<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อเซ็กซ์&#039;เอปสตีน&#039;ยื่นฟ้อง&#039;เจ้าชายแอนดรูว์&#039; ขืนใจตอนเป็นผู้เยาว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงชาวอเมริกันที่ตกเป็นเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศโดย &amp;quot;เจฟฟรีย์ เอปสตีน&amp;quot; มหาเศรษฐีนักการเงินที่ฆ่าตัวตายในคุกเมื่อปี 2562 ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าชายแอนดรูว์ต่อศาลนิวยอร์กเมื่อวันจันทร์&amp;nbsp; กล่าวหาเจ้าชายว่าขืนใจและทำร้ายร่างกายเธอตอนเป็นผู้เยาว์อายุไม่ถึง 18 ปี โดยเอปสตีนให้เจ้าชาย &amp;quot;ยืม&amp;quot; เธอไปใช้ทั้งที่นิวยอร์ก, ลอนดอน และเกาะส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายของเวอร์จิเนีย โรเบิร์ตส์ หรือนามสกุลจุฟเฟรในปัจจุบัน ถ่ายคู่กับเจ้าชายแอนดรูว์ที่้บ้านของกิสเลน แม็กซ์เวลล์ ในกรุงลอนดอน เมื่อปี 2544 (Virginia Roberts)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 10 สิงหาคมว่า ราชวงศ์อังกฤษเผชิญกับข่าวอื้อฉาวอีกครั้ง เมื่อเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ตกเป็นจำเลยในคดีที่เวอร์จิเนีย จุฟเฟร หรือนามสกุลเดิม โรเบิร์ตส์ หญิงชาวอเมริกันอายุ 38 ปี ยื่นฟ้องต่อศาลสหรัฐในนครแมนฮัตตัน โดยอาศัยกฎหมายเหยื่อที่เป็นผู้เยาว์ของสหรัฐ ที่สามารถฟ้องการกระทำที่เกิดย้อนหลังได้ จุฟเฟรระบุว่าขณะเกิดเหตุเธอมีอายุเพียง 17 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุฟเฟรกล่าวหาในคำฟ้องว่า เธอตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดของเอปสตีนเป็นประจำ และเอปสตีนเคยให้พวกผู้ชายที่ทรงอิทธิพลคนอื่นยืมตัวเธอเพื่อมีเพศสัมพันธ์เมื่อ 20 กว่าปีก่อน &amp;quot;ชายที่ทรงอิทธิพลที่ว่านั้นคนหนึ่งคือจำเลย เจ้าชายแอนดรูว์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์อ้างคำฟ้องว่า จุฟเฟรกล่าวว่า เจ้าชายล่วงละเมิดทางเพศเธอ 3 วาระโดยที่ตอนนั้นเธอยังอายุไม่ถึง 18 ปี ได้แก่ ที่บ้านในกรุงลอนดอนของกิสเลน แม็กซ์เวลล์ หญิงสังคมชั้นสูงลูกมหาเศรษฐีอังกฤษที่เป็นเพื่อนของเอปสตีน, ที่แมนชันของเอปสตีนในนิวยอร์ก และที่เกาะส่วนตัว ลิตเติลเซนต์เจมส์ ของเอปสตีนในหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอปสตีน, แม็กซ์เวลล์ และเจ้าชายแอนดรูว์ บังคับโจทก์ ซึ่งเป็นผู้เยาว์ ให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์ โดยเธอไม่เต็มใจ&amp;quot; คำฟ้องกล่าว โดยระบุว่า เจ้าชายทำทั้งที่รู้ว่าเธอยังเป็นผู้เยาว์ และรู้ว่าเธอเป็นเหยื่อของการค้าประเวณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุฟเฟร ซึ่งเคยกล่าวหาเจ้าชายผ่านการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์มาแล้ว ระบุในคำฟ้องว่า เธอต้องการเรียกค่าเสียหายเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างและค่าเสียหายเชิงลงโทษจากเจ้าชายแอนดรูว์ โดยบอกว่าการกระทำของเจ้าชายทำร้ายเธอและสร้างความทุกข์ทางจิตใจและอารมณ์อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารที่ยื่นต่อศาลกล่าวว่า ในสหรัฐ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นประธานาธิบดีหรือเจ้าชาย และไม่มีใครสามารถถูกลิดรอนจากการปกป้องทางกฎหมายได้ ไม่ว่าผู้นั้นจะไร้อำนาจหรืออ่อนแอเพียงใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งมีพระชันษา 61 ปีในปัจจุบัน ทรงยืนกรานว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับจุฟเฟร และพระองค์จำไม่ได้ด้วยว่าเคยพบเธอ แม้ว่าจะมีภาพถ่ายเผยแพร่อย่างกว้างขวางที่พระองค์ถ่ายภาพคู่กับจุฟเฟรซึ่งใช้นามสกุลโรเบิร์ตส์ในตอนนั้น ที่บ้านของแม็กซ์เวลล์ในกรุงลอนดอน ซึ่งจุฟเฟรบอกว่าถ่ายไว้ก่อนที่เจ้าชายจะขืนใจเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของพระราชวังบักกิงแฮมปฏิเสธจะให้ทัศนะเกี่ยวกับคำฟ้องนี้ ส่วนบริษัทประชาสัมพันธ์ที่เป็นตัวแทนของเจ้าชายตอบเอเอฟพีทางอีเมลเมื่อวันอังคารว่า &amp;quot;ไม่มีความเห็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประทานสัมภาษณ์บีบีซีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่เจ้าชายทรงปฏิเสธเสียงแข็ง เจ้าชายแอนดรูว์ตรัสถึงพฤติกรรมของเอปสตีนว่า &amp;quot;ไม่เหมาะสม&amp;quot; แต่ยังยืนยันว่าพระองค์ไม่เสียใจที่ได้เป็นเพื่อนกับเขา ไม่นานหลังการสัมภาษณ์ที่กลับกลายเป็นหายนะด้านชื่อเสียงของราชวงศ์ เจ้าชายก็ทรงยุติการปฏิบัติพระกรณียกิจของราชวงศ์ และองค์กรต่างๆ พากันถอยห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอปสตีนโดนอัยการสหรัฐตั้งข้อหาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ว่าแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กสาวและผู้หญิงนับร้อยคน เขากระทำอัตวินิบาตกรรมขณะถูกคุมขังในเรือนจำแมนฮัตตันเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมปีเดียวกัน จบชีวิตด้วยวัย 66 ปี แต่คดีความต่างๆ ยังค้างคาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ผู้จัดการเงินกองทุนชดเชยเหยื่อของเอปสตีนกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า กระบวนการจ่ายเงินชดเชยเสร็จสิ้นแล้ว โดยจ่ายเงินไปมากกว่า 121 ล้านดอลลาร์แก่ผู้เสียหายราว 138 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายเหยื่อที่เป็นผู้เยาว์, ดยุคแห่งยอร์ก, ฟ้องเจ้าชายแอนดรูว์, ราชวงศ์อังกฤษ, เจฟฟรีย์ เอปสตีน, เจ้าชายแอนดรูว์, เวอร์จิเนีย จุฟเฟร, เวอร์จิเนีย โรเบิร์ตส์, เหยื่อล่วงละเมิดทางเพศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112651960add.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมแกน&#039;มีประสูติกาลพระธิดา ตั้งชื่อตามพระนามควีน-เจ้าหญิงไดอานา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ประกาศข่าวประสูติกาลธิดาซึ่งเป็นทายาทคนที่ 2 ของทั้งคู่ โดยตั้งชื่อตามชื่อเล่นของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าหญิงไดอานา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน นั่งให้สัมภาษณ์กับโอปราห์ วินด์ฟรีย์ ออกอากาศทางซีบีเอสเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564 (Photo by Harpo Productions/Joe Pugliese via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธิดาคนนี้ ซึ่งเป็นรัชทายาทลำดับที่ 8 แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ มีประสูติกาลที่โรงพยาบาลซานตาบาร์บาราคอตเทจ ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน และได้รับการตั้งชื่อว่า ลิลีเบต &amp;quot;ลิลี&amp;quot; ไดอานา เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ โอรสคนแรกของทั้งคู่มีนามว่า อาร์ชี ประสูติเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของเจ้าชายแฮร์รี พระชันษา 36 ปี และชายาชาวอเมริกันวัย 39 ปี เปิดเผยว่า ตั้งชื่อธิดาว่า ลิลีเบต ตามพระนามของพระปัยยิกา ซึ่งมีพระนามลำลองที่เรียกขานกันในหมู่พระบรมวงศ์ และชื่อกลางว่าไดอานา นั้นตั้งตามพระนามพระอัยยิกา โดยธิดาคนนี้มีน้ำหนักแรกคลอด 7 ปอนด์ 11 ออนซ์ (3.5 กิโลกรัม) ทั้งแม่และเด็กแข็งแรงดี และขณะนี้กลับมาพักที่บ้านแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำประกาศนี้ไม่นาน โฆษกสำนักพระราชวังบักกิงแฮมกล่าวว่า สมเด็จพระราชินีและพระบรมวงศ์ทุกพระองค์มีความปีติยินดีกับข่าวประสูติกาลของธิดาในดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายวิลเลียมและเคต ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ซึ่งมีพระโอรส 2 พระองค์ และพระธิดา 1 พระองค์ ที่ตั้งพระนามตามพระปัยยิกาและพระอัยกาเช่นกันว่า &amp;quot;ชาร์ลอตต์ เอลิซาเบธ ไดอานา&amp;quot; ทรงแสดงความยินดีผ่านทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการด้วยว่า ทุกพระองค์ล้วนดีพระทัยกับข่าวดีเรื่องการประสูติของลิลีน้อย และขอแสดงความยินดีกับแฮร์รี, เมแกน และอาร์ชี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แสดงความยินดีกับข่าวนี้ด้วย รวมถึงสื่อของอังกฤษที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ที่พากันประกาศข่าวประสูติกาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่ถอนตัวจากราชวงศ์เมื่อมาได้ราว 