<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหพันธ์คนไทยปกป้องสถาบัน แจ้งความจับตี๋แว่นหัวร้อนหมิ่นสถาบัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค 62 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) &amp;nbsp;นายราเชน ตระกูลเวียง ประธานสหพันธ์คนไทยปกป้องสถานบัน นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ นำภาพถ่ายจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;และข้อความคำพูดของ นายรชฎ หวังกิจเจริญสุข หรือตี๋แว่น อายุ 24 ปี หนุ่มซีวิคเลือดร้อนที่ขับรถชนกับกระบะ ก่อนจะโกรธจัดด่าคนไทยทั้งประเทศด้วยการศึกษา ไม่พัฒนา แลัวจาบจ้วงสถาบัน เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับตี๋แว่น ในข้อหาตามมาตรา 112 ฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง และหมิ่นประมาทคนไทยทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเชน เปิดเผยว่า การมาแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้ ตนมาในฐานะผู้เสียหายในฐานะคนไทยคนหนึ่งด้วย เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ดูถูกคนไทย รวมทั้งก้าวจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง จึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง คนไทยรับไม่ได้&amp;nbsp; เรื่องอุบัติเหตุก็เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรที่จะมาดูถูกด่าทอคนไทยทั้งประเทศ ส่วนที่มีข่าวออกมาว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้น ถ้าหากป่วยจริงก็ต้องมีใบรับรองจากแพทย์มายืนยัน และควรเพิกถอนใบอนุญาตการขับขี่ด้วย พอเกิดประเด็นจมตีจะมาอ้างว่าป่วยก็ไม่ได้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน รับเรื่องไว้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48779</URL_LINK>
                <HASHTAG>รชฎ หวังกิจเจริญสุข, ราเชน ตระกูลเวียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db15589c0e51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 03:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมคบคิดเลื่อนโรดแมปเลือกตั้ง เกมเสี่ยงคสช.ฝืนความรู้สึกประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่พรรคการเมืองต่างๆ เตรียมความพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง หลังจากที่รัฐบาล-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศโรดแมปเลือกตั้งชัดเจนว่าจะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เดินสายไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ ก็ให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเหมาะกับผู้นำประเทศทั่วโลกว่ารัฐบาลยึดโรดแมปเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อวันศุกร์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 16/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งระบุว่า เพื่อให้การแบ่งเขตเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่ขัดต่อกฎหมาย จึงสมควรผ่อนผัน และขยายเวลาให้ กกต.ดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบมาตรา 44 จึงมีคำสั่ง ในกรณีที่ กกต. คสช. หรือรัฐบาล ได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งให้ กกต.มีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบหรือเปลี่ยนแปลงการพิจารณาหรือดำเนินการแบ่งเขตสำหรับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หรือเลือกตั้งตามหมวด 3 การจัดการเลือกตั้งแห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และข้อ 7 ของคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2561 ให้ได้ข้อยุติ หากเป็นกรณีเร่งด่วนจำเป็นที่ไม่อาจดำเนินการตามกฎหมายระเบียบประกาศหรือมีมติใดๆ ของ กกต.