<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้แก่รพ.แม่ข่ายและเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.64 - เวลา 18.02 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นำ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายอายุตม์&amp;nbsp;สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และทอดพระเนตรนิทรรศการเปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 ผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กราบบังคมทูลรายงานการเริ่มดำเนินโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้ในโรงพยาบาลแม่ข่าย และนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้ในเรือนจำ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 118,547,200 บาท แบ่งเป็นสำหรับโรงพยาบาลแม่ข่าย จำนวน 102,691,400 บาท และสำหรับเรือนจำ จำนวน 15,855,800 บาท ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนทั่วไปและผู้ต้องขังในเขตพื้นที่อำเภอนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ข่าย พยาบาลประจำเรือนจำ และอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำของเรือนจำอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เรือนจำอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เรือนจำอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำ 4 แห่ง จากทั้งหมด 19 แห่งของเรือนจำเป้าหมายในการดำเนินงานระยะที่ 2 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทอดพระเนตรนิทรรศการเปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 ผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ฯ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 1 สามารถช่วยเหลือผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ &amp;nbsp;143 แห่ง ให้มีสุขภาพโดยรวมดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนโครงการ ฯ ระยะที่ 2 จะดำเนินการในเรือนจำอำเภอ จำนวน 19 แห่ง ซึ่งเป็นเรือนจำขนาดเล็ก อยู่ห่างไกล ติดชายแดน เรือนจำบางแห่งมีอายุการใช้งานมานาน โดยนอกจากจะเน้นการดำเนินงานเช่นเดิมตามระยะที่ 1 แล้ว ยังเพิ่มในมิติของการบริหารจัดการโรคติดต่อ โดยเฉพาะการกักโรค การส่งเสริมเรื่องสุขาภิบาลเรือนจำ และอนามัยสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ และโภชนาการ ซึ่งระหว่างการดำเนินงานระยะที่ 1 ได้พบปัญหาดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการเพิ่มเติมระยะที่ 2 ซึ่งเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง จะน้อมนำไปดำเนินการ โดยแนวพระราชดำริดังกล่าวยังสอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ของประเทศไทยในปัจจุบัน รวมทั้งการที่พบว่า ผู้ต้องขังเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs จำนวนมาก ดังนั้น โภชนาการจึงเป็นสิ่งสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขจะเข้ามาดำเนินการในโครงการ &amp;ldquo;เรือนจำอาหารปลอดภัยต้นแบบ&amp;rdquo; ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนทุกข์ยากในการดำเนินชีวิตและประกอบสัมมาชีพแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด และการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย และได้พระราชทานพระบรมราโชบายในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงจัดสร้างรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ และรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล เพื่อใช้ปฏิบัติงานเชิงรุกในภาคสนามในการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แก่ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นับเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งแก่ผู้ต้องขังและประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงบริการทางสาธารณสุข โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 และพระราชทานพระราชดำริว่า ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งการดำเนินงานของโครงการฯ เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมและสอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ ข้อกำหนดแมนเดลา และข้อกำหนดกรุงเทพ ฯ ที่เป็นข้อกำหนดของสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 1 