<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดิจิทัลอาร์ตแฟชั่น&#039;สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชวนชมงานแสดงดิจิทัลอาร์ตแฟชั่นโชว์การกุศล ชุด &amp;ldquo;สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต: SIRISINLAPIN Art for Life&amp;rdquo; แรงบันดาลใจจากผลงานศิลปกรรมภาพวาดฝีพระหัตถ์ ใน ศ.ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่นำมาสร้างสรรค์อยู่ในโครงการเทคโนโลยีสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญา &amp;ldquo;สิริศิลปิน&amp;rdquo; ในรูปแบบต่างๆ ให้มีชีวิตโลดแล่นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพและสานต่อพระปณิธานต่อยอดการใช้งานศิลปะช่วยเหลือประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แฟชั่นโชว์ในรูปแบบ Virtual Runway ครั้งนี้ ได้ทัพนักแสดง นำโดย โบว์-เมลดา มิ้นต์- ชาลิดา บัว-นลินทิพย์ กองทัพ-พีค ภณ-ณวัสน์ กระทิง-ขุนณรงค์ ตี๋-ธนพล พิ้งกี้-สาวิกา บูม-สุภาพร โบ๊ท-ธารา เก้า-นพเก้า ไบร์ท-รพีพงศ์ เดี่ยว-สุริยนต์ &amp;nbsp;และอีกคับคั่ง ร่วมเดินแฟชั่น โดยจะถ่ายทอดออกอากาศทางช่อง 3 วันที่ 25 ต.ค.นี้ เวลา 23.00 น. และในโอกาสครบรอบ 12 ปี รพ.จุฬาภรณ์ ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ต.ค. &amp;nbsp;เวลา 19.00 น. รับชมสตรีมมิ่งผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ Youtube CHULABHORN Channel, IGTV สิริศิลปิน (@sirisinlapin) และเฟซบุ๊กของมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจะได้รับชมผลงานภาพฝีพระหัตถ์ในรูปแบบดิจิทัลอาร์ตแล้ว ยังเป็นช่องทางการแบ่งปันสุขภาพดีเพื่อสังคมไทยผ่านการสมทบทุนกับมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ ร่วมบริจาครับผลิตภัณฑ์การกุศลในรูปแบบต่างๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของโครงการ &amp;ldquo;สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉลองครบรอบ 12 ปี ชวนประชาชนเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ ร่วมแต่งภาพด้วยเทคโนโลยี AR Filter จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ได้ทางอินสตาแกรมสิริศิลปิน @sirisinlapin และสร้างสรรค์สุขภาพดีเพื่อสังคมไทย ผ่านช่องทางการระดมทุนด้วยเทคโนโลยีสื่อผสมในรูปแบบต่างๆ อาทิ ดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ภาพฝีพระหัตถ์ ชุด &amp;ldquo;SIRISINLAPIN Art for Life&amp;rdquo; ได้ที่ https://line.me/S/sticker/15801893 หรือร่วมบริจาคช้อปผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชัน &amp;ldquo;สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต&amp;rdquo; ผ่านทางเว็บไซต์และอินสตาแกรมสิริศิลปิน และ LINE @bhadrafoundation และยังสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนกับมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ ผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี สิริศิลปิน ศิลป์เพื่อชีวิต ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 229-303199-9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120135</URL_LINK>
                <HASHTAG>SIRISINLAPIN Art for Life, กรมพระศรีสวางควัฒนฯ, นิทรรศการสิริศิลปิน, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d7c033094b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดราม่าหนัก ราคาโมเดอร์นา &#039;555&#039; ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 ดราม่าสนั่นโซเชียล &amp;nbsp;หลังจากเมื่อวานนี้ (16 ต.ค.) &amp;nbsp;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดจองวัคซีนวัคซีนทางเลือก เข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster Dose) ยี่ห้อ ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) และ โมเดอร์นา (Moderna) สำหรับองค์กรนิติบุคคล และโรงพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ขั้นต่ำ 12 คนขึ้นไป เนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สร้างสรรค์สุขภาพดีเพื่อสังคมไทย โดยจะเริ่มเปิดจองในวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำหนดการเปิดจองวัคซีนทางเลือกเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ในรูปแบบองค์กรนิติบุคคล