<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตานอนตากฝน4คืน ในเพิงเศษไม้สุดโทรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยสุดหดหู่ รับแจ้งชายชรานอนตากฝน 4 วันเต็ม ไปช่วยเหลือ พบเพิงพักเป็นแค่เศษไม้ผูกเป็นโครงไม่สามารถกันลมกันฝน ร้องขอผู้ใจบุญบริจาคไม้ สังกะสีเพื่อทำที่อยู่ให้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กันยายนนี้ เฟซบุ๊ก &amp;quot;ราชสีห์ จิตอาสา&amp;quot; ได้โพสต์ภาพและเรื่องราวของชายชราผู้หนึ่งชาวร้อยเอ็ด อาศัยอยู่ในเพิงพักโทรมๆ ที่ทำมาจากเศษไม้ อาศัยอยู่เพียงลำพังท่ามกลางพายุฝนที่สาดซัดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 4 วันแล้ว ในสภาพร่างกายเปียกไปทั้งตัว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับแจ้ง จึงเข้าช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์ดังกล่าวระบุว่า &amp;quot;เห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึม ชายชราวัย 70 กว่าปีอาศัยอยู่เพิงพักโทรมๆ สภาพอย่างกับเล้าไก่ ซ้ำร้ายต้องมาเจอกับพายุฝนตกยาวนาน ทำให้ต้องนอนตัวเปียกมาเกือบ 4 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 กันยายน 2562 งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ได้รับการประสานจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ดว่าได้มีประชาชนขึ้นไปขอความช่วยเหลือมีชายชราเดือดร้อน น้ำท่วมบริเวณรอบเพิงพักในซอยลำห้วยเหนือ ซอย7 หลังจากได้รับแจ้ง ทางนายวิทยา สัตนาโค หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือในทันที แต่พอเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง เมื่อเห็นถึงกับผงะ เนื่องจากบ้านที่ว่าไม่น่าจะเรียกว่าบ้านได้ เพราะสภาพเหมือนมีคนเอาไม้เก่าๆ มามัดมาผูกกันให้เป็นลักษณะเหมือนเพิงพักเท่านั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงพยายามสอบถามข้อมูลต่างๆ แต่คุณตาไม่ปริปากอะไรออกมาเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางทีมเราจึงได้สอบถามจากประชาชนที่อาศัยอยู่แถวนั้น ทราบว่าคุณตามีชื่อว่า คุณตานงค์ (ไม่ทราบชื่อจริง) คุณตานงค์อาศัยอยู่ที่นี่มากกว่า 20 ปี ปัจจุบันไม่มีอาชีพอะไร ทุกเช้าคุณตาจะไปกวาดลานวัดที่วัดท่านคร พระท่านก็จะแบ่งอาหารให้ ซึ่งคุณตากินข้าววันละ 1 มื้อที่พระแบ่งให้ ส่วนน้ำดื่มคุณตาจะดื่มน้ำที่ขังอยู่บนพื้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทางทีมเราจึงถามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม ทราบว่าคุณตานงค์เป็นอดีตแม่พิมพ์ของชาติที่เกษียณอายุ แต่ถูกภรรยาทิ้งจึงมีอาการเป็นโรคซึมเศร้าและมีอาการทางประสาทเล็กน้อย เมื่อก่อนมีญาติได้แวะเวียนมาหาอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันไม่มีญาติมาหากว่าสิบปีแล้ว และไม่ทราบว่าญาติอยู่ที่ไหน ทางวัดท่านครก็ได้จัดเตรียมที่พักให้คุณตานงค์ไปอาศัยอยู่ที่วัด แต่คุณตาไม่ยอม จะมาอยู่แต่ที่นี่ เพราะคุณตาเป็นคนรักสงบ ไม่อยากไปวุ่นวายกับใคร ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ใครครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางทีมเราจึงช่วยเหลือในเบื้องต้นโดยการเอาผ้าใบมาขึง ทำเป็นหลังคากันฝนและกันลมให้กับคุณตา เพราะช่วงนี้พายุฝนยังมีอยู่เรื่อยๆ อย่างน้อยก็ไม่ให้คุณตานอนแบบเปียกๆ และทีมเราได้มอบน้ำดื่มไว้ให้คุณตาอีก 8 แพ็ก เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาในเบื้องต้นครับ พร้อมกันนั้นก็มีประชาชนมาร่วมบริจาคเสื้อผ้าให้กับคุณตา เพราะเสื้อผ้าที่คุณตามีอยู่เปียกหมดทุกชุดครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถึงอย่างไรผ้าใบที่ขึงไว้เป็นเพียงแค่การช่วยเหลือชั่วคราว ดังนั้นผมจึงขอรับบริจาค สังกะสีและไม้ เพื่อที่จะนำไปสร้างเพิงพักให้กับคุณตานงค์ให้ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นครับ หลายคนมีคำถามเพิ่มเติมว่าทำไมไม่สร้างดีๆ ให้ท่านเลย ต้องเรียนให้ทราบว่าพื้นที่ที่คุณตาอาศัยอยู่นั้น เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่อนุญาตให้คุณตาอยู่ได้ แต่ไม่อนุญาตให้สร้างสิ่งปลูกสร้างที่เป็นถาวรครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านใดอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามผมได้โดยตรงครับ ผมชื่อ กิติศักดิ์ ปิยะมโนธรรม เป็นเจ้าหน้าที่ป้องกันฯ และคณะกรรมการบริหารสมาคมนครสาเกตกุศลสงเคราะห์ (หน่วยกู้ชีพนครสาเกตจังหวัดร้อยเอ็ด) โทร.สอบถามข้อมูลได้โดยตรงที่เบอร์ 08-8571-0714&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชสีห์ จิตอาสา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e70724d79d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามถ่ายภาพ13ชีวิต!ใครฝ่าฝืนยึดมือถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพจากเฟซบุ๊กราชสีห์ จิตอาสา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ก.ค.2561 &amp;ndash; เมื่อเวลา 13.51 น. เฟซบุ๊กราชสีห์ จิตอาสา ได้โพสต์ในหัวข้อว่า &amp;ldquo;ห้ามถ่ายภาพ! รพ.เชียงรายฯ รับ 13 หมูป่าคืนนี้ ใครฝ่าฝืนยึดมือถือ&amp;rdquo; โดยมีเนื้อหาว่า รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เตรียมรับ 13 ทีมหมูป่า หากออกจากถ้ำหลวงคืนนี้ตามแผน นำส่งทางรถยนต์-เฮลิคอปเตอร์ ทั้งตำรวจ รปภ. คุมเข้มสื่อ นำแผงเหล็กกั้น ส่วนไทยมุงก็เริ่มมากันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 12.