ได้เริ่มดำเนินการในทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเรือนจำกลาง หรือทัณฑสถานซึ่งเป็นเรือนจำขนาดใหญ่รวม 25 แห่ง โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 190,072,863 บาท การดำเนินงานที่ผ่านมาได้ผลเป็นอย่างดี ส่งผลให้เรือนจำทั่วประเทศ ที่เหลือ &amp;nbsp;118 แห่ง ดำเนินการตามแนวทางของโครงการ ฯ ในทุกมิติ และสำหรับโรงพยาบาลแม่ข่าย สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลทหาร ตำรวจ รวมทั้งจิตอาสาพระราชทานต่างเข้ามาสนับสนุนการตรวจรักษาในเรือนจำอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดผลในเชิงคุณภาพที่ชัดเจน คือ อัตราการเกิดโรคทางเดินหายใจและโรคผิวหนังลดลง อัตราการนำผู้ต้องขังไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกลดลง รวมทั้งในปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้เรือนจำทั่วประเทศ สามารถจัดให้มีห้องแรกรับ และห้องแยกโรคอย่างถาวร สำหรับรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 ที่กลับมาแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทั้งระยะที่ &amp;nbsp;1 และระยะที่ 2 จึงสะท้อนถึงน้ำพระราชหฤทัย และพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการให้ความช่วยเหลือพสกนิกรให้ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101086</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ราชทัณฑ์ปันสุข, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60895d773beb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยธ.เผย &#039;ราชทัณฑ์ปันสุข&#039; ใช้งบส่วนพระองค์ ปีนี้ให้เพิ่มอีก 118 ล้านบาท ยันตั้งคณะกรรมการไม่ใช่บริหารราชการแผ่นดิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64 - นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม(ยธ.) ชี้แจงกรณี นายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าตั้งคำถามกรณีการตั้งคณะกรรมการราชทัณฑ์ปันสุข ว่าโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ &amp;nbsp;เป็นโครงการที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชดำริว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงยุติธรรมต้องให้บริการแก่ผู้ต้องขังที่เจ็บไข้ได้ป่วย จำนวนมาก &amp;nbsp;แต่ยังขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ ซึ่งกรมราชทัณฑ์มีหน้าที่ดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังเพื่อให้เข้าถึงการรับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม เมื่อพันโทษออกไปจะได้มีสุขภาพดี &amp;nbsp;จึงพระราชทานความช่วยเหลือทั้งการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ &amp;nbsp;รวมทั้งมีจิตอาสาพระราชทานเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ การพยาบาล การอบรมให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันเรือนจำมีผู้ต้องขังจำนวนมาก แต่กรมราชทัณฑ์มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร เครื่องมือแพทย์ และเวชภัณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ต้องขังที่แออัด ในปี 2563 ได้รับพระราชทานเงินมาให้จัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ไว้ใช้ทั้งในเรือนจำและโรงพยาบาลภายนอกจำนวน 190 ล้านบาท ปีนี้พระราชทานให้อีก 118 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนและโรงพยาบาลภายนอกได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ยืนยันว่าโครงการพระราชทานสอดคล้องกับตามหลักสากล หลักสิทธิมนุษยชน หลักมนุษยธรรม และมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นปฏิญญากรุงเทพ และข้อกำหนดแมนเดลา และไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด&amp;rdquo; นายวิศิษฎ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สามารถชี้คำถามนายปิยบุตรทั้ง 9 ข้อได้หรือไม่ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สิ่งที่พูดมาน่าจะชัดเจนทั้งหมดแล้ว โครงการราชทัณฑ์ปันสุขเป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือ และการตั้งคณะกรรมการฯก็ไม่ต้องใช้กฎหมายรองรับเพราะไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดิน อีกทั้งคณะกรรมการฯก็ไม่มีอำนาจสั่งการใดๆรวมถึง รัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม หรือปลัด