<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงแพงคุมราคาชุดตรวจโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 8,685 ราย เสียชีวิต 56 ราย คลัสเตอร์ใหม่กระจายหลายพื้นที่ &amp;quot;คลังห้างซูเปอร์มาร์เก็ต&amp;quot; จ.นนทบุรี วันเดียวเจอ 312 ราย &amp;quot;หมอประสิทธิ์&amp;quot; จับตาติดเชื้อ 2 สายพันธุ์พร้อมกัน รับยังไม่มีข้อมูลผลกระทบ &amp;quot;ราชกิจจาฯ&amp;quot; ประกาศให้ ปชช.ใช้ชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง &amp;nbsp;&amp;quot;สธ.&amp;quot; เร่งอธิบายวิธีใช้ตรวจโควิดที่ถูกต้อง &amp;quot;โฆษก ศบศ.&amp;quot; ยันยังไม่ปิดเกาะภูเก็ต &amp;quot;บุรีรัมย์&amp;quot; สั่งปิด 4 หมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่สถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,685 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 8,527 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 6,026 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,501 ราย, มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 146 ราย, มาจากต่างประเทศ 12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 353,712 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 3,797 ราย หายป่วยสะสม 255,455 ราย อยู่ระหว่างรักษา 95,410 ราย อาการหนัก 3,042 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 794 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 56 ราย เป็นชาย 25 ราย หญิง 31 ราย อยู่ใน กทม. 30 ราย, นราธิวาส 4 ราย, &amp;nbsp;นครปฐม ปทุมธานี กำแพงเพชร ชลบุรี เพชรบุรี จังหวัดละ 2 ราย, ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ ชุมพร ตราด สระบุรี นครราชสีมา ภูเก็ต นครสวรรค์ ปัตตานี มุกดาหาร ศรีสะเกษ หนองงบัวลำภู จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,847 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 13 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,631 ราย, &amp;nbsp;สมุทรสาคร 561 ราย, นนทบุรี 537 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 529 ราย, ชลบุรี 459 ราย, ปทุมธานี 189 ราย, นราธิวาส 178 ราย, นครปฐม 177 ราย, สงขลา 150 ราย, อุดรธานี 126 ราย และพบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายแห่ง ประกอบด้วย จ.สมุทรสาคร 2 แห่งคือ โรงงานผลิตภัณฑ์จากโลหะ อ.เมืองฯ ติดเชื้อ 9 ราย โรงงานผลิตอุปกรณ์ล็อก อ.เมืองฯ 8 ราย, คลังห้างซูเปอร์มาร์เก็ต อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 312 ราย, โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี 14 ราย, &amp;nbsp;ตลาดไท อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 9 ราย และโรงเรียนสอนศาสนาใน จ.ปัตตานี 29 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีพบคนงานในแคมป์ 7 รายติดเชื้อ 2 สายพันธุ์ในคนคนเดียว ทั้งสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) และอัลฟา (อังกฤษ) ว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิด ประเทศอื่นก็มีพบ มีจำนวนน้อย 2-3 หลัก โดยรวมยังไม่ได้พบเจอมากพอที่จะบอกรายละเอียดได้ว่าปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อ 2 สายพันธุ์คืออะไร และยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีผลอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ ยังไม่มีใครทราบข้อมูลว่า 1 คนติด 2 สายพันธุ์จะกระทบต่อตัวบุคคลและการระบาดของโรคแค่ไหนอย่างไร แต่จากการอ่านรายงานยังไม่เคยพบว่าการติด 2 สายพันธุ์มีการเสียชีวิตมากกว่าการติดสายพันธุ์เดียว ซึ่งอาจเพราะยังมีรายงานไม่มาก ดังนั้นอย่าเพิ่งไปเอามาเป็นอีกโจทย์ มิเช่นนั้นโควิด-19 จะมีโจทย์เยอะมาก แต่นักวิชาการติดตาม เมื่อไรที่มีโจทย์มีคำตอบชัดเจนก็จะรายงานให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ประเทศไทยที่พบเป็นสายพันธุ์อัลฟาและเดลตาในคนเดียว ซึ่ง 2 สายพันธุ์นี้มีลักษณะคล้ายกัน คือแพร่กระจายเร็ว แต่มีความรุนแรงไม่มาก จึงไม่รู้ว่าจะแตกต่างจากเดิมหรือไม่อย่างไร ซึ่งเท่าที่ดูก็ยังไม่มีอาการอะไรแตกต่างจากคนอื่น ส่วนกรณี 2 สายพันธุ์ที่มีความแตกต่าง เช่น ติดร่วมกับสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) ก็อาจน่ากังวลมากขึ้น เพราะมีจุดเด่นของสายพันธุ์แตกต่างกัน จึงต้องเฝ้าระวังจับตาต่อไป รวมถึงหาก 2 สายพันธุ์เกิดมีการแลกเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมอาจเกิดผลเชิงบวกหรือเชิงลบอะไรก็ได้ ทำได้แต่ติดตามดู หรือหากเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ ถ้าแพร่ได้ช้ากว่าเดิมก็จะหายไปเอง เพราะไม่ได้แพร่เชื้อต่อให้ใคร