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหน้าโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ถนนสนามบินเก่า ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย สถานที่ที่จะนำเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่า ทั้ง 13 คน ซึ่งตามแผนหลังนำออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จะนำส่งทั้งเฮลิคอปเตอร์และทางรถยนต์ โดยเฮลิคอปเตอร์จะมาลงที่บริเวณสนามโรงเรียนสันโค้ง (เชียงรายจรูญราษฎร์) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และ รปภ.ของโรงพยาบาลฯ ได้จัดเตรียมสถานที่ให้กับทางสื่อมวลชนให้มาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางโรงพยาบาล โดยมีการนำแผงเหล็กมาตั้งเรียงรายตามแนวถนน แต่สามารถถ่ายทำข่าวได้ในช่วงที่มีการนำเด็กทั้ง 13 คนส่งถึงโรงพยาบาล โดยมีการขอร้องไม่ให้ทางสื่อหรือชาวบ้านผ่านเข้าออกหน้าห้องฉุกเฉิน นอกจากญาติผู้ป่วยที่เข้ามารักษาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับห้องชั้น 8 ที่จะใช้เป็นสถานที่รักษาและดูแลนักฟุตบอลทั้ง 13 คน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเส้นทางขึ้นไว้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นบันได หรือลิฟต์ ในด้านการจราจรในช่วงเช้ายังอนุญาตให้รถยนต์ผ่านไปมาได้ แต่มีการเตรียมปิดถนนได้ทันที หากมีการลำเลียงเด็กเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถนนด้านนอก มีสื่อทุกแขนงทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาปักหลักทำข่าวจำนวนมาก และมีชาวบ้านเริ่มทยอยเข้ามาแล้ว โดยทางโรงเรียนสันโค้ง (เชียงรายจรูญราษฎร์) ได้เปิดโรงเรียนให้สื่อมวลชนสามารถนำรถเข้าไปจอดภายในได้ พร้อมอำนวยความสะดวกในการใช้สถานที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุด พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุขวัฒนพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้เดินทางมาแจ้งให้กับบรรดาผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวหน้าโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่าในช่วงเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ทางเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการปิดถนนรอบเวียง ตั้งแต่สี่แยกไฟแดง ด้านหลังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ไปจนถึงสี่แยกไฟแดงสันโค้ง ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย โดยห้ามผู้สื่อข่าวบันทึกภาพเด็ดขาด จะมีการปิดโรงเรียนสันโค้ง และเขตพื้นที่การศึกษาเชียงรายเขต 1 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ จะให้ผู้สื่อข่าวไปอยู่ที่บริเวณโรงเรียนบ้านเด่นห้า ซึ่งเลยจากโรงพยาบาลไปเล็กน้อย ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่เองก็ถูกสั่งห้ามเด็ดขาด ทั้งแพทย์พยาบาล และชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ ห้ามมีการถ่ายภาพ แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ หากมีการฝ่าฝืนจะถูกยึด ส่วนผู้ที่จะมาส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล จะมีการจัดประตูให้เข้าอีกทางหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ด้านหน้าบริเวณที่จะนำเด็กๆ ทีมหมูป่าเข้ารักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12978</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 หมูป่า, มือถือ} วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์, ราชสีห์ จิตอาสา, ห้ามถ่ายภาพ, เชียงราย, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b41bae772936.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมหมอไทย-เทศพร้อมรับ13หมูป่าออกจากถ้ำหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพจากเฟซบุ๊กราชสีห์ จิตอาสา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ก.ค.2561 - เฟซบุ๊กราชสีห์ จิตอาสา ได้รายงานสั้นพร้อมภาพประกอบเมื่อเวลา 13.15 น.ว่า หน่วยแพทย์กองทัพสหรัฐอเมริกา กำลังขนสัมภาระและเครื่องมือลงรถ เพื่อเตรียมเข้า ถ้ำหลวง ร่วมปฏิบัติภารกิจ ช่วยเหลือ 13 ชีวิต ที่รอออกจากถ้ำหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในเวลา 13.21 น.ได้โพสต์สั้นๆ พร้อมภาพอีกครั้งว่า #ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ #พาหมูป่ากลับบ้าน&amp;nbsp;ทีมแพทย์ประจำ ถ้ำหลวง พร้อมรับน้อง ๆ ทีมหมูป่า ขอกำลังใจให้ทีมแพทย์ทหาร ที่ประจำที่ถ้ำหลวงฯ ด้วยนะครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12977</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ชีวิต, ถ้ำหลวง, ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย, ราชสีห์ จิตอาสา, หน่วยแพทย์กองทัพสหรัฐอเมริกา, หมูป่า, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b41b3260b6a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูพรมเฟสสองช่วยเหลือ13ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 ก.