ฯก็ไม่มีอำนาจในการสั่งให้คณะกรรมการฯชุดนี้กระทำการใดๆเช่นกัน &amp;nbsp;มีบทบาทเพียงให้ข้อมูลเพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงจุดที่ยังขาดแคลนมากที่สุด เช่น รถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ควรไปตั้งที่จุดใดจึงจะเป็นประโยชน์ที่สุด หรือผู้ต้องขังเรือนจำใดจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาวัณโรค ซึ่งการดำเนินงานของคณะกรรมการฯไม่มีกรอบระยะเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับรายชื่อของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวไม่ทราบมีการเสนอรายชื่ออย่างไร ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับพระราชทานความช่วยเหลือเท่านั้น ที่ผ่านมาราชวงศ์ได้ทำโครงการความช่วยเหลือประชาชนชนผ่านกระทรวงยุติธรรมหลายเรื่องตั้งแต่รัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่น โครงการห้องสมุดพร้อมปัญญา ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้ผู้ต้องขังได้อ่านหนังสือมากขึ้น และ โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา&amp;rdquo; ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91254</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, ราชทัณฑ์ปันสุข, วิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012235f60c6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.นิว สวนเดือด &#039;ปิยบุตร&#039; โครงการราชทัณฑ์ปันสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.64 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ &amp;nbsp;หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิยบุตรคงโดนรุมประชาทัณฑ์เข้าสักวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจตนาอันแท้จริงของการลงพระปรมาภิไธยกับการรับสนองพระปรมาภิไธยที่เป็นไปตามหลักสากล คือ การตรวจทานและถ่วงดุลการใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การควบคุมพระมหากษัตริย์ไปเสียทุกเรื่องราวกับเป็นนักโทษ ตามที่นายปิยบุตรชอบแอบอ้างรัฐธรรมนูญชั่วคราวของคณะโจร 2475 อยู่เป็นประจำ &amp;ldquo;การกระทำใดๆ ของกษัตริย์ต้องมีกรรมการราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดลงนามด้วย โดยได้รับความยินยอมของคณะกรรมการราษฎรจึ่งจะใช้ได้ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับอำนาจอธิปไตยของปวงชน แน่นอนว่าต้องมีการลงพระปรมาภิไธยกับการรับสนองพระปรมาภิไธยคู่กันเสมอ แต่เรื่องใดก็ตามที่เป็นพระราชอำนาจส่วนพระองค์หรือสิทธิเสรีภาพส่วนพระองค์ไม่จำเป็นต้องมีการรับสนองพระปรมาภิไธยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ต้องให้บริการแก่ผู้ต้องขังในกรณีเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือแพทย์ และเวชภัณฑ์ การดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง โครงการราชทัณฑ์ปันสุขจึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวตามหลักมนุษยธรรม โดยเป็นการพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้คณะกรรมการนำไปดำเนินการช่วยเหลือผู้ต้องขังให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กิจกรรมดังกล่าวจึงเป็นเรื่องส่วนพระองค์ที่เป็นไปเพื่อการกุศลและช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดินอย่างที่นายปิยบุตรบิดเบือนว่า &amp;ldquo;กรณีของคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุขนั้น ถ้าเราลองดูขอบเขตงาน นั่นก็คือ ช่วยเหลือในเรื่องการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ให้จิตอาสาพระราชทานเข้าไปมีบทบาทในการช่วยเหลือการแพทย์ การพยาบาล การอบรมความรู้ในเรื่องต่างๆ ตรงนี้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินแน่นอน เกี่ยวข้องกับแนวทางในเรื่องนโยบายในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับในการบริหารประเทศ การบริหารราชการแผ่นดินแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้ถ้าใครอยากจะช่วยเหลือผู้ต้องขัง นำเงินส่วนตัวมาบริจาคหรือสนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์ ออกมาทำโครงการดีๆให้ผู้ต้องขังได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์กับชีวิต จะไม่กลายเป็นการบริหารราชการแผ่นดินไปหมดเลยหรืออย่างไร? นอกจากขยันปั้นเรื่องโยงสถาบันพระมหากษัตริย์ไปสู่ความขัดแย้งแล้วบิดเบือนในประเด็นที่ละเอียดอ่อนเสียเอง