ที่ออกไว้ให้ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมายให้เป็นไปตามมติของ กกต. ทั้งนี้ให้จัดทำและประกาศเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการพิจารณาหรือดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งให้ถือเป็นการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุดเพื่อให้การดำเนินการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นธรรมแก่พรรคการเมือง และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ให้พรรคการเมืองสามารถสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2561 ได้จนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำสั่ง คสช.ดังกล่าวเท่ากับเป็นการประกาศตัดหน้า กกต.ที่เตรียมประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งไว้แล้ว โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า เดิมในวันที่ 16 พ.ย. สำนักงานอยู่ระหว่างนำส่งประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่เมื่อคำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าวออกมา จึงได้มีการระงับการนำส่งประกาศดังกล่าวไว้ และทางสำนักงานก็จะนำร่างประกาศประกาศแบ่งเขตเดิม พร้อมคำสั่งหัวหน้า คสช.เสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาในวันจันทร์นี้ (19 พ.ย.) รวมทั้งอาจจะต้องมีการแก้ไขระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง ในเรื่องของเงื่อนเวลาให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้า คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เลื่อนการเปิดรับสมัครผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขต และ กกต.ประจำเขต ที่เดิมจะเปิดรับสมัครในวันที่ 19-23 พ.ย. ออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านั้น นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ก็ให้สัมภาษณ์ว่า &amp;quot;ขณะนี้ กกต.มีมติเลือกแล้วว่าจะใช้เขตเลือกตั้งในรูปแบบใด โดยตรวจสอบอย่างรอบคอบในทุกจังหวัดว่าทำได้จริงเป็นการเลือกรูปแบบที่ดีที่สุดตามที่ กกต.จังหวัดเสนอมา แต่ก่อนที่จะส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา กกต.ยังต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่ารูปแบบที่เลือกตรงกับรูปแบบที่จะจัดพิมพ์ไม่คลาดเคลื่อน เนื่องจากเขตเลือกตั้งลดลงจาก 375 เหลือ 350 เขต ไม่เท่าเดิมและไม่เหมือนเดิม ยืนยันไม่มีการพิจารณาเขตเลือกตั้งในรายจังหวัดใหม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีรายงานจาก กกต.เปิดเผยด้วยว่า หลังวันที่ 6 พ.ย. ซึ่งเป็นการประชุม กกต.นัดสุดท้าย และได้มีการพิจารณาคัดเลือกรูปแบบการแบ่งเขตของแต่ละจังหวัดเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว กกต.ทั้ง 5 คนได้มีการลงนามในมติดังกล่าวและเตรียมให้ประธาน กกต.ลงนามในประกาศแบ่งเขตเพื่อนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่ปรากฏว่าในวันที่ 8 พ.ย. ประธาน กกต.ได้มีการเชิญประชุมนัดพิเศษ เนื่องจากเห็นว่ามีการร้องเรียนการแบ่งเขตเลือกตั้งในบางจังหวัด จึงอยากให้มีการพิจารณาทบทวนอีกครั้ง แต่ปรากฏว่ามี กกต. 2 เสียงเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะ กกต.ได้มีมติและลงนามไปแล้ว ถ้าจะทบทวนก็ต้องใช้มติ กกต. 5 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งระยะเวลาที่พิจารณาก็มีระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแบ่งเขตกำหนดไว้ในแต่ละขั้นตอน ซึ่งขณะนั้นถือครบตามกรอบเวลาแล้ว หากมาแก้ไข กกต.อาจจะทำผิดกฎหมาย และสุ่มเสี่ยงว่าจะถูกฟ้องปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ได้ ที่ประชุม กกต.จึงไม่ได้มีการพิจารณา แต่ก็มีกระแสจากภายนอกว่ามีใบสั่งมายัง กกต.ที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแบ่งเขตที่มีมติไปแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นได้ว่า กกต.ได้พิจารณาคัดเลือกรูปแบบการแบ่งเขตเสร็จสิ้นหมดแล้ว โดย กกต.ทั้ง 5 คนก็ได้ลงนามในมติดังกล่าวแล้ว และสามารถดำเนินการทันเดดไลน์ของระเบียบ กกต.ซึ่งคาดการณ์ว่าจะประกาศได้ในวันที่ 9 พ.ย. แต่จู่ๆ กลับมีเหตุการณ์พลิกผัน ทั้งประธาน กกต.และ คสช.อ้างเหตุมีการร้องเรียนมาล้มมติ กกต.ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่น่าสังเกตว่า พฤติการณ์ของประธาน กกต-คสช. สอดรับกระแสข่าวที่ว่ามีการสมคบคิดที่จะเลื่อนโรดแมปเลือกตั้งออกไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ระบุว่า &amp;quot;ตอนนี้เหมือนการสลับหน้าเล่น เนื่องจาก คสช.และรัฐบาล กกต.จึงจะมีหน้าที่เลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ออกไปโดยรัฐบาลจะทำทีขึงขังว่าต้องมีเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 จนเมื่อไม่สามารถเลือกตั้งได้ก็จะบอกว่า กกต.ไม่พร้อม&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ถึงกรณีที่มีคนกังวลว่า คสช.จะตุกติกเลื่อนโรดแมปเลือกตั้ง ก็ย้อนกลับ &amp;quot;พูดอย่างนั้นได้อย่างไร จะตุกติกได้อย่างไร คสช.วางโรดแมปมานานแล้ว พูดแบบนี้มาชกกันดีกว่า&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการประจานความไร้วุฒิภาวะทางอารมณ์ของผู้นำ คสช.อย่างน่ารังเกียจยิ่ง ทั้งที่คำถามดังกล่าวก็มาจากพฤติการณ์ของ คสช.ที่ส่อไม่มีความจริงใจและไร้ความน่าเชื่อถือมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กลุ่มพรรคการเมืองนำโดย นายสาธุ อนุโมทามิ หัวหน้าพรรคพลังไทยดี ได้เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. ขอเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปเป็นวันที่ 5 พ.ค.2562 โดยอ้างว่า การเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 ทำให้พรรคที่ได้รับการจัดตั้งใหม่จะมีเวลาในการหาสมาชิกน้อย ซึ่งอาจไม่ทันตามเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยมีพรรคการเมืองเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้แล้วประมาณ 10 พรรค จะนัดแถลงข่าววันที่ 22 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันถัดมา นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมสมาชิกเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้พิจารณาเลื่อนวันเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองทันทีหากจะเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 เพื่อให้ทุกพรรคมีระยะเวลาที่เหมาะสมและเท่าเทียมกัน แต่ถ้ายังไม่ปลดล็อกก็ขอให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปอีกประมาณ 30 วันจากกำหนดเดิม คือไปเลือกตั้งช่วงปลาย มี.ค.หรือต้น เม.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ นายราเชน เป็นอดีตประธาน กปปส. จ.นนทบุรี มีความแน่บแน่นกับบิ๊ก คสช. และประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้านพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคอย่าง เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ คัดค้านคำสั่งหัวหน้า คสช.อย่างรุนแรง เชื่อว่าเป็นแผนการเลื่อนเลือกตั้ง โดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่า 1.ออกคำสั่งให้ตนเองและรัฐบาลมีหน้าที่รับข้อร้องเรียนเรื่องการแบ่งเขตทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งหรือไม่ 2.การให้ คสช.และรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งจะทำให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ล่าช้ามีผลโดยตรงต่อการแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดของพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัคร ก็ไม่อาจแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดได้ เพื่อต้องการให้มีเหตุผลเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากวันที่ 24 ก.พ.2562 ใช่หรือไม่ และ 4.เหตุผลที่อ้างว่าเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยอันเป็นประโยชน์ในการปฏิรูปการเมืองก็ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 ประกอบมาตรา 44 แต่อย่างใด แต่กลับเป็นสิ่งตรงกันข้าม ยิ่งจะทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยเสียมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า วันนี้ กกต.