<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตล็อกดาวน์เพิ่ม2พื้นที่&#039;กะรน-ราไวย์&#039;สกัดโควิด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย. 63 - นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2563&amp;nbsp; รวม 2 คำสั่ง ประกอบด้วย&amp;nbsp; คำสั่ง จังหวัดภูเก็ตที่1825/2563 และ&amp;nbsp; 1826/2563 เรื่องปิดสถานที่และกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19พื้นที่ตำบลกะรน และพื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญในคำสั่งฉบับดังกล่าว ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดภูเก็ตพบว่ายังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับ ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา2019 ตำบลกะรนได้เสนอมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหา ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตจึงมีมติที่ประชุมครั้งที่ 16/2563 เนื่องจากพื้นที่ตำบลกะรนเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด19 เพื่อป้องกันมิให้โรคนั้นแพร่โดยทางตรงหรือทางอ้อมไปยังผู้อื่นจึงห้ามประชาชนเข้าไปหรือออกจากพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp; ปิดสถานที่จอดรถรับส่งผู้โดยสารของรถรับจ้างสาธารณะวิ่งรับส่งผู้โดยสาร กำหนดจุดตรวจคัดกรองบริเวณจุดชมวิว 3อ่าว&amp;nbsp; , บริเวณปากทางเข้าหาดฟรีด้อม,&amp;nbsp; บริเวณเนินกะตะ(ก่อนถึงแยกโคกโตนด) ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร่วมกับอำเภอและเทศบาลตำบลกะรนจัดบุคลากรเข้าตรวจวัดไข้ประชาชนในพื้นที่ทุกคน หากพบผู้ใดมีอาการเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19จะต้องถูกส่งไปแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกตอาการยังสถานที่ที่จังหวัดกำหนด&amp;nbsp; ให้เทศบาลตำบลกะรน ทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ ถนน บ้านพักอาศัย ร้านค้าในเขตพื้นที่ตำบลกะรน โดยการฉีดฆ่าเชื้อทั้งหมดทุกหลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่มิให้ออกนอกเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พำนักของตนเพื่อป้องกันตนเองจากการรับเชื้อและอาจเป็นพาหะในการกระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19ไปยังบุคคลอื่น หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา52แห่งพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน1ปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548ตามข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548(ฉบับที่1) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 1826/2563&amp;nbsp; สาระสำคัญ ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดภูเก็ต พบว่า ยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วประกอบกับเทศบาลตำบลราไวย์มีหนังสือเสนอมาตรการแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตมีมติที่ประชุมครั้งที่ 16/2563 เนื่องจากพื้นที่ตำบลราไวย์ เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด19เพื่อป้องกันมิให้โรคนั้นแพร่ทางตรงหรือทางอ้อมไปยังผู้อื่น จึงห้ามประชาชนเข้าไปหรือออกจากพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp; กำหนดจุดตรวจคัดกรองโรค บริเวณรอยต่อตำบลกะรน-ตำบลราไวย์, บริเวณหน้าห้างโลตัสสาขาราไวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตร่วมกับอำเภอและเทศบาลตำบลราไวย์จัดบุคลากรเข้าไปตรวจวัดไข้ประชาชนในพื้นที่ทุกคน หากพบผู้ใดมีอาการเข้าข่ายเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19จะต้องถูกส่งไปแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกตอาการยังสถานที่กำหนด ให้เทศบาลตำบลราไวย์ทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ ถนน บ้านพักอาศัย&amp;nbsp; ร้านค้าในเขตพื้นที่โดยการฉีดฆ่าเชื้อทั้งหมดทุกหลังคาเรือน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน2563เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่มิให้ออกนอกเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พำนักของตนเพื่อป้องกันตนเองจากการรับเชื้อและอาจเป็นพาหะในการกระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19ไปยังบุคคลอื่น หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา52 แห่งพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน1ปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548ตามข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548(ฉบับที่1) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62230</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะรน, ภูเก็ต, ราไวย์, ล็อกดาวน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8a7a9d2bcd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแล้วสาวรัสเซียพ่นสีสเปรย์ถนนที่ราไวย์หวังตามหาแฟน!สั่งปรับ5พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.2561 - จากกรณีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผู้หญิงพ่นสีสเปรย์บนพื้นถนนบริเวณรอบหนองน้ำในหาน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และได้ปรากฏเป็นคลิปเผยแพร่ในสื่อโซเชียล เป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก ทำให้นายอรุณ โสฬส &amp;nbsp;นายกเทศมนตรี ต.ราไวย์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลราไวย์ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง โดยประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมนักท่องเที่ยวต่างชาติดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม ผกก.2บก.ทท.3 พ.ต.อ.ภคยศ ทนงศักดิ์ ผกก.สภ.ฉลอง และ พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผกด.ตม.จังหวัดภูเก็ต ได้บูรณการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนออกทำการสืบสวนในพื้นที่
จนกระทั่ง ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ &amp;nbsp;Ms.Serebryanskaya Anastasiya อายุ 34 ปี &amp;nbsp;ชาวรัสเซีย จึงได้ทำการติดตามจนพบตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบถามให้การยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลในคลิปและทำการฉีดพ่นสีสเปรย์บนพื้นถนนจริง &amp;nbsp;โดยได้กระทำเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 08.00น.จึงได้เชิญตัวมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง และ แจ้งข้อกล่าวหาว่าได้กระทำผิดฐาน พ่นสีหรือทำให้ปรากฏด้วยประการใดๆซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆบนถนน ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 &amp;nbsp;ซึ่ง ผู้ก่อเหตุรับทราบข้อกล่าวหา ให้การรับสารภาพ และยินยอมให้เปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุด จำนวน 5,000บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า กระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่ทราบว่าเป็นความผิด เนื่องจากต้องการตามหาแฟนที่หายไปหลายปีจึงพ่นสีสเปรย์ลงบนถนนเผื่อแฟนมาพบเห็นข้อความดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจขอขอบคุณผู้บันทึกคลิปวีดีโอดังกล่าว ทำให้สามารถทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็วในทันทีและขอประชาสัมพันธ์ประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องดูแลหากพบการกระทำความผิดต่างๆและสามารถบันทึกเป็นคลิปวีดีโอได้จะเป็นหลักฐานสำคัญให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวต่างชาติ, นักท่องเที่ยว, พื้นถนน, พ่นสีสเปรย์, ภูเก็ต, รัสเซีย, ราไวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181230/image_big_5c283eb22f703.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