นายปิยบุตรก็ยังชอบสมมติเหตุการณ์เกินจริง โดยที่สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใดอีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอพระมหากษัตริย์ช่วยเหลือประชาชนแบบเงียบๆ ก็ออกมาหาเรื่องว่ากษัตริย์มีไว้ทำไม แต่พอพระมหากษัตริย์ช่วยเหลือประชาชนแบบเป็นทางการขึ้นมาหน่อย ก็หาว่าเป็นการแทรกแซงการบริหารราชการแผ่นดิน นายปิยบุตรจบปริญญาเอกด้านกฎหมายมาจริงๆหรือ? แค่เรื่องส่วนพระองค์ที่เป็นเรื่องการกุศลเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนกับการบริหารราชการแผ่นดินนายปิยบุตรยังไม่มีปัญญาแยกแยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากนายปิยบุตรยังไม่หยุดบิดเบือนสร้างความแตกแยกและให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ เกรงว่าประชาชนทั่วไปจะอดทนไม่ไหวกับพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของนายปิยบุตร ความเกลียดชังมากมายจะย้อนกลับไปหาตัวนายปิยบุตรเอง และบางทีนายปิยบุตรอาจถูกรุมประชาทัณฑ์ก่อนติดคุก หรือถูกรุมประชาทัณฑ์ในคุกก็เป็นได้ เพราะแม้แต่เรื่องประโยชน์สุขของผู้ต้องขัง นายปิยบุตรยังกล้าเบียดเบียนด้วยการนำเรื่องบิดเบือนมาเป็นประเด็นสร้างความแตกแยกได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสงสัยจริงๆว่านายปิยบุตรจะถูกรุมประชาทัณฑ์นอกคุกหรือในคุกก่อนกัน?&lt;/p&gt;


	ส.ส.โรม เปิดคลิปแฉตำรวจทำร้ายประชาชน แค่ติดป้าย #Saveบางกลอย
	ดร.เสรี เชื่อมั่นกฎหมายกำลังจะทำงาน&amp;nbsp;
	&amp;#39;อดีตบิ๊ก ศรภ.&amp;#39; ชี้เปรี้ยงประเทศที่หนุนม็อบในไทย กำลังเจอบาปกรรม!
	พรึ่บ! ส.ส.-นักการเมืองเครือข่ายธนาธร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90729</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นิว, ปิยบุตร, ราชทัณฑ์ปันสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200509/image_big_5eb61e54b6a91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานพระราชทรัพย์​ส่วนพระองค์ 128 ล้านแก่เรือนจำและ รพ.ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; พระราชทาน&amp;nbsp;พระราชทรัพย์​ส่วนพระองค์ 128 ล้านบาท แก่เรือนจำ 19 แห่งและโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์​ออกเอกสารข่าว โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp;ที่ทรงมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล โดยทรงเห็นว่าสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดีนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ต้องขัง ซึ่งก็คือประชาชนเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรงเห็นว่าการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การพยาบาล รวมไปถึงการได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง เป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่ควรได้รับเท่าเทียมกับบุคคลภายนอกตามหลักมนุษยธรรม ข้อจำกัดในด้านการได้รับความรู้ด้านสุขอนามัย ตลอดจนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ต้องขังจึงมีความสำคัญที่จะต้องพิจารณาปรับปรุง จึงได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ริเริ่มโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเติมเต็มสิทธิของผู้ต้องขังให้ได้รับบริการทางสุขภาพ เฉกเช่น ประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรมราชทัณฑ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 217 ล้านบาท ในระยะที่ 1 ตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp;28 ธ.ค.&amp;nbsp;2562 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้จัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 756 รายการ พระราชทานให้กับเรือนจำทัณฑสถานเป้าหมาย 25 แห่ง ประกอบด้วยเรือนจำความมั่นคงสูงสุด 5 แห่ง เรือนจำกำหนดโทษสูง 12 แห่ง ทัณฑสถานหญิง 7 แห่ง และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งในปลายปีนี้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ได้ดำเนินงานเป็นระยะเวลา 1 ปี พระสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 128 ล้านบาท เพื่อดำเนินงานโครงการฯ เข้าสู่ระยะที่ 2 สำหรับจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่เรือนจำ 19 แห่ง และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ ซึ่งได้แก่ เรือนจำอำเภอฝาง เรือนจำอำเภอเทิง เรือนจำอำเภอแม่สอด เรือนจำอำเภอสวรรคโลก เรือนจำอำเภอแม่สะเรียง เรือนจำอำเภอพล เรือนจำอำเภอสีคิ้ว เรือนจำอำเภอนางรอง เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ เรือนจำอำเภอรัตนบุรี เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี เรือนจำอำเภอธัญบุรี เรือนจำอำเภอทุ่งสง เรือนจำอำเภอปากพนัง เรือนจำอำเภอนาทวี เรือนจำอำเภอเบตง เรือนจำอำเภอหลังสวน เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ และเรือนจำอำเภอหล่มสัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมราชทัณฑ์ และผู้ต้องราชทัณฑ์ รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;นับเป็นขวัญกำลังใจ และสิริมงคลของข้าราชการ ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ต่างพร้อมน้อมรับ พระบรมราโชบายใส่เกล้าใส่กระหม่อม นำไปดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเกิดสัมฤทธิผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83388</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ราชทัณฑ์ปันสุข, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa5d70a9777.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงเปิดราชทัณฑ์ปันสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงเปิดการดำเนินงานโครงการ &amp;quot;ราชทัณฑ์ปันสุข&amp;quot; พระราชทานเครื่องมือแพทย์-รถเอกซเรย์ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 217 ล้าน รักษาผู้ต้องขังป่วย ณ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เสด็จฯ ถวายราชสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เนื่องในวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม เวลา 15.52 น.&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดการดำเนินงานตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข&amp;nbsp;ทำความดี&amp;nbsp;เพื่อชาติ&amp;nbsp;ศาสน์&amp;nbsp;กษัตริย์ ณ&amp;nbsp;ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&amp;nbsp;ถนนงามวงศ์วาน&amp;nbsp;เขตจตุจักร&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;การนี้&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;ทรงรอเฝ้าฯ&amp;nbsp;รับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม,&amp;nbsp;นายวิศิษฏ์&amp;nbsp;วิศิษฏ์สรอรรถ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงยุติธรรม,&amp;nbsp;นายสุขุม&amp;nbsp;กาญจนพิมาย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, พันตำรวจเอกณรัชต์&amp;nbsp;เศวตนันทน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์&amp;nbsp;พร้อมคณะกรรมการจัดงานฯ&amp;nbsp;และข้าราชการ เฝ้าฯ&amp;nbsp;รับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เข้าห้องโถงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&amp;nbsp;ประทับพระราชอาสน์ นายกิตติพัฒน์&amp;nbsp;เดชะพหุล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;ทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายสูจิบัตรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายธวัชชัย&amp;nbsp;ชัยวัฒน์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์&amp;nbsp;เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;ทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายสูจิบัตรสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;นายวีะกิตติ์&amp;nbsp;หาญปริพรรณ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์&amp;nbsp;รักษาการผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&amp;nbsp;เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;ทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายสูจิบัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา พันตำรวจเอกณรัชต์&amp;nbsp;เศวตนันทน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;ทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายของที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พันตำรวจโทประวุธ&amp;nbsp;วงศ์สีนิล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์&amp;nbsp;เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;ทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;นายวิชัย&amp;nbsp;โชติปฏิวกุล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม เข้าเฝ้าฯ ถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กราบบังคมทูลรายงานการเปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุข&amp;nbsp;ทำความดี&amp;nbsp;เพื่อชาติ&amp;nbsp;ศาสน์&amp;nbsp;กษัตริย์,&amp;nbsp;ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเบิกผู้เข้ารับพระราชทานเครื่องมือแพทย์&amp;nbsp;รับพระราชทานรถเอกซเรย์เคลื่อนที่รับพระราชทานสัญลักษณ์การ&amp;nbsp;Kick Start&amp;nbsp;พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข&amp;nbsp;ทอดพระเนตรเครื่องมือแพทย์พระราชทาน&amp;nbsp;กราบบังคมทูลเชิญเปิด &amp;quot;ห้องสุขภาพ ราชทัณฑ์&amp;nbsp;ปันสุข&amp;quot;&amp;nbsp;และทอดพระเนตรภายใน &amp;quot;ห้องสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข&amp;quot;&amp;nbsp;กราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรนิทรรศการต่างๆ&amp;nbsp;ที่จัดแสดงภายในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องมือแพทย์แก่นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;พระราชทานรถเอกซเรย์เคลื่อนที่แก่นายสุขุม&amp;nbsp;กาญจนพิมาย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;พระราชทานสัญลักษณ์การ&amp;nbsp;Kick Start&amp;nbsp;แก่พันตำรวจเอกณรัชต์&amp;nbsp;เศวตนันทน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชทานวีดิทัศน์แก่ผู้แทนอาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจำ จากนั้นเสด็จฯ ออกจากที่ประทับไปยังบริเวณจัดนิทรรศการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข&amp;nbsp;เสด็จฯ ออกจากบริเวณจัดนิทรรศการโครงการราชทัณฑ์ปันสุขไปยังจุดแสดงเครื่องมือแพทย์พระราชทาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเครื่องมือแพทย์พระราชทาน เสด็จฯ&amp;nbsp;ไปยัง &amp;quot;ห้องสุขภาพ ราชทัณฑ์&amp;nbsp;ปันสุข&amp;quot;&amp;nbsp;ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย &amp;quot;ห้องสุขภาพ ราชทัณฑ์&amp;nbsp;ปันสุข&amp;quot; ดนตรีไทยบรรเลงเพลงมหาฤกษ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ทอดพระเนตรภายใน &amp;quot;ห้องสุขภาพ ราชทัณฑ์&amp;nbsp;ปันสุข&amp;quot;&amp;nbsp;เสด็จออกจาก &amp;quot;ห้องสุขภาพ&amp;nbsp;ราชทัณฑ์&amp;nbsp;ปันสุข&amp;quot;&amp;nbsp;ไปยังนิทรรศการระบบของสาธารณสุขที่สนับสนุนการเข้าถึงบริการทางสาธารณสุขของผู้ต้องขังและการดำเนินการของเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรนิทรรศการระบบของสาธารณสุขที่สนับสนุนการเข้าถึงบริการทางสาธารณสุขของผู้ต้องขังและการดำเนินการของเรือนจำ ทอดพระเนตรนิทรรศการพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมวงศานุวงศ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการจิตอาสา&amp;nbsp;เราทำความดี&amp;nbsp;เพื่อชาติ&amp;nbsp;ศาสน์&amp;nbsp;กษัตริย์
ทอดพระเนตรการแสดงผลงานเพื่อพัฒนาจิตใจของผู้ต้องขัง:&amp;nbsp;งานวาดกับงานปั้น&amp;nbsp;เสด็จฯ ออกจากบริเวณจัดนิทรรศการไปยังชั้น 6&amp;nbsp;เสด็จฯ ถึงชั้น 6&amp;nbsp;ไปยังห้องไตเทียม&amp;nbsp;เสด็จฯ เข้าห้องไตเทียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระดำเนินเยี่ยมและพระราชทานถุงพระราชทานแก่ผู้ต้องขังป่วยที่เตียง&amp;nbsp;รวมจำนวน 11 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินีทรงพระดำเนินเยี่ยมและพระราชทานถุงพระราชทานแก่ผู้ต้องขังป่วยที่เตียง&amp;nbsp;รวมจำนวน 10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เสด็จฯ ลงจากชั้น 6&amp;nbsp;ไปยังชั้น 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จฯ&amp;nbsp;ถึงชั้น 1&amp;nbsp;เสด็จฯ&amp;nbsp;ไปยังห้องคัดกรองภาพรังสีทรวงอกโดยระบบปัญญาประดิษฐ์&amp;nbsp;ทอดพระเนตรภายในห้องคัดกรองภาพรังสีทรวงอกโดยระบบปัญญาประดิษฐ์&amp;nbsp;เสด็จฯ ออกจากห้องคัดกรองภาพรังสีทรวงอกโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ เสด็จฯ&amp;nbsp;ไปยังบริเวณจุดจอดรถเอกซเรย์เคลื่อนที่&amp;nbsp;ทอดพระเนตรรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ตามพระราชอัธยาศัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จฯ ออกจากจุดจอดรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ไปยังห้องประทับรับรอง เสด็จฯ เข้าห้องประทับรับรอง&amp;nbsp;ทรงลงพระปรมาภิไธย&amp;nbsp;และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม&amp;nbsp;ประทับพักพระราชอิริยาบถตามพระราชอัธยาศัย&amp;nbsp;สมควรแก่เวลาเสด็จออกจากห้องประทับรับรองไปยังรถยนต์พระที่นั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;ทรงส่งเสด็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;รถยนต์พระที่นั่ง&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จออกจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&amp;nbsp;กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล โดยทรงเห็นว่าสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดีนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ต้องขัง ซึ่งก็คือประชาชนเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ทรงเห็นว่าการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ พยาบาล รวมไปถึงการได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง เป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่ควรได้รับเท่าเทียมกับบุคคลภายนอกตามหลักมนุษยธรรม ข้อจำกัดในด้านการได้รับความรู้ด้านสุขอนามัย ตลอดจนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ต้องขัง จึงมีความสำคัญที่จะต้องพิจารณาปรับปรุง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เริ่มโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขึ้น เพื่อเป็นการเติมเต็มสิทธิของผู้ต้องขังให้ได้รับการบริการทางสุขภาพเฉกเช่นประชาชนทั่วไป และนอกเหนือจากการส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี เพื่อพร้อมต่อการพัฒนาเรียนรู้ของผู้ต้องขังในการเป็นการคืนคนดีสู่สังคม ยังเป็นการเสริมสร้างทัศนคติความเป็นจิตอาสาอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ต้องให้บริการแก่ผู้ต้องขังเป็นจำนวนมาก ในกรณีเจ็บไข้ได้ป่วยยังขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ ซึ่งการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังถือเป็นหน้าที่สำคัญของกรมราชทัณฑ์ ในการที่จะให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม ทั้งนี้ เมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ เพื่อออกมาสู่สังคมภายนอกและประกอบอาชีพสุจริตอย่างมีคุณภาพ โดยพระราชทานความช่วยเหลือในการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ตลอดจนให้จิตอาสาพระราชทานเข้าไปมีบทบาทในการช่วยเหลือทั้งด้านการแพทย์ พยาบาล การอบรมให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ และเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการประสบความสำเร็จ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานที่ปรึกษา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการโครงการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการดำเนินงานโครงการในระยะแรก ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 217 ล้านบาท จัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 756 รายการ พระราชทานให้เรือนจำ ทัณฑสถานเป้าหมาย 25 แห่ง ประกอบด้วยเรือนจำความมั่นคงสูงสุด 5 แห่ง, เรือนจำกำหนดโทษสูง 12 แห่ง, &amp;nbsp;ทัณฑสถานหญิง 7 แห่ง และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 1 แห่ง และจะมีการขยายความช่วยเหลือไปยังเรือนจำต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการดำเนินการทำให้เกิดการบูรณาการทางการแพทย์ระหว่างกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม กับกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลสังกัดต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการ โดยมีผลการดำเนินงานต่างๆ อาทิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พระราชทานเครื่องมือแพทย์จำนวน 756 รายการ เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญต่อการวินิจฉัยและรักษาโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่ของผู้ต้องขัง เช่น เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เครื่องไตเทียม ยูนิตทันตกรรม และรถเอกซเรย์ โมบาย เป็นต้น และโดยเฉพาะรถเอกซเรย์โมบาย