<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลโต้รายงานGlobal Wealth Report 2018ใช้ข้อมูลเก่าสวนทางกับความเป็นจริง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ธ.ค.61-นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลในโซเชียลมีเดีย โดยอ้างอิงจาก Global Wealth Report 2018 ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก ว่า จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่รายงานฉบับนี้นำมาอ้างอิงเป็นข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2549 แล้วพยายามนำมาเชื่อมโยงกับข้อมูลบางส่วนของปีปัจจุบัน ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่สมบูรณ์และขาดความน่าเชื่อถือ และแหล่งข้อมูลที่ถูกนำไปวิเคราะห์ 2 แหล่ง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทยและองค์กรการเงินระหว่างประเทศ ก็ไม่มีส่วนใดเลยที่แสดงถึงการถือครองมูลค่าทรัพย์สินของคนรวย 1% ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศที่ถูกนำมาเทียบส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่ม OECD ยกเว้นจีน อินเดีย อินโดนีเซีย โคลัมเบีย โรมาเนีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำเรื่องความมั่งคั่งมากที่สุดในโลก ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของไทยดีขึ้นเป็นลำดับ โดยสัดส่วนรายได้ของกลุ่มคนรวยที่สุดแตกต่างจากกลุ่มคนจนที่สุด ลดลงจาก 29.92 เท่าในปี 2549 เหลือ 19.29 เท่าในปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ การฝึกอาชีพเพิ่มทักษะ กองทุนการออมแห่งชาติ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การจัดสรรที่ดินทำกินแก่ผู้ยากไร้ เป็นต้น&amp;rdquo;นายพุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23698</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนการออมแห่งชาติ, ความเหลื่อมล้ำ, พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์, รายงานCS Global Wealth Report 2018, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd0387ed5515.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เสี่ยไก่&#039;โหนความเหลื่อมล้ำลั่นอยากยากจนเลือกฝ่ายเผด็จการอยากได้มืออาชีพเลือกพท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7ธ.ค.61-นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก Watana Muangsook ระบุว่า
รายงานของ CS Global Wealth Report 2018 ที่บอกว่าไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้เป็นอันดับ 1 ของโลกคือหลักฐานประจานความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองปีที่แล้วไทยอยู่อันดับ 3 ของประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้โดยมีรัสเซียและอินเดียอยู่เหนือเรา แต่รัฐบาล คสช. ก็ได้ทำให้ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยของไทยขยายกว้างมากขึ้นจนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก ผลสำรวจพบว่าเมื่อปี 2559 คนไทย 1% มีทรัพย์สินรวม 58% ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ แต่ในปี 2561 คนไทย 1% กลับมีทรัพย์สินเพิ่มเป็น 66.9% แปลว่ามีเศรษฐีบางรายที่รวยขึ้นมากแต่คนไทยส่วนใหญ่จนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูนโยบายของรัฐบาลแล้วไม่น่าแปลกใจที่คนรวยมีเงินเพิ่มขึ้นแต่คนจนมีเงินน้อยลง เพราะเป็นนโยบายที่ใช้คนจนเป็นช่องทางส่งต่อประโยชน์ให้กับเศรษฐีบางราย เช่น การเติมเงินให้ซิมคนจนเบอร์ละ 50 บาทต่อเดือนก็คือการเติมเงินให้เจ้าของค่ายมือถือผ่านคนจน ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของฟอร์บที่พบว่ากลุ่มเศรษฐีที่รวยขึ้นคือกลุ่มที่เข้าร่วมกับโครงการประชารัฐ คนจนจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อส่งเงินไปยังคนรวยบางรายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จริงแล้วการลดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยควรทำให้คนจนมีรายได้และโอกาสเพิ่มขึ้นแต่ไม่ใช่ด้วยการสงเคราะห์ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้เตรียมนโยบายซึ่งเคยพิสูจน์ให้เห็นว่าประสบความสำเร็จเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนแล้ว ดังนั้น การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นการเลือกอนาคต หากอยากยากจนและเป็นพลเมืองชั้นสองต่อไปก็ไปเลือกฝ่ายเผด็จการ แต่หากอยากได้มืออาชีพไปบริหารงานก็ต้องเลือกพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23692</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, ความเหลื่อมล้ำ, นายวัฒนา เมืองสุข, รายกระจุกจนกระจาย, รายงานCS Global Wealth Report 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc7d1c4e7cc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