ค.2561 - เฟซบุ๊กราชสีห์ จิตอาสา ได้โพสต์ข้อความล่าสุดในการปฏิบัติช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิตที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง &amp;ndash; ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงรายในหัวข้อ &amp;ldquo;วางแผนการปูพรมออกค้นหา Command Base 2&amp;rdquo; ระบุว่า ข้อมูลที่รวบรวมมาตลอด 3 วันเริ่ม complete วันนี้วันที่สอง #สำหรับปูพรมสำรวจโพรง #รอยแตก #ในพื้นที่ต้องสงสัย ที่น่าจะเชื่อมต่อโถงถ้าหลักได้ ถ้าข้อมูลทางธรณีฟิสิกส์ได้รับการยืนยันในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานเฟสสองน่าจะเริ่มคู่ขนานทันที ทางเลือกเดียวทีมสำรวจต้องเข้าไปโถงถ้ำในสุดให้ได้ ขอบคุณสรรพกำลังที่หลั่งไหลมาแบบไม่ขาดสาย เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต, นักฟุตบอลเยาวชน, ราชสีห์ จิตอาสา, วนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน, เชียงราย, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b38595cef4cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้ถึงตัวทีมหมูป่า! หน่วยซีลตั้งกองบัญชาการโถง3เหลือแค่1กม.ช่วย13ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตรียมเฮ! กันทั้งประเทศ ปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่าในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หน่วยซีลใกล้ได้ตัว 13 ชีวิต ตั้งกองบัญชาการที่โถง 3 ห่างอีกเพียง 1 กม.ถึงพัทยาบีช เตรียมดำ 800 เมตร ขณะที่การสูบน้ำได้ผลดีกว่าทุกวัน ผู้ว่าฯ เชียงรายเผยสัญญาณดีน้ำเริ่มใส ซ้อมแผนปฏิบัติการพิเศษส่งผู้ป่วยยังมีปัญหา รถหลงทางต้องปรับใหม่ ขณะที่ความช่วยเหลือหลั่งไหลทั้งจากในและต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าติดถ้ำหลวง จ.เชียงราย เข้าสู่วันที่ 7 เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เช้าตรู่ โดยการสูบน้ำยังคงเป็นปฏิบัติการหลักเพื่อเร่งให้น้ำภายในถ้ำลดลง ในระดับที่หน่วยซีลสามารถดำลงไปยังโถงหาดพัทยา ซึ่งคาดว่าทั้ง 13 ชีวิตติดอยู่บริเวณดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ หน่วยซีลตลอดจนเจ้าหน้าที่ทีมค้นหาทั้งจากกองทัพบก กองทัพเรือ ได้ช่วยลำเลียงเครื่องสูบน้ำเข้าไปวางในถ้ำเพื่อเร่งดึงน้ำออกจากถ้ำให้เร็วที่สุด โดยสถานการณ์ด้านในถ้ำพบว่าน้ำลดลง 6 นิ้ว &amp;nbsp;ซึ่งนักทำลายใต้น้ำจู่โจม กองทัพเรือ จำนวน 16 นายได้ดำสำรวจโถง 3 สามารถวางเชือกใต้น้ำได้ และขณะนี้เหลือระยะทางเพียงแค่ 2.5 กิโลเมตรก็จะถึงจุดพัทยาบีช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น เพจเฟซบุ๊ก ราชสีห์ จิตอาสา รายงานช่วงเวลา 17.30 น. ว่าอีก 1 กม. หน่วยซีลจะเข้าถึงหาดพัทยาแล้ว หน่วยซีลเข้าถึงโถงที่ 3 ได้แล้ว กำลังลำเลียงถังอากาศเข้าไปและตั้ง บก.ที่โถง 3 เพื่อปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ และเตรียมดำน้ำระยะทาง 800 เมตร ไปยังสามแยกเพื่อไปยังหาดพัทยา ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเพจ Thai NavySEAL รายงานในช่วงเวลาเดียวกันว่า ได้เร่งอัดอากาศถังดำน้ำ ใช้แผนรุก ไม่รอน้ำลด เตรียมส่งมนุษย์กบวางขวดอากาศทุกระยะ 25 ม. จากห้องโถง 3 ถึงจุดที่คาดว่าทีมหมูป่าอยู่ ต้องใช้ขวดอากาศจำนวนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ระดับน้ำบริเวณโถง 1 และบริเวณเนินที่พบรองเท้าของเด็กระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 20-30 เซนติเมตร พบว่าน้ำที่ถูกผลักออกมามีลักษณะที่ใส จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าไม่มีน้ำสะสมอยู่ภายในมาก และคาดว่าถ้าไม่มีฝนตกลงมาซ้ำก็จะสามารถระบายน้ำออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามหน่วยซีลที่อยู่ด้านนอกทราบว่า มีการเตรียมกำลังประมาณ 50 นายเพื่อเข้าไปสมทบกับหน่วยซีลที่ดำน้ำอยู่ด้านใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 19.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าท่อระบายน้ำความยาว 300 เมตรถูกลำเลียงเข้าไปในถ้ำหลวง โดยช่วงต้นของท่ออยู่ที่โถง โดยท่อดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนละ 100 เมตร รวมทั้งหมด 300 เมตร ซึ่งการระบายน้ำเป็นไปได้ค่อนข้างดี เนื่องจากวันนี้ฝนตกน้อยมาก บวกกับการระบายทำได้หลายช่องทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทีมตำรวจพลร่มทำการซ้อมโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์โรยตัว ก่อนที่พลร่ม ทีมกู้ชีพ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะไปโรยตัวลงดอยผาหมีเพื่อสำรวจโพรงบริเวณทางด้านขวาของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตามภารกิจติดตามนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตที่ติดค้างภายในถ้ำ
ซ้อมแผนส่งผู้ป่วยยังต้องปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาลากยาวมาจนถึงช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ยังคงสับเปลี่ยนกำลังเพื่อทำงานที่ด้านนอกรอบถ้ำหลวงอย่างไม่หยุดหย่อน ขณะที่ทีมครัวก็เร่งทำอาหารแจกจ่ายให้ได้รับประทานกันเพื่ออิ่มท้อง รวมทั้งเตรียมไว้เป็นเสบียงให้สำหรับชุดเดินเท้านำติดตัวไป ท่ามกลางสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเกือบตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภายนอกถ้ำเจ้าหน้าที่เตรียมซ้อมแผนปฏิบัติการพิเศษส่งผู้ป่วยหรือ 13 ชีวิตไปโรงพยาบาล &amp;nbsp;จำลองสถานการณ์และเตรียมพร้อมสำหรับนาทีที่นำตัวทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงว่า ในช่วงเช้าได้ซ้อมใหญ่แผนอพยพและช่วยเหลือเยาวชน 13 ชีวิต โดยผลปฏิบัติยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก เนื่องจากยังมีอุปสรรคความล่าช้า