<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 01:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 01:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เซาธ์เกต&quot;ยินดี&quot;ราฮีม&quot;ปลดล็อคจนได้ในบอลทัวร์นาเมนท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แกเร็ธ เซาธ์เกต กล่าวชม ราฮีม สเตอร์ลิง ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง หลังกดประตูชัย และเป็นประตูแรกของปีกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เองในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ นำ ทีมชาติอังกฤษ ประเดิมนัดแรกในศึกยูโร 2020 ด้วยการเชือด รองแชมป์โลก โครเอเชีย 1-0 ที่สนามเวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพสิงโตคำราม ทีมชาติอังกฤษ ประสบความสำเร็จ คว้าชัยในนัดเปิดสนามของ ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เป็นครั้งแรก และประตูแรกของทีม ในทัวร์นาเมนท์นี้ มาจาก ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ปลดล็อคตัวเอง ทำประตูแรกในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ สำหรับประตูชัยในนัดเปิดสนาม ที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 57 จากความพยายามของ คาลวิน ฟิลลิปส์ ที่เก็บบอลได้ทางปีกขวาก่อนเลาะเข้ามาตวัดให้ ปีกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สปีดเข้าไปยิงสวนตัวผู้รักษาประตู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าเกมการแข่งขัน จากโผ 11 คนแรกที่รั่วออกไป หลายคนวิจารณ์ เซาธ์เกต ที่ตัดสินใจใส่ชื่อ สเตอร์ลิง ลงตั้งแต่นาทีแรกของเกมนี้ ทั้งที่ฟอร์มแย่มายาวนานหลายเดือนแม้กับสโมสร แต่สุดท้ายกลายเป็นคนทำประตูขี้ขาดช่วยให้ อังกฤษ ประเดิม 3 คะแนนเต็มได้ตั้งแต่นัดแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ได้รับการยืนปรบมือให้จากแฟนๆในสนามตอนที่เขาถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่หลายคนเชื่อว่า หากเป็น ฟิลิปส์ ได้เดินออกจากสนาม เสียงอาจจะดังยิ่งกว่านี้จากฟอร์มที่โดดเด่นที่สุด และเป็นคนจ่ายบอลถวายพานให้เพื่อนทำประตูชัย ในเกมที่ค่อนข้างอึดอัด โอกาสยิงตรงกรอบน้อยมาก แค่ฝ่ายละ 2 ครั้งเท่านั้นจาก โอกาสยิงเท่ากัน คือ 8 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกม เซาธ์เกต ยืนยันย้ำอีกครั้ง &amp;quot;เขาเป็นผู้เล่นที่สำคัญมากของทีมคนหนึ่ง สถิติการทำประตูของเขา บอกว่าเราควรเชื่อมั่น โดยยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่า เขาได้รับแรงกระตุ้นให้ต้องแสดงให้ทุกคนได้เห็น ผมคิดว่าสำหรับตัวเขาเอง และทุกคน เรารู้ว่าเราต้องมีผู้เล่นตัวรุกแบบนี้อยู่กับทีมไว้เป็นตัวเลือกให้มาก ยังมีอีก 2 คนที่ไม่ได้ลงสนามในวันนี้ แต่เราจะต้องได้ใช้เขาแน่ในทัวร์นาเมนท์ที่ยังต้องเตะอีกหลายนัด เราจะมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่น และคิดว่าเราจำเป็นต้องทำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกตย้ำว่าเขาพอใจกับฟอร์มการเล่นของนักเตะทั้งหมดทุกคนในสนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องมาเล่นท่ามกลางอุณหภูมิความร้อนกลางแดดเปรี้ยงเป็นคู่แรกของวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจาก สเตอร์ลิง แล้ว คาลวิน ฟิลิปส์ คือนักเตะอีกคนที่จะไม่กล่าวชมไม่ได้ หลังมิดฟิลด์จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้แบบเข้าตาคว้าแมนออฟเดอะแมทช์ ในการประเดิมนัดแรกกับทีมชาติในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ รวมรับใช้ทีมชาติเป็นนัดที่ 9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาลวิน คือผู็เล่นที่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง แต่เขาเปิดตัวอย่างยอดเยี่ยมในเส้นทางของตัวเองกับทีมชาติ ผมคิดว่าเขาสุดยอดมากตลอดทั้งเกม คนอื่นๆก็ล้วนทำได้เยี่ยมเช่นกัน&amp;quot; บอสทีมสิงโตคำราม กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ทำประะตูแรกในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ได้ ก็จากแอสซิสต์ของ ฟิลิปส์ หลังจากไม่เคยพังตาข่ายมาได้เลยทั้งในศึกฟุตบอลโลก ปี 2014 และปี 2018 และ ยูโร 2016
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยินดีกับ ราฮีม เป็นอย่างมาก การที่เขายังยิงไม่ได้ในทัวร์นาเมนท์หลัก ผมรู้สึกว่าเขาจะต้องยิ่งมีแรงขับและอันตรายตลอดทั้งเกมนี้ จากเริ่มเกม เขาวิ่งเจาะแนวรับและหาทางลุ้นประตูอยู่ตลอด ผมพอใจมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลอีก 2 คู่ เมื่อคืนวันอาทิตย์ ออสเตรีย ชนะ มาซิโดเนีย เหนือ 3-1 เตะที่โรมาเนีย และ เนเธอร์แลนด์ เล่นใน อัมสเตอร์ดัม อารีน่า ชนะ ยูเครน 3-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106388</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คาลวิน ฟิลิปส์, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติโครเอเชีย, ฟุตบอล, ยูโร 2020, ราฮีม สเตอร์ลิง, แกเร็ธ เซาธ์เกต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c79ec2b8771.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป๊ปขาด&quot;ราฮีม&quot;บู๊ค้อน คาดพักยาว 4 วีค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แถลงยืนยันว่า ราฮ๊ม สเตอร์ลิง จะไม่ได้ลงเตะในเกมพรีเมียร์ลีก คืนวันอาทิตย์นี้ ที่จะเปิดบ้านรับการไปเยือนของ เวสต์แฮม รวมถึงแมทช์ที่จะต้องออกไปเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งในกลุ่มหัวตาราง จากปัญหาเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังต้นขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราฮีม สเตอร์ลิง คาดว่าจะต้องพักแข้ง ไม่สามารถลงสนามให้ทีม&amp;quot;เรือใบสีฟ้า&amp;quot; แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไประยะหนึ่ง แม้ยังไม่มีความชัดเจนนักว่าอาการเจ็บที่เกิดขึ้นรุนแรงระดับไหน หลังจากที่สตาร์ตัวท็อปของ ซิตี้ ไปเจ็บมาระหว่างเกมในนัดที่ แพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เมื่อนัดที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนกลัวว่า สเตอร์ลิง อาจพักนานถึง 4 สัปดาห์ ซึ่งเท่ากับว่าเขาจะพลาดลงสนามช่วยทีมในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมเลกแรก กับ เรอัล มาดริด ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิตี้ ทวีต &amp;quot;ราฮีม สเตอร์ลิง จะพลาดเกมกับ เวสต์แฮม สุดสัปดาห์นี้แน่นอนแล้ว หลังจากผลสแกนออกมาว่า กล้ามเนื้อหลังต้นขาซ้ายของเขาได้รับความเสียหาย ทุกคนที่ซิตี้ ขอภาวนาให้ @sterling7 หายกลับมาสมบูรณ์ได้โดยเร็วไว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชคดีสำหรับ ซิตี้ ที่ อาการเจ็บของ สเตอร์ลิง มาตรงกับช่วงเบรกกลางซีซั่นของพรีเมียร์ลีกพอดี ซึ่งจะเริ่มต้นหลังเกมกับ เวสต์แอม ไปเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิตี้ มีคิวที่จะต้องเดินทางไปเยือน เลสเตอร์ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะเปิดศึกกับทีมสโมสรยักษ์ใหญ่ลาลีกา ที่ สนาม เบร์นาเบว ในอีก 4 วันถัดไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56585</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ราฮีม สเตอร์ลิง, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d77a26f213.