และโรงพยาบาลเท่านั้น (ไม่มีการเปิดรอบบุคคลทั่วไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบ่งเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน Sinopharm อัตราเข็มละ 550 บาท พร้อมร่วมบริจาค 10% ของจำนวนวัคซีนที่ขอรับจัดสรรให้กับกลุ่มเปราะบาง (ยอดบริจาคนิติบุคคลนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าผ่านระบบ E-Donation) และวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน Moderna (50 ไมโครกรัม) อัตราเข็มละ 555 บาท พร้อมร่วมบริจาค 10% ของจำนวนวัคซีนที่ขอรับจัดสรรให้กับกลุ่มเปราะบาง (ยอดบริจาคนิติบุคคลนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กดอ่านข่าว&amp;nbsp; ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดจองวัคซีนบูสเตอร์ สำหรับองค์กร 29 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากราคาดังกล่าวทำให้ประชาชน ชาวเน็ตจำนวนมากที่จอง โมเดอร์นา ก
ลับโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งทั้งหมดจะต้องจ่ายในราคา 3,300 บาท&amp;nbsp; เข้าไปแสดงความเห็นกันอย่างหลากหลายในโพสต์ของเพจราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;nbsp;เพราะเป็นที่ทราบดีว่า ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลเอกชน เปิดจองวัคซีนทางเลือก ในราคาเข็มละ 1,600-1,700 บาท ซึ่งเปิดให้จองมานานแล้วหลายเดือน แต่ปัจจุบันยังไม่มีวี่แววแน่ชัดว่าจะได้รับวัคซีนเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อเรื่องดังกล่าว ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ระบุว่า Moderna &amp;ldquo;555&amp;rdquo; บาท คือ ครึ่งโดส นะครับ ราคาที่จองไปเป็น 100 mcg/dose ไม่ได้จองแพงครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ดร. อนันต์ ต่อมาโพสต์อีกว่า Moderna เข็มกระตุ้นที่ใช้โดสต่ำลงคือจาก 100 mcg เป็น 50 mcg มีข้อมูลยืนยันออกมาจาก Moderna ว่าสามารถทำได้ครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราคาโมเดอร์นา, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, วัคซีนโมเดอร์นา, โมเดอร์นา 555</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616b6dc019b76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ้าแม่ไอโอมุมกลับ&#039;โจมตีราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์-สภากาชาดไทย ค้ากำไรวัคซีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64- น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul &amp;nbsp; โจมตี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ สภากาชาดไทย มีสถานะเป็นหน่วยงานรัฐ ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็คือภาษีประชาชน ในการดำเนินงาน (และบางส่วนมาจากเงินบริจาค) โดยหลักการควรดำเนินงานโดยไม่แสวงกำไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชวิทยาลัยฯ ออกเงินของตัวเอง (ซึ่งก็คือของรัฐ) ซื้อ Sinopharm มาขายต่อให้กับภาคธุรกิจและประชาชน (จนถึงวันนี้ซื้อมาแล้ว 8 ล้านโดส) และสั่งซื้อ Moderna อีก 8 ล้านโดส สำหรับปี 2565 (เพื่อมาขายต่อเช่นกัน?)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภากาชาดไทย ใช้เงินของตัวเอง (?) จองโควตา Moderna ผ่าน อภ. มาขายต่อให้กับ อบจ. และ อบต. ทั่วประเทศ (ซึ่ง อบจ. อบต. ก็ใช้เงินงบประมาณในการดำเนินงาน) เป็นล้านโดส หลังจากนั้นมาขออนุมัติงบกลางจาก ครม. อีก 946 ล้านบาท (เงินตัวเองไม่มี?) เพื่อสั่งซื้อ Moderna เพิ่มอีก 1 ล้านโดส อ้างว่าส่วนนี้จะนำไปฉีดฟรีให้กับประชาชน (กลุ่มไหน?)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าใจผิดตรงไหน ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#มหากาพย์วัคซีนทางเลือก จะเริ่มตอนแรกวันที่ 20 ต.ค. นี้ ตอนนี้น่าจะมีสามตอนจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จำเป็นไหมที่ต้องเป็น &amp;quot;ทางเลือก&amp;quot; ?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เปิดไทม์ไลน์ ไขข้อข้องใจ Moderna&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เรื่องวุ่นๆ ของการจัดสรรวัคซีนทางเลือก.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118784</URL_LINK>