รถพยาบาลไม่สามารถวิ่งไปยังเป้าหมายได้ รถวิ่งไปผิดทาง และรถของประชาชนยังกีดขวางเส้นทางจราจร อาจมาจากระเบียบการจัดการจราจรยังไม่ดี และคนขับรถพยาบาลอยู่นอกพื้นที่ไม่ชำนาญทาง รวมทั้งเจ้าหน้าที่สนามไม่ชำนาญการใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยรุ่นใหม่ ซึ่งจะต้องแก้ไข เพราะหากเจอกลุ่มเด็กทั้งหมดจริงจะลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับภารกิจการค้นหานั้นยอมรับว่าหน้างานนั้นยากกว่าที่คิด หลายคนมีการนำเสนอทฤษฎีทั้งการนำโดรน นำหุ่นยนต์หรือโรบอตมาใช้ ซึ่งขณะนี้เรามีโรบอตและเรือดำน้ำอยู่ที่หน้างานมากกว่า 10 ตัว แต่ไม่สามารถนำไปใช้งานได้เพราะสภาพพื้นที่ไม่ใช่ทะเล ไม่ใช่คลองที่เป็นลำน้ำแบบเปิด แต่มันช่องเล็ก แม้แต่ตัวคนยังผ่านไม่ได้ และน้ำขุ่นมากจนมองไม่เห็น อย่างไรก็ดีวันนี้แม้จะมีฝนตก แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายกว่าทุกวัน น้ำในถ้ำลดลงไปพอสมควร สามารถสูบน้ำในแต่ละโถงได้ทุกโถง หน่วยซีลสามารถทำงานได้สะดวกขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้วตั้งแต่วันแรกๆ ทำให้ตนเป็นผู้อำนวยการสถานการณ์ได้ ซึ่งปัญหาอุปสรรคขณะนี้คือเราจะทำอย่างไรให้นำเด็กๆ ออกมาให้ได้ แต่ยังติดที่ว่าน้ำในถ้ำมีจำนวนมาก ตอนนี้จึงจะต้องทำทุกทางที่จะให้น้ำพร่องเพื่อนำน้องออกมาทางปากถ้ำเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.เชียงรายกล่าวว่า แผนที่จะนำเด็กออกทางช่องทางอื่นๆ นั้นยังไม่ได้คิด แต่ก็เตรียมแผนไว้หมดแล้ว เพราะหากเจอเด็กในช่องอื่นๆ ก็ต้องใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่เข้าไปประกบและปฐมพยาบาลในพื้นที่ &amp;nbsp;คงไม่นำออกโดยวิธีการโรยตัวออกทางปล่องเพราะมีความเสี่ยงสูง ยิ่งช่วงนี้มีฝนตกและลมแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเย็นนายณรงค์ศักดิ์แถลงข่าวอีกครั้งว่า ล่าสุดคณะทำงานได้ทำการสูบน้ำออกจากทุกโถงและน้ำลดพอสมควร โดยจะมีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเข้าไปด้วย ถ้าฝนไม่ตกเพิ่มน่าจะเป็นผลบวกต่อการปฏิบัติงาน อาจพบทีมนักฟุตบอลที่พลัดหลงอยู่ในสภาพอ่อนแอ ก็อาจจะตัดสินใจให้รับประทานอาหารดื่มน้ำและพักผ่อนด้านใน ก่อนที่จะนำส่งตัวออกมาด้านนอกเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ
สำรวจโพรงช่วยหมูป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยถึงแผนสำรวจโพรงที่คาดว่าจะเชื่อมต่อกับตัวถ้ำหลวงว่า หลังจากวันที่ 29 มิ.ย.ได้เข้าสำรวจแล้วพบช่องทางความเป็นไปได้ โดยตามแผนปฏิบัติการที่วางไว้วันนี้ ทีมเดินทางตำรวจตระเวนชายแดนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 150 นาย เตรียมเข้าพื้นที่ในเวลาประมาณ 07.00 น. พร้อมนำอุปกรณ์ อาทิ ชะแลงงัดแงะ โคมไฟสำหรับติดตั้งตามทางที่ลงสำรวจ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขึ้นดอยผาหมีไปด้วย พร้อมเตรียมลงสำรวจโพรงที่ 3 ต่อ &amp;nbsp; ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่นักสำรวจถ้ำเคยให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าว่า น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถเชื่อมต่อเข้าไปภายในถ้ำหลวงได้ และหลังเดินขึ้นไปถึงจุด เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลภายในถ้ำ ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้พบปล่องหลายปล่อง ซึ่งกำลังให้เจ้าหน้าที่สำรวจเข้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยปล่องแรกที่เข้าไป มีความลึกประมาณ 40 เมตร และปล่องที่สอง 60 เมตร ปล่องที่ 3 มีความลึก 10 เมตร ซึ่งในวันนี้จะทำการสำรวจเพิ่มเติม จากจุดที่ลงไปเมื่อวานลึกถึง 60 เมตร และ 40 เมตร เพื่อหาช่องทางในการค้นหา &amp;nbsp;โดยแต่ละปล่องที่ลงไปได้มีขนาดใกล้เคียงกันเป็นโถงกว้างประมาณ 5 เมตร สูง 10 เมตร ซึ่งเมื่อเข้าไปถึงแล้วก็ได้ให้เจ้าหน้าที่สำรวจภายในโถงดังกล่าวเพื่อหาช่องที่จะไปต่อ แม้แต่ช่องเล็กๆ ก็ต้องสำรวจว่าจะทะลุไปไหนได้หรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขากล่าวว่าจากการตรวจสอบเมื่อวานนี้สำหรับปล่องแรก ได้พบโพรงขนาดเล็กที่สามารถมุดตัวลอดเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่ได้ลองเข้าไปดูพบว่าสามารถทะลุลงไปได้อีกประมาณ 10 เมตร พบห้องโถงอีกห้อง และสำรวจต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้พบโพรงที่มุดลงไปอีก จนถึงความลึกประมาณ 60 เมตร รวมเป็น 3 &amp;nbsp;โถงที่จะเข้าไปสำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพรัตน์ กันทะวงค์ หรือ &amp;quot;โค้ชนก&amp;quot; ผู้จัดการทีมทีนทอล์ค (หมูป่า) อะคาเดมี แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้นำลูกทีมที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี 17 ปี และ 19 ปี รวมทั้งไม่เกิน 13 ปีที่เหลืออยู่ 3 คน &amp;nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ 10 คนเดินทางไปยังบริเวณหน้าถ้ำหลวง เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพ่อแม่ผู้ปกครองของทีมรุ่น 13 ปีที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาเผยว่า ทีมรวมตัวฝึกซ้อมกันมาหลายปีแล้ว โดยรุ่นที่ซ้อมกันมานานคือกว่า 4 ปี และทีมได้เริ่มจำกัดการรับคนเข้าทีมเมื่อต้นปี 2560 เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่เพียงพอ จำนวนที่รับได้ก็จะมีการแบ่งเป็นรุ่นอายุต่างๆ ทำการฝึกซ้อมกันบางครั้งก็เฉพาะเสาร์และอาทิตย์ หรือที่อยู่ใกล้ก็ทำการฝึกซ้อมเป็นประจำทุกวัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โค้ชนกบอกว่า รุ่นที่ติดอยู่ในถ้ำส่วนใหญ่เป็นรุ่นอายุ 13 ปี ปัจจุบันเหลืออยู่ 3 คน ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทั้งหมดก็เรียกร้องให้ตนพาไปเยี่ยมเยียนที่วนอุทยาน แต่เกรงว่าจะกระทบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่และการเรียนจึงได้รั้งรออยู่กระทั่งถึงวันนี้
