<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 18:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมหมื่นสุทธนารีนาถ-เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา  พระราชทานเงินช่วย 9 โรงพยาบาล รักษาผู้ป่วยโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย. 63 -&amp;nbsp;พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา &amp;nbsp; &amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงห่วงใยและใส่พระทัยต่อการดูแลรักษาคนไข้ ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานเงินในนามมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ให้แก่โรงพยาบาล 9 &amp;nbsp;แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดีโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จำนวนโรงพยาบาลละ 200,000 บาท เพื่อใช้ในการช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการจัดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่รักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อและป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62659</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชสำนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8f0d9c1a584.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชบัณฑิตยสภาแจงกรณีมีการอ้างว่าไม่ให้ใช้ &#039;ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.2561 - เพจเฟซบุ๊กราชบัณฑิตยสภา เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ระบุว่า &amp;ldquo;ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่มีข้อมูลส่งเผยแพร่ต่อกันทางไลน์ &amp;nbsp;อ้างว่าไม่ให้ใช้ &amp;ldquo;ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี&amp;rdquo; โดยอ้างราชสำนักบ้าง &amp;nbsp;หรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับการสื่อสารมวลชนบ้าง ซึ่งส่งต่อกันโดยไม่อ้างอิงที่มาของผู้ให้ข้อมูลก็มี การอ้างดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน &amp;nbsp;ไม่อาจนำมาอ้างอิงอย่างเป็นทางการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ถ้อยคำถวายพระพรอย่างสั้นที่ใช้ในการถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ใช้มาตลอดรัชสมัยรัชกาลที่ ๙ จวบจนปัจจุบันว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี&amp;rdquo; เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี มีความหมายว่า ขอให้องค์มหาราชินีมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ยังดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมราชินีนาถ การถวายพระพรชัยมงคลให้พระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ไม่น่าจะมีเหตุผลใดที่จะใช้ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ถ้อยคำในการสื่อความหมายต้องอาศัยบริบทหรือข้อความแวดล้อมประกอบด้วย เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น &amp;nbsp;การทำป้ายถวายพระพรหรือการออกแบบหน้าเว็บถวายพระพร จึงต้องมีองค์ประกอบทั้งพระฉายาลักษณ์ ถ้อยคำราชาศัพท์ที่ถูกต้องเหมาะสม &amp;nbsp;และหากระบุหลังคำว่า &amp;ldquo;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;ในรัชกาลที่ ๙&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร&amp;rdquo; จะทำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๑
ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก กรรมการวิชาการ
ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
หรือ
ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙
๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๑
ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี
&amp;nbsp;ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก กรรมการวิชาการ
ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภา.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี, ราชบัณฑิตยสภ, ราชสำนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d3c14da7f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2017 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2017 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเทพฯทรงเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 2560 -สมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานนิ ทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี &amp;nbsp;ประจำปี ๒๕๖๐ &amp;quot;กาวยประภา&amp;quot; ณ.หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุ งเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/277</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชสำนัก, สมเด็จพระเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://tpn-data.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/uploads/photos/big/20171211/5a2e2df29b7da.