กลับทำตัวเป็นเหมือนกับไม้หลักปักขี้เลน การจัดการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมย่อมทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ทำลายความเชื่อมั่นของประเทศต่อนานาชาติ ต่อนักลงทุน ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาทำให้เรียนรู้เสมอมาว่าผู้นำที่ลุแก่อำนาจมากๆ โดยไม่คำนึงถึงประชาชนนั้นจะมีจุดจบที่ไม่สวย รัฐบาลและ คสช อย่าได้กลัวพรรคการเมือง แต่ควรกลัวที่จะทำให้ประชาชนไม่สบายใจ ฝืนความรู้สึกของประชาชน เพราะเมื่อถึงวันที่ประชาชนมีสิทธิ์ตัดสินใจในวันเลือกตั้ง ผลที่ออกมาจะน่ากลัวกว่ามาก เพราะการฝืนความรู้สึกของประชาชนเป็นสิ่งที่อันตราย และผลที่ตอบสนองจากการถูกกดดันนั้นจะรุนแรง ซึ่งผมไม่อยากเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า อาจส่งสัญญาณจากผู้มีอำนาจที่จะแทรกแซงให้มีการเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ กกต.ทำไปแล้วแต่ไม่สำเร็จ และยังเปิดช่องให้มีการร้องเรียนผ่าน คสช.และรัฐบาล ซึ่งจะนำไปสู่เงื่อนไขให้ กกต.เปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งใหม่ จะเป็นความเสียหายร้ายแรงต่อกระบวนการเลือกตั้ง จะทำให้ผลการเลือกตั้งไม่ได้รับความเชื่อถือ อันจะนำไปสู่การไม่ยอมรับการเลือกตั้งในอนาคตได้ การยื้อเวลาการแบ่งเขตเลือกตั้งให้ล่าช้าออกไปยังกระทบกับการเตรียมความพร้อมของพรรคการเมือง จึงถูกมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกรณีพรรคการเมืองเกิดใหม่รวมตัวกันยื่นขอให้เลื่อนการเลือกตั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความเห็นสอดคล้องกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ว่า หากมีการเลื่อนเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง กกต.และ คสช.ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะจะส่งผลลบกับส่วนรวมมากกว่า ทั้งภาพลักษณ์และระบบเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรดแมปการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 กลายเป็นสัญญาประชาคมไปแล้ว หากจะเลื่อนให้อยู่ในกรอบ 150 วัน ใช้แจกแจงเหตุผลและความจำเป็นอย่างตรงไปตรงมาได้ แต่การที่หัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 ล้มประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.เช่นนี้ไม่มีความชอบธรรม และยิ่งจะทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล คสช.ลงไปเรื่อยๆ เป็นเกมเสี่ยงอีกครั้งของ คสช.ที่น่าจับตาว่าหากมีเหตุพลิกผันในวันข้างหน้าจะรับมือกับสถานการณ์ได้เหมือนเดิมหรือไม่?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22178</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ชูศักดิ์ ศิรินิล, นายสาธุ อนุโมทามิ, บุญยอด สุขถิ่นไทย, ประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ภูมิธรรม เวชยชัย, ราเชน ตระกูลเวียง, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อิทธิพร บุญประคอง, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181117/image_big_5bf0170a4ff76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีสานรัก&#039;ลุงตู่&#039;สู้ตาย &#039;ประยุทธ์&#039;หยอดคำหวานทิ้งทวน/&#039;บิ๊กป้อม&#039;เดี้ยงแพ้อาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; อ้าแขนพบได้ทุกคน ยกเว้นพวกมีปัญหาทางกฎหมาย ย้ำลงพื้นที่ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาทำให้ประชาชนและประเทศ ลั่นประชาธิปไตยไม่ใช่สำหรับคนรวยเท่านั้น นายกฯ ไม่ใช่คนวิเศษที่ต้องยกมือไหว้ เป็นแค่คนรับใช้ โอ่พูดได้ต่อเนื่อง 5 ชม.เพราะรู้ทุกเรื่อง เพื่อไทยพาเหรดอัด ครม.สัญจร ส่วน &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; อาหารเป็นพิษ ต้องรีบหามกลับกรุงเทพฯ ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่อาคารเทพรัตนสิริปภา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงการพบนักการเมืองในพื้นที่จังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;ว่าการพบปะไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือไม่ใช่นักการเมือง ยินดีพบทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม แต่ที่มีปัญหาพบไม่ได้ ซึ่งปัญหาอย่างเดียวคือเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องของส่วนบุคคล