                <HASHTAG>sinopharm, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, สฤณี อาชวานันทกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d81a14e5edec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอแนะ&#039;ยาแอนติบอดี ค็อกเทล&#039; ทางออกเลี่ยงอาการหนัก ใช้ตั้งแต่ระยะเริ่มติดเชื้อ เห็นตรงกันเปิดประเทศ  ระลอก 5 มาแน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงข่าว การรับมือต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กับแผนการใช้ยาแอนติบอดี ค็อกเทล หรือ ยาภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ เพื่อรักษาผู้ป่วยในไทย โดย ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า ราชวิทยาลัยฯ &amp;nbsp;จะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาและกระจาย ยารักษาโควิด โดยช่วงแรกที่เกิดการระบาดโควิด19 ก็ได้มีการจัดหายาเพื่อใช้ในการรักษาคือ &amp;nbsp;ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งมีทั้งแบบยาเม็ด และยาน้ำสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดได้ ต่อมาก็ได้จัดหายาโมโนโคลนอลแอนติบอดี (Monoclonal Antibody) โดยในประเทศไทยมีการใช้ 2 ชนิด จึงเรียกว่าแอนติบอดีค็อกเทล (Antibody Cocktail) ซึ่งเป็นยาตัวแรกที่ทาง อย.ไทยได้ให้การรับรองใช้ในภาวะฉุกเฉิน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการสังเคราะห์โปรตีนขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อเข้าไปจับไวรัสทำให้ไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ร่างกายมนุษย์ได้ เพราะฉะนั้นหากมียาชนิดนี้รักษาในระยะต้น &amp;nbsp;เมื่อเริ่มมีอาการจะทำให้คนผู้ติดเชื้อหายได้เร็วขึ้น ไม่มีอาการรุนแรง ลดการเสียชีวิต ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีการติดเชื้อโควิดก็จะช่วยให้การดูแลรักษาง่ายขึ้น ไม่เกินศักยภาพต่อระบบสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.นิธิ กล่าวต่อว่า โดยยาแอนติบอดีค็อกเทลมีข้อบ่งชี้การใช้ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มโรคเรื้อรัง หรือโรคอ้วน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ที่ตรวจพบการติดเชื้อ และมีอาการน้อย-ปานกลาง เมื่อแพทย์ประเมินแล้วมีความเสี่ยงอาการหนักหรืออาจะเสียชีวิต ก็จะให้ยาแอนติบอดีค็อกเทล โดยขณะนี้มีกระจายไปให้รพ.ต่างๆประมาณ 50% โดยแพทย์ที่ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด จะมีการจัดยาให้ตามข้อบ่งชี้ของยา เนื่องจากยามีอย่างจำกัด และยาชนิดนี้ไม่ได้อยู่ในการรักษาหลัก ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน จึงมีค่าใช้จ่ายในการรับยา ซึ่งทางราชวิทยาลัยฯได้มีการจำกัดราคาของรพ.ในการนำยาไปรักษาประชาชน แต่ทั้งนี้ ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ทางรพ.อาจจะคิดร่วมด้วย เช่น ชุด PEE &amp;nbsp;เป็นต้น นอกจากนี้ไทยก็ได้มีการทำยาวิจัยยาแอนตี้ไวรัสตัวใหม่ๆที่อาจจะได้เห็นผลสำเร็จเร็วๆนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนมาตรการผ่อนคลายต่างๆ เช่น การฉีดวัคซีนในเด็ก เพื่อเปิดการเรียนการสอน หรือมาตรการเปิดประเทศ ซึ่งในอนาคตเราอาจจะมีวัคซีน มียา ที่ดีเพียงพอ และการตรวจโรคที่รวดเร็ว แต่ก่อนจะถึงจุดนั้นสิ่งสำคัญคือการจัดระบบในการอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้ และมีความรู้เข้าใจเบื้องต้นในการรักษาหากได้รับเชื้อ อย่างการดูแลรักษาในระบบ HI/CI ได้อย่างถูกต้อง พร้อมกับอยู่ในการติดตามรักษาของแพทย์&amp;rdquo; ศ.นพ.นิธิ &amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย อธิบายถึงยารักษาโควิด19ว่า เมื่อผู้ป่วยโควิด ติดเชื้อรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในไอซียู บทบาทหลักสำคัญคือ เวชบำบัดวิกฤตและการดูแลระบบทางเดินหายใจ เพราะในขณะที่เชื้อลงปอด เชื้อไวรัสเริ่มน้อยลง แต่สิ่งที่เป็นความรุนแรงคือ ปฏิกิริยาของร่างกายที่พยายามจะกำจัดเชื้อไวรัส หรือเรียกว่า ช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายพยายามที่จะกำจัดเชื้อ และสร้างเชื้อขึ้น ทำให้เกิดการอักเสบในปอด &amp;nbsp;ทำให้บทบาทของยาต้านไวรัสลดน้อยลงด้วย ไม่ว่าจะเป็นยาชนิดไหนก็ตาม จึงต้องมีการให้ยาลดการอักเสบ เช่น กลุ่มยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ซึ่งเป็นยาชนิดเดียวที่มีการศึกษาวิจัยและพิสูจน์หลายชิ้นให้ผลตรงกันว่า ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ยังมียาที่ไปขัดขวางการทำงานของระบบภูมิต้านทานที่ทำงานมากเกินไป เช่น ยาโทซิลิซูแมบ (Tocilizumab) ยาชาลิซูแมบ ยามาซิทินิป&amp;nbsp; ที่ใช้รักษาในโรครูมาตอยด์ จะมีประโยชน์ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการหนักปานกลางไปจนถึงหนัก แต่ถ้าหากผู้ป่วยอาการหนักมากถึงขั้นสุดแล้ว ยาเหล่านี้ก็อาจะไม่ช่วยเท่าไหร่ จึงจะเห็นความจำกัดในเรื่องการใช้ยารักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.นพ.กำธร เพิ่มเติมอีกว่า ยารักษาโควิด19 ที่ทางสมาคมโรคติดเชื้ออเมริกา สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (สหรัฐอเมริกา) (NIH) ที่ได้แนะนำยาในการรักษาในทางเวชปฏิบัติ คือยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) โทซิลิซูแมบ ยาคอร์ติโค สเตียรอยด์ และโมโนโคลนอลแอนติบอดี &amp;nbsp;โดยยาที่ไทยใช้อยู่รักษาผู้ป่วยโควิดอยู่คือ &amp;nbsp;ยาฟาวิพิราเวียร์, ฟ้าทะลายโจร ซึ่งยาทั้ง 2 ตัวนี้ ก็ยังเป็นที่ถกเถียงว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาดีจริงหรือไม่ เพราะในบางประเทศก็ไม่มีการนำยาฟาวิพิราเวียร์มาใช้รักษาโควิด &amp;nbsp;ส่วนยาที่ได้นำเข้าอย่าง แอนติบอดีค็อกเทล ที่มีคุณสมบัติช่วยบล็อกไม่ให้เชื้อไวรัสนี้เข้าเซลล์ ที่จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยโควิดในกลุ่มความเสี่ยงสูงได้ดีพอสมควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.นพ.กำธร กล่าวอีกว่า ในส่วนการเปิดประเทศ จากการประมาณการณ์ในช่วงหลังจากเดือนต.ค.เป็นต้นไป อาจจะเห็นจำนวนคนติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น แต่อาจจะไม่เยอะเท่ากับครั้งที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุดเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการเตรียมประเมินสัดส่วนการติดเชื้อ และการรักษามาตรการการป้องกันตัวเองเช่นเดิม ดังนั้นเมื่อไม่สามารถปิดประเทศได้ตลอด ก็ต้องเปิดประเทศและอยู่ร่วมกับโควิด หากมีการติดเชื้อก็ทำการรักษาควบคู่กันไปได้ ซึ่งจะต้องอาศัยหลักบันได 3 ขั้นในการรองรับการแพร่ระบาดของโควิด19 คือ &amp;nbsp;ขั้นที่ 1 รับมือไม่ให้ติดเชื้อด้วยวิธีการป้องการตัวเอง ใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง ฉีดวัคซีนครบโดส ขั้นที่ 2 เมื่อป่วย ประเมินตนเองร่วมกับแพทย์ว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากหรือน้อย เพื่อเข้าสู่การรักษา หากเสี่ยงมากก็จะได้รับยาแอนติบอดีค็อกเทล ขั้นที่ 3 เตรียมการรองรับผู้ป่วยรักษาในไอซียู ซึ่งขั้นที่ 1-2 นับว่าสำคัญมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความก้าวหน้าด้านการรักษาโควิด19 ในต่างประเทศ ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า &amp;nbsp; ในต่างประเทศมีการพัฒนายาในการรักษาและป้องกันความก้าวหน้าของโรคโควิด19 โดยยาที่มีผลการศึกษายอมรับว่ามีประสิทธฺภาพ คือยากลุ่มแอนติบอดีค็อกเทล ซึ่งจะมีหลายตัวที่ต้องใช้ตามข้อบ่งชี้คือ อยู่ในช่วงระยะแรกของการติดเชื้อ &amp;nbsp;อาการไม่เยอะมาก แต่มีความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มโรคเรื้อรัง โรคอ้วน หรือในผู้ที่ติดเชื้อโควิดหลังได้รับวัคซีนแล้ว เนื่องจากภูมิยังขึ้นไม่ดีมีความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง เป็นต้น ในอนาคตคาดว่าจะมีการขยายข้อบงชี้ไปยังกลุ่มโรคประสาท หญิงตั้งครรภ์ ในเด็ก เป็นต้น ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ใช้ยาหลังได้รับเชื้อไปแล้ว 10 วัน- 2 สัปดาห์ เพราะยาอาจจะไม่ได้ประสิทธิภาพมากพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.นพ.โอภาส &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่ในต่างประเทศที่มีการแนะนำให้ใช้ยาแอนติบอดีค็อกเทล ในข้อบ่งชี้เพื่อป้องกันสำหรับผู้ที่สัมผัสโรคโควิด19 ว่า มีการขึ้นทะเบียนให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน เช่น สถานเลี้ยงดูคนชรา หรือในชุมชนที่อยู่แออัด ซึ่งเหมือนกับการใช้ยารักษาโรค HIV ที่ไม่ได้ใช้เพื่อรักษาแต่ใช้เพื่อป้องกันหลังจากที่มีการไปสัมผัส &amp;nbsp;ส่วนในประเทศไทยยังไม่ได้มีการขอขึ้นทะเบียนข้อบ่งชี้ดังกล่าว แต่คาดว่าในอนาคตหากมีจำนวนยาที่นำเข้ามากขึ้น ก็จะมีการขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในการป้องกัน สำหรับการคาดการณ์หากมีการระบาดในระลอกที่ 5 ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นแน่นอน &amp;nbsp;เพราะไม่สามารถหนีการระบาดได้จากการเปิดประเทศเพราะมีการเคลื่อนที่ของคน ซึ่งคิดว่าจะเป็นระลอกเล็กๆ และอาจจะมีผู้ติดเชื้อมาก แต่ต้องให้ผู้เสียชีวิตน้อยที่สุด ดังนั้นภูมิคุ้มกันของคนไทยจึงต้องสูงมากพอ มีความพร้อมในการรักษาทั้งเตียง ยา และเครื่องมือทางแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2563 ที่มีการระบาดโควิด19 จำนวนผู้ป่วยยังไม่มากเท่ากับในเดือนมิ.