และมีพายุพัดผ่านหลายลูก ส่งผลให้ผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาดน้อยลง &amp;nbsp;4. ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งตรงกับกำหนดส่งมอบยางตามสัญญาซื้อขายที่ทำไว้ล่วงหน้า ทำให้ผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาดไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ยาง และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้ง ยังมีการเก็งกำไรเกิดขึ้นในประเทศ จนเกิดความกังวลว่าผลผลิตยางพาราจะไม่เพียงพอสำหรับความต้องการใช้ของตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.วิวัฒน์ กล่าวต่อว่า โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ยังคงอยู่ในระดับ 80 กว่าบาท / กก. และอาจจะดีดตัวไปถึง 100 บาท / กก. ได้ และราคาจะทรงอยู่เช่นนี้อย่างน้อยไปจนถึงกลางปี พ.ศ.2564 &amp;nbsp;แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งช่วงนั้นราคายางจะเริ่มตกลงตามลำดับ เนื่องจากความต้องการถุงมือยางได้ลดน้อยลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.วิวัฒน์ กล่าวว่า จากผลการศึกษา พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นประชาชนภาคใต้ เดือนตุลาคม ดัชนีที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน รายได้จากการทำงาน และความสุขในการดำเนินชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกษตรชาวสวนยาง เนื่องจากราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82472</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราคายางพารา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9e593e053ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; จัดหนักดันราคายาง!ตั้งคณะทำงาน 4 ฝ่ายลุยตรวจสต๊อกที่ผู้ประกอบการใช้สิทธิ์รัฐกู้ดอกเบี้ยต่ำ หวังกระตุ้นการรับซื้อยางจากเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 63 - นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ทั้งชาวสวน ส่วนราชการ การยางแห่งประเทศไทย ผู้ซื้ออุตสาหกรรมแปรรูปและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับยางพาราเมื่อ 10 กันยายน 2563 โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางในการกระตุ้นการซื้อขายและพยุงยกระดับราคายางพารา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศ พบว่าความต้องการยางมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการฟื้นตัวของประเทศจีนที่เป็นผู้ใช้ยางรายใหญ่ โดยเฉพาะในส่วนของภาคอุตสาหกรรมรถยนต์และถุงมือยาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบทำให้ราคายางแต่ละชนิดมีความเคลื่อนไหวผันผวน เกิดจากการนำน้ำยางข้นไปใช้ผลิตถุงมือยางมากขึ้น ปริมาณยางแผ่นดิบในตลาดลดลง และปัญหาขาดแคลนแรงงานกรีดยาง ทำให้การทำยางแผ่นลดลง ไม่เพียงพอกับความต้องการ ที่ประชุมจึงได้มีข้อสรุปร่วมกันในการกำหนดมาตรการเพื่อพยุงราคายางในประเทศ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ตรวจสอบสต็อกยางที่กำหนดให้ผู้ค้าต้องแจ้งปริมาณตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) โดยจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เพื่อจัดทีมงานตรวจสอบปริมาณยางคงเหลือในสต็อกของผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยจะตรวจสต็อกของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของภาครัฐด้วย ซึ่งจะเริ่มปูพรมตรวจสอบทั่วประเทศภายในสิ้นเดือนกันยายน 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งรัดโครงการโค่นยางและปลูกพืชทดแทน โดยให้หามาตรการจูงใจเพิ่มให้เกษตรกรที่หันไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นแทนยาง เพื่อลดพื้นที่ปลูกยางให้บรรลุเป้าหมายโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พิจารณาปรับปรุงเงื่อนไข รูปแบบการเข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่ภาครัฐให้การสนับสนุนแก่สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก ในวงเงิน 65,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการซื้อขายยางในระบบ ให้การดูดซับปริมาณยางมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กระทรวงพาณิชย์จะขยายตลาดส่งออก โดยกำหนดเจรจาธุรกิจทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อซื้อขายยางพาราและผลิตภัณฑ์ ในวันที่ 30 กันยายน 2563 และ 1 ตุลาคม 2563 นี้ และในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2563 กระทรวงพาณิชย์จะร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงาน &amp;ldquo;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด Thailand Rubber Expo &amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นการซื้อขายยาง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ และสินค้านวัตกรรม ที่สามารถนำไปมอบเป็นของขวัญ เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2564 ได้ &amp;nbsp;โดยเป็นการจัดงานวิถีใหม่ ที่มีการจัดนิทรรศการ การแสดงสินค้า และการเจรจาธุรกิจซื้อขาย ทั้งระบบออฟไลน์และออนไลน์ หากพบว่า มีการกดราคา หรือมีพฤติกรรมเป็นการเอาเปรียบทางการค้า ซึ่งกรมการค้าภายในจะประสานสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77211</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, พาณิชย์, ราคายางพารา, ส่งออก, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5c60a200fde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลมั่นใจแก้ราคายางมาถูกทาง เผยราคาพุ่งทะลุ 60 บาทต่อกิโล ครั้งแรกในรอบ 3 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.63 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ราคายางพารายางแผ่นรมควันชั้น 3 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขยับเกิน 60 บาทต่อกิโลกรัม เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการในตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีการสั่งซื้อปริมาณมากหลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ทั้งนี้ เพื่อให้ยางพาราไทยมีศักยภาพทางการแข่งขัน เป็นที่ต้องการมากกว่าสินค้าจากประเทศอื่น การผลิตจึงต้องสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งด้านราคาและคุณภาพ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;การตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่/เพิ่มมูลค่า ต่อยอดและลดข้อจำกัดผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ เจาะตลาดผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะกลุ่ม ขยายตลาดต่างประเทศ ลดต้นทุนการผลิต โดยจะมีโครงการสำคัญเกิดขึ้นหลายโครงการ เช่น 1)โครงการสนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนาสินค้ายางพาราให้แก่คนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมยางพารา 2) แผนผลักดัน &amp;ldquo;สตาร์ตอัพ&amp;rdquo; เป็นการให้การช่วยเหลือแหล่งทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ และ 3) โครงการรับเบอร์วัลเล่ย์ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้านวัตกรรมยางพาราครบวงจรของโลก ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่าและดึงดูดนักลงทุน กยท.คัดเลือกพื้นที่ในจังหวัด นครศรีธรรมราช คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้

สำหรับการแพร่ระบาดของโควิด19 แม้จะมีผลกระทบต่อความต้องการใช้ยางพาราในภาพรวมช่วงต้นปี แต่การส่งออกถุงมือยางของไทย ซึ่งเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากมาเลเซีย กลับมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8-15% ด้วยโอกาสอันหน้าสนใจบวกกับศักยภาพของประเทศ รัฐบาลตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็น &amp;ldquo;ศูนย์กลางการผลิตถุงมือยางธรรมชาติของโลก&amp;rdquo; ที่คาดว่าในปีนี้ จะมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลัก จะบูรณาการการทำงานกับหลายภาคส่วน เช่น กระทรวงพาณิชย์ผลักดันเรื่องการตลาด จัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ค้าและผู้ซื้อถุงมือยาง การทำงานร่วมกันของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ มหาวิทยาลัยต่างๆ และผู้ประกอบการถุงมือยาง เรื่องงานวิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีถุงมือยาง

และควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าเพื่อมุ่งเป้าตลาดต่างประเทศ นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้เดินหน้าในเรื่องการจัดการอุปสงค์อุปทานยางพาราในประเทศ เพราะตระหนักดีว่าจะพึ่งพิงการส่งออกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ที่ผ่านมา มีการเร่งรัดการใช้ยางพาราของหน่วยงานภาครัฐไปแล้ว สำหรับปี 2563-2565 มีแผนการใช้ยางพาราของกระทรวงคมนาคม ปริมาณ 1 ล้านตัน ในโครงการอุปกรณ์ทางด้านการจราจร มากไปกว่านั้น ยังมีมาตรการลดอุปทานยาง ตั้งเป้าทำโซนนิ่งพื้นที่ 2 ล้านไร่ ที่เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะได้รับการส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทนหรือปลูกพืชผสมผสาน คาดจะลดปริมาณการผลิตได้ประมาณ 5 แสนตัน เบื้องต้น ตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะทำการโซนนิ่งได้ 4 แสนไร่

&amp;ldquo;ราคายางพารามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความต้องการของตลาดโลกและประเทศจีน การใช้ &amp;ldquo;การตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; จะทำให้ยางพาราไทยมีโอกาสส่งออกมากกว่าประเทศอื่น เพราะใช้ความต้องการของตลาดเป็นตัวตั้ง สิ่งที่สำคัญ ขอให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ ร่วมมือในการปรับตัว จะทำตามที่เคยชินโดยไม่สนใจตลาดและคู่แข่งไม่ได้ ส่วนมาตรการเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศจากภาครัฐ และการลดพื้นที่ปลูกยางจะมีส่วนช่วยยกระดับราคายางในระยะยาวได้อย่างแน่นอน สำหรับโครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง ได้ผ่านการเห็นชอบในหลักการของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติแล้ว รอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ขอให้เกษตรกรมั่นใจว่ารัฐบาลมีมาตราการสร้างเสถียรภาพราคายาง และดูแลชาวสวนยางในยามที่ราคาตกต่ำ แต่ทุกอย่างจะสำเร็จได้ก็ต้องมาจากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน&amp;rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76552</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวสวนยาง, รัชดา ธนาดิเรก, ราคายางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05c0cc006da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อู๊ดด้า&#039; เซ็น MOU 9 ฉบับส่งออกยาง 8 พันล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.62 - ที่ เมืองทองธานี ที่ห้องวีนัส 3-4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงาน Thailand Rubber Expo จัดโดยการยางแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยานบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือทางด้านธุรกิจ รวม 2 ชุด แบ่งเป็น MOU ระหว่างการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กับบริษัทเอกชน และ MOU ระหว่างสหกรณ์กองทุนสวนยางกับภาคเอกชน โดยมีการเซ็นข้อตกลง MOU ทั้งหมด 9 ฉบับ สร้างมูลค่าส่งออกยาง 1.4 แสนตัน รวม 8,070 ล้านบาท
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การยางแห่งประเทศไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความตั้งใจในการทำงานตามนโยบายรัฐบาล สำหรับการทำบันทึกข้อตกลงหรือ MOU 9 ฉบับ มีมูลค่าการส่งออกยางพาราประเภทผลิตภัณฑ์ต่างๆ 140,000 ตัน มูลค่าทั้งหมด 8,070 ล้านบาท นอกจากนี้แล้ว ยังจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ผลิตภายในงาน Thailand Rubber Expo เพิ่มเติมอีกด้วย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเจรจาจะมียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในส่วนของยางพารา ได้มีการเซ็นข้อตกลงไปแล้วทั้งหมดเป็นมูลค่า 34,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือทางด้านธุรกิจ ระหว่างการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กับบริษัทเอกชนรวม 5 ฉบับ โดยกล่าวว่า การเปิดเวทีลงนาม MOU ทั้งหมดรวม 9 ฉบับ ในการจัดงาน Thailand Rubber Expo ของ กยท. ในวันนี้นับเป็นโอกาสดีที่จะช่วยเพิ่มยอดการส่งออกยางพาราให้มากขึ้น และเป็นการเร่งรัดการระบายสต๊อคยางพารา เพื่อยกระดับราคายางพารา