ทีมหมูป่าพกยา-อาหารไปด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพรัตน์บอกว่า เด็กส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติของเพื่อนๆ ในครั้งนี้เป็นกลุ่มที่ปั่นจักรยานด้วยกัน โดยตนให้แยกไปตั้งกลุ่มไลน์ของพวกเขาเป็นการเฉพาะโดยไม่ปะปนกับทีมฟุตบอล &amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อนที่เหลือส่วนใหญ่จึงไม่เคยเข้าไปในถ้ำร่วมกับทีมดังกล่าว เมื่อเกิดเหตุแล้วก็ทำให้ทุกรุ่นยุติการเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ ทั้งหมดเพราะขาดสมาธิและเป็นห่วงเพื่อนๆ ที่อยู่ในถ้ำ โดยเฉพาะในลีกของ อ.แม่สาย รุ่นอายุ 19 ปีที่มีการแข่งขันนั้น ทีมก็ขอเลื่อนเข้าร่วมการแข่งแล้วเพราะทุกคนใช้แรงใจช่วยเพื่อนๆ อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่า มีลูกศิษย์บอกว่าโค้ชเอกเอาเป้ใบใหญ่มาด้วย นั่นหมายความว่าในเป้มีกล่องปฐมพยาบาล ชุดทำแผล สเปรย์ฉีดคลายกล้ามเนื้อ ผ้าก๊อซ ยาฉีดคลายนิ้วล็อก เครื่องมือซ่อมจักรยาน ถ้าเกิดเอาเต็นท์สนามเข้าไปด้วยก็จะยืนยันตั้งแต่ต้นที่ว่าเจอเชือก เปลสนาม อาหารจะเป็นขนมกรุบกรอบประเภทแป้งไม่น่าจะเยอะ แต่จะเป็นน้ำส้ม โค้ก เครื่องดื่มเกลือแร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้เพิ่มกำลังชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือโรยตัวเพิ่มเติมจากกองร้อยกู้ชีพกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ &amp;nbsp;หรือตำรวจพลร่ม กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เข้าเสริมการปฏิบัติช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยเพิ่มกำลังตำรวจพลร่มชุดกู้ชีพเข้าพื้นที่อีก 13 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปฏิบัติงานของทีมจากต่างชาตินั้นขณะนี้มีทั้งสิ้น 7 ทีม คือ 1.ทีมจากประเทศลาว เป็นทีมมูลนิธิช่วยเหลือคนทุกข์ยากแห่ง สปป.ลาว 2.ทีมจากประเทศเมียนมา ที่ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยหาทางเข้าถ้ำหลวงจากฝั่งท่าขี้เหล็กและค้นหาในพื้นที่ 3.ทีมจากประเทศญี่ปุ่น ส่ง 2 ผู้เชี่ยวชาญด้านชลประทานมาช่วยเรื่องน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ทีมจากประเทศจีน ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านกู้ภัยในถ้ำ 6 คน พร้อมหุ่นยนต์ใต้น้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ สเปกโทรมิเตอร์สามมิติ 5.ประเทศอังกฤษ มิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจและผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในถ้ำ &amp;nbsp;The Cave Diving Group จำนวน 3 คน 6.ทีมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทีมค้นหาและกู้ภัยหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิก 32 นาย และ 7.ทีมจากประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญใต้พิภพวิทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ จะใช้ดาวเทียม ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจภาคพื้นธรณีวิทยาทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ สแกนที่ถ้ำหลวงในระบบ Infrared 3D หากพบสัญญาณความร้อนจาก 13 ชีวิตจะแสดงเป็นรูปร่างคนบนหน้าจอโดยทันที ซึ่งตอนนี้กำลังรอดาวเทียมเข้าวงโคจรในตำแหน่งที่ต้องการ และดาวเทียมที่ว่านี้มีศักยภาพในแบบทุกสภาพอากาศ
แบกรับความคาดหวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาอากาศเอกหญิง เจสสิกา เตท์ เจ้าหน้าที่กองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก &amp;nbsp;(USPACOM) เปิดเผยถึงการร่วมปฏิบัติการค้นหาทีมฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายว่า ทีมสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือทีมกู้ภัยด้านเทคนิคเฉพาะ เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยสลับสับเปลี่ยนกันทำงานตลอด 24 ชั่วโมงร่วมกับทีมของไทย ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่ต้องแบกรับความคาดหวังกับปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ เพราะผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำเป็นเด็ก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความพยายามของคนไทยที่ปฏิบัติงานกันอย่างสุดความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กู้ภัยรัฐฉานแห่งสหภาพเมียนมา ได้ดำเนินการปฏิบัติภารกิจสำรวจปากถ้ำของเทือกเขานางนอนบริเวณฝั่งประเทศเมียนมา เพื่อสนับสนุนภารกิจการค้นหาทีมหมูป่าที่หายตัวไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอูไซ เส่ง ทิป หลวง รมต.