ปชช.ใช้ชุดตรวจโควิดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ไวรัสโควิดมีการกลายพันธุ์มีเป็นพันๆ ชนิด ถ้าทำให้ติดช้าลงมันจะสลายไปเอง ดังนั้นต้องติดตามดูกลุ่มที่ติดเชื้อ 2 สายพันธุ์ต่อไป ส่วนการแพร่เชื้อต่อจะแพร่ตัวไหนนั้นไม่มีใครตอบได้ แต่หลักการอย่างที่บอกว่าสายพันธุ์ไหนแพร่เร็วสายพันธุ์นั้นคงอยู่ หากแพร่ช้าก็หายไป ตอนนี้หาอู่ฮั่นยากมาก หรือในอังกฤษก็หาสายพันธุ์อัลฟาได้น้อย กลายเป็นเดลตาไปหมดแล้ว&amp;rdquo; นพ.ประสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯกล่าวว่า สำหรับสายพันธุ์เดลตาเริ่มมีข้อมูลว่าอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ส่วนจะกระทบต่อมาตรการดูแลรักษาที่บ้านหรือไม่ หลักการคือเราไม่ได้ทำการรักษาดูแลที่บ้านในทุกคนหรือทุกบ้าน ต้องพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ คือ 1.ผู้ป่วย หากทำแล้วเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุมีโรคร่วมเยอะก็ไม่ควรทำ 2.สถานที่อยู่อาศัยไม่สามารถทำได้ เช่น มีคนสูงอายุอยู่ด้วย หรือมีห้องน้ำห้องเดียว แยกตัวเองได้ยาก และ 3.แพทย์พิจารณาว่ามีโรคอะไรอยู่ รายไหนควรทำหรือไม่ เมื่อทำต้องมีมาตรการอย่างไรไม่ให้แพร่เชื้อคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง เพื่อให้มีการเข้าถึงการตรวจคัดกรองที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยตนเอง อันจะทำให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ติดเชื้อก่อโรคของตนเองตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก นำไปสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัย ยืนยันรักษาและป้องกันที่เหมาะสมโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเองว่า ทาง อย.ได้ให้ทางบริษัทผู้ผลิตเร่งจัดทำคู่มือในการอธิบายประชาชน และแสดงหลักฐานว่าการตรวจด้วยชุดทดสอบนี้ที่จะมีการตรวจในลักษณะการแยงโพรงจมูกด้านหน้ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการแยงโพรงจมูกด้านหลังที่มีการใช้ในสถานพยาบาลเพื่อให้มีมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจด้วยชุดทดสอบแอนติเจนด้วยตัวเองคาดว่าจะสามารถใช้ได้จริงในสัปดาห์หน้า ในระหว่างนี้ทาง อย.และกรมวิทย์ได้เร่งทำคลิปวิดีโออธิบายการใช้ในประชาชน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องถึงขั้นตอนการทำ ตั้งแต่การแยงจมูกในโพรงด้านหน้าที่ต้องลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร และปั่นจมูกชิดด้านขวา เพื่อให้ตัวอย่างในการตรวจที่สมบูรณ์ จากนั้นนำมาแช่ในน้ำยา และรวมถึงวิธีการจัดเก็บทำลายเพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะติดเชื้อ&amp;quot; นพ.สุรโชคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ อย.กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทที่คาดว่าจะสามารถปรับชุดทดสอบให้สามารถใช้ได้ในโพรงจมูกด้านหน้า 7 บริษัท เดิมมี 24 บริษัทที่เป็นชุดทดสอบที่ใช้ในโพรงจมูกด้านหลัง อย่างไรก็ตาม การวางจำหน่ายชุดทดสอบนี้จะทำในร้านขายยาที่มีเภสัชกร และต้องมีการรายงานการจำหน่ายมายัง อย.เหมือนกับเครื่องมือแพทย์ทั่วไป โดยทราบว่าภายในสัปดาห์นี้ ทาง สปสช.ได้มีการกระจายชุดทดสอบนี้ลงไปในคลินิกชุมชนอบอุ่นแล้ว เริ่มมีการใช้ในประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย.ยังกังวลถึงการใช้ชุดตรวจที่ถูกต้อง เพราะวิธีการตรวจนี้อาจไม่แม่นยำเท่า RT-PCR แต่เหมาะสำหรับคนเสี่ยงสูงที่ไม่มีอาการต้องการรับการตรวจอย่างรวดเร็ว แต่ต้องควบคู่กับมาตรการกักตรวจอย่างเคร่งครัด เพราะบางรายผลตรวจเป็นลบ ต้องมีการตรวจซ้ำใน 3 วันถัดไป เพื่อความแม่นยำปลอดภัย เพราะชุดตรวจดังกล่าวจะตรวจจับได้ดีในคนที่มีปริมาณเชื้อมาก ก็จะแสดงผลเป็นบวกทันที หากภายใน 1-3 วันเริ่มมีอาการตรวจซ้ำ และเมื่อตรวจแล้วยังต้องมีช่องทางการติดต่อกับสถานพยาบาลด้วยทุกอย่างต้องทำอย่างเป็นระบบ&amp;quot; เลขาฯ อย.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เรื่องที่ที่ประชุมใช้เวลาถกกันนานที่สุดคือ การตรวจแบบแรพิด แอนติเจน เทสต์ (Rapid Antigen Test) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งคำถามว่า ทำไมชุดตรวจดังกล่าวราคาจึงแพง ทำอย่างไรจึงจะให้ราคาถูกลง โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ยืนยันว่าไม่ได้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าสำหรับอุปกรณ์ที่นำเข้ามาแก้ปัญหาโควิด-19 เลย ขณะที่กระทรวงพาณิชย์แนะนำว่า หากให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) นำเข้ามาเองจะทำให้กำหนดราคาในตลาดได้จะดีหรือไม่ ทำให้นายอนุทินชี้แจงว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีการอนุมัติให้เอกชนนำเข้าชุดตรวจดังกล่าวอยู่แล้ว สามารถซื้อจากเอกชน 24 รายได้เลย แต่ตนจะกลับไปดูรายละเอียดว่า อภ.สามารถนำเข้าได้อีกหรือไม่ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการเพื่อควบคุมไม่ให้การซื้อชุดตรวจเป็นภาระของประชาชน นอกจากนี้ ยังสั่งการว่า สุดท้ายแล้วหากประชาชนต้องซื้อชุดตรวจมาใช้เอง กระทรวงสาธารณสุขต้องมีข้อแนะนำที่ชัดเจนในการใช้ เพื่อให้ทุกอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;