1 ปีครึ่ง ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐ โดยพำนักอยู่ในแมนชันหรูราคา 14 ล้านดอลลาร์ ที่มอนเตซิโต ห่างจากลอสแองเจลีสทางเหนือ 130 กิโลเมตร ซึ่งเป็นย่านที่อยู่ของเหล่าคนดัง หนึ่งในนั้นคือโอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรผิวสีที่ทั้งคู่เคยให้นั่งให้สัมภาษณ์นาน 2 ชั่วโมงเมื่อเดือนมีนาคม จุดชนวนความขุ่นเคืองและก่อวิกฤติแก่ราชวงศ์อังกฤษด้วยการกล่าวหาว่ามีสมาชิกพระองค์หนึ่งเหยียดสีผิวอาร์ชี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์, พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, มีประสูติกาลธิดา, ราชวงศ์อังกฤษ, ลิลี, ลิลีเบต &quot;ลิลี&quot; ไดอานา เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์, อาร์ชี, เจ้าชายแฮร์รี, เจ้าหญิงไดอานา, เมแกน มาร์เคิล, แฮร์รีและเมแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdd042dd440.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษจัดพระราชพิธีพระศพเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ราชวงศ์อังกฤษจัดพระราชพิธีฝังพระศพเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แล้วเมื่อวันเสาร์ ในพิธีที่เรียบง่าย มีเพียงสมาชิกราชวงศ์และพระญาติสนิทเข้าร่วมเพียง 30 คน ทั่วอังกฤษพร้อมใจกันสงบนิ่งไว้อาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หีบพระศพเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ ถูกอัญเชิญขึ้นพระราชรถแลนด์โรเวอร์ เพื่อเคลื่อนไปยังโบสถ์เซนต์จอร์จ&amp;nbsp;สถานที่ประกอบพิธีพระศพภายในพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564&amp;nbsp;(Photo by Adrian Dennis/WPA Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หีบพระศพของเจ้าชายฟิลิป ซึ่งสิ้นพระชนม์ที่พระราชวังวินด์เซอร์เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 โดยมีพระชนมายุ 99 พรรษา มีกำหนดเคลื่อนจากสถานที่ประดิษฐานภายในโบสถ์ส่วนพระองค์ในพระราชวังวินด์เซอร์ ด้วยพระราชรถแลนด์โรเวอร์ ซึ่งเจ้าชายฟิลิปทรงช่วยออกแบบดัดแปลง มาประกอบพิธีที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ซึ่งอยู่ภายในรั้วพระราชวังวินด์เซอร์เช่นกัน ในเวลา 20.40 น.ของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนพระดำเนินตามเสด็จหีบพระศพ รวมถึงเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ, เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี, เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก, เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์, เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ ที่ยุติบทบาทพระบรมวงศ์ไปใช้ชีวิตที่สหรัฐและเดินทางมาร่วมพิธีเพียงผู้เดียว โดยเมแกน มาร์เคิล พระชายาที่ตั้งครรภ์ แพทย์แนะนำให้งดการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในขบวนนี้ เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รีจะไม่ได้ดำเนินเคียงข้างกัน โดยปีเตอร์ ฟิลิปส์ โอรสในเจ้าหญิงแอนน์ จะเดินคั่นกลาง นอกจากนี้ ฉลองพระองค์ของเจ้าชายทั้งหลายในครั้งนี้จะไม่ใช่เครื่องแบบทหารด้วย โดยสื่ออังกฤษกล่าวกันว่า เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความอับอายแก่เจ้าชายแฮร์รี ซึ่งถูกเรียกคืนพระยศภายหลังการตัดสินใจสละฐานันดรศักดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ พระชนมพรรษา 94 พรรษา ซึ่งตรัสว่าการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีที่ทรงครองคู่ด้วยกันมานาน 73 ปี เหลือไว้ซึ่งความว่างเปล่าครั้งใหญ่ในชีวิตของพระองค์ จะประทับรถยนต์เบนท์เลย์พระที่นั่งแยกต่างหาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีพระศพภายในโบสถ์เซนต์จอห์นมีกำหนดเริ่มต้นในเวลา 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 21.00 น.