ถ้าไม่ใช่เรื่องเหล่านี้ก็พบได้ทุกคน และสิ่งที่พูดไปต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่าไม่ได้ต้องการอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การมาทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้ต้องการอะไรเลย ต้องการเห็นประเทศชาติมีความสงบสุข ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้เกิดมากี่ปีแล้วก็เกิดมาตลอด ถ้าเราไม่แก้ในสมัยนี้มันก็ตายไปกับเราอีก วันหน้าก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ รัฐบาลใหม่มาก็เป็นอยู่แบบนี้ แล้วเราจะมาวิพากษ์วิจารณ์ให้เสียหายได้อย่างไร หลายอย่างที่ไม่เคยทำก็ทำเสียหลายอย่าง ที่ทำแล้วไม่ดีก็ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น หลายอย่างมีการประเมินผล ไม่ใช่เพียงแต่จะจ้องดูว่าวันนี้จะได้เงินเท่าไหร่ งบประมาณลงตรงไหน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมไม่เข้าใจกับสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลฯ ทั้งนี้ การจะอนุมัติงบประมาณแต่ละพื้นที่ต้องมีโครงการ และต้องสร้างห่วงโซ่มูลค่าให้เกิดขึ้นในทุกจังหวัด อย่าเอาผมไปขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่&amp;rdquo; นายกฯ ย้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม ครม.สัญจร คณะ พล.อ.ประยุทธ์ได้เยี่ยมชมแอ่งท่องเที่ยวขัวน้อยบ้านชีทวน โดยเมื่อเดินทางถึง พล.อ.ประยุทธ์ถือพานขันหมากเบ็ง (พานดอกไม้บูชาถวายพระ) ขบวนเทศน์ปฐมสมโภชแบบโบราณ โดยมีขบวนฟ้อนกลองตุ้มต้อนรับเข้ามายังหอแจกเพื่อกราบนมัสการพระเทพปัญญามุณี เจ้าอาวาสอาวุธวิกสิตาราม ซึ่งพระเทพปัญญามุณีได้มอบของที่ระลึกและเหรียญพระพุทธวิเศษให้นายกฯ ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพระเทพปัญญามุนีได้ขึ้นธรรมาสน์สิงห์เทิน เพื่อเทศน์ปฐมสมโภชโบราณให้นายกฯ และคณะรับฟัง ในเนื้อหาการเป็นผู้นำที่ดีของผู้บริหารประเทศ โดยระบุว่านักบริหารหรือผู้นำที่ดีต้องอดทน ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้องมีการตื่นตัวรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ ต้องมีความขยันหมั่นเพียร ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค ต้องมีความเอื้อเฟื้อแบ่งปันแบ่งงานกระจายงาน ต้องมีความเมตตากรุณา มีความเป็นธรรม มีความเที่ยงธรรม และต้องมีความรอบคอบตรวจสอบติดตามงานของผู้ใต้บังคับบัญชา หากเกิดปัญหาต้องช่วยแก้ไข&amp;nbsp;
ทั้งนี้ การเทศน์ปฐมสมโภชดังกล่าวเป็นประเพณีแหล่งวัฒนธรรมของชาวชีทวน ซึ่งจะมีปีละครั้งในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเท่านั้น
ไม่ต้องยกมือไหว้นายกฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ นายกฯ ได้เยี่ยมชมวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์โอท็อปของ ต.ชีทวน และสักการะหลวงพ่อพุทธวิเศษ ณ วัดทุ่งศรีวิไล ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งในการทักทายชาวบ้านที่มาต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกคนต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบสุข ร่มเย็น ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกต้องเลิกได้แล้ว จะต้องไม่แบ่งพวกแบ่งฝ่ายอีกต่อไป คำว่าประชาธิปไตยต้องเป็นประชาธิปไตยสำหรับทุกคน อย่าให้ใครมาบอกว่าเป็นประชาธิปไตยสำหรับคนรวยเท่านั้น โดยประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงโอกาส ทำตามกฎหมายและกติกา ซึ่งกติกามีไว้เพื่อไม่ให้สังคมวุ่นวาย อลหม่าน เมื่อสังคมไม่อลหม่านไม่ขัดแย้ง ไม่ปลุกระดมให้เกลียดชังกัน สังคมก็จะมีความสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในระหว่างที่นายกฯ พูด ได้มีประชาชนยกมือขึ้นไหว้ พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า เอามือลง มือเอาไว้ไหว้พระ ไหว้เจ้านาย นายกฯ เป็นคนรับใช้ อย่าคิดว่าเป็นนายกฯ แล้วจะวิเศษวิโส ขณะเดียวกันคนเราถ้าทำความดี ทำสิ่งที่ดีงาม ก็ไม่ต้องไปหลบตาใคร เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาใช้เสียงพูด ถ้าไม่รักนายกฯ ไม่เป็นไร