<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น“อาคม”ไฟเขียวรถร่วมฯโขกขึ้นค่าโดยสาร3 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; รับลูกรถร่วมฯขอปรับค่าโดยสาร สั่ง ขนส่งทางบกกลางพิจารณาข้อมูลที่เป็นจริง ให้จบใน 15 ธ.ค. นี้ ก่อนเคาะราคาใหม่ขึ้นพรวด 3 บาทต่อเที่ยวสำหรับรถร้อน รถแอร์ขึ้นอีก 2 บาท &amp;nbsp;ด้าน ทีดีอาร์ไอหนุนขึ้นค่าโดยสารหลังปฏิรูปเส้นทางใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังผู้ประกอยการรถโดยสารร่วมบริการ ขสมก.ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ประเด็น ได้แก่1. ปรับค่าโดยสารรถร้อนจาก 9 บาท เป็น 13 บาทตลอดสาย 2. รถปรับอากาศเริ่มต้นจาก13 บาทเป็น15 บาท และเพิ่มระยะละ 2 บาท 3. รถโดยสารใหม่ปรับอากาศ คือ อัตราที่ 4กม.แรก เก็บที่ 20 บาท เกินจากนั้นเก็บที่ 25 บาทตลอดสาย โดยกระทรวงคมนาคมได้รับข้อเรียกร้องของสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง และสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน ไว้พิจารณา โดยได้มอบหมาย กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง พิจารณาความเหมาะสมของอัตราค่าโดยสาร และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง โดยให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาข้อเสนอของผู้ประกอบการรถร่วม โดยให้คำนึงถึง ปัจจัยต้นทุน ค่าเชื้อเพลิง ค่าแรง คุณภาพการให้บริการ รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&amp;rdquo;นายอาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างดำเนินการปฏิรูปรถเมล์ จะมีการปรับปรุงค่ารถ มีรถใหม่ มีการปรับการกำกับดูแลโดยรถเอกชนจะไปขึ้นตรงกับกรมการขนส่งทางบก( ขบ.) ,มีการปฏิรูปเส้นทางเดินรถใหม่ แต่เนื่องจากการทำลอง 2 เส้นทาง ยังไม่ตกผลึก จึงจำเป็นต้องหารือกันอีก ซึ่งการปรับเส้นทางจะกระทบต่อรถร่วมฯด้วย อีกทั้งการกำหนดเส้นทางรถเมล์ใหม่ จะต้องสอดคล้องกับโครงข่ายรถไฟฟ้า รถเมล์จะเป็นฟีดเดอร์เชื่อมกับรถไฟฟ้า และวิ่งเป็นโซน วิ่งระยะสั้นลง เพื่อให้มีความเหมาะสมและคุ้มค่า เรื่องปฎิรูปอาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะจึงจะชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน กล่าวว่า ผลการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งทางกระทรวงฯได้รับข้อเสนอทั้งหมดไปพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 ธ.ค.นี้ และหากเข้าสู่กระบวนการได้เร็วมีความชัดเจน ผู้ประกอบการจะสามารถพัฒนาการบริการให้ดีขึ้นได้ พร้อมยอมรับแนวทางของกระทรวงคมนาคมที่มอบหมายและจะดำเนินการตามทุกข้อเพื่อพัฒนาคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่าความคืบหน้าการศึกษาปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารสาธารณะนั้นขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จแล้วพร้อมทั้งได้ศึกษาแนวทางค่าโดยสารของรถโดยสารที่ใช้พลังงานใหม่อย่างเอ็นจีวีและไฮบริดเพิ่มเข้าไปเรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เสนอผลศึกษาไปยังกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนของนายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดี ขบ.คนใหม่จึงอาจทำให้มีความล่าช้าไปบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย สุเมธ กล่าวว่า TDRI สนับสนุนให้มีการปรับค่าโดยสารภายหลังจากปฏิรูปเส้นทางรถโดยสาร 269 เส้นทางแล้วเสร็จในปี 62 เพราะจะมีประสิทธิภาพมากกว่าทั้งด้านคุณภาพบริการและการกำกับดูแลตามเงื่อนไขที่ขบ.ระบุว่า การปรับค่าโดยสารใหม่จะใช้เฉพาะกับรถโดยสารใหม่หรือรถโดยสารที่ผ่านเงื่อนไขมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกับที่ใช้ในกรณีปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากกระทรวงคมนาคมเห็นชอบแนวทางการปรับค่าโดยสารแล้วคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานราว 30 วันในการบังคับใช้ เชื่อมั่นว่าในอนาคตคุณภาพบริการของรถเมล์จะดีขึ้นแน่นอนหลังปฏิรูปเส้นทางเพราะผู้ประกอบการเป็นเจ้าของเส้นทางเพียงรายเดียวทำให้ไม่มีการแข่งขันทำรอบหรือการแข่งขันลดต้นทุนจนทำให้กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอีกต่อไป เช่นในกรณีรถเมล์สาย 8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าผลการศึกษาของ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังพบว่าค่าโดยสารรถเมล์ปรับอากาศขนาด 12 เมตรที่ใช้น้ำมันดีเซลควรปรับค่าโดยสารให้มีค่าเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 29.58 บาท จากปัจจุบันเฉลี่ยต่อคนปัจจุบันที่ 21.88 บาท และรถโดยสารปรับอากาศที่ใช้พลังงาน CNG ควรปรับค่าโดยสารให้มีค่าเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 23.49 บาท จากปัจจุบันเฉลี่ยต่อคนปัจจุบันที่ 15.80บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผลการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ในภาพรวมนั้นควรปรับเพิ่มขึ้นราว 10%-15% จากปัจจุบันเพื่อสนับสนุนการพัฒนาวงการรถเมล์ตลอดจนเอื้อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้โดยมีกำไร ทั้งนี้จะเสนอให้รัฐบาลออกนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เส้นทางปฏิรูป 269 คัน เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษจากแบงก์รัฐเพื่อลงทุนเพิ่ม ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ให้รับรองการผลิตคัทซีและตัวถังในประเทศซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการซื้อรถเมล์ใหม่ได้ทันที 40%-50%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่ารถเมล์, คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ราคาใหม่ขึ้นพรวด 3 บาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bce8dfa86e08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