คลัง รัฐฉาน เมียนมา พร้อมคณะเดินทางมาที่ถ้ำหลวง เพื่อให้กำลังใจชุดปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่า โดยการประสานงานของ TBC ไทย การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการแสดงน้ำใจในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี และไทยเคยให้การช่วยเหลือเมียนมาบ่อยครั้ง ทางการเมียนมาพร้อมให้การช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเลอพงศ์ สวนสังข์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังพูดคุยกับนายหยิน ย่าน ตง (Yin Yan Dong) ทีมประสานงานหน่วยกู้ภัยบลูสกาย เรสคิว จากประเทศจีน ที่เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือว่า ปภ.ไทยยังมีศักยภาพในการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ปิดกั้นความช่วยเหลือจากประเทศอื่นหากมีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีพิเศษ จึงอธิบายให้เข้าใจ ถ้าอยากสนับสนุนก็ให้เขียนรายการมา ถ้ามีประโยชน์ก็จะให้เข้าช่วย แต่ถ้างานซ้ำซ้อนก็ต้องขอปฏิเสธ ซึ่ง ปภ.ก็มีเครื่องสแกนที่สามารถลงลึกได้ถึง 100 เมตร แต่ก็ยินดีถ้าจีนมีอุปกรณ์ที่ดีกว่า โดยตอนนี้ก็มีสหรัฐอเมริกาที่มาร่วมวางแผน ส่วนออสเตรเลียก็ส่งทีมมาประสานงานแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเลอพงศ์กล่าวว่า ทั้งนี้เรามีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ แต่ติดขัดที่ปัญหาน้ำ จึงต้องปรับแผนมาค้นหาปล่องจากด้านบนตามแนวสันเขาจากหลายภาคส่วน หลายพิกัด ซึ่งก็พบหลายหลุม แต่ส่วนใหญ่ตัน มี 1 หลุมที่ลงลึกได้ถึง 60 เมตร วันนี้จะใช้อุปกรณ์สแกนลงไป ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่บริเวณกลางทางไปหาดพัทยา ในส่วนของจุดอื่นๆ ที่ค้นหาเสร็จแล้วก็จะทำสัญลักษณ์ไว้ปากปล่อง เหตุจากเริ่มมีการค้นหาซ้ำซ้อน
เคลียร์พื้นที่เจาะเต็มพิกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ดุษฎีพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและแผน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า &amp;nbsp;เตรียมขุดเจาะสำรวจบ่อบาดาลเพิ่มอีก 1 จุด ห่างจากจุดที่เจาะก่อนหน้านี้บริเวณทางขึ้นปากถ้ำหลวงประมาณ 80 เมตร จากการวิเคราะห์คาดว่าน่าจะพบชั้นน้ำขนาดใหญ่เชื่อมโยงกับในถ้ำ โดยได้เคลียร์พื้นที่เพื่อกำหนดจุดเจาะแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า จากการวิเคราะห์ลักษณะชั้นหินและรอยเว้าตามลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยา บริเวณดังกล่าวเป็นรอยเลื่อนและรอยแตกของหิน น่าจะเชื่อมโยงกับถ้ำ เชื่อว่าในอดีตน่าจะเป็นร่องน้ำโบราณหรือเป็นลำน้ำเก่า ประเมินว่าน่าจะพบชั้นน้ำปริมาณมาก โดยจะดำเนินการเจาะสำรวจก่อน โดยอาศัยการสำรวจตามลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยา เนื่องจากการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ทำได้ค่อนข้างยากเพราะสถานที่ไม่เอื้ออำนวย เพราะต้องใช้เครื่องมือชนิดหนึ่งด้วยระบบไฟฟ้าส่งลงไปสำรวจ ซึ่งพื้นที่ต้องเหมาะสมกว่านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุด เจ้าหน้าที่นำเครื่องขุดเจาะของบริษัทเอกชนมาจาก จ.สมุทรปราการเข้าไปติดตั้งในพื้นที่แล้ว โดยจะดำเนินการเดินเครื่องขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลทันทีด้วยระบบลม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำ &amp;nbsp;คาดว่าวันนี้จะเจาะให้ลึก 30-50 เมตร ถ้าไม่พบปัญหาอะไร โดยเฉพาะหินที่อาจไปล็อกหัวเจาะ ทำให้การทำงานหรือระบายน้ำมีความล่าช้า ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าระดับน้ำในถ้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นาฏสุดา ภูมิจำนงค์ อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล เปิดเผยว่า เคยเดินทางไปทำการศึกษาภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนในช่วงฤดูแล้ง พบว่ายังเป็นถ้ำที่มีระบบน้ำไหลอยู่ข้างในค่อนข้างสม่ำเสมอ มีทางแยกและช่องแคบให้มุดเข้าไปได้หลายช่อง โดยยอมรับลักษณะสภาพทางภูมิศาสตร์ของถ้ำเป็นอุปสรรคต่อการดำน้ำ ทั้งนี้มองว่าค่อนข้างยากพอสมควรในการเจาะผนังถ้ำเข้าไป เนื่องจากตำแหน่งปากถ้ำสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 400 เมตร ส่วนจุดสูงสุดของถ้ำความสูงจากระดับน้ำทะเล 800-900 เมตร ซึ่งหมายความว่าความหนาของถ้ำอยู่ที่ประมาณ 300-400 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังจากที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ส่งทีมงานนำโดย ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ วิศวกรอาวุโส &amp;nbsp;ปตท.สผ.พร้อมด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้าร่วมค้นหานักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายนับตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. โดยทีมงานได้รับมอบหมายจากศูนย์ประสานกู้ภัยที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ให้นำอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ประเภท Multipurpose Plant Inspection Octocopter &amp;nbsp;(MPIO) บินขึ้นสำรวจยอดเขาเพื่อทำแผนที่ทางอากาศ และใช้กล้องเทอร์โมสแกนอุณหภูมิพื้นผิวภายนอกเพื่อหาอุณหภูมิที่แตกต่าง ซึ่งจะชี้นำว่าอาจจะเป็นช่องที่เชื่อมต่อกับโถงภายในถ้ำ