ของไทย โดยทั่วสหราชอาณาจักรจะสงบนิ่งไว้อาลัยพร้อมกันในเวลาดังกล่าว หลังเสร็จสิ้นพิธีภายในโบสถ์เซนต์จอร์จ&amp;nbsp;หีบพระศพเจ้าชายฟิลิป ซึ่งคลุมด้วยธงประจำพระองค์ มีพวงหรีด, หมวกและกระบี่ทหารเรือของเจ้าชายวางไว้ด้านบน จะถูกอัญเชิญไปฝังไว้ภายในห้องใต้ดินหลวงใต้โบสถ์แห่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวังอังกฤษเคยกล่าวไว้ว่า เจ้าชายฟิลิปมีพระประสงค์ให้พิธีพระศพของพระองค์จัดอย่างเรียบง่ายและไม่ต้องตั้งพระศพให้สาธารณชนร่วมถวายความอาลัย สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้พิธีพระศพครั้งนี้ต้องลดขนาดลงอีก โดยจำกัดผู้เข้าร่วมไว้เพียง 30 คนตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีกรรมทางศาสนามีจัสติน เวลบี อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ผู้นำคริสตจักรอังกฤษเป็นผู้ประกอบพิธี ภายในโบสถ์เซนต์จอร์จแห่งนี้ นอกจากพระบรมวงศ์และเชื้อพระวงศ์ที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ยังรวมถึง คามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายาในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, แคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาในเจ้าชายวิลเลียม, เจ้าหญิงเบียทริซ และเจ้าหญิงยูเชนี พระธิดาในเจ้าชายแอนดรูว์, ซารา ทินดัลล์ พระธิดาในเจ้าหญิงแอนน์ ตลอดจนพระญาติชาวเยอรมันของเจ้าชายฟิลิป และเลขานุการส่วนพระองค์ของเจ้าชายฟิลิป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษและสำนักพระราชวังร้องขอประชาชนอย่าได้มารวมตัวกันเพื่อถวายความอาลัยครั้งสุดท้ายที่ด้านนอกพระราชวังวินด์เซอร์หรือพระตำหนักแห่งอื่นๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยสถานีโทรทัศน์ของอังกฤษพากันงดรายการปกติและถ่ายทอดสดตลอดพิธี ที่คาดว่าจะมีผู้ชมทั่วโลกหลายล้านคน ถึงแม้จะมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า สถานีบีบีซีของอังกฤษได้รับคำร้องเรียนมากกว่า 100,000 รายที่ยกเลิกรายการปกติแล้วมีรายการพิเศษมากมายเกี่ยวกับดยุคแห่งเอดินบะระ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99789</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชพิธีพระศพ, พระราชวังวินด์เซอร์, พิธีพระศพ, ราชวงศ์อังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ, โบสถ์เซนต์จอห์น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607ae91b81996.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดพระราชพิธีศพเจ้าชายฟิลิปเสาร์หน้า เจ้าชายแฮร์รีเสด็จด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักพระราชวังบักกิงแฮมประกาศจัดพระราชพิธีศพเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ วันเสาร์ที่ 17 เมษายน โดยเป็นพิธีภายในจำกัดผู้เข้าร่วมเพียง 30 คน เผยเจ้าชายแฮร์รีจะเสด็จมาร่วมพิธีเพียงองค์เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของสำนักพระราชวังบักกิงแฮมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาระบุว่า พระราชพิธีศพเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กำหนดจัดในวันเสาร์ที่ 17 เมษายน 2564 ตั้งแต่เวลา 21.00 น.วันเดียวกันตามเวลาของไทย ที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพิธีศพจะเป็นงานพระราชพิธีขนาดเล็ก ไม่ใช่งานพระราชพิธีของรัฐขนาดใหญ่เช่นงานพระศพของสมาชิกราชวงศ์องค์ก่อนๆ ซึ่งเป็นการสะท้อนพระราชประสงค์ของดยุคแห่งเอดินบะระ ที่สิ้นพระชนม์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และปรับให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมไม่เกิน 30 คน แต่จะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายแฮร์รี พระโอรสในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ ที่ยุติพระกรณียกิจของราชวงศ์ แล้วไปใช้ชีวิตสามัญชนที่สหรัฐอเมริกาพร้อมกับเมแกน ชายาที่เป็นนักแสดงลูกครึ่งผิวดำชาวอเมริกัน จะเสด็จมาร่วมพิธีด้วย แต่เมแกน ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนที่แล้วกล่าวหาราชวงศ์อังกฤษเหยียดผิว จะไม่ได้มาร่วมพิธีนี้ ตามคำแนะนำของแพทย์ที่ขอให้งดการเดินทางไกลเนื่องจากเธอกำลังตั้งครรภ์ทายาทคนที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ก็จะไม่ได้เข้าร่วมพิธีนี้เช่นกัน โดยสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคระบาด และจอห์นสันต้องการให้สมาชิกราชวงศ์ได้เข้าร่วมพระราชพิธีนี้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศจากบักกิงแฮมเมื่อวันเสาร์มีออกมาในวันเดียวกับที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ มีพระราชกระแสรับสั่งแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระราชบิดา ที่พระองค์ตรัสเรียกว่า &amp;quot;พ่อที่รัก&amp;quot; ว่าสมาชิกในราชวงศ์คิดถึงพระองค์อย่างมากมาย และเจ้าชายฟิลิป ซึ่งอีกเพียง 2 เดือนก็จะมีพระชนมายุครบ 100 พรรษา คงจะทรงประหลาดพระทัยกับปฏิกิริยาและถ้อยคำอันตื้นตันใจที่ผู้คนกล่าวถึงพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเสาร์ที่ผ่านมา กองทัพอังกฤษได้ยิงสลุต 41 นัด ถวายพระเกียรติเจ้าชายฟิลิป ซึ่งเคยดำรงยศนาวาโทแห่งกองทัพเรือ โดยพร้อมเพรียงกันตั้งแต่เวลา 12.00 น. (18.00 น.ของไทย) ทั้งที่กรุงลอนดอน, เอดินบะระ, คาร์ดิฟ และเบลฟาสต์ รวมถึงฐานทัพเรือแห่งต่างๆ และบนเรือรบกลางทะเลและที่ดินแดนยิบรอลตาร์ รวมถึงที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ซึ่งอยู่ในเครือจักรภพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอคอยแห่งลอนดอน มีผู้คนมากกว่า 100 คนสงบนิ่งด้วยความเคารพขณะชมการยิงปืนใหญ่ของกองร้อยปืนใหญ่เกียรติยศเพื่อถวายพระเกียรติที่ริมฝั่งแม่น้ำเธมส์ การแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ เมื่อวันเสาร์ รวมถึงฟุตบอล, คริกเก็ต และแข่งม้า ได้ร่วมสงบนิ่งไว้อาลัยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารที่ทำการของรัฐบาลจะลดธงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยจนถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน หลังวันพระราชพิธีศพ ส่วนในวันจันทร์นี้ สภาสามัญชนได้เรียกประชุมผู้แทนราษฎรเพื่อจัดพิธีถวายความอาลัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99193</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดยุคแห่งเอดินบะระ, พระราชพิธีศพ, ราชวงศ์อังกฤษ, เจ้าชายฟิลิป, เจ้าชายแฮร์รี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072e84dbbe53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 23:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 23:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำทั่วโลกร่วมอาลัยเจ้าชายฟิลิปสิ้นพระชนม์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ สิ้นพระชนม์แล้วเมื่อเช้าวันศุกร์ ด้วยพระชนมพรรษา 99 พรรษา ผู้นำและประมุขจากทั่วโลกร่วมแสดงความอาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2550 (Photo by Tim Graham/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแห่งอังกฤษประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ของดยุคแห่งเอดินบะระเมื่อวันศุกร์ที่ 9 เมษายนว่า &amp;quot;ด้วยความโทมนัสอย่างสุดซึ้ง สมเด็จพระราชินีนาถทรงประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีอันทรงเป็นที่รัก เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างสงบเมื่อเช้านี้ที่พระราชวังวินด์เซอร์ จะมีแถลงการณ์เพิ่มเติมต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ราชวงศ์อังกฤษขอร่วมกับผู้คนทั่วโลกร่วมไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระองค์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายฟิลิป ซึ่งเดือนมิถุนายนนี้จะมีพระชนมาพรรษาครบ 100 พรรษา เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีมาประทับที่พระราชวังวินด์เซอร์ อยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ช่วงที่อังกฤษล็อกดาวน์เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ด้วยพระชนมายุทำให้ทั้งสองพระองค์อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และต่างทรงรับการถวายวัคซีนโดสแรกเมื่อเดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธงที่ประดับพระราชวังบักกิงแฮมและอาคารที่ทำการของรัฐบาลทั่วอังกฤษลดลงครึ่งเสา