นอกจากจะให้บริการผู้ต้องขังแล้ว ยังสามารถให้บริการประชาชนทั่วไปในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การจัดระบบบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำเป้าหมาย 25 แห่ง เช่น สิทธิประโยชน์ผู้ต้องขังในการรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่สามารถดำเนินการได้แล้ว ร้อยละ 91 การขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลเรือนจำเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติดำเนินการได้ครบ 142 แห่ง มีการรับปรึกษาโรคเฉพาะทางไกล คัดกรองโรค เช่น เอกซเรย์ปอดค้นหาวัณโรค ตรวจการติดเชื้อเอชไอวีด้วยสารน้ำทางช่องปาก การจัดทำหลักสูตรครูฝึกอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ หรือครู ก. ให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในเรือนจำ มีการพัฒนาหลักสูตรการอบรมผู้ต้องขังที่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการพยาบาลให้ผู้ต้องขังและการจัดทำสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเอง อาทิ ภาพพลิก ชุดคลิปวิดีโอ และละครสั้น เพื่อให้ผู้ต้องขังศึกษาและนำไปสู่การป้องกันโรคต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ด้านการบริหารจัดการโรคติดต่อ ได้จัดให้มีการสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ อุปกรณ์การฉีดให้กับเรือนจำทุกแห่งที่พบการระบาด การคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี 100% คัดกรองวัณโรคผู้ต้องขังด้วยวิธีเอกซเรย์ปอด 100% และจัดให้มีห้องควบคุมที่โรงพยาบาลครบตามเรือนจำเป้าหมาย รวมทั้งการจัดสถานที่กักกันผู้ต้องขังแรกรับที่สามารถดำเนินการไปแล้ว 1 แห่ง โดยในแห่งที่เหลืออยู่ระหว่างการบริหารจัดการให้สามารถดำเนินการได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ด้านการเพิ่มพูนความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ต้องขัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้มีการจัดตั้ง &amp;quot;มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข&amp;quot; ในเรือนจำเป้าหมายขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้ต้องขังได้เข้ามาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจด้วยตนเอง อันจะทำให้ผู้ต้องขังมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของตนเอง และเมื่อพ้นโทษไปแล้วจะมีสุขภาพที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ด้านการปรับปรุงอนามัยสิ่งแวดล้อม การป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพ ได้พระราชทานให้จิตอาสาพระราชทานเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายนอกและในเรือนจำ ซึ่งได้มีการนัดจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิงเดย์ในเรือนจำทั่วประเทศ โดยการเข้ามามีส่วนร่วมของจิตอาสาพระราชทานให้ผู้ต้องขังที่มาร่วมเป็นจิตอาสาได้เรียนรู้เรื่องการทำความดีเพื่อส่วนรวมอันเป็นความภาคภูมิใจให้ตนเอง และส่งผลให้สังคมและชุมชนให้การยอมรับผู้ต้องขังมากขึ้น ลดช่องว่างระหว่างผู้ต้องขังกับชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน&amp;nbsp;พระราชวังดุสิต ไปถวายราชสักการะยังพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พุทธศักราช&amp;nbsp;2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพุ่มดอกไม้ของส่วนพระองค์ และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ทรงวางพุ่มดอกไม้ของส่วนพระองค์&amp;nbsp;ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ ถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน&amp;nbsp;พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;เป็นวันคล้ายวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงปราบดาภิเษก&amp;nbsp;ทางราชการได้จัดให้มีการถวายราชสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชประจำทุกปี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;nbsp;วงเวียนใหญ่&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53455</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงเปิดการดำเนินงานโครงการ ราชทัณฑ์ปันสุข, ทรงเปิดราชทัณฑ์ปันสุข, ราชทัณฑ์ปันสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e07698aa5d4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