ทีมเก็บรังนกก็มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ กล่าวว่า การใช้โดรนสำรวจในช่วง 2 วันที่ผ่านมาพบอุปสรรคบ้าง เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็วและมีฝนตกเป็นระยะ อย่างไรก็ตามทีมงานจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสนับสนุนภารกิจครั้งนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ทีมงานบางส่วนได้เข้าสนับสนุนงานติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำ รวมถึงระบบท่อส่งและดูดน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากภายในถ้ำ สำหรับหุ่นยนต์อีก 3 ชนิดที่นำไปด้วย ซึ่งได้แก่ &amp;nbsp;ยานยนต์ใต้น้ำควบคุมระยะไกลขนาดเล็ก (Mini Remotely Operated Underwater Vehicle : Mini-ROV) หุ่นยนต์ตรวจสอบภายในท่อ (In-pipe Inspection Robot : IPIR) และหุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติไร้สาย (Autonomous Underwater Vehicles : AUV) นั้น ยังคงพร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยจะพิจารณาร่วมกับศูนย์ประสานกู้ภัยฯ เพื่อเลือกใช้ตามสถานการณ์และสภาพพื้นที่หน้างานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลุ่มผู้มีจิตอาสาจาก จ.ตรัง ในนามกลุ่มคนรับจ้างเก็บรังนกนางแอ่นรวม 8 คน นำโดยนายอะลิเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง &amp;nbsp;พร้อมกับลูกบ้านอีก 7 คน นำสัมภาระเพื่อออกเดินทางไปสมทบในภารกิจช่วยเหลือและตามหาทั้ง 13 ชีวิตที่ จ.เชียงราย เนื่องจากมีความชำนาญในเรื่องของถ้ำ ที่แต่ละคนมีประสบการณ์ในการเก็บรังนกนางแอ่นตามถ้ำหลายจังหวัดในภาคใต้มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอะลิเฟนกล่าวว่า กลุ่มตนรับจ้างเก็บรังนกนางแอ่นใน ต.เกาะลิบง และได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงนายอำเภอกันตังและผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อขอเป็นจิตอาสาในนามชาว จ.ตรังเข้าสมทบในภารกิจดังกล่าว ซึ่งได้รับการอนุมัติและประสานกับเจ้าหน้าที่ที่ จ.เชียงรายเรียบร้อยแล้ว โดยออกเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงของสายการบินเเอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD420 ออกจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ เวลา 13.40 น. และจะถึงท่าอากาศยานเชียงรายในเวลาประมาณ 16.10 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับภารกิจหลักของกลุ่มจิตอาสาจาก จ.ตรังในครั้งนี้ คือการเข้าสนับสนุนสำรวจสภาพภายในถ้ำ และค้นหาเส้นทางจุดเชื่อมโยงภายในถ้ำ และมุดลอดเข้าไปตามซอกหลืบต่างๆ ซึ่งจากประสบการณ์บางครั้งก็ต้องอาศัยเพียงแค่ใส่กางเกงชั้นในเพียงตัวเดียวเท่านั้นในการทำงาน โดยเชื่อมั่นว่าจากการที่ต้องทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับถ้ำมานาน น่าจะสามารถนำมาปรับใช้ในสถานการณ์นี้ได้ ส่วนเครื่องมือต่างๆ ทั้งเชือกไนลอน เชือกส่งสัญญาณ มีด ไฟฉาย และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ ได้ประสานให้ในพื้นที่จัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และเมื่อเดินทางไปถึงสามารถเข้าช่วยเหลือได้ในทันที
พระครูบาบุญชุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร พระเกจิดังเมืองล้านนา และญาติของนักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 คน รวมทั้งนายอำเภอ และคุณนายพัชรี ยิ้มแย้ม ได้ทำพิธีเปิดถ้ำและขอขมาบริเวณศาลเจ้าแม่นางนอน โดยชาวบ้านเชื่อว่าพระครูบาบุญชุ่มเคยเป็นคนรักเก่าของเจ้าแม่นางนอน ซึ่งมาทำพิธีเปิดทางให้ค้นหาเด็กให้เจอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เป็นลูกศิษย์ลูกหากพระครูบาบุญชุ่มเผยว่า ครูบาบุญชุ่มท่านจะมาทำพิธีเปิดถ้ำอีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;ซึ่งตามธรรมเนียมของท่านแล้วนั้น ไม่ว่าท่านจะทำพิธีอะไรก็ตามมักจะทำ 2 ครั้ง และก็จะประสบผลสำเร็จทุกครั้ง จึงทำให้คนภาคเหนือเกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เมื่อวานท่านบอกกับลูกศิษย์ว่า ท่านเห็นโพรงขนาดใหญ่บนเขาเหนือถ้ำนางนอน วันนี้ท่านต้องมาอีกครั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่นำรูปปั้นขนาดประมาณ 2 ศอก ลักษณะเป็นหญิงสาวมาวางไว้บริเวณจุดทำพิธี ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรูปปั้นเจ้าแม่นางนอน โดยบรรยากาศขณะทำพิธีได้ยินเสียงสวดดังไปทั่วบริเวณ ซึ่งพ่อแม่ของทีมหมูป่าก็เข้าร่วมพิธีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่พระครูบาบุญชุ่มทำพิธีเปิดถ้ำ ได้กล่าวขณะเดินทางกลับท่ามกลางสื่อมวลชนว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องทำข่าวให้ดีนะ ทำข่าวให้เรียบร้อย ให้กำลังใจทุกคน ให้ทุกคนโชคดี มีความสามัคคี ขอให้ประเทศไทยได้เลือกตั้งเร็วๆ เหมือนประเทศพม่า&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันในหมู่ชาวพุทธในพื้นที่ภาคเหนือว่า พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อายุ 54 ปี &amp;nbsp;พระเกจิ 4 แผ่นดิน เป็นพระที่มีลูกศิษย์มากมายทั้งชาวไทย เมียนมา จีน และลาว แม้ปกติจะจำพรรษาอยู่วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา แต่ทุกปีในการทำบุญคล้ายวันเกิดของท่านช่วงต้นเดือนมกราคม ท่านจะเดินทางมาที่วัดพระครูบาบุญชุ่ม บ้านเวียงแก้ว ม.5 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ท่ามกลางลูกศิษย์จากทั้งเมียนมา สิบสองปันนา สปป.