รวมถึงช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราให้มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตยางพาราอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51469</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พาณิชน์, ราคายางพารา, ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95add4a6d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;แก้ราคายางต่ำตก เน้นส่งเสริมการแปรรูป ผุดไอเดียแปรรูปเป็นแผ่นปูพื้น ทำสนามเด็กเล่นทั่วประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.62 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ อาทิ นายรังสิมันต์ โรม,&amp;nbsp; นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์, นายสมชาย ฝั่งชลจิตร รวมถึง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางไปยังพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อรับฟังข้อมูลปัญหาของประชาชน โดยในช่วงเช้าเข้าเยี่ยมชมพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปยางพารา ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางโสตประชา จำกัด ซึ่งเป็นโรงแปรรูปยางพาราให้เป็นแผ่นปูพื้นยาง พร้อมพูดคุยกับสมาชิกและผู้บริหารสหกรณ์ถึงแนวทางการแปรรูปยางในประเทศไทย

นายธนาธรระบุว่า รู้สึกดีใจที่จะได้มาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของการแปรรูปยางที่นี่ นี่คือแนวทางแห่งอนาคตของประเทศไทย คือการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาใช้แปรรูปสินค้าการเกษตร ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเดินไปทางดูโรงงานแปรรูปยางในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด เพื่อจะได้เรียนรู้การแปรรูปยางที่หลากหลาย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสิ่งที่รัฐบาลพยายามคิดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ซึ่งจะมีเรื่องของยางและสินค้าเกษตรอื่นๆอยู่ด้วย ตนเห็นว่ามีความจำเป็นในระยะสั้น ประชากรไทยจำนวนมากทั่วประเทศต่างมีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับสินค้าทางการเกษตร แต่ทุกวันนี้ พืชเศรษฐกิจหลักๆของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์ม ข้าว มันสำปะหลัง ต่างได้รับผลกระทบราคาตกหมด เพราะฉะนั้น มาตรการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรมีความจำเป็น แต่ในระยะยาวอนาคตต้องอยู่ที่การแปรรูป

&amp;ldquo;ยกตัวอย่าง มาเลเซียวันนี้กลายเป็นผู้นำเข้ายางพาราแล้ว จากที่เมื่อหลายสิบปีก่อนเป็นผู้ส่งออกยางพาราแข่งกับประเทศไทย ที่ผ่านมามาเลเซียพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการแปรรูปอย่างจริงจังมากจนกลายเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ทำจากยางไปแล้ว ถ้าวันนี้ไปดูที่ด่านสะเดา จะพบว่าเป็นด่านที่มูลค่าการค้าสูงมาก สินค้าที่ส่งออกจากบ้านเราเป็นหลักคือยางพาราดิบ แม้ดูเหมือนจะดี แต่ในอีกนัยหนึ่ง นี่กลายเป็นว่ามูลค่าเพิ่มจากยางพาราของไทยไปอยู่ที่มาเลเซียหมด ผมคิดว่า นี่คือจังหวะเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงจริงๆ เพื่อให้สินค้าเกษตรของประเทศไทยได้ถูกแปรรูปด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในส่วนของยางพาราเอง พรรคอนาคตใหม่มี ส.ส.เจนวิทย์ ไกนสินธุ์ ที่ได้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำงานศึกษาในเรื่องยางพาราโดยตรง ที่ผ่านมา ผมได้ฝากให้นายเจนวิทย์ไปผลักดันในคณะกรรมาธิการฯเพื่อให้เกิดโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง&amp;rdquo; นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ที่มีการพูดถึงว่ายางพาราสามารถนำไปทำถนนได้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่งานวิจัยที่เป็นวิทยาศาสตร์ยังสับสนอยู่ ว่าเอาเข้าจริงแล้ว การทำถนนด้วยยางพาราทำได้หรือไม่ ด้วยสูตรหรือส่วนผสมอะไร บางมหาวิทยาลัยบอกว่าทำได้ บางมหาวิทยาลัยบอกว่าทำไม่ได้ ตนจึงอยากผลักดันให้มีการวิจัยอย่างจริงจังสักปีหนึ่ง&amp;nbsp; อาจจะยอมเสียเวลาหน่อย เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่คิดว่าใช่การได้มากที่สุดนำมาทดสอบอย่างจริงจัง สเปคไหนดี สเปคไหนไม่ดี อันไหนใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ ก่อนที่จะนำมาผลิตได้อย่างจริงจัง วันนี้เราต้องเอาของเรามีอยู่มาแปรรูปให้เกิดมูลค่า มาตอบสนองชีวิตของประชาชน อย่างสิ่งที่สหกรณ์นี้ทำเรื่องการแปรรูปให้เป็นแผ่นปูพื้น ถ้าเรามีแนวทางที่ชัดเจนที่จะนำมาทำสนามเด็กเล่นให้น้องๆทั่วประเทศไทย เพียงเท่านี้ก็เกิดออเดอร์ขึ้นแล้ว มูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นก็จะไม่หนีไปต่างประเทศ จะมาอยู่ที่สหกรณ์และชาวสวนยางในประเทศไทยของเราเอง และในอนาคตหากทำการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น พัฒนาให้คุณภาพดีขึ้น ก็สามารถนำไปสู่การผลักดันให้มีการยอมรับจากตลาดที่กว้างขึ้น ทำให้มีชื่อเสียงระดับโลก เพิ่มมูลค่าได้มากขึ้นอีก ตนคิดว่านั่นคือทิศทางด้านการเกษตรของเรา ที่จะยกระดับได้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยไม่ละทิ้งวิถีชีวิตและทรัพยากรที่มีอยู่

นายธนาธร กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้แม้พรรคอนาคตใหม่เราเป็นฝ่ายค้าน แต่อะไรที่เป็นอำนาจหน้าที่ที่เราพอจะทำได้&amp;nbsp; จะพยายามผลักดันให้ดีที่สุด มาศึกษา มาเรียนรู้ในวิถีทางแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ถ้าวันหนึ่งเราได้เป็นรัฐบาลเราก็จะสามารถนำความรู้ที่เราได้มาไปผลักดันนโยบายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43635</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ราคายางพารา, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190817/image_big_5d57b5ad472d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯบิ๊กตู่ยิ้มออก!ราคายางพาราพุ่งสูง ชี้อานิสงส์จากการทำถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.62 - พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พอใจราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 ปิดสูงสุดที่ 55.71 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลได้ผลักดันให้ใช้ยางภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศสร้างถนนที่มียางพาราเป็นส่วนผสม ระยะทางรวม 300,000 กม. ซึ่งจะใช้ยางพาราปีละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นับเป็นความสำเร็จที่ชัดเจน หลังจากที่เกษตรกรชาวสวนยางและหน่วยงานในระดับพื้นที่ได้เรียกร้องให้ภาครัฐนำยางพาราไปทำถนนนานกว่า 10 ปี ซึ่งจะช่วยให้ถนนลูกรังในชนบทกลายเป็นถนนพาราซอยซีเมนท์ไร้ฝุ่นที่มีความคงทนกว่า โดยมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 3 - 5 ปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานว่า ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 สูงสุดในรอบ 6 เดือน และยังสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย นอกจากนี้โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ที่จ่ายเงินช่วยเหลือ 1,800 บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้น มีเกษตรกรเข้าร่วม 820,862 ราย รวมพื้นที่กว่า 7.8 ล้านไร่ ขณะนี้ดำเนินการแล้วร้อยละ 91.11 ที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ์และเร่งจ่ายเงิน คาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37370</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&quot;, ชาวสวนยาง, พลเอกประยุทธ์, ยางคายางพาราพุ่ง, ยางค่ายางพาราตกต่ำ, รัฐบาลคสช., ราคายางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c86435778216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;หน่อย&#039;ชูทุกข์ของเกษตรกรคือทุกข์ของเพื่อไทย ลั่นเราเคยทำได้แก้ราคาข้าว-ยางพาราดิ่งเหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.61 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan&amp;nbsp;โดยระบุว่า &amp;ldquo;ปัญหาราคายางและข้าวตกต่ำต้องเร่งแก้ไข ทุกข์ของเกษตรกร คือทุกข์ของเพื่อไทย ต้องเร่งสร้างโอกาสใหม่ เพื่อรายได้ที่ยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างเดินทางไปรับสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย และเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยที่อ.