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2017 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2017 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหรสพสมโภช4จุด แสดงรอบสนามหลวงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช &amp;quot;สำนักสังคีต&amp;quot; มอบกรมศิลปากรจัดแสดงมหรสพสมโภชวันถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 รอบสนามหลวง 4 จุด มหาดไทยเผยความคืบหน้าพระเมรุมาศจำลองเสร็จสมบูรณ์ทุกจังหวัดวันอาทิตย์นี้ พร้อมเร่งสร้างพระจิตกาธานคาดเสร็จ 20 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 10.33 น. วันที่ 14 ตุลาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ คุณพลอยไพลิน เจนเซน คุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชวงศ์ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพ เฝ้าฯ รับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบบังคมพระบรมศพ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพรพระจบ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ทั้งนั้นถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีก 89 รูปเท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สวดมาติกา สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวังช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา มีประชาชนนำดอกดาวเรืองมาแสดงความอาลัยที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรอย่างต่อเนื่อง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ยังมีประชาชนมาคอยรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ที่เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จมาร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลในครั้งนี้ด้วย โดยผู้ที่จะเดินทางเข้ามาต้องผ่านจุดคัดกรองที่เจ้าหน้าที่ได้ตั้งไว้บริเวณประตูท่าช้างและฝั่งกระทรวงกลาโหม ส่วนสภาพอากาศในพื้นที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่มาถ่ายรูปกับพระบรมสาทิสลักษณ์ หรือภาพวาดของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่บริเวณกำแพงมหาวิทยาลัยศิลปากรตลอดทั้งวัน ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจยังคงอำนวยความสะดวกประชาชนที่เข้ามาในพื้นที่โดยรอบอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำความดีด้วยหัวใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิริกาญจน์ เนติวิทย์วรกุล อายุ 72 จากสมุทรปราการ จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ กล่าวว่า ได้สมัครมาเป็นจิตอาสาตั้งแต่วันแรก วันนี้มาทำงานจิตอาสาตั้งแต่ 08.00 น. มาช่วยบอกทางให้ประชาชน รู้สึกภาคภูมิใจที่ตนได้มาทำงานเพื่อท่านเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากที่จะไม่ได้ทำอีกแล้ว ตนผูกพันกับท่านมาโดยตลอด รู้จักท่านตั้งแต่เด็ก ท่านทรงทำเพื่อคนไทยมาตลอด 70 ปี ท่านทรงเหนื่อยมาทั้งชีวิตแต่ก็ไม่เคยเอ่ยออกมา ท่านทรงเปรียบเสมือนพ่อแท้ๆ ของคนไทยทุกคน ตนจะปฏิบัติตนเป็นคนดีตามคำสอนของพระองค์ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธีรพล เหลืองหล้า อายุ 35 จากนนทบุรี กล่าวว่า อยากมากราบท่านเป็นครั้งสุดท้าย ถึงตอนนี้สำนักพระราชวังจะงดให้เข้ากราบที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้ว แต่ยังได้กราบด้านหน้าวังที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก็ถือว่าที่สุดแล้วในตอนนี้ ที่บ้านตนก็กราบไหว้ท่านทุกวันไม่เคยขาด ตนคิดถึงพ่อคนนี้เสมอ พระองค์ทรงดีกับประชาชนมาก ดีใจมากที่เกิดมาในยุคของท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนนำดอกไม้และพวงมาลัยมาถวายสักการะได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ของวันที่ 11 ตุลาคมเป็นต้นไปตลอด 24 ชั่วโมง แต่จะปิดในช่วงวันที่ 15, 21 และ 22 ตุลาคม ที่มีการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แต่เมื่อเสร็จสิ้นการซ้อมก็จะเปิดให้ประชาชนนำดอกไม้พวงมาลัยมาถวายสักการะได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กระทรวงกลาโหม กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ) เรื่อง &amp;quot;การดำเนินงานพระราชพิธีส่วนกลางและภูมิภาค&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก อาจมังกร ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กล่าวว่า สำนักการสังคีตได้รับมอบหมายจากกรมศิลปากรให้จัดการแสดงมหรศพสมโภชตามแบบโบราณราชประเพณีในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ทั้งหมด 4 จุดประกอบด้วย จุดที่ 1 บริเวณเวทีการแสดงฝั่งทิศเหนือของสนามหลวง เป็นการแสดงหนังใหญ่และโขน ประกอบด้วยการแสดงหนังใหญ่เบิกหน้าพระและเบิกโรง และโขนพระราชทานเรื่องรามเกียรติ์ ชุดรามอวตาร-พิเภกสวามิภักดิ์ และโขนจากสำนักสังคีต และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เช่น ชุดพระรามข้ามสมุทร มณโฑหุงน้ำทิพย์ และสีดาลุยไฟ จุดที่ 2 บริเวณเวทีการแสดงด้านทิศตะวันออก เป็นการแสดงหุ่นหลวง หุ่นกระบอก และการแสดงละครเรื่องพระมหาชนก พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ละครเรื่องอิเหนา และเรื่องมโนราห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเมรุมาศจำลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จุดที่ 3 เวทีการแสดงด้านทิศตะวันตก การแสดงดุริยางค์สากล การขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และการแสดงบัลเลต์ เรื่องมโนราห์ ซึ่งการแสดงเวทีนี้จะแบ่งออกเป็น 7 องก์ 1.ดุจหยาดทิพย์ชโลมหล้า 2.ใต้ร่มเย็นพระบารมี 3.ทวยราษฎร์น้อมสดุดี 4.ถวายภักดีราชัน 5.สถิตนิรันดร์ในใจราษฎร์ 6.ปวงข้าบาทบังคมถวาย 7.สู่สวรรคาลัยในทิพย์วิมาน ซึ่งเวทีที่ 1-3 จะเริ่มการแสดงหลังจากถวายพระเพลิงเสร็จแล้ว ในเวลาประมาณ 19.00 น. และจะหยุดการแสดงเมื่อการแสดงในพระเมรุมาศเริ่ม ทั้งนี้เริ่มการแสดงอีกครั้งในเวลา 24.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจุดที่ 4 จะอยู่ในบริเวณพระเมรุมาศ เป็นการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทรยกรบ และการแสดงรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งจุดนี้เริ่มการแสดงในเวลา 20.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนการดำเนินงานพระราชพิธีส่วนกลางและส่วนภูมิภาคโดย กอร.ราชพิธีฯ นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าการจัดเตรียมงานพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของภาคประชาชนในส่วนภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง และได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการและประสานการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในส่วนภูมิภาคของกระทรวงมหาดไทย เพื่อตอบข้อซักถามของจังหวัดเกี่ยวกับการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองในทุกจังหวัดทั่วประเทศ 76 แห่งนั้น ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว 68 จังหวัด ในส่วนจังหวัดที่เหลือแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 95 และจะเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 15 ตุลาคมอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการจัดสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์จำนวน 802 แห่ง แบ่งเป็นซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดกลางจำนวน 649 แห่ง ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์แบบขนาดเล็กจำนวน 153 แห่ง โดยจะเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการดำเนินการก่อสร้างที่เผาดอกไม้จันทน์ของประชาชนในส่วนภูมิภาค หรือ &amp;quot;พระจิตกาธาน&amp;quot; ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองรับผิดชอบในส่วนของจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของพระเมรุมาศจำลอง และกรมการปกครองจะรับผิดชอบในส่วนของอำเภอที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของพระเมรุมาศจำลอง ดำเนินการจัดสร้างพระจิตกาธานตามแบบแปลนของกรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวน 878 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจุดก่อสร้างพระจิตกาธานจะอยู่ห่างจากซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ประมาณ 20-30 เมตร มีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จิตอาสา 4 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจิตอาสาเฉพาะกิจมีจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้นแล้ว 4 ล้านคน ซึ่งได้มีการแบ่งหน้าที่เป็น 8 ประเภทงาน เช่น งานดอกไม้จันทน์ งานบริการประชาชน งานบริการด้านการแพทย์ และงานรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิบูลย์ยังกล่าวถึงการใช้โดรนในภูมิภาคว่า ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. โดยกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทำการบินเข้าไปในบริเวณพระบรมมหาราชวัง มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และเขตพื้นที่โดยรอบในรัศมี 19 กิโลเมตร ซึ่งรวมไปถึงพระเมรุมาศจำลองตามภูมิภาคด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยมีความพร้อมในการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนในส่วนภูมิภาค และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยประชาชนสามารถเดินทางไปเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ได้ที่พระเมรุมาศจำลอง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทั้ง 878 แห่งทั่วประเทศพร้อมกับพระราชพิธีในส่วนกลาง ซึ่งได้มีการติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่ถ่ายทอดสดพระราชพิธี จากมณฑลพิธีท้องสนามหลวงเพื่อให้รู้สึกเสมือนอยู่ในงานพระราชพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่และคนงานเร่งดำเนินการก่อสร้างเตาเผาดอกไม้จันทน์ข้างพระเมรุมาศจำลอง ที่บริเวณสนามด้านหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า เพื่อใช้สำหรับประกอบพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในวันที่ 26 ตุลาคมที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ยังได้ระดมเครื่องจักรเร่งปรับภูมิทัศน์และพื้นที่โดยรอบ เพื่อปลูกดอกดาวเรืองรอบพระเมรุมาศจำลองที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ให้มีความงดงามสมพระเกียรติในการประกอบพิธีถวายดอกไม้จันทน์มากที่สุด ซึ่งคาดว่าการก่อสร้างเตาเผาดอกไม้จันทน์และการปรับภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศจำลองจะแล้วเสร็จก่อนวันที่ 20 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า ในวันที่ 26 ตุลาคมจะปิดการจราจรถนนทุกสายรอบศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เวลา 08.00-24.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุรีรัมย์มาแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่จอดรถได้จัดเตรียมไว้ทั้งหมด 5 จุดหลัก คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, วิทยาลัยเทคนิค, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์, ถนนเซราะกราว และสนามไอ-โมบายสเตเดียม โดยจะมีรถไว้บริการรับส่งด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจากหลายอำเภอเดินทางมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ไม่น้อยกว่า 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นสถานที่ก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองของจังหวัด ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างทยอยเดินทางมาร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยจิตอาสาทั้งข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ชาวจังหวัดนครพนม ร่วมทำความสะอาดสนาม ร่องน้ำ ถนนโดยรอบ ร่วมกันตัดแต่งกิ่งไม้และสนามหญ้ารอบๆ สถานที่จัดพิธีให้มีความสะอาดสวยงามสมพระเกียรติพระองค์ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมเริ่มจากนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จากนั้นกล่าวถวายราชสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อพสกนิกรชาวไทย ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ขณะเดียวกันในแต่ละอำเภอก็ได้มีการจัดกิจกรรมทำความสะอาดสถานที่จัดพิธีของแต่ละอำเภอเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมจิตอาสาเฉพาะกิจภาคประชาชน งานรักษาความปลอดภัย และงานจราจรในส่วนการจัดกิจกรรมตามโครงการพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดีด้วยหัวใจ&amp;quot; โดยมี พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 &amp;quot;ค่ายพ่อขุนผาเมือง&amp;quot; พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6, พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์, นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ตลอดจนข้าราชการ ทหาร ตำรวจและประชาชนจิตอาสาเฉพาะกิจกว่า 1,000 คนเข้ารับการอบรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลดธงครึ่งเสา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัดจัดการฝึกอบรมจิตอาสาเฉพาะกิจภาคประชาชน งานรักษาความปลอดภัย และงานจราจร ในส่วนการจัดกิจกรรมตามโครงการหน่วยพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดีด้วยหัวใจ&amp;quot; โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ซักซ้อมทำความเข้าใจวิธีการปฏิบัติของผู้เข้าสมัครเป็นจิตอาสา ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ให้สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและสมพระเกียรติ ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์จึงได้ดำเนินการจัดอบรม โดยมีจิตอาสาเฉพาะกิจกว่า 1,000 คนที่เป็นตัวแทนของจิตอาสาเฉพาะกิจทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดเพชรบูรณ์เข้ารับการอบรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จังหวัดเพชรบูรณ์มีผู้ลงทะเบียนเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2560 จำนวน 67,039 คน โดยมีจิตอาสาลงทะเบียน งานรักษาความปลอดภัย 5,216 คน และการจราจร 1,891 คน โดยวันนี้มีการอบรม 7 หัวข้อ ประกอบด้วย 1.การเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่งเสริมการปรองดองสมานฉันท์ ตลอดจนการละลายพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมการอบรม 2.การสังเกตและจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล และยานพาหนะ 3.การแจ้งเหตุ การติดต่อสื่อสาร และการใช้อุปกรณ์สื่อสาร 4.การแต่งกาย การรักษาเครื่องแบบ การทำความเคารพและระเบียบแถว 5.การใช้สัญญาณมือและการอำนวยความสะดวกการจราจร 6.การเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ 7.การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่หน่วยงานราชการต่างๆ ในเขต จ.ขอนแก่นได้ลดธงครึ่งเสาต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังจากมติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดช่วงแสดงความอาลัยและไว้ทุกข์ ที่ทุกหน่วยงานจะต้องลดธงครึ่งเสา 13-29 ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของทีมข่าวพบว่า ทั้งที่บริเวณศาลากลางจังหวัด สำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆ ต่างลดธงครึ่งเสาอย่างพร้อมเพรียงแสดงความอาลัยในช่วงของการไว้ทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่บางส่วนยังคงใช้ช่วงวันหยุดทำการเร่งติดตั้งดอกดาวเรืองไว้ในบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงาน ซึ่งบางจุดที่เป็นพื้นปูนได้นำดอกดาวเรืองที่เพาะชำไว้ในถุงพลาสติกมาตกแต่งอย่างสมพระเกียรติต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ รวมไปถึงการจัดดอกดาวเรืองเป็นเลข ๙ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยและส่งเสด็จสู่สวรรค์ชั้นฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอนแก่นมา 2 แสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า มติที่ประชุมร่วมฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยให้หยุดทำการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 24-27 ต.ค. เพื่อให้นักศึกษาจากทุกคณะและทุกชั้นปีที่ทำการศึกษาทั้งในภาคปกติและภาคสมทบรวมกว่า 10,000 คนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาไปร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่ที่อยู่ต่างจังหวัดต่างต้องการเดินทางไปร่วมแสดงความอาลัยกับครอบครัว โดยบางส่วนต้องการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ร่วมงานพระราชพิธีดังพร้อมคนไทยทั้งประเทศ เขาเผยว่าขณะที่บางส่วนได้ลงชื่อเป็นอาสาสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจใน 8 งานถนัดที่ต่างต้องการถวายงานพระองค์ท่าน และจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมและรับมอบภารกิจในการปฏิบัติงานตลอดทั้งสัปดาห์ของงานพระราชพิธี มข.จึงมีมติในการหยุดทำการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ได้ร่วมแสดงความอาลัยและร่วมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สรวงสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันที่ 26 ต.ค. จ.ขอนแก่นจะมีประชาชนมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์และร่วมในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่พระเมรุมาศจำลอง ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ตามกำหนดงานพระราชพิธีส่วนกลางไม่น้อยกว่า 200,000 คน มข.จึงได้จัดส่งรถชัตเติลบัสหรือรถโดยสารที่ให้บริการอยู่ภายใน มข.รวม 20 คันมาบริการรับส่งผู้ที่มาร่วมงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณถวายแด่พระองค์ท่าน โดยการให้บริการรับส่งดังกล่าวจะประจำในจุดที่คณะกรรมการที่รับผิดชอบงานพระราชพิธีนั้นกำหนด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยิ่งใกล้ถึงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพใน จ.สงขลาต่างทำความดีในรูปแบบต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นที่คลินิกหมอภาคภูมิ ตั้งอยู่ถนนริมคลอง ร.5 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้เปิดรักษาฟรีทุกโรคเป็นเวลา 3 วันตั้งแต่วันที่ 13-15 ตุลาคม เพื่อร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ภาคภูมิ จงฐิตินนท์ อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลคลองหอยโข่ง จ.สงขลา เจ้าของคลินิกเปิดเผยว่า นอกจากจะเปิดรักษาฟรี 3 วันเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแล้ว ยังมีแนวคิดที่จะรักษาฟรีตลอดไปให้ประชาชนผู้ยากไร้ในโรคทั่วๆ ไปที่ไม่เกินกำลังการรักษา เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะได้ไม่ต้องไปต่อคิวหรือรอหมอที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ตลาดการค้าขายพลอย ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี น.ส.อรนุช อนามนาถ อายุ 36 ปี แม่ค้าขายขนมโตเกียวได้ร่วมกับกลุ่มพ่อค้าพลอยเมืองจันทบุรี ทำขนมโตเกียวจำนวน 500 ชิ้นมาให้ประชาชนและเยาวชนที่มาค้าขายพลอยได้รับประทานฟรี เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้มีประชาชนและเยาวชนมารับขนมโตเกียวกันเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ค้าขายขนมโตเกียวรายนี้เผยว่า ตนเองขายขนมโตเกียวมากว่า 20 ปี วันนี้อยากทำความดีด้วยการทำขนมโตเกียวแจกประชาชนและเยาวชนได้รับประทานฟรี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน แม้การทำขนมโตเกียวมาแจกจ่ายประชาชนและเยาวชนรับประทานฟรีครั้งนี้จะเป็นเงินที่ไม่มากนัก แต่ตนก็ตั้งใจที่จะทำความดีเพื่อถวายพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย รู้สึกซาบซึ้งใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีในวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานถวาย, ราชสำนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171211/5a2e82fcea46c.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
