<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;สั่งออมสินผุดสินเชื่อ1.2แสนล.อุ้มรายย่อย-ท่องเที่ยวแก้สภาพคล่องตึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 2563 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย ให้ นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ว่า ได้มอบนโยบาย 2 เรื่องให้ธนาคารออมสินไปเร่งดำเนินการ คือ 1.ลดผลกระทบจากปัญหาโควิด-19 ให้ผู้ประกอบการรายย่อย (คนตัวเล็ก) กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า หาบเร่แผงลอย ที่ไม่มีที่พึ่งพิง จนต้องไปกู้หนี้นอกระบบดอกเบี้ย 24-28% ต่อปี โดยขยายมาตรการพักชำระหนี้และให้สินเชื่อเพิ่ม โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและบริการให้ดูแลเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่องตึงตัว

2.เตรียมแผนในระยะต่อไป ในการดูแลผู้ประกอบการรายย่อย ที่ต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจในยุคหลังนิวนอร์มัล ให้เป็นธนาคารสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ พัฒนาสตาร์ทอัพ และร่วมกับมหาวิทยาลัย ในการเสริมองค์ความรู้ และดูแลกุล่มที่ต้องการเงินทุน เช่น นักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำ แม่บ้านที่ต้องการทำอาหารขาย ก็ให้มาขอสินเชื่อจากออมสินได้ โดยออมสินต้องพร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งจะให้มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาร่วมด้วย

&amp;ldquo;ธนาคารออมสินรายงานว่าในพอร์ตสินเชื่อของออมสินมีการดำเนินงานและมีลูกค้าตามนโยบายรัฐบาลกว่า 30% จะต้องเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มคนตัวเล็ก และกลุ่มเอสเอ็มอีเข้าไปอีก เพื่อให้เป็นธนาคารรัฐแห่งแรกที่โดดออกมาดูแลในเรื่องนี้ เป็นธนาคารสำหรับอนาคต คนตัวเล็กที่แท้จริง ไม่ใช่เก่งแต่เรื่องรับฝากเงิน&amp;rdquo; นายสมคิด กล่าว

นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า ธนาคารออมสินจะเตรียมวงเงินไว้สำหรับ 2 มาตรการ คือ 1.เพิ่มวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับคนตัวเล็ก จำนวน 2 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินลดผลกระทบโควิด-19 เต็มวงเงินแล้ว ช่วยประชาชนได้กว่า 1 ล้านราย และ 2.มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) รอบใหม่ 1 แสนล้านบาท โดยจะปล่อยให้กับธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ซึ่งจะใช้ปล่อยให้กับธนาคารพาณิชย์และ มี บสย.ค้ำประกัน ซึ่งน่าจะออกมาเร็ว ๆ นี้

นายวิทัย กล่าวว่า มาตรการสินเชื่อคนตัวเล็ก จะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับ สินเชื่อฉุกเฉิน แต่มีการปรับเงื่อนไขจากเดิม เป็นรายละไม่เกิน 3-5 หมื่นบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน โดยผู้เข้าโครงการจะต้องมาลงทะเบียนใช้สิทธิ์ เพราะเป็นการเปิดรอบใหม่ โดยจะมีการนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า

ส่วนมาตรการซอฟท์โลน 1 แสนล้านบาท จะมีการกำหนดเงื่อนไขชัดเจน และแตกต่างจากซอฟท์โลน 5 แสนล้านบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยปล่อยให้กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ไม่รวมธุรกิจสายการบิน และจะปล่อยให้ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า ไม่กำหนดว่าจะต้องเป็นหนี้ที่อยู่ในช่วงวันที่ 31 ธ.ค.2562 รายละไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยยังคิดอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ปล่อยให้ธนาคารไปคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี ส่วนซอฟท์โลนออมสินรอบแรก 1.5 แสนล้านบาท ปล่อยได้แล้ว 1.2 แสนล้านบาทใกล้ครบวงเงินแล้ว

&amp;ldquo;ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า ธนาคารออมสินจะเร่งแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อให้กลับมาเป็นธนาคารเพื่อสังคมโดยแท้จริง จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันมีหนี้นอกระบบ จากพิโกไฟแนนซ์และ นาโนไฟแนนซ์ ที่ยังคิดอัตราดอกเบี้ยสูงมาก 24-28% โดยธนาคารออมสิน จะดึงอัตราดอกเบี้ยในตลาดให้เหลือไม่เกิน 18% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำแผน ถือเป็นแผนระยะกลาง&amp;rdquo; นายวิทัย กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71298</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นท่องเที่ยว, ขยายวงเงินปล่อยกู้, ธ.ออมสิน, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, รายย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bfe509abfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รายย่อยผู้ถือหุ้น &#039;IFEC&#039; รวมตัวกดดัน ร้องก.ล.ต. สั่งจัดประชุมผู้ถือหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ล.ต. รับทราบความเดือดร้อนของผู้ลงทุน และกำชับให้กรรมการ IFEC แก้ไขปัญหาโดยเร็ว หลังนักลงทุนรายย่อยจี้ให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 61 - นางสิริวิภา สุพรรณธเนศ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. รับทราบความเดือดร้อนของผู้ถือหุ้นรายย่อยของบมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต. ไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และดำเนินการในหลายวิถีทางเพื่อจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดย ก.ล.ต. ได้เชิญกรรมการและผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นเข้ามาหารือร่วมกัน แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร จึงทำให้ปัญหาที่ IFEC ไม่สามารถจัดประชุม ผู้ถือหุ้นได้ยังคงยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ IFEC เป็นบริษัทมหาชน การจัดประชุมผู้ถือหุ้นต้องดำเนินการภายใต้ขั้นตอนและวิธีการตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ผ่านมามีประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องตีความในหลายกรณี ซึ่ง ก.ล.ต.ได้ประสานงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. เห็นว่า IFEC มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก การจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นโดยเร็วที่สุด ภายใต้ขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสเสนอชื่อและเลือกตั้งบุคคลที่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเหมาะสมเข้ามาเป็นกรรมการ ทำหน้าที่บริหารกิจการ IFEC ต่อไป &amp;nbsp;ซึ่ง ก.ล.ต. ได้มีหนังสือให้กรรมการ IFEC ชี้แจงแล้ว หากกรรมการ IFEC ไม่ดำเนินการใด ๆ ก.ล.ต. อาจพิจารณาว่ากรรมการ IFEC ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้น ของ IFEC สามารถใช้สิทธิตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดฯ เพื่อขอให้กรรมการบริษัท จัดการประชุมผู้ถือหุ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับประเด็นในเรื่องข้อร้องเรียนอื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนของ IFEC ทั้งในและต่างประเทศ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบว่ากรรมการหรือผู้บริหารทั้งในอดีตและปัจจุบันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก.ล.ต. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งรัดโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 61 กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยของ IFEC ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อก.ล.ต. เพื่อเร่งให้คณะกรรมการบริษัท IFEC จัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อคัดเลือกกรรมการที่ว่างลงโดยเร็วที่สุด โดยต้องการให้มีการจัดการประชุมภายใน 30 วัน รวมถึงระบุจำนวนกรรมการที่ถูกต้องตามกฎหมายว่าเหลือกี่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5146</URL_LINK>
                <HASHTAG>IFEC, ก.ล.ต., ขบวนการโกงหวย, ตรวจสอบทุจริต, ผู้ถือหุ้น, รายย่อย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, สิริวิภา สุพรรณธเนศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab715af262d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