ยันยังไม่ปิดเกาะภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าการวิจัยและพัฒนาการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในประเทศสำหรับต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circula-Green Economy) ของรัฐบาลว่า ในเดือน ก.ค.นี้ ทางองค์การเภสัชกรรมคาดว่ายาฟาวิพิราเวียร์ที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นนั้นจะได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย. จากนั้นจะเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อให้ผู้ป่วยโควิดเข้าถึงยาอย่างเพียงพอ เมื่อทุกอย่างสำเร็จลุล่วง ประเทศไทยจะสามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในราคาที่ถูกกว่านำเข้าอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนความร่วมมือระหว่าง สวทช., อภ. และบริษัท ปตท. ที่ครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจนถึงระดับอุตสาหกรรม ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมยา&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ที่ต้องการกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาหรือในต่างจังหวัด ก็สามารถดำเนินการได้ 2 ทางคือ 1.ผู้ป่วยติดต่อไปยังโรงพยาบาลโดยตรง จัดการนัดหมายเรื่องการรับ-ส่งกันโดยตรง และ 2.โทร.มายังสายด่วน 1330 กด 15 แล้วทาง 1330 จะประสานกับโรงพยาบาลปลายทางและจัดรถไปส่งให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อโควิด ได้ประสานสถานพยาบาลเอกชนให้เข้ามาตรวจ Rapid Antigen Test &amp;nbsp;ทราบผลตรวจภายใน 10 นาที ให้กับ ส.ส.และสมาชิกพรรค รวมไปถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการฯ ที่มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตนเองจำนวน 21 คน ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารรัฐสภา ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร โดยนายณัฐชาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียประเด็นภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สั่งปิดทั้งเกาะภูเก็ตว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีการปิดเกาะภูเก็ต และการดำเนินการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ยังดำเนินการตามแผนเดิม นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนไม่ส่งต่อข้อความดังกล่าว เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือข่าวที่ทำให้เกิดการตื่นตระหนก ซึ่งตอนนี้จังหวัดภูเก็ตได้มีการตรวจคัดกรองป้องกันตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ในส่วนผู้ที่ติดเชื้อทุกรายเข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงก็กักตัวตามมาตรการเช่นกัน&amp;quot; โฆษก ศบศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่มีจำนวน 529 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 484 ราย โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 45 ราย ไม่มีเสียชีวิต, จ.นครราชสีมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 147 ราย ในพื้นที่ครบ 32 อำเภอ รวมยอดผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ 2,264 ราย รักษาหายรวม 1,111 ราย รักษาอยู่โรงพยาบาล 1,130 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 23 ราย, จ.อำนาจเจริญ มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 23 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกคำสั่งกำหนดพื้นที่ควบคุมในพื้นที่บ้านเสม็ด หมู่ที่ 1 บ้านโคกเพชร หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 7 และบ้านโนนพลอย หมู่ที่ 19 ต.เสม็ด อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ หลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 38 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า &amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากในภูเก็ต 1 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากต่างประเทศ 0 ราย &amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 1 ราย เพศหญิง ชาวแอฟริกาใต้ เป็นเพื่อนกับผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวแล้วในโรงพยาบาล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109607</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ยอดผู้ติดเชื้อ, ราชกิจจาฯ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอประสิทธิ์, เสียชีวิต, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9783e18952.