แต่ผมจะทำให้ ถามว่ามีใครพูดได้อย่างผมบ้าง เพราะผมเองสามารถพูดต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง ที่พูดได้เพราะอ่านเยอะ และรู้ปัญหาทุกกระทรวง&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า การเป็นหัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่แค่อนุมัติงบประมาณ แต่การบริหารราชการแผ่นดินต้องรู้ทุกเรื่อง ไม่ใช่ฟังแล้วไม่รู้เรื่องอะไร และไม่จำเป็นต้องให้ใครมาชอบ แต่จะทำให้อยู่แล้ว เพราะนี่คือประเทศไทย และไม่ได้ทำเพื่อรัฐบาลหรือเพื่อ คสช. ขออย่าวนกันอยู่เรื่องเดิมๆ ไม่เช่นนั้นความคิดใหม่ๆ ก็ไม่เกิด ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีก็ไม่ได้วางไว้เพื่อสืบทอดอำนาจแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นตัวแทนชาวบ้านได้ร่วมกันร้องเพลงสู้เพื่อแผ่นดิน พร้อมตะโกนว่า &amp;quot;พวกเรารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ๆ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับยิ้มก่อนตะโกนตอบกลับทันทีว่า &amp;quot;ถ้ารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ตาย&amp;quot; จากนั้นคณะ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินและสั่งการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน กู้ชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
ชี้อีสานพร้อมเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวก่อนประชุม ครม.สัญจรถึงการลงพื้นที่ว่ามีนัยทางการเมือง ว่ามาทำงาน เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ก็มาเยี่ยมตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ยังไม่ได้เจอใครเลย ส่วนกระแสดูด ส.ส.ภาคอีสานนั้น ไม่รู้จักใครเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึง 14 อดีตนักการเมืองที่มาพบนายกฯ โดยระบุว่าจะเข้าพรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้ไปถามเขาเอง จะไปรู้ได้อย่างไร บอกไปหลายทีแล้ว ไม่มีการดูดอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่อีสานหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไร เรียบร้อยดี ไม่มีความขัดแย้ง พร้อมเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมย้ายออกจากพรรคว่า ไม่เคยคิดจะย้าย ยังยึดมั่นในความต้องการของพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนให้ทำงานกับพรรคเพื่อไทยต่อไป และขอให้คนที่ติดต่อประสานงานมายังตนเองกับภรรยา ควรเลิกได้แล้ว เป็นตายก็ไม่ย้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษก พท. กล่าวถึงการประชุม ครม.สัญจร ว่าก่อนไป พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าไม่มุ่งหวังผลทางการเมือง อ้างไปติดตามงาน แต่ประชาชน 61.21% สะท้อนผ่านสวนดุสิตโพล ระบุ ครม.สัญจรมีนัยทางการเมือง วันนี้ก็ชัดเจนว่าชุดความคิดของใครถูกต้อง ส่วนการที่ท่านไปขอความเห็นใจกับชาวบ้านนั้น ต้องเข้าใจว่าไม่มีใครขอให้เข้ามาเป็นนายกฯ การบ่นว่าปัญหาสะสมเพราะเลือกผู้นำผิดนั้น ไม่แน่ใจว่าหมายถึงใครหรือเป็นความผิดของใคร ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโทษกันไปมาไม่จบสิ้น การพูดดังกล่าวจึงดูเหมือนไม่ใช่ท่าทีที่สร้างสรรค์ ความปรองดองจะเกิดได้ต้องเริ่มต้นที่ตัวท่านเองก่อนหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านบอกว่าจากนี้ใครด่าจะชกปาก คิดว่าประชาชนฟังแล้วคงรู้สึกตกใจ เสมือนเป็นการใช้ความรุนแรงผ่านคำพูดข่มขู่ มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม ธรรมาภิบาลของผู้นำประเทศควรมีบรรทัดฐานที่สูงกว่านี้หรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ถอนคำพูด และออกมาขอโทษประชาชน เพราะท่าทีแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ และขัดต่อบรรยากาศการสร้างความปรองดอง&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พฤติกรรมของรัฐบาลที่เลือกปฏิบัติกับกลุ่มคนคิดต่างนั้น เหมือนส่งสัญญาณว่าใครเลือกยืนข้างเดียวกับรัฐบาล ก็จะมีหน้ามีตา ส่วนใครที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้าม ก็ต้องทำใจว่าอาจเสี่ยงติดคุกติดตะราง ถ้าขบวนการดูดนักการเมืองใช้หลักคิดแบบนี้ ก็ถือว่าอันตรายและจะเกิดการเมืองน้ำเน่าในอนาคต เพราะนักการเมืองไม่ได้เลือกสังกัดพรรคเพราะมีอุดมการณ์ตรงกัน แต่เลือกที่จะยืนข้างความไม่ถูกต้องเพื่อหนีตายหรือเพื่อเอาตัวรอด ประชาชนจึงต้องระวังอย่าเลือกนักการเมืองสายพันธุ์เผด็จการมาเป็นผู้นำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo;อาหารเป็นพิษ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างประชุม ครม.