<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รำลึก 46 ปี 14 ตุลา พรรคเพื่อไทยปลุกแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.62 - เมื่อเวลา 8.42 น.&amp;nbsp;ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนิน แยกคอกวัว มีการจัดงานรำลึกครบ&amp;nbsp;46 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และพรรคการเมือง ร่วมเดินทางมาวางพวงมาลา และกล่าวสดุดีวีรชนคนเดือนตุลา พร้อมญาติวีรชนผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์กับผู้สนใจเดินทางมาร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายก ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรี, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้แทนผู้นำฝ่ายค้าน, นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ในฐานะผู้แทนผู้ว่าฯ กทม., นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และศูนย์พัทยา ในฐานะผู้แทน ม.ธรรมศาสตร์, นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กล่าวว่า วีรชนในเหตุการณ์ดังกล่าวมีจิตใจที่กล้าหาญ กล้าเสียสละชีวิตของตนเอง หลายคนอาจมีชีวิตที่ยากลำบาก แต่สิ่งที่เหล่าวีรชนได้ทำลงไป ยังอยู่ในความทรงจำของประชาชนตลอดไป ในนามของประธานสภาฯ และประธานรัฐสภา ขอสดุดีวีรกรรมอันกล้าหาญของวีรชน 14 ตุลา ขอให้วีรชน 14 ตุลา อยู่ในความทรงจำ และเป็นแบบอย่างบทเรียนที่ดีงามให้กับผู้ปกครองประเทศ และให้กับประชาชนที่รักหวงแหนในความชอบธรรม และประชาธิปไตย ขอให้ช่วยกันเอาบทเรียน 14 ตุลา มาเป็นแบบอย่างของการรักษาคุณธรรมความดีงามความถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศไทยตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า ตลอด 46 ปี ที่ทุกฝ่ายร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ที่เสียสละในการปกป้องประชาธิปไตย และเสรรีภาพของประชาชน ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่ดีงาม สืบทอดระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ยั่งยืนและยาวนาน การสร้างความยอมรับในการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีกติกาเป็นสากล จึงจะสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยได้ โดยสิ่งที่ 7 พรรคฝ่ายค้าน ได้มองเห็นการที่ประเทศจะก้าวไปสู่ความเชื่อมั่นโดยเร็ว จำเป็นจะต้องมีการบริหารที่เป็นสากลและประชาธิปไตย มีความเป็นธรรมไม่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขให้มีความเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ต่อคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน รัฐบาลที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนไม่สามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต และไม่เป็นที่ยอมรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ เราจะเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชน ยึดมั่นในระบบรัฐสภา ทำหน้าที่ให้ประชาชนภาคภูมิใจว่าจะปกป้องผลประโยชน์ประชาชน ปกป้องงบประมาณแผ่นดินเพื่อประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ ญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 14 ตุลา กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าวมา 40 กว่าปี จึงอยากเห็นประชาธิปไตยในประเทศมีความก้าวหน้า โดยฝากทุกฝ่ายในการทำประชาธิปไตยให้เดินไปข้างหน้า ฝากนักการเมือง และ ส.ส.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.30 น. นายกิตติศักดิ์ ปรกติ ขึ้นกล่าวปาฐกถา 14 ตุลา ประจำปี 2562 ในหัวข้อ &amp;ldquo;นิติรัฐและนิติธรรม กับระบอบประชาธิปไตยไทย&amp;rdquo; โดยสรุปเนื้อหาเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญไทยในบททั่วไป ตั้งแต่ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ ทำให้ระลึกถึงการต่อสู้เพื่อเอกราชของพลเมือง ไม่ใช่แค่ในเหตุการณ์ 14 ตุลา แต่รวมถึงบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความยินยอมของประชาชน ตามหลักราชประชาสมาสัย และเมื่อมีเหตุการณ์ที่รัฐธรรมนูญไม่ระบุไว้ ให้ดำเนินการตามประเพณีการปกครอง เห็นได้ชัดในเหตุการณ์ 14 ตุลา ที่พระมหากษัตริย์มีพระมหากรุณาธิคุณให้จัดตั้งรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติศักดิ์ ได้กล่าวอธิบายประวัติศาสตร์โดยละเอียด เกี่ยวกับการกำเนิดของหลักนิติรัฐนิติธรรม ที่มาจากนักปรัชญาการเมืองต่างประเทศในอดีต ความขัดแย้งของชนชั้นนำในประเทศอังกฤษ การต่อสู้เพื่อปลดปล่อยสหรัฐอเมริกาจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในต่างประเทศ ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่สามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ ตามหลัก The King can do no wrong. พระมหากษัตริย์ทำผิดไม่ได้ ต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในประเทศไทย นายกิตติศักดิ์ชี้ให้เห็นถึงพระราชอำนาจที่ปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง ใครเดือดร้อนมาสั่นกระดิ่งก็จะช่วยตัดสินให้ เป็นการตัดสินเรื่องทั้งปวงตามหลักอันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ซึ่งมีหลักแฝงอยู่ในคำสอนของพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย ราชธรรม 4 และ ทศพิธราชธรรม พระมหากษัตริย์ดำรงตำแหน่งได้เพราะทรงไว้ซึ่งธรรมะ ไม่ใช่พระราชอำนาจอย่างเดียว ทรงไว้ด้วยราชธรรมกำกับราชทัณฑ์ ในส่วนกฎหมายมีคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ และกฎมณเฑียรบาลระบุไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติศักดิ์ กล่าวสรุปว่า พระมหากษัตริย์ถือหลักธรรมเป็นใหญ่ ตามหลักกฎหมายเป็นใหญ่ กษัตริย์มีฐานะเป็นผู้แทนปวงชนตามประเพณีการปกครอง สืบสานอเนกชนนิกรสโมสรสมมติ ต้องใช้อำนาจอธิปไตยตามกฎหมาย หากเกิดการรัฐประหาร ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างไรไม่มีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ การรัฐประหารฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ แต่ผู้ทำก็อ้างทำด้วยความจำเป็น ซึ่งมีหลักว่าความจำเป็นเป็นมารดาแห่งกฎหมาย หากเผชิญหน้าอันตรายและสมควรแก่เหตุ ทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจ คณะรัฐประหารทุกชุดยอมรับว่าผิด ถึงมีการนิรโทษกรรม ขอพระบรมราชโองการรัฐธรรมนูญใหม่ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติศักดิ์ มองคณะรัฐประหารว่าขอความเห็นชอบกับผู้แทนปวงชนคือพระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องที่ควรศึกษาทำความเข้าใจ การใช้พระราชอำนาจในยามวิกฤติ ยกเว้นกฎหมายทั้งหลายเมื่อมีเหตุจำเป็น เป็นไปตามหลักราชธรรม ป้องกันความชั่วร้ายไม่ให้เกิดในบ้านเมือง หลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมต้องเป็นไปในทางที่สอดคล้องกับประชาชน เข้าใจได้อธิบายได้แก่ประชาชน อำนาจที่แท้จริงคือความเห็นร่วมกันที่คนทั้งหลายยอมเคารพและเชื่อฟัง หลัง 14 ตุลา ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจตามอำเภอใจลดน้อยถอยลง แต่อำนาจตามอำเภอใจทางเศรษฐกิจมีมาก ต้องไม่ให้ทุนใหญ่ใช้อำนาจตามอำเภอใจได้ ให้ประชาชนต่อรองควบคุมการใช้อำนาจผูกขาด ขอให้รำลึกถึงเจตนารมณ์ 14 ตุลา เพื่อให้กฎหมาย เหตุผลเป็นใหญ่ ด้วยความร่วมมือของประชาชนกับพระมหากษัตริย์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48006</URL_LINK>
                <HASHTAG>14ตุลาคม2516, พรรคเพื่อไทย, รำลึก14ตุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cc329e6633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสดุดี &#039;14 ตุลา&#039; ประชาชนมีส่วนร่วมสร้างรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.62 - เมื่อเวลา 08.42&amp;nbsp;น. &amp;nbsp;ที่อนุสรณ์สถาน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตุลา ถ.ราชดำเนิน แยกคอกวัว มีการจัดงานรำลึกครบรอบ 46 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 โดยบรรยากาศในช่วงเช้ามีฝนตกหนัก ทำให้กำหนดการขยับเลื่อนมาเริ่มต้นในเวลา&amp;nbsp;8.42&amp;nbsp;น. มีการจัดพิธีกรรม 3 ศาสนา พุทธ-คริสต์-อิสลาม อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว และมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมเดินทางมาวางพวงมาลา และกล่าวสดุดีวีรชนคนเดือนตุลา พร้อมญาติวีรชนผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์กับผู้สนใจเดินทางมาร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้แทนวางพวงมาลาและกล่าวสดุดีวีรชน อาทิ นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายก ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรี, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้แทนผู้นำฝ่ายค้าน, นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ในฐานะผู้แทนผู้ว่าฯ กทม., นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และศูนย์พัทยา ในฐานะผู้แทน ม.ธรรมศาสตร์, นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้แทนนายกฯ กล่าวสดุดีวีรชน 14 ตุลา ว่า ในวันนี้ถือว่า เป็นวันครบรอบ 46 ปี 14 ตุลาคม 2516 เกิดเหตุการณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของประเทศไทย เป็นวันสะท้อนเจตนารมณ์และแสดงพลังของนิสิตนักศึกษาและประชาชน ที่เห็นคุณค่าของประชาธิปไตยว่า เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อให้เกิดการพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดงานรำลึก 14 ตุลา ประจำปี 2562 ครั้งนี้ จัดขึ้นในวาระครบรอบ 46 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของประเทศไทย เป็นวันสะท้อนเจตนารมณ์และแสดงพลังของนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่เห็นคุณค่าของประชาธิปไตย ว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการที่เราจะพัฒนาประเทศของเราให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48003</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ตุลาคม 2516, ประวัติศาสตร์การเมือง, รำลึก14ตุลา, สี่แยกคอกวัว, เหตุการณ์14ตุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da409063249b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