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 23:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 23:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เซาธ์เกต&quot;จวกแฟนสิงโตโห่&quot;โกเมซ&quot;/&quot;สเตอร์ลิง&quot;วอนจบเห็นใจเพื่อนร่วมทีม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทีมชาติอังกฤษ ลอยลำ ศึกยูโร 2020 แน่นอนแล้ว เมื่อคืนวันพฤหัสฯ หลังจัดหนักไล่ถล่มโหด มอนเตเนโกร นับถึง 7-0&amp;nbsp; แฮร์รี่ เคน ทำลายสถิติยิงของ เวย์น รูนี่ย์ ด้วยการทำแฮทริก ฉลองเเกมที่ 1,000 ของทีมสิงโตคำราม ขณะที่ โจ โกเมซ คู่กรณีของ ราฮีม สเตอร์ลิง โดนโห่ตอนถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงท้าย ปีกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความเห็นใจ วอนแฟนจบ ขณะที่ เซาธ์เกต ย้ำไม่สมควรมีนักเตะทีมชาติอังกฤษคนไหนโดนโห่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮทริกของ แฮร์รี่ เคน ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก ช่วยให้ทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ค่อยๆปิดเกมเอาชนะ มอนเตเนโกร ไปได้แบบสบายๆ ด้วยสกอร์ถึง 7-0 ทำให้ อังกฤษ ตีตั๋วรอศึกรอบสุดท้าย ตอนซัมเมอร์หน้า ได้เป็นที่เรียบร้อย แต่ เซาธ์เกต กับ ราฮีม สเตอร์ลิง ต้องช่วยกันเตือนสถิติกองเชียร์ของทีมบางส่วน ที่โห่ โจ โกเมซ กองหลังจาก ลิเวอร์พูล ตอนถูกเปลี่ยนตัวลงในครึ่งหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกเมซ กับ สเตอร์ลิง มีเรื่องวิวาทกันในโรงอาหารของทีมชาติที่ เซนต์ จอร์จส ปาร์ค เมื่อวันจันทร์ เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลให้ เซาธ์เกต ตัดสินใจหั่นกองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดโผไปไม่ได้มีส่วนร่วมในชัยชนะฉลองนัดที่ 1,000 ของทีมชาติอังกฤษ ที่มีนักเตะชื่อดังในอดีตของทีมสิงโตคำรามมากมายมาร่วมเป็นแขก เมื่อคืนวันพฤหัสฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจบเกมการแข่างขัน สเตอร์ลิง โพสต์ข้อความลงทวีตเตอร์ &amp;quot;ถึงแฟนทีมชาติอังกฤษทุกคน ผมต้องการที่จะทิ้งทุกอย่างไว้ช้างหลัง แต่ค่ำคืนนี้ผมต้องขอพุดอีกสักที คือผมก็รู้สึกไม่ดีนักที่เห็นเพื่อนร่วมทีมโดนโห่จากบางสิ่งที่เป็นความผิดของมเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โจไม่ได้ทำอะไรผิด และสำหรับผมที่ได้เห็นใครคนหนึ่งที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างหนักหลังสัปดาห์ที่ยาก ต้องมาโดนโห่เอาตอนลงสนามในค่ำคืนนี้ ผมว่ามันไม่ถูกต้อง ผมต้องแสดงความรับผิดชอบและยอมรับผลของการกระทำของตัวเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ เซาธ์เกต ปกป้อง โกเมซ ว่าไม่ได้ทำอะไรผิดต่อแฟนๆ แต่ก็ยังโดนโห่ในเกมที่เวมบลี่ย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนอื่นผมต้องบอกว่านักเตะทุกคนในห้องแต่งตัวต่างรู้สึกผิดหวังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้เล่นของเรามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีคนไหนสมควรถูกโห่ ผมไม่เข้าใจ นักเตะทุกคนเสียใจมาก ผมเองก็เช่นกัน แต่เขาได้รับกำลังใจจากทุคนในห้องแต่งตัว ผมเคยพูดกับเขาแล้ว และจะพูดกับเขาอีกในวันพรุ่งนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกมที่เวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันพฤหัสฯ ที่โชว์ฟอร์ได้อย่างโดดเด่นสุดก็คือ แฮร์รี่ เคน ทำแฮทริกได้ตั้งแต่ครึ่งแรก ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ ตลอดทั้งเกมทำแอสซิสต์ไป 3 นอกนั้นเป็นผลงานของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ที่ซัดประตูแรกในทีมชาตินับตั้งแต่ มิ.