เหล่าพสกนิกรพากันมาวางดอกไม้ถวายความอาลัยที่ด้านนอกพระราชวังวินด์เซอร์และพระราชวังบักกิงแฮมภายหลังประกาศข่าวนี้ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษปิดทำการเหลือเพียงหน้าแรกของเว็บไซต์ที่เปลี่ยนเป็นภาพของเจ้าชายฟิลิปและคำประกาศเรื่องการสิ้นพระชนม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสิ้นพระชนม์ของดยุคแห่งเอดินบะระเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของสมเด็จบรมพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ ซึ่งมีพระชนมพรรษา 94 พรรษา และเป็นองค์ประมุขที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของอังกฤษ ครั้งหนึ่งสมเด็จพระราชินีเคยรับสั่งถึงพระราชสวามีที่ทรงอยู่เคียงข้างพระองค์มาตลอด 69 ปีแห่งการครองราชย์ว่า ทรงเป็นพลังและทรงค้ำจุนพระองค์มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายเคยมีพระอาการประชวรและมีปัญหาเกี่ยวกับพระพลานามัยบ่อยครั้งในช่วงหลัง รวมถึงเคยผ่าตัดหัวใจและผ่าตัดสะโพก ทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เพื่อรักษาอาการเกี่ยวกับพระหทัยซึ่งเป็นพระโรคเดิมและการติดเชื้อ พระองค์ประทับที่โรงพยาบาล 4 สัปดาห์และเสด็จกลับพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อต้นเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากปฏิบัติพระกรณียกิจมากมายโดยเสด็จฯ พร้อมกับพระราชินี และการเสด็จฯ เดี่ยวอีกมากกว่า 22,000 ครั้ง เจ้าชายฟิลิปทรงยุติการทรงงานสาธารณะในเดือนสิงหาคม 2560 แม้ว่าหลังจากนั้นจะทรงออกงานพระราชพิธีบ้างก็ตาม พระกรณียกิจครั้งสุดท้ายคือทรงร่วมพิธีของกองทัพที่พระราชวังวินด์เซอร์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าชายฟิลิป ซึ่งสละฐานันดรจากราชวงศ์กรีก ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ ซึ่งเป็นพระยศในขณะนั้น ที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ห้าปีก่อนที่เจ้าหญิงเอลิซาเบธจะเสด็จขึ้นครองราชย์ ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสและพระธิดารวม 4 พระองค์ ได้แก่ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ, เจ้าหญิงแอนน์, เจ้าชายแอนดรูว์ และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และดยุคแห่งเอดินบะระ ทรงโบกพระหัตถ์จากสีหบัญชรของพระราชวังบักกิงแฮม ภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2496 (Photo by Keystone/Hulton Archive/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวการสิ้นพระชนม์ก่อคำถามด้วยว่า สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษจะทรงพิจารณาเกี่ยวกับการสละราชสมบัติให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ครองราชน์สืบต่อหรือไม่ แต่นักสังเกตการณ์หลายคนกล่าวว่า โอกาสที่จะสละราชย์นั้นน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย และช่วงหลายปีมานี้ สมเด็จพระราชินีทรงลดพระราชกรณียกิจลงโดยทรงมอบหมายให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, เจ้าชายวิลเลียม และสมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นๆ เสด็จแทนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ กล่าวที่ด้านนอกสำนักงานนายกรัฐมนตรีเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ว่าอังกฤษและสหราชอาณาจักรขอบคุณต่อชีวิตและการทำงานที่ไม่ธรรมดาของเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ&amp;nbsp; พระองค์ทรงเป็นแรงดลใจแก่คนรุ่นหลังทั้งในอังกฤษ เครือจักรภพและทั่วโลก เริ่มแรกจากที่ทรงรับราชการในกองทัพเรือแห่งอังกฤษ และการที่ทรงอยู่เคียงข้างสมเด็จพระราชินีเกือบ 8 ทศวรรษหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำและประมุขจากทั่วโลกทั้งในอดีตและปัจจุบันร่วมแสดงความอาลัย ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา, ยุโรป และประเทศในเครือจักรภพ อาทิ ออสเตรเลีย, อินเดีย และนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่ผู้นำไอร์แลนด์ ที่เมื่อปี 2554 เจ้าชายและสมเด็จพระราชินีเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษที่เสด็จเยือนเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปีหลังจากการเป็นศัตรูกันมาหลายชั่วคน นายกฯ ไมเคิล มาร์ติน แห่งไอร์แลนด์กล่าวว่า เขา &amp;quot;เศร้าใจ&amp;quot; กับการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกฯ สกอต มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย กล่าวถึงเจ้าชายฟิลิปว่า ทรงเป็นตัวแทนของคนรุ่นที่พวกเราจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว พระองค์ทรงสนับสนุนสมเด็จพระราชินีมาโดยตลอดและเป็นองค์อุปถัมภ์องค์กรหลายสิบแห่งในออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน ตรัสว่า ดยุคแห่งเอดินบะระทรงเป็น &amp;quot;พระสหายคนสำคัญของครอบครัวข้าพเจ้ามานานหลายปี เป็นความสัมพันธ์ที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับพวกเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนราชวงศ์เนเธอร์แลนด์กล่าวว่า ราชวงศ์รำลึกถึงเจ้าชายฟิลิปด้วยความเคารพอย่างสูง และว่าเจ้าชายทรงอุทิศชีวิตอันยาวนานเพื่อรับใช้ประชาชนชาวอังกฤษและพระกรณียกิจและความรับผิดชอบมากมาย บุคลิกที่มีชีวิตชีวาของพระองค์สร้างความประทับใจไม่ลืมเลือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสแสดงความอาลัยว่า เจ้าชายทรงใช้ชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่นิยามโดยความกล้าหาญ สำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ และความมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อเยาวชนและสิ่งแวดล้อม ส่วนนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี กล่าวว่ารู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่ง มิตรภาพของพระองค์กับเยอรมนี ความตรงไปตรงมาและสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ของพระองค์จะยังคงอยู่อย่างไม่มีวันลืม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ของสหรัฐ กล่าวว่า เจ้าชายทรงเป็นตัวแทนของสหราชอาณาจักรอย่างสมพระเกียรติ พร้อมกับยกย่อง &amp;quot;ชีวิตที่น่าทึ่ง&amp;quot; ของพระองค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98991</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดยุคแห่งเอดินบะระ, พระราชวังบักกิงแฮม, ราชวงศ์อังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, สิ้นพระชนม์, เจ้าชายฟิลิป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60707f4aca658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าชายฟิลิปสิ้นพระชนม์ ด้วยพระชนมพรรษา99พรรษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอังกฤษมีแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ สิ้นพระชนม์แล้ว โดยมีพระชนมพรรษา 99 พรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2561 (Photo by Antony Jones/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายฟิลิปทรงเข้ารับการรักษาพระอาการเกี่ยวกับพระหทัยที่โรงพยาบาลเมื่อไม่นานมานี้ โดยทรงรับการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จ แถลงการณ์ไม่ได้ระบุสาเหตุการสิ้นพระชนม์ แต่กล่าวว่าพระองค์สิ้นพระชนม์อย่างสงบที่พระราชวังวินด์เซอร์เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 9 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อความของแถลงการณ์ฉบับเต็มจากสำนักพระราชวังบักกิงแฮม มีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยความโทมนัสอย่างสุดซึ้ง สมเด็จพระราชินีนาถทรงประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีอันทรงเป็นที่รัก เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างสงบเมื่อเช้านี้ที่พระราชวังวินด์เซอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะมีแถลงการณ์เพิ่มเติมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชวงศ์อังกฤษขอร่วมกับผู้คนทั่วโลกร่วมไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระองค์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายฟิลิป ขณะเสด็จออกจากโรงพยาบาลคิงเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ในกรุงลอนดอนกลับพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 (Photo by Jeff Spicer/Getty Images)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดยุคแห่งเอดินบะระ, ราชวงศ์อังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เจ้าชายฟิลิป, เจ้าชายฟิลิปสิ้นพระชนม์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_6070399714072.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าชายวิลเลียมทรงยืนยันราชวงศ์อังกฤษไม่เหยียดผิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายวิลเลียมทรงตอบคำถามนักข่าวระหว่างปฏิบัติพระกรณียกิจเมื่อวันพฤหัสบดี โดยทรงปกป้องราชวงศ์อังกฤษของพระองค์ว่า &amp;quot;พวกเราไม่ใช่ครอบครัวเหยียดเชื้อชาติ&amp;quot; หลังจากเจ้าชายแฮร์รี พระอนุชา และเมแกน มาร์เคิล ให้สัมภาษณ์โจมตีสมาชิกในราชวงศ์ว่าเหยียดผิวอาร์ชีลูกชายของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และแคเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จเยี่ยมโรงเรียน 21 ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 (Photo by Justin Tallis - WPA Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ เสด็จพร้อมกับเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเยี่ยมโรงเรียนที่รับนักเรียนหลากเชื้อชาติในพื้นที่ขาดแคลนทางตะวันออกของกรุงลอนดอนเมื่อวันพฤหัสบดี ตอนหนึ่งพระองค์ถูกนักข่าวซักถามเกี่ยวกับคำให้สัมภาษณ์ของเมแกน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ใช่ครอบครัวเหยียดเชื้อชาติแน่นอน&amp;quot; เจ้าชายวิลเลียม ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 2 ของการสืบราชสมบัติ รับสั่งกับนักข่าว พร้อมตรัสด้วยว่า นับแต่รายการสัมภาษณ์ออกอากาศในสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พระองค์ยังไม่ได้พูดคุยกับพระอนุชาซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย แต่พระองค์จะพูดคุยหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้สัมภาษณ์กับโอปราห์ วินฟรีย์ ในรายการความยาว 2 ชั่วโมง ก่อวิกฤติต่อราชวงศ์วินด์เซอร์ครั้งรุนแรงที่สุดนับแต่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาของเจ้าชายทั้งสองพระองค์ เมื่อปี 2540 นอกจากเมแกนจะกล่าวหาว่าสมาชิกในราชวงศ์พระองค์หนึ่งกล่าวถึงสีผิวของอาร์ชีก่อนการประสูติ เธอยังกล่าวด้วยว่า ช่วงที่ประสบกับวิกฤติสุขภาพจิตและคิดฆ่าตัวตาย เธอได้ขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์แต่กลับถูกปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์จากสำนักพระราชวังอังกฤษเมื่อวันอังคาร สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงแสดงความประนีประนอมต่อพระราชนัดดาของพระองค์ และชายาเลือดผสมผิวสีผิวขาวผู้นี้ แต่ทรงย้ำเช่นกันว่า &amp;quot;ความทรงจำบางอย่างอาจแตกต่างกันไป&amp;quot; และบักกิงแฮมจะสอบสวนเรื่องนี้เป็นการภายในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้าชายแฮร์รี ไม่ทรงตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ระหว่างการเสด็จเยือนโบสถ์คริสต์ของไนจีเรียที่กรุงลอนดอนเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำประทานสัมภาษณ์ เจ้าชายแฮร์รีกล่าวด้วยว่ารู้สึกผิดหวังกับการรับมือของเจ้าชายชาร์ลส์ และยังสงสารพระบิดากับพระเชษฐาที่ต้องติดกับอยู่ภายในระบบของราชวงศ์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95778</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชวงศ์อังกฤษ, อาร์ชี, เจ้าชายวิลเลียม, เจ้าชายแฮร์รี, เมแกน มาร์เคิล, เหยียดสีผิว, เหยียดเชื้อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604a16747ad5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