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2020 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2020 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลมีคำสั่ง &#039;ท่านผู้หญิงม.ร.ว.ศรี&#039; เป็นคนไร้ความสามารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค.63 - เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเรื่อง ศาลมีคําสั่งให้ ท่านผู้หญิงหม่อมราชวงศ์ศรี ลิมปิชาติ เป็นคนไร้ความสามารถ และ ให้อยู่ในความอนุบาลของ นายพจกร ลิมปิชาติ ผู้ร้องคดีแพ่งหมายเลขดําที่ ยชพ 19/2563 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ยชพ 773/2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้วย นายพจกร ลิมปิชาติ ผู้ร้อง ยื่นคําร้องขอให้ศาลมีคําสั่งให้ ท่านผู้หญิงหม่อมราชวงศ์ศรี ลิมปิชาติ เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของผู้ร้องศาลไต่สวนพยานหลักฐานของผู้ร้องแล้ว เห็นว่าท่านผู้หญิงหม่อมราชวงศ์ศรี ลิมปิชาติ ป่วยเป็นโรคความจําเสื่อม อัลไซเมอร์ ไม่สามารถจําบุคคลหรือสถานที่ได้ ไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจําวันหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่สามารถทํานิติกรรมต่าง ๆ ได้ สติสัมปชัญญะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ท่านผู้หญิงหม่อมราชวงศ์ศรี ลิมปิชาติ เป็นคนไร้ความสามารถ ต้องจัดให้อยู่ในความอนุบาล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28 และเห็นสมควรตั้งผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรเป็นผู้อนุบาลตามคําร้องจึงมีคําสั่งว่า ท่านผู้หญิงหม่อมราชวงศ์ศรี ลิมปิชาติ เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของนายพจกร ลิมปิชาติ ผู้ร้องประกาศ ณ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เนตรดาว มโนธรรมกิจ ผู้พิพากษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจจาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง &#039;ศาสตราจารย์&#039; จำนวน 50 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.63 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งศาสตราจารย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาต่าง ๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. รองศาสตราจารย์ธงไชย โรหิตะดิษฐ ศรีนพคุณ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. รองศาสตราจารย์สุโรจน์ ศุภเวคิน สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. รองศาสตราจารย์อวิรุทธิ์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ สังกัดสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. รองศาสตราจารย์เทิดชาย ช่วยบำรุง สังกัดสำนักงานอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม ตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. รองศาสตราจารย์พีระพงศ์ ทีฆสกุล สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. รองศาสตราจารย์นิสัย เฟื่องเวโรจน์สกุล สังกัดบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย- เยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. รองศาสตราจารย์สุวิมล สัจจวาณิชย์ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘. รองศาสตราจารย์นธกฤต วันต๊ะเมล์ สังกัดคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙. รองศาสตราจารย์วันชัย ยอดสุดใจ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๐. รองศาสตราจารย์เจษฎา ธารีบุญ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือตั้งแต่วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๑. รองศาสตราจารย์สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๗&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๒. รองศาสตราจารย์สมนึก บุญเกิด สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งแต่วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๘&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๓. รองศาสตราจารย์ไพศาล นาผล สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๙&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๔. รองศาสตราจารย์เพณณินาท์ โอเบอร์ดอร์เฟอร์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๙&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๕. รองศาสตราจารย์สุพิชชา จันทรโยธา สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๖. รองศาสตราจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ สังกัดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๗. รองศาสตราจารย์สมศักดิ์ ภัคภิญโญ สังกัดคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๘. รองศาสตราจารย์วิกรณ์ รักษ์ปวงชน สังกัดสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๙. รองศาสตราจารย์จารุภา วิโยชน์ สังกัดคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๐. รองศาสตราจารย์ประภาพร อุทารพันธุ์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๑
&amp;nbsp;
๒๑. รองศาสตราจารย์ศิริธร ศิริอมรพรรณ สังกัดคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๒. รองศาสตราจารย์บุรณี กาญจนถวัลย์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๓. รองศาสตราจารย์แมนสรวง อักษรนุกิจ สังกัดคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๔. รองศาสตราจารย์ชวนันท์ ชาญศิลป์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๕. รองศาสตราจารย์สมศักดิ์ คุปต์นิรัติศัยกุล สังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๖. รองศาสตราจารย์สมเกียรติ ตั้งจิตสิตเจริญ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๗. รองศาสตราจารย์ศุภกรณ์ ดิษฐพันธุ์ สังกัดคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๘. รองศาสตราจารย์วิทยา จันทร์ศิลา สังกัดคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒๙. รองศาสตราจารย์ศิริเกษม ศิริลักษณ์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓๐. รองศาสตราจารย์วรวุฒิ จุฬาลักษณานุกูล สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓๑. รองศาสตราจารย์เจนนุช ว่องธวัชชัย สังกัดคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓๒. รองศาสตราจารย์ศุภฤกษ์ ปรีชายุทธ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓๓. รองศาสตราจารย์ชุติมา หรุ่มเรืองวงษ์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓๔. รองศาสตราจารย์เฟรเดริค ฌ็อง - มารี ตูร์เนอเมน สังกัดคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓๕. รองศาสตราจารย์อรรถยา สุวรรณระดา สังกัดคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓๖. รองศาสตราจารย์สัมฤทธิ์ วัชรสินธุ์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓๗. รองศาสตราจารย์สวภา เวชสุรักษ์ สังกัดคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓๘. รองศาสตราจารย์ไพฑูรย์ รัชตะสาคร สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑
&amp;nbsp;
๓๙. รองศาสตราจารย์ขจร ตีรณธนากุล สังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๐. รองศาสตราจารย์ไพศาล เวชชพิพัฒน์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๑. รองศาสตราจารย์ปรีชา ภูวไพรศิริศาล สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๒. รองศาสตราจารย์วิชิต สุพรศิลป์ชัย สังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๓. รองศาสตราจารย์ชวลิต งามจรัสศรีวิชัย สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๔. รองศาสตราจารย์ปิติ จันทร์วรโชติ สังกัดคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๕. รองศาสตราจารย์สมฤทัย วัชราวิวัฒน์ สังกัดคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๖. รองศาสตราจารย์แมทธิว โอเวน โทมัส โคล สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๗. รองศาสตราจารย์เกรียงศักดิ์ เม่งอ าพัน สังกัดคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตั้งแต่วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๘. รองศาสตราจารย์ภาสกร ศรีทิพย์สุโข สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔๙. รองศาสตราจารย์ธนากร วงศ์วัฒนาเสถียร สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕๐. รองศาสตราจารย์ พันตำรวจเอก ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ อาจารย์ (สบ ๕) กลุ่มงานคณาจารย์ สังกัดคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓&amp;nbsp;คลิก อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจจาฯ, ศาสตราจารย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานยศทหารชั้นนายพลให้ข้าราชบริพารในพระองค์ฝ่ายทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.62 - ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศ พระราชทานยศทหารชั้นนายพลให้ข้าราชบริพารในพระองค์ฝ่ายทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศทหารชั้นนายพลให้ข้าราชบริพาร ในพระองค์ฝ่ายทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประกอบมาตรา ๔ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ ในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกา จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศให้ พลเรือโท นพพร วุฒิรณฤทธิ์ เป็น พลเรือเอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42425</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชทานยศทหารชั้นนายพล, พลเรือโท นพพร วุฒิรณฤทธิ์, ร.10, ราชกิจจาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