นาแก จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยจึงมีโอกาสไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน หน่อยพบว่าปัญหาหนักที่สุดยังคงเป็นความทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างที่อำเภอนาแกก็คือปัญหาราคายางตกต่ำ ซึ่งในภาคอีสานมีการปลูกกันจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหานี้ต้องแก้ด้วยการ &amp;ldquo;สร้างโอกาสใหม่&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ดำเนินการแบบเร่งด่วน&amp;rdquo; ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้เตรียมนโยบายต่างๆ ไว้จัดการปัญหาเหล่านี้โดยจะไม่ทิ้งพี่น้องประชาชนอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่สนั่น ชาวสวนยางจากบ้านดานสาวคอย อ.นาแก จ.นครพนม เล่าถึงความเดือดร้อนให้ฟังว่า ต้นยางต้นหนึ่งจะมีอายุ 20 ปี หลังจากนั้นจะหมดน้ำยาง ต้นยางที่พี่สนั่นให้หน่อยลองกรีดวันนี้มีอายุ 12 ปีแล้ว ต้องกรีดยางสะสม 7-8 วัน ถึงจะได้น้ำยาง 1 กิโลกรัม แต่ทุกวันนี้ราคายางถ้วยตกต่ำเหลือ 7 กิโลกรัม 100 บาท และมีแนวโน้มราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องชาวสวนยางหลายคนเล่าให้หน่อยฟังว่า แม้รัฐบาลจะมีนโยบายอุดหนุนยางพารากว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่พวกเขามองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า ที่อยากเห็นเกิดขึ้นจริง ๆ คือการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน เช่น การสร้างโรงงานและสายพานการผลิตแปรรูปยางพารา ไปจนถึงการคิดกลไกในการแก้ไขปัญหาราคายางแบบครบวงจร ตั้งแต่เรื่องพันธุ์ยาง ปัจจัยการผลิต พ่อค้าคนกลาง และการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกข์ใหญ่ของพี่น้องชาวสวนยางไม่ใช่แค่เรื่องราคายางที่ตกต่ำ แต่ครอบครัวพี่น้องจำนวนไม่น้อย ต้องจากบ้านไปหางานทำในเมือง พ่อ แม่ ต้องแยกจากลูก ไม่ได้อยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนแต่ก่อน ที่ต้องทำแบบนี้เพราะเงินจะกินแต่ละวันแทบไม่มี หาเงินส่งลูกเรียนก็ยังไม่พอ กลายเป็นปัญหาอื่นๆตามมาอีกหลายอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงบ่ายหน่อยมีโอกาสไปพบกับพี่น้องกลุ่มอาชีพข้าวฮางงอก ที่ต.นาซอ อ.วานรนิวาศ จ.สกลนคร เขามีสมาชิกและเครือข่ายรวมกว่า100คน โดยจะผลิตและส่งขายให้ทางไปรษณีย์ในกิโลกรัมละ 120 บาท จากนั้นไปรษณีย์จะรับไปขายเอากำไรต่อเอง สัปดาห์หนึ่งขายได้ 180 กิโลกรัม หน่อยคุยกับพี่น้องในกลุ่มอาชีพว่ายังน้อยไป สามารถขยายยอดขายได้อีก ด้วยการทำตลาดออนไลน์ และจะช่วยหาตลาดให้ เหมือนที่หน่อยเคยช่วยพี่น้องชาวนาหาตลาดขายข้าวอินทรีย์มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยและพรรคเพื่อไทยขอย้ำว่าเราจะคว้าโอกาสจากโลกยุคใหม่ มาใส่มือพี่น้องเกษตรกรไทยให้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาที่เรารับฟังมาตลอดทั้งวัน พวกเราเห็นตรงกับพี่น้องประชาชน และทีมนโยบายมองการแก้การปัญหาไว้แล้ว แต่ยังติดตรงที่ ยังไม่มีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองนำเสนอนโยบาย วันนี้หน่อยจึงเล่าให้ฟังได้ไม่เต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยอยากให้พี่น้องเกษตรกรมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะแก้ปัญหาราคายางและราคาข้าวได้เพราะในอดีต สมัยที่ได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชนให้เป็นรัฐบาล เราก็เคยทำได้มาแล้ว รวมถึงการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นจุดพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้กลับคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยบอกกับพี่น้องให้มั่นใจอีกครั้งว่า เราทำมาแล้ว และเราสัญญาว่าจะทำให้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้คนไทยทุกคน ขอให้อดใจรอดูนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้นะคะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22845</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชาวสวนยาง, ราคายางพารา, หาเสียงเลือกตั้ง, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfc05ed50bb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