ย.64 ที่มีการระบาดของเชื้อโควิด19 สายพันธุ์เดลตา ทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมาก และมีอาการรุนแรงโดยเฉพาะผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงกว่า 5% แต่ในระยะ2 เดือนที่ผ่านมานับว่าสถานการณ์ดูแลผู้ป่วยวิกฤตลดจำนวนลง ถ้าในผู้ป่วยที่อายุไม่มาก หรือไม่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ระยะเวลาเฉลี่ยในการรักษาในไอซียูประมาณ 7-10 วัน แต่หากเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรังการรักษาจะนานขึ้นประมาณ 10-20 วัน &amp;nbsp;จึงมีการรลดศักยภาพเตียงผู้ป่วยที่ขยายไว้รองรับจำนวนมาก &amp;nbsp;แต่หากมีการระบาดเพิ่มขึ้นในระลอกที่ 5 ก็เตรียมพร้อมเพิ่มศักยภาพเตียงและการรักษา สิ่งที่สำคัญการจับตาดูการกลายพันธุ์ของไวรัสเพราะวัคซีนที่ใช้อยู่อาจจะไม่ได้ผล และนโยบายที่ต้องควบคุมไม่ให้จำนวนผู้ป่วยมากขึ้นเกินกว่าศักยภาพทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117402</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิดระลอก 5, การเปิดประเทศ, นพ.นิธิ มหานนท์, นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล, ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ, ยาแอนติบอดิสูตรค็อกเทล, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_614993fec00b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รพ.จุฬาภรณ์&#039; เตือนภัยมิจฉาชีพนำตราสัญลักษณ์ไปสร้างเฟซบุ๊ก-ไลน์ปลอม หลอกโอนค่าวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; id=&quot;jsc_c_66x&quot;&gt;18 ก.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;nbsp;โพสต์ข้อความประกาศ เตือนภัย มิจฉาชีพแฝงตัวในสื่อออนไลน์ช่องทางต่างๆ โปรดระวัง เฟซบุ๊ก บัญชีไลน์ หรือ อีเมล ปลอม ส่งคิวอาร์โค้ด พร้อมเพย์ PromptPay เพื่อให้ท่านโอนเงินค่าวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;เพจเฟซบุ๊กปลอม นำตราสัญลักษณ์และภาพไปใช้ โดยชื่อเพจไม่ใช่ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;nbsp;
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีเฟซบุ๊ค 2 เพจเท่านั้นที่ใช้สื่อสารเรื่องการจัดสรรวัคซีน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;1.โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์)&amp;nbsp; ผู้ติดตาม 662k&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;และ 2.ศูนย์ข้อมูลราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ศูนย์ข้อมูลราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์) ผู้ติดตาม 155k&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;บัญชีไลน์ปลอม ส่งคิวอาร์โค้ด พร้อมเพย์ PromptPay ให้โอนเงิน
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีช่องทาง LINE Official account: @Chulabhornhospital
Add Friend &amp;gt; http://nav.cx/8DqLuQm มีผู้ติดตามเป็น Friends 2.6M สำหรับใช้สื่อสารบริการและประกาศประชาสัมพันธ์ต่างๆเท่านั้น ไม่มีบริการตอบคำถามประชาชนในไลน์บัญชีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;ทั้งนี้ ไม่มีบริการส่ง Link โอนเงินค่าวัคซีนซิโนฟาร์ม หรือวัคซีนโควิด19 ทุกชนิดผ่านไลน์ !!! และไม่มีการจัดตั้งบัญชี LINE ศูนย์ข้อมูลราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อบริการตอบคำถามประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;อีเมลปลอม ส่งคิวอาร์โค้ด พร้อมเพย์ PromptPay ให้โอนเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;องค์กร/นิติบุคคล ที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนสามารถตรวจสอบวิธีการโอนเงิน และพิมพ์ใบนำฝากเงิน ผ่านการล็อคอินเข้าสู่ระบบ &amp;ldquo;ลงทะเบียนองค์กรผู้ได้รับการจัดสรรวัคซีน&amp;rdquo; ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เท่านั้น เพื่อโอนเงินผ่านช่องทางต่างๆที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;ไม่มีการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์
