<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039;ออกบทความ:ในหลวงมีรายได้ส่วนพระองค์ที่เสียภาษี โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินภาษีเพื่อกิจกรรมส่วนพระองค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63- นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์บทความเรื่อง &amp;ldquo;ในหลวงมีรายได้ส่วนพระองค์ที่เสียภาษี โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินภาษีเพื่อกิจกรรมส่วนพระองค์&amp;rdquo; มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงสนับสนุนให้เปิดในปีพุทธศักราช 2450 เพราะเล้งเห็นความสำคัญของธุรกิจการธนาคารที่มีต่อการค้าและเศรษฐกิจของประเทศนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปีพุทธศักราช 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้ง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ขึ้น ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้ประเทศไทยผลิตปูนซีเมนต์ใช้เอง ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเพื่อจัดสรรการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างคุ้มค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
จุดเริ่มต้นของธนาคารเริ่มขึ้นมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย เชื่อว่าประเทศไทยนั้นควรจะมีระบบธนาคารเป็นของตัวเองเพื่อคอยค้ำจุนเศรษฐกิจภายในประเทศ มากกว่าที่จะไปพึ่งพาธนาคารต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงทำการทดลองเปิด &amp;ldquo;บุคคลัภย์&amp;rdquo; (Book club) เพื่อดูแนวโน้มความเป็นไปได้ที่ขยายเป็นกิจการระดับประเทศ ด้วยความสำเร็จของโครงการบุคคลัภย์ ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง พระราชทานอนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;แบงก์สยาม กัมมาจล ทุนจำกัด&amp;rdquo; ในวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2450 นับแต่นั้นเป็นต้นมา ธนาคารไทยพาณิชย์ก็กลายเป็นต้นแบบของธนาคารไทยทุกแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 3,111 พันล้านบาท มีเงินฝาก 2,255 พันล้านบาท และมีสินเชื่อ 2,144 พันล้านบาท ธนาคารจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2519 ปัจจุบัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ธนาคารมีมูลค่าหุ้น ตามราคาตลาด (Market Capitalization) 246,464 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
กันยายน 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารได้ขายหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC) ทั้งหมดที่ถืออยู่จำนวน 9.09 ล้านหุ้นให้กับสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำให้บริษัทได้รับเงินจากการขายหุ้นดังกล่าวราว 4.47 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัตถุประสงค์ของการขายหุ้นดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นเงินที่ชดเชยในการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจากกรณี บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI เป็นลูกหนี้ของธนาคารฯ ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนักทำให้ธนาคารต้องมีการตั้งสำรองของมูลหนี้ดังกล่าวราวราว 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุด (ร้อยละ 23.35%) มีพนักงานของธนาคารมากกว่า 20,000 คน มีสาขาทั้งหมด 1,070 สาขา และเครื่องกดเงินอัตโนมัติ (ATM) 9,724 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เมื่อ ๑๖ มิถุนายน 2561 ที่ว่าเป็น &amp;ldquo;คำชี้แจง การเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีนัยยะประทับลงอย่างมั่นคงว่าพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ์ฯ &amp;ldquo;จะทรงจัดการทรัพย์สินนั้นตามพระราชอัธยาศัย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ให้มีการเสียภาษีอากรทุกประเภทเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องเปลี่ยนชื่อความเป็นเจ้าของทรัพย์สินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นอยู่ในบังคับของกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
คำชี้แจงฯ แจ้งไว้ชัดแจ้งถึง &amp;ldquo;พระราชปณิธานที่จะสืบสานพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช&amp;rdquo; ในฐานที่รัชกาลที่ ๕ ทรงก่อตั้งแบ๊งค์ &amp;lsquo;สยามกัมมาจล&amp;rsquo; (ที่กลายมาเป็นธนาคารไทยพาณิชย์) และ ร.๖ ทรงให้กำเนิดบริษัทปูนซีเมนต์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นพระเจ้าอยู่หัวฯ ร.๑๐ จึง &amp;ldquo;ทรงรับเป็นพระราชภาระในการดูแลกิจการเหล่านั้นด้วยพระองค์เอง&amp;rdquo; ทั้งสิ้น โดยที่ปัจจุบันสำนักงานทรัพย์สินฯ ถือหุ้นในไทยพาณิชย์ ๑๘.๑๔% เมื่อรวมกับหุ้นที่เพิ่งโอน ทำให้ในหลวงฯ วชิราลงกรณ์ทรงมีหุ้นอยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ ๒๑.๔๘% ทำนองเดียวกับทรงมีหุ้นปูนซีเมนต์ ๓๐.๗๖%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นผลจากรัฐบาล คสช.ได้ทำการเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินสถาบันกษัตริย์เสียใหม่ จากฉบับ พ.ศ. ๒๔๗๙ มาเป็นฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ &amp;ldquo;โดยรวมทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าด้วยกัน เป็นทรัพย์สิน &amp;lsquo;ฝ่าย&amp;rsquo; พระมหากษัตริย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
เว็บไซต์ settrade.com ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2018 โดยบ่งชี้ว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงถือหุ้นในบริษัท จำนวน 9,070,600 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.76% โดยทรงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นอันดับที่ 15 ใน SCC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูล ณ วันที่ 15 มีนาคม 2018 ชี้ว่าราคาหุ้นเฉลี่ยของ SCC ปัจจุบันอยู่ที่หุ้นละ 508.82 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
และนี่คือตัวอย่างรายได้ส่วนพระองค์ที่ได้จากการถือหุ้นใน 2 บริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดในราชวงศ์ เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่แยกจากทรัพย์สินของแผ่นดิน ที่เสียภาษีถูกต้องทุกบาททุกสตางค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำบิดเบือนปลุกปั่นว่าทรงใช้เงินภาษีของประชาชน เพื่อกิจกรรมส่วนพระองค์ ย่อมไม่เป็นความจริง และไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยุดเสพแต่ข่าวเท็จ แล้วบอกว่าตนเองตาสว่างมาจากการเสพแต่ข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดหู เปิดตาและเปิดใจ ค้นหาและอ่านข้อมูลที่ถูกต้อง คิดและพิจารณาก็จะพบความจริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78207</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายอัษฎางค์ ยมนาค, กิจการส่วนพระองค์, ภาษี, รายได้ส่วนพระองค์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1a715ad394.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
