<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” สุดปลื้มธนาคารโลกขยับอันดับทำธุรกิจไทย 6 อันดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.2562 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้เผยแพร่การจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจประจำปี 2563 (Doing Business 2020) ของประเทศต่าง ๆ รวม 190 ประเทศ ปรากฏว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับที่ 21 ดีขึ้น 6 อันดับ จากอันดับที่ 27 ในปีที่แล้ว โดยประเทศไทยได้รับคะแนน 80.10 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.65 คะแนน ถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของไทยในรอบ 6 ปี และมีคะแนนขึ้นมาใกล้เคียงกับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอยู่อันดับที่ 2 ที่ 86.20 คะแนน และมาเลเซีย ซึ่งอยู่อันดับที่ 12 ที่ 81.50 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นในครั้งนี้เป็นผลจากความพยายามของภาครัฐในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ทั้งความพยายามลดขั้นตอนการขออนุมัติ หรือการนำระบบดิจิทัลเข้ามาให้บริการภาครัฐ รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ดีขึ้น รวมถึงการคุ้มครองผลประโยชน์ของนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รายงานฉบับนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของประเทศไทยในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจในรอบปีที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยด้านที่ไทยได้รับอันดับดีขึ้นและคะแนนสูงขึ้นมีอยู่ 2 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการขออนุญาตก่อสร้าง (Dealing with Construction Permits) ที่ประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นจากอันดับที่ 67 ที่ 71.86 คะแนน ในปีที่แล้ว เป็นอันดับที่ 34 ที่ 77.30 คะแนน ในปีนี้ เป็นผลมาจากการดำเนินการลดขั้นตอนในการขออนุญาตก่อสร้าง (Procedures) ลงจาก 19 ขั้นตอน เหลือ 14 ขั้นตอน และลดระยะเวลาดำเนินการ (Time) ลงจาก 118 วัน เหลือ 113 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 2. ด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนเสียงข้างน้อย (Protecting Minority Investors) โดยประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้นจากอันดับที่ 15 ที่ 75.00 คะแนนในปีที่แล้ว เป็นอันดับที่ 3 ที่ 86.00 คะแนนในปีนี้ จากคะแนนด้านการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้น (Ease of Shareholder Suits Index) ที่เพิ่มขึ้นจาก 8 คะแนนเป็น 9 คะแนน โดยมีคะแนนเต็มอยู่ที่ 10 คะแนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังจำเป็นต้องดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้มีความสะดวกและเอื้อต่อการแข่งขันของผู้ประกอบการในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ในระยะยาว และผลประโยชน์จากการปฏิรูปสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะนำมาซึ่งการเพิ่มการลงทุนและมีการจ้างงานคุณภาพมากขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อันดับด้านการชำระภาษีของไทยในปีนี้ ลดลงมาอยู่ที่ 68 จากปีก่อนอยู่ที่อันดับ 59 แต่คะแนนใกล้เคียงกับของเดิม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารโลกยังใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาของปี 2561 แม้ว่าปัจจุบันกรมสรรพากร ซึ่งรับผิดชอบในส่วนนี้จะมีการพัฒนาและปรับปรุงระบบให้ทันสมัยมากขึ้นแล้ว จึงได้กำชับกรมสรรพากรและกรมจัดเก็บที่เกี่ยวข้องในการสร้างความเข้าใจผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ และการเข้าถึงบริการที่พัฒนามากขึ้น&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารโลก, ปรับให้ไทยดีขึ้น, รายงานอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c95a4ca010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวิลด์แบงก์เปิดผลจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจปี 62 ไทยร่วง 1 อันดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวิลด์แบงก์เผยผลจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ ปี 2562 ร่วง 1 อันดับ มาอยู่ที่ 27 จากปีก่อนอยู่ที่ 26 จากทั้งหมด 190 ประเทศ สวนทางคะแนน EODB เพิ่ม ด้าน ก.พ.