ลาว รวมทั้งลูกศิษย์ชาวไทยนับหมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้มีเณรน้อยแต่งชุดพระสายครูบาล้านนา พร้อมกับคณะศรัทธาติดตามมาด้วย 7-8 &amp;nbsp;คน เมื่อเดินทางมาถึงใกล้กับบริเวณปากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปสอบถาม พบว่าต่างพูดภาษาไทยไม่ได้ มีเพียง 2 รูปในคณะที่พอจะพูดภาษาไทยได้บางคำ จึงต้องอาศัยชาวบ้านจิตอาสาในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นล่ามเฉพาะกิจในการช่วยสื่อสาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทราบว่าเณรน้อยรูปนี้มีชื่อว่า เณรบุญยุ้ม อายุ 9 ขวบ เป็นศิษย์ของครูบาบุญมี มาจากเมืองเลน รัฐเชียงตุง ประเทศเมียนมา เดินทางมาทางรถยนต์โดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งอาจารย์คือครูบาบุญมีได้ทราบข่าวทีมหมูป่าสูญหายในถ้ำ จึงได้ส่งตนเดินทางมาเพื่อทำพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าป่าเจ้าเขาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะเจ้าแม่นางนอน ขอให้ช่วยปกป้องและปล่อยตัวเด็กออกมาอย่างปลอดภัย สิ่งใดที่เด็กหรือใครก็ตามกระทำผิดจารีตประเพณีหรือลบหลู่สิ่งใดไว้ ก็ขอขมาแทนตัวกลุ่มเด็กที่ยังหาไม่เจอ
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; สั่งตั้งไลน์กลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ติดตามความคืบหน้าการค้นหาทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีอย่างต่อเนื่อง โดยขอบคุณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และข้าราชการทุกคนในพื้นที่ที่ทำงานอย่างหนัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ที่สำคัญนายกฯ ฝากให้กำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งส่วนที่เจาะปล่องลงมาจากด้านบนเขา และหน่วยซีลที่เข้าทางภาคพื้นจนถึงโถงได้ แสดงถึงความก้าวหน้าของการทำงาน ทำให้ครอบครัวของเยาวชนและคนไทยทุกคนมีความอุ่นใจมากขึ้น และขอให้ทุกย่างก้าวของเจ้าหน้าที่ประสบความสำเร็จ โดยนายกฯ เฝ้าเอาใจช่วยอยู่ตลอดเวลา&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกคนติดตามฟังข่าวจากศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในทุกเรื่อง พร้อมทั้งสั่งการให้จัดตั้งไลน์กลุ่มศูนย์ปฏิบัติการร่วมพลเรือน ตำรวจ ทหาร โดยให้เจ้าหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ติดตามข้อมูลข่าวสาร ภาพของการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ในฐานะตัวแทนของสื่อมวลชน เพื่อกระจายข่าวสารให้สื่อมวลชนในพื้นที่ และรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์แต่ละช่วงเวลา ทำให้การปฏิบัติงานมีความเป็นเอกภาพ และทุกคนรับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือ 13 ชีวิตว่า ขอให้กำลังใจช่วยทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่า อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อทุกอย่างจะได้ราบรื่น อีกทั้งขอให้สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหาในการทำงาน &amp;nbsp;เพราะบางครั้งมีคนจำนวนมากอาจจะทำให้จัดระบบยาก ฉะนั้นจะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งรัฐบาลควรช่วยดูแลให้ทุกหน่วยงานทำงานไปในทิศทางเดียวกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด ด้วยเป็นห่วง เชื่อว่าถ้าน้องๆ เขาหลบอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ไม่มีน้ำ ไม่มีโคลน ก็สามารถที่จะอยู่ได้ ก็ต้องรอการเข้าไปช่วยเหลือ ตอนนี้ทุกคนก็หวังเรื่องการเจาะถ้ำเพื่อระบายน้ำออก หรือการหาโพรงที่เข้าไปช่วยเหลือ จะประสบความสำเร็จ&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า กรณีสังคมโซเชียลวิเคราะห์ว่า เยาวชนนักฟุตบอลอะคาเดมีแม่สายและโค้ชรวม 13 ชีวิตอาจไม่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย แต่ถูกกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดจับกุมตัวไป เนื่องจากพื้นที่เลยขึ้นไปมีช่องว่างระหว่างดอยผาหมีกับหุบเขา เป็นพื้นที่สีแดงที่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ลำเลียงยาเสพติด จากการตรวจสอบยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และมั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คนทำไม่ดีเขาหากินอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว เด็กไปเที่ยวเกิดพลัดหลงปกติ&amp;quot; พล.ต.ท.สมหมายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เพจพลเมืองต่อต้าน Single Gateway เพื่อเสรีภาพและความยุติธรรม ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร วิเคราะห์ว่ากรณีทีมหมูป่าหายไปที่ถ้ำหลวง ตั้งข้อสงสัยว่าผ่านมา 7 วันแล้ว การค้นหาไม่มีความคืบหน้า เป็นไปได้หรือไม่ที่ทีมหมูป่าอาจไปเห็นอะไรเข้า เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดง โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ย.มีการยึดยาเสพติดซึ่งถูกลำเลียงออกมาจากถ้ำหลวง เหตุใดต้องใช้หน่วยซีลเข้ามาปฏิบัติการช่วยค้นหาทั้งที่อยู่ห่างไกลกันมาก และทำไมถึงไม่ใช่คนในพื้นที่ชำนาญเส้นทาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12451</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai NavySEAL, ชัยวัฒน์ ดุษฎีพาณิชย์, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์, ทีมทีนทอล์ค, นพรัตน์ กันทะวงค์, นาฏสุดา ภูมิจำนงค์, นาวาอากาศเอกหญิง เจสสิกา เตท์, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ราชสีห์ จิตอาสา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล, อูไซ เส่ง ทิป หลวง, เฟซบุ๊ก, เลอพงศ์ สวนสังข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b37778461ec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