ย.2017 และเป็นประตูนำร่องของเกมตั้งแต่นาที่ 11 มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็มีสกอร์ให้ทีมด้วยเช่นกันช่วงครึ่งชั่วโมงแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลังมีอีกสองประตู หนึ่งในนั้นเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ โซฟรานัส และ แทมมี่ อับราฮัม ปิดท้ายา ก่อนหมดเวลา 6 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ว่ามันเป็นกลุ่มที่เราควรชนะได้สบาย แต่คุณน่าจะเห็นได้ว่าหลายทีมใหญ่ในยุโรป มีปัญหาในการถล่มประตูคู่แข่งอย่างที่เราทำได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต ถูกถามว่า เพราะทีมของเขาเจอกับทีมคู่แข่งที่อ่อนกว่ามากหรือไม่ในรอบคัดเลือก หรืออังกฤษสมควรได้รับเครดิตเป็นพิเศษอย่างผลงานในแต่ละนัดรวมถึงเกมล่าสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในอดีต เรามักมีปัญหาเวลาเจอทีมที่ต่ำชั้นกว่า ที่มักให้นักเตะช่วยกันเล่นเกมรับกันหลายคน ตอนนี้เรามีผู้เล่่นทีสามารถเปิดช่องทีมเหล่านั้นได้ เรามีสไตล์การเล่นที่สามารถทำอย่รางนั้นได้ แน่นอนมันเป็นกลุ่มที่เราคาดว่าจะเข้ารอบเป็นที่หนึ่งของสายได้ แต่ที่สำคัญคือเราทำได้อย่างเด็ดขาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50381</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติมอนเตเนโกร, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ยูโร 2020 รอบคัดเลือก, ราฮีม สเตอร์ลิง, แกเร็ธ เซาธ์เกต, โจ โกเมซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dced4c54af39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 23:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 23:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หงส์จะแฮ็ปปี้มั๊ยโกเมซได้รอยข่วนที่ใต้ตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ลิเวอร์พูล ไม่น่าจะพอใจนักที่ ราฮีม สเตอร์ลิง มีเรื่องกับ โจ โกเมซ ในทีมชาติ ยิ่งเมื่อมีรายละเอียดและภาพหลุดทะยอยถูกแฉออกมาอีกว่า กองหลังทีมหงส์แดง ได้แผลที่ใต้ตาจากเหตุในแคมป์ทีมสิงโตคำราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง วันก่อนมีข่าวเพียงเอามือบีบที่คอ โกเมซ ในแคนทีนของทีมชาติอังกฤษ แต่ภายหลังก็ได้กล่าวขอโทษเพื่อนร่วมทีมทุกคนแล้วสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเขายอมรับว่าไม่น่าปล่อยให้อารมฌ์โกรธครอบงำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไม่ได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก ที่พบ มอนเตเนโกร คืนวันพฤหัสฯนี้ ตามการประกาศยืนยันของเอฟเอ และ แกเร็ธ เซาธ์เกต เมื่อวันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสื่อบางฉบับ ตอนนี้ อ้างว่า ลิเวอร์พูล น่าจะกำลังโมโห ที่ โกเมซ ถูกหาเรื่องในทีมชาติ ยิ่งมีผู้หวังดีทะยอยเขียนบรรยายถึงการเผชิญหน้ากันของทั้งคู่&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้มีรูปของนักเตะระหว่างการซ้อม ซึ่งพอจะซูมเห็นได้ว่า เกิดรอยแผลขีดข่วนที่ใต้ตาขวาของ โกเมซ ซึ่งก็อาจมาจากเล็บของ สเตอร์ลิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดย์ลี