ร. ฟุ้ง 4 ด้านไทยคะแนนพุ่ง &amp;ldquo;การเริ่มต้นธุรกิจ-การขอใช้ไฟฟ้า-การชำระภาษี-การค้าระหว่างประเทศ&amp;rdquo; เมินอันดับร่วง มองคะแนนขยับสะท้อนการพัฒนาที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้เผยแพร่รายงานอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Doing Business) ของประเทศทั่วโลกประจำปี 2562 โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจอันดับที่ 27 จากทั้งหมด 190 ประเทศ ด้วยคะแนน Ease of Doing Business Score (EODB) รวมทุกด้าน 78.45 คะแนน เพิ่มขึ้น 1.06 คะแนน แต่อันดับลดลง 1 ขั้นจากอันดับ 26 ในปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยว่า คะแนนของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ ด้านการขอใช้ไฟฟ้า ด้านการชำระภาษี และด้านการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp; กรณีด้านการขออนุญาตก่อสร้างของไทยที่อันดับลดลงมาอยู่ที่ 67 ในปีนี้จากอันดับ 43 เมื่อปีก่อนนั้น ยอมรับว่า เป็นผลจากระบบราชการมีปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางด้านวิศวกรรมที่จะมาทำหน้าที่ตรวจสอบ ทำให้ขั้นตอนกินระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นไปโดยปริยาย ซึ่ง ก.พ.ร.จะเสนอให้รัฐบาลแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาให้เหมาะสม พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น การเชื่อมโยงฐานข้อมูลของหน่วยงานราชการเข้าด้วยกัน
&amp;quot;อันดับไม่ได้บอกอะไรได้ทั้งหมด แต่เราจะดูคะแนนในแต่ละด้านว่ามีพัฒนาการดีขึ้นหรือไม่ เราไม่ได้สนในเรื่องอันดับ แต่สนใจในเนื้อหาว่าได้พัฒนาไปได้ดีอย่างไร ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างไร&amp;quot; นายปกรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในครั้งนี้ ธนาคารโลกได้เปลี่ยนหลักเกณฑ์การจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจใหม่ จากเดิมที่ใช้ระยะห่างจากเป้าหมายที่กำหนด (Distance to Fontier : DTF) มาเป็นการวัดแบบ EODB เพื่อให้การคำนวณสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด โดยวิธีนี้ประเทศที่ดีที่สุดในแต่ละตัวชี้วัดจะได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน ส่วนประเทศที่ทำได้ไม่ดีที่สุดในตัวชี้วัดนั้นจะได้คะแนน 0 คะแนน ส่วนประเทศอื่นจะได้คะแนนตามผลงานที่ทำได้เมื่อเทียบกับ Banchmark ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมาร่า วาร์วิค ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย บรูไน มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า การจัดอันดับนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและทำให้เกิดการแข่งขัน โดยนำไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ถึงแม้ประเทศไทยจะทำดีขึ้นแต่ประเทศอื่น ๆ ก็ทำดีขึ้นเช่นกัน และเชื่อว่ารัฐบาลจะพยายามที่จะเดินหน้าปฏิรูปประเทศอย่างเข้มแข็งกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ พบว่า ด้านการขอเริ่มต้นธุรกิจของไทยถ้าเป็นเมื่อ 16 ปีก่อนจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน แต่ขณะนี้ลดลงเหลือ 7 วัน แต่นิวซีแลนด์ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ด้านการแก้ปัญหาการล้มละลายของไทยใช้เวลา 1 ปีครึ่ง มาเลเซีย 1 ปี และมองโกเลีย 4 ปี เป็นต้น ซึ่งการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจนี้จะเป็นเครื่องมือที่ผู้บริหารประเทศจะนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายต่อไป&amp;rdquo; นายมาร่า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ ได้อันดับ 1 ในรายงาน Doing Business ประจำปีนี้ ตามมาด้วย สิงคโปร์, เดนมาร์ก, ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ส่วนสหรัฐฯ อยู่ที่อันดับ 8 ลดลงจากอันดับ 6 ในปีที่แล้ว ส่วนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น สิงคโปร์ได้อันดับ 2 จากการสำรวจประเทศทั่วโลก ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน ขณะที่มาเลเซียอยู่ที่อันดับที่ 15 เพิ่มขึ้น 9 อันดับ, ไทยอันดับที่ 27 ลดลง 1 อันดับ, บูรไนอันดับที่ 55 เพิ่มขึ้น 1 อันดับ, เวียดนามอันดับที่ 69 ลดลง 1 อันดับ, อินโดนีเซียอันดับที่ 73 ลดลง 1 อันดับ, ฟิลิปปินส์อันดับที่ 124 ลดลง 11 อันดับ, กัมพูชาอันดับ 138 ลดลง 3 อันดับ, สปป.ลาว อันดับที่ 154 ลดลง 13 อันดับ และเมียนมาอันดับที่ 171 ไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21211</URL_LINK>
                <HASHTAG>2019, doing Business, ธนาคารโลก, รายงานอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ, เวิลด์แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdbc0afbe7f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