ประกาศ ณ วันที่ 18 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117113</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, เตือนภัยมิจฉาชีพ, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210918/image_big_6145d5a41ca88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ลงนามสัญญานำเข้า &#039;โมเดอร์นา&#039; 8 ล้านโดส ใช้เป็นวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันในปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเผยว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ แซดพี เทอราพิวติกส์ (ZP Therapeutics) หน่วยธุรกิจภายใต้ ซิลลิค ฟาร์มา ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำในเอเชีย ในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นา (Covid-19 Vaccine Moderna) จำนวน 8 ล้านโดส (100 ไมโครกรัม/โดส) สำหรับการใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับประชาชนในปีหน้า โดยจะจัดสรรวัคซีนผ่านองค์กรนิติบุคคลประเภทต่างๆ ตามนโยบายข้อกำหนดของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คาดว่าการจัดส่งครั้งแรกจะส่งมอบได้ในช่วงไตรมาสแรก ปี 2565 และจะทยอยส่งจนถึงไตรมาสที่สาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นหนึ่งใน 5 หน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าวัคซีนโควิด-19 ตามประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และได้ทำงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสนับสนุนภารกิจสำคัญในการยับยั้งและลดการแพร่ระบาดของโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือการช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและได้รับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ได้โดยเร็วที่สุด ผ่านการนำเข้า จัดสรร และกระจายวัคซีนตัวเลือกไปสู่กลุ่มองค์กรนิติบุคคล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานพยาบาลเพื่อกระจายฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสทั่วทุกภูมิภาค นอกจากนี้ ยังได้มุ่งเน้นด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยอย่างเป็นระบบอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นา ที่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ลงนามสัญญานำเข้ามาเป็นวัคซีนตัวเลือกชนิดที่ 2 โดยเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อจากการทดลองทางคลินิกในระยะที่ 3 สูงถึง 94.1% อาการข้างเคียงอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เช่น อาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง การแพ้รุนแรง พบประมาณ 2.5 ราย ต่อ 1 ล้านโดส หรือรายงานการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบของวัคซีนชนิด mRNA พบได้น้อย อยู่ที่ 12 ราย ต่อ 1 ล้านโดสในประเทศสหรัฐอเมริกา และส่วนมากสามารถรักษาได้ นอกจากนี้ ผลการศึกษาเบื้องต้นของการใช้วัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นา เป็นเข็มกระตุ้น (Booster Dose ปริมาณขนาด 50 ไมโครกรัม) ต่อสายพันธุ์เบต้า แกมม่า และเดลต้า สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงถึง 32 เท่า, 43.6 เท่า และ 42.3 เท่า ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการวิจัยในประเทศไทยทางราชวิทยาลัยฯ จะทำควบคู่กันไปเพื่อยืนยันผลกระตุ้นอย่างเป็นระบบในสภาพแวดล้อมของประเทศตั้งแต่ปลายปีนี้ ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีแผนที่จะจัดสรรและกระจายวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์นาให้แก่กลุ่มองค์กรนิติบุคคล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงสถานพยาบาล ตลอดจนกลุ่มเปราะบางทางสังคมที่เคยได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มจากทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นกลุ่มแรกก่อน เนื่องจากประชาชนในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เป็นต้นมา โดยเป็นทางเลือกอีกตัวหนึ่งที่จะใช้วัคซีนโมเดอร์นาเป็นเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และฉีดเพียง 1 เข็ม (ปริมาณ 50 ไมโครกรัม) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ซึ่งจัดเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น โดยจะเปิดให้องค์กรนิติบุคคลประเภทต่างๆ ได้ยื่นจองขอรับการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาในช่วงเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการกำหนดราคาขาย พร้อมประกันภัยคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาในราคาเดียวกันทั่วประเทศต่อไป และคาดว่าการจัดส่งครั้งแรกจะส่งมอบวัคซีนได้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคมปีหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับความร่วมมือกับ ซิลลิค ฟาร์มา ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญและความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการกระจายวัคซีนให้เป็นไปอย่างทั่วถึง เพื่อช่วยให้ประชาชนได้รับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เร็วที่สุด และขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพแก่ประชาชนทุกกลุ่มวัยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อประเทศชาติ ตามพระปณิธานในศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;rdquo; ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ กล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, วัคซีนโควิด, โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_61406beab06cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 08:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  เปิดลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนหลัก  30 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;29 ส.ค. 2564 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีนหลัก สำหรับบุคคลธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเชิญประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เคยเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 มาก่อน ลงทะเบียนขอรับวัคซีนโควิด-19 หลัก (AstraZeneca หรือ Sinovac) ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ CAT Convention Hall ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอรับวัคซีนหลัก โดยยังไม่กำหนดวันนัดหมายรับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 เวลา 9.00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ https://vaccinecovid19.cra.ac.th/ ทั้งนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับ SMS ตามลำดับ ID เพื่อแจ้งให้ท่านเข้ามาดำเนินการเลือกวัน-เวลาเข้ารับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไขการเข้ารับวัคซีนหลักกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอสงวนสิทธิสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลที่สามารถเดินทางมารับวัคซีน ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ CAT Convention Hall ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เท่านั้น เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์สำหรับผู้ที่สามารถเข้ารับวัคซีนได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ลงทะเบียนต้องระบุเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขที่หนังสือเดินทาง หรือเลขที่บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่มีนโยบายให้ฉีดวัคซีนสลับชนิดกัน เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนหลักกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ไม่สามารถเลือกชนิดของวัคซีนได้ โดยให้บริการตามโควต้าวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรมาจากกระทรวงสาธารณสุข
ประกาศ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;www.facebook.com/CRAVaccineinfocenter&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114886</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดสรรวัคซีนหลัก, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ลงทะเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612ae24996f14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