มิร์เรอร์ ยังบอกด้วยว่า สเตอร์ลิง พยายามที่จะเฮ้ดล็อค โกเมซ และที่เกิดรอยอาจเป็นเพราะแหวนที่ใส่อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการอ้างว่า สเตอร์ลิง ตอนนั้น พูดใส่ โกเมซ ทำนองว่า &amp;quot;คิดว่าตัวใหญ่รึอย่างไร&amp;quot; ก่อนคะคว้าหมับเข้าที่คอ ซึ่งก็น่าจะเป็นอารมฌ์ต่อเนื่องหลังจากเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อคืนวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะอย่างไร เรื่องนี้ยุติโดยทาง เซาธ์เกต ตัดสินใจดร็อป ราฮีม จากเกมกับ มอนเตเนโกร ทันที และเจ้าต้วก็เริ่มสงบสติอารมฌ์ได้และกล่าวแสดงความเสียใจกับทุกคน รวมถึงอธิบายและขอโทษผ่านโซเชียล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การดร็อปสเตอร์ลิง ก็ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตคามมาทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ที่เห็นด้วยก็บอกว่า บอสทีมชาติอังกฤษ แสดงความเป้นผู้นำ และเด็ดขาดในการจัดการความวุ่นวายภายในทีม ส่วนที่ไม่เห็นด้วย ก็บอกว่า กระโตกกระตากเกินไป และโอเวอร์แอคชั่นก็เรื่องแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต ให้เหตุผลที่เขาต้องดร็อป สเตอร์ลิง ไม่คิดที่จะโกหกปกปิดเรื่องก็เพราะไม่ใช่การกระทำในแบบของเขา ยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเพื่อสปิริตของทีม โดยในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ เซาธ์เกต รับว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ช่วยกันเข้าไปห้ม ก่อนจะขอไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเรื่องนักเตะทะเลาะวิาท ยืนยันตอนนี้ทั้งคู่จับมือพูดคุยกันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงคือผมไม่พร้อมที่จะพูดลงในรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น ช่วงวันสองวันนี้ก็มีข่าวออกไปมากพอแล้ว เราต้องช่วยกันแล้วเดินหน้าต่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต ยังยืนยันด้วยว่า สเตอร์ลิง จะกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงช่วยทีมในเกมนัดต่อไป ที่จะพบกับ โคโซโว ในเกมรอบคัดเลือก ศึกฟุตบอลยูโร 2020 ในคืนวันอาทิตย์ พร้อมย้ำว่านักเตะมีความสำคัญต่อทีมอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50236</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ราฮีม สเตอร์ลิง, ลิเวอร์พูล, โจ โกเมซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc291970efe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราฮีมโดนดร็อป!เก็บตัวทีมชาติหวิดบู๊นักเตะหงส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราฮีม สเตอร์ลิง จะไม่ได้ลงเล่นให้ ทีมชาติอังกฤษ ในศึกรอบคัดเลือก ฟุตบอลยูโร 2020 กับ มอนเตเนโก หลังอารมฌ์ยังค้างจากเกมที่แอนฟิลด์ จนหวิดซัดกับนักเตะลิเวอร์พูลระหว่างเข้าแคมป์ทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทัพนักเตะสิงโตคำราม รวมตัวซ้อมกันที่ เซนต์ จอร์จส ปาร์ค เมื่อวันจันทร์ หลังจบโปรแกรมพรีเมียร์ลีกครบทุกคู่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งไฮไลท์คือเกมบิ๊กแมทช์ระหว่าง 2 ทีมเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่สนามแอนฟิลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่าฝูง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคว้าชัยเหนือ แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 3-1 แบบมีข้อกังขาในการตัดสินของ ไมเคิล โอลิเวอร์ ที่ภายหลังถูกแฟนบอลบางคนนำมาล้อเลียนทางโซเชียลว่าเป็นผู้เล่นอีกคนของ เจอร์เกน คล็อปป์ เกมนั้น สเตอร์ลิง มีปัญหากับแนวรับของทีมเจ้าบ้านบางคนที่ตามสกัดและเล่นนอกเกม อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ รวมถึงเหตุการณ์ที่จะมีเรื่องกับ โจ โกเมซ ในช่วงท้าย ที่นักเตะหลายๆคนต้องเข้าไปขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวออกมาว่า ทั้งคู่มามีเรื่องกันอีกหลังเจอกันระหว่างเก็บตัวในทีมชาติ เมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้ สมาคมฟุตบอล ต้องออกแถลงการตามมาในวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในแถลงการณ์ของทาง เอฟเอ ยืนยันออกมาว่า ราฮีม สเตอร์ลิง จะไม่ได้รับการพิจารณาให้ลงสนามในเกมรอบคัดเลือก ศึกยูโร 2020 กับ มอนเตเนโกร คืนวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวเฉพาะทีมชาติ ที่ เซนต์จอร์จสปาร์ค แต่ ปีกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังคงเก็บตัวอยู่กับทีมต่อไปตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทช์นี้ อังกฤษ น่าจะค่อนข้างมั่นใจ ถึงยอมพักนักเตะที่เป็นคู่กรณีกันออกไปหนึ่งคน แม้เกมกับ มอนเตเนโกร หากทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต คว้าชัยได้ ก็จะลอยลำเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ทันที นอกจากนั้นแล้วแมทช์นี้จะเป็นเกมนัดที่ 1,000 ของทีมชาติอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต บอสทีมสิงโตคำราม กล่าว &amp;quot;เราได้ตัดสินใจกันแล้วว่าจะไม่พิจารณา ราฮีม สำหรับแมทช์กับ มอนเตเนโกร คืนวันพฤหัสฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนึ่งในความท้าทายและเป็นจุดแข็งสุดสำหรับเรา คือเราสามารถที่จะตัดความเป็นอริกันในทีมสโมสรออกจากทีมชาติได้มาตลอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โชคไม่ดีที่อารมฌ์จากเกมเมื่อวานนี้ยังคงระอุกันอยู่ ความรู้สึกของผมก็คือ เราต้องมีแอคชั่นเพื่อสิ่งที่ถูกต้องสำหรับทีม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ณ ตอนนี้ การตัดสินใจที่ออกมา มาจากการตกลงร่วมกันของทั้งทีม สิ่งสำคัญคือเราสนับสนุนผู้เล่นแต่ละคนและโฟกัสกับเกมในคืนวันพฤหัสฯนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดสำหรับ อังกฤษ โดยซัดไปถึง 8 ประตู ทำแอสซิสต์ไป 5 ในศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกเมซ ที่ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 87 ในเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ เคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ มาแล้ว 7 นัด โดยนัดสุดท้ายเป็นเกม เนชั่นส์ ลีก นัดเพลย์ออฟ ชิงที่สาม กับ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือน มิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน สเตอร์ลิง อดีตนักเตะของ ลิเวอร์พูล ภายหลังจากที่รู้ชะตากรรมว่าโดนดร็อปจากเกมทีมชาตินัดต่อไป ได้ใช้โซเชียล มีเดีย เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อันดับแรกสุดทุกคนรู้ว่าเกมนั้นมีความหมายสำหรับผม ทั้ง โจ และผมมีการปะทะคารมกัน และเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้ไปใส่ใจแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอยู่ในกีฬาที่มีเรื่องอารมฌ์ร่วมของเกมมีสูงมาก และผมเป็นลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับว่าปล่อยให้อารมฌ์เหล่านั้นครอบงำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวโจมตี เซาธ์เกต สำหรับการจัดการเรื่องของ สเตอร์ลิง ที่เขามองว่าไม่ดีพอ โดยชี้ว่าเรื่องแบบนี้ควรจะเคลียร์กันเป็นการภายในมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตอร์ลิง ที่ว่ากันว่า คว้า โกเมซ เข้าที่คอตอนที่มีเรื่องกันในโรงอาหารของแคมป์ทีมชาติ ได้ออกมากล่าวขอโทษและยอมรับว่าระงับอารมฌ์ไม่อยู่เอง ซึ่ง เฟอร์ดินานด์ คิดว่า เซาธ์เกต น่าจะจัดการกับสถานการณ์นี้เป็นการส่วนตัว แต่กลับเปิดเผยออกมาให้สื่อได้เอาไปชำแหละต่อ เรื่องนี้น่าจะเคลียร์กันได้แล้วและให้จับมือเลิกรากันไป ที่ผ่านไป ริโอ บอกว่าที่ผ่านมาเขาเจอหนักกว่านี้เยอะทั้งชกเข้าที่หน้า อัดกันซี่โครงหัก ดั้งจมูกหัก หัวโดนเตะเหมือนลูกฟุตบอล แค่จับคอเรื่องแบบนี้ไม่น่าให้กลายมาเป็นประเด็นใหญ่ น่าจะจัดการเป็นการภายในเงียบๆมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50159</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติมอนเตเนโกร, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริโอ เฟอร์ดินานด์, แกเร็ธ เซาธ์เกต, โจ โกเมซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcae7d92b8c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2019 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2019 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคนปลื้มแซงสถิติเฮิร์สทแต่ย้ำถ้วยแชมป์สำคัญกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฮร์รี่ เคน ดีใจทำสถิติยิงประตูให้ทีมชาติอังกฤษ แซง เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์สท์ ได้แล้ว แต่เจ้าตัวยอมรับว่าท้ายที่สุดแฟนบอลจะตัดสินตรงที่เขาจะสามารถพาทีมสิงโตคำราม คว้าแชมป์ได้หรือไม่ หลังเพิ่งกดแฮทริก ถล่ม บัลแกเรีย 4-0 ที่ เวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคน ทำแฮทริกได้ในศึกยูโร รอบคัดเลือก เมื่อคืนวันเสาร์ เป็นการทำแฮทริกให้กับทีมชาติได้เป็นครังที่ 2 พา ทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต เปิดเวมบลี่ย์ ถล่มเอาชนะ บัลแกเรีย ได้ 4-0 พร้อมรักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3 ประตูในเกมล่าสุดนี้ ทำให้ ผลงานของ เคน กับทีมชาติอังกฤษ รวมแล้ว ซัดไป 25 ประตูจาก 40 นัด แซง เฮิร์สท เจ้าของสถิติ 24 ประตู และ สแตน มอร์เทนเซ่น 23
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อไหร่ก็ตามที่การทำลายสถิติเกิดขึ้น มันย่อมเป็นช่วงเวลาของความภาคภูมิใจสำหรับผม และมันแสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างหนักที่ผมทุ่มเทให้ไปนั้นส่งผลออกมาให้เห็น&amp;quot; เคน กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะต้องรักษาฟอร์มเช่นนี้และทำให้ดีขึ้นอีกในทุกนัด ทำประตูให้ได้มากขึ้นอีก และหวังว่าผมจะสามารถทำประตูให้อังกฤษได้อีกมากมายต่อไปอีกหลายปี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษในเวลานี้ไม่สามารถคว้าแชมป์ในรายการใหญ่มากกว่า 50 ปีแล้ว เฮิร์สท เคยทำแฮทริกได้ในนัดชิงชนะเลิศ เวิลด์คัพ ปี 1966 ซึ่งเคน ยืนยันว่าความสำเร็จส่วนบุคคล มาเป็นอันดับสอง รองจากผลงานของทีมในฟุตบอลโลก และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นั่นคือสิ่งที่คุณจะถูกตัดสินว่าประสบความสำเร็จแค่ไหนเมื่อปิดฉากอาชีพไปแล้ว แน่นอนว่าผลงานส่วนตัวก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม การทำประตูได้มากกว่าใคร แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการคว้าแชมป์ร่วมกับทีม และที่สำคัญ อังกฤษ ทำไม่ได้มาเป็นเวลานานมากแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีม นอกเหนือจากกล่าวชม เคน ที่ทำแฮทริก ได้ในนัดนี้ เขายังให้เครดิตกับ ราฮีม สเตอร์ลิง มากเป็นพิเศษ ถึงกับชี้ว่า สเตอร์ลิง ในเวลานี้ เป็นนักเตะที่แตกต่างจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วยังเห็นได้ชัด และกุนซือทีมสิงโตคำราม เชื่อว่าการที่เขามีความเด็ดขาดมากขึ้นสำหรับโอกาสหน้าปากประตู ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างที่เขาควรได้รับอย่างแท้จริง หลังกองหน้าจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้หนึ่งประตูในเกมเมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราฮีม ตอนนี้ ทำประตูให้ทีมชาติไปถึง 7 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ จาก 7 เกมหลังสุดกับทีมชาติ เขาเคยถูกวิจารณ์อย่าหนักสำหรับผลงานกับทีมสิงโตคำรามในอดีต แต่เกมล่าสุด เขาได้รับการยื่นปรบมือให้ตอนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย และ เซาธ์เกต รับว่าเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมากในชัยชนะ 4-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45264</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติบัลแกเรีย, ทีมชาติอังกฤษ, ฟุตบอล, ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก, ราฮีม สเตอร์ลิง, แกเร็ธ เซาธ์เกต, แฮร์รี่ เคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190908/image_big_5d74b39ddc99f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 23:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 23:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เป๊ปยก&quot;กัปตันซิลบา&quot;ฟอร์มแจ่มสุดยำ&quot;เชอร์รี่ส์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บอสทีม&amp;quot;เรือใบสีฟ้า&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวยกย่องกัปตันทีม ดาวิด ซิลบา เป็นพิเศษแม้ไม่มีชื่อเป็นผู้ทำสกอร์ แต่โชว์ฟอร์มเด่นในเกมที่พาทีมบุกไปถล่ม &amp;quot;เดอะ เชอร์รี่ส์&amp;quot; บอร์นมัธ 3-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองประตูจาก แซร์โจ้ อเกวโร่ กับ อีกหนึ่งประตูจาก ราฮีม สเตอร์ลิง เพียงพอที่จะช่วยให้ทีม&amp;quot;เดอะ ซิติเซ่นส์&amp;quot; เก็บ 3 คะแนนเพื่อไล่ตาม จ่าฝูง ลิเวอร์พูล เป็นสองแต้มต่อไปในสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในระหว่างการแถลงข่าวหลังเกม กวาร์ดิโอล่า เลือกที่จะกล่าวชม ซิลบา ที่ลงเตะนัดที่ 400 ให้ทีมในแมทช์นี้ ว่าเป็นคนสำคัญของทีมในชัยชนะนอกบ้านนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซิลวา เล่นดีมากอย่างเหลือเชื่อ&amp;quot; กุนซือชาวสเปน กล่าว &amp;quot;ดาวิด ในเกมอย่างนี้ ที่แนวรับคู่แข่งถอยลงลึก และมีพื้นที่ให้เล่นน้อยมากขนาดนั้น เขาทำได้ดีมากเหลือเกิน เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดที่ผมเคยเจอมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกมนี้เป็นเกมที่หนัก เรารู้ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ตอนนี้เรามี 7 คะแนน ทั้งที่ควรจะมี 9 แต่ไม่เป็นไร&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44267</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ดาวิด ซิลบา, บอร์นมัธ, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ราฮีม สเตอร์ลิง, แซร์โจ้ อเกวโร่, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d62bbcedb198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