สัญจร &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.15 น. พล.อ.ประวิตรได้เดินทางออกจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมีท่าทางอ่อนเพลีย และมีแพทย์และพยาบาลรออยู่ภายในรถยนต์ประจำตำแหน่ง ซึ่ง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงสั้นๆ ว่า พล.อ.ประวิตรมีอาการอาหารเป็นพิษ โดยจะไม่เดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเมนูอาหารกลางวันของ ครม.สัญจรนั้น ประกอบด้วย &amp;nbsp;ข้าวผัดหมู กุ้งอบเกลือ ต้มแซบเนื้อลาย ตำข้าวโพดกุ้งสด ลาบทอด คอหมูย่าง ส้มตำหมูยอไทยปู ขนมจีนน้ำยา 4 ภาค กวยจั๊บญวน บัวลอยมะพร้าวอ่อน และผลไม้คือทุเรียน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเรื่องนี้ว่า ไม่มีอะไรหรอก เป็นปกติอาหารไม่ย่อย ไม่เป็นอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวอีกครั้งว่า พล.อ.ประวิตรมีอาการปวดท้อง จุกเสียดในช่วงท้ายการประชุม ครม.จึงได้ออกมาให้หมอดูอาการ และกินยาขับลมระบาย ก่อนนั่งพักจนอาการดีขึ้นโดยไม่ได้ให้น้ำเกลือ ส่วนอาการอาหารเป็นพิษของ พล.อ.ประวิตรนั้น ไม่รู้ว่าเกิดจากการรับประทานอาหารชนิดใด เนื่องจากวันนี้รับประทานอาหารหลากหลาย แต่ขณะนี้ พล.อ.ประวิตรได้ขึ้นเครื่องและเดินทางกลับถึงบ้านพักเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนให้พรรคทางเลือกใหม่ ที่มีนายราเชน ตระกูลเวียง เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคมติประชา ที่มีนายอนุชิต งามพัฒนพงศ์ชัย เป็นหัวหน้าพรรค เป็นพรรคการเมือง รวมทั้งรับทราบกรณีพรรคประชาราชที่นายเสนาะ เทียนทอง อดีต ส.ส.เป็นผู้ก่อตั้งมีมติขอเลิกพรรค ทำให้ กกต.ต้องประกาศให้พรรคประชาราชสิ้นสภาพ โดยจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ดังนั้นจึงถือว่าขณะนี้มีพรรคการเมืองเก่าที่ยังดำเนินกิจการอยู่รวม 68 พรรค และมีพรรคการเมืองที่จดทะเบียนใหม่ 2 พรรค จึงมีพรรคการเมืองที่ดำเนินกิจการในปัจจุบันรวม 70 พรรคการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงการรับจดทะเบียนพรรคค่อนข้างล่าช้าว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกพรรคไว้สูง ทำให้เมื่อมีการยื่นรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้ง 500 คนเข้ามา สำนักงาน กกต.ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น เมื่อพบว่ามีไม่ถูกต้อง เช่น มีชื่อไปเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นด้วย ก็ประสานให้พรรคแก้ไข จึงทำให้ค่อนข้างใช้เวลา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายทะเบียนพรรคการเมืองจะเร่งพิจารณาคำขอจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองที่ยื่นเข้ามา และยังเหลืออีก 8 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาภิวัฒน์, พรรครวมใจไทย, พรรคพลังพลเมืองไทย, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคอนาคตใหม่ และพรรคไทยธรรม เพื่อรับจดทะเบียนให้เป็นพรรคการเมืองโดยเร็วต่อไป&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14046</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคพลังพลเมืองไทย, พรรครวมใจไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยธรรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิสิษฐ์ สันตพันธุ์, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, ราเชน ตระกูลเวียง, วัดทุ่